มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
หนานหนิง เขตปกครองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน






ครั้งแรกกับการเขียน Blog อยากแชร์ประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่หนานหนิง ช่วงที่เราไปคือช่วงตรุษจีน ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลับบ้านพ่อแม่แฟนประมาณเกือบเดือน อากาศในช่วงเวลาที่นั่นฆ่าตับไตไส้ปอดเราเลยทีเดียว หนาวมาก 

ก่อนไปก็ดูรีวิว ดูรูปภาพคนอื่นๆที่เคยไปเที่ยวกันในเว็ปต่างๆเมืองใหญ่โตและสะอาดมาก เราก็คิดว่ามันคงจะดีกว่าที่ปักกิ่งซึ่งมีแต่หมอกควัน มลพิษเต็มไปหมด 

แต่ที่เราไปเที่ยวนั้นมีทั้งในเมืองที่สะอาดมากกับชนบทที่ต้องนั่งรถอีก 4-5 ชั่วโมง ความเป็นอยู่ ตึกราบ้านช่อง  วิถีชีวิตต่างกันมาก ทั้งๆที่อยู่ในหนานหนิงนะ มันไม่เจริญทั้งหมดเลย พื้นที่มันกว้างพอๆกับภาคอีสานหรือเหนือทั้งภาคเท่ากับหนานหนิง 

ตอนที่หนึ่ง รีวิวในเมืองหนานหนิง  Smiley

วันที่ 1

แค่ไปถึงวันแรกนั่งรถเข้าเมืองไปที่บ้านอาอี๊ จากสิ่งที่เห็นด้วยตานี่แทบตะลึงกับเสียงแตรรถยนต์กับมอเตอร์ไซค์ที่บ้านเมืองเขาจริงๆคือบีบแตรกันทุกวินาทีก็ว่าได้ บนท้องถนนเสียงแตรดังสนั่นกันเลยทีเดียว โอ้ว...แม่เจ้า...ปี๊ดๆๆๆๆเป็นเรื่องปกติของเขามากค่


แยกไฟแดง ขับขี่ไม่สนใจ้ลนถถนกันเลยทีเดียว แบบว่าฉันจะขับแบบนี้ จะขี่อย่างนี้ ตามอำเภอใจตัวเองสุด เสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ไล่ให้หลบกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากจะหลบกันเลย มีแต่ตัวเองอยากจะไป เฮ้อ....


นี่คือจำนวนรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หน้าห้างแห่งหนึ่ง จอดแบบนี้เต็มหน้าห้างเลยค่ะ ข้ามถนนกว่าจะเดินเข้าไปในบริเวณห้างไม่มีช่องให้แทรกตัวระหว่างมอเตอร์ไซค์เข้าเลย ต้องเดินย้อนไปไกลหาทางเข้าจะมีซุ้มเหล็กให้เข้า 


หน้าบริเวณห้างมีสิ่งสะดุดตาอยู่อย่างหนึ่งค่ะ  คือทีขายหนังสือพวกนิตยสารต่างๆ โดยที่เราเลือกตามรหัสขอบหนังสือ ใส่รหัสที่จอคอมแบบทัสกรีนซะด้วย และก็ใส่เงิน สามารถใส่ได้ทั้งธนบัตรและเหรียญ (ทันสมัยนะเนี่ย)



เดินเลาะๆแถวๆห้างก็เจอดินแดนสวรรค์นักช้อปทั้งหลาย ตรงนี้คล้ายๆที่ซีเหมินติง ในไทเปเลยค่ะ ข้างในเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ อาหาร เรื่องของราคาก็ไม่ค่อยแพงนะคะ ตอนยืนอยู่ทางเข้าก็คิดว่าคนไม่ค่อยเยอะ แต่พอเดินเข้าข้างในประมาณ 100 เมตรได้ มหาชนชาวจีนแห่มาซื้อของช่วงตรุษจีนกันมากมาย คนเยอะมาก


เดินเยอะก็หิวแล้ว ร้านแรกที่แวะเข้าก็เป็นร้านเฝิ่นค่ะ ที่หนานหนิงขึ้นชื่อเรื่องเฝิ่นมาก ก็คล้ายๆเฝ่อที่เวียดนาม เนื่องจากได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมมั้งคะ เพราะหนานหนิงกับเวียดนามอยู่ห่างกันไม่ไกลนั่งรถเพียง 2 ชั่วโมงกว่าก็ถึงเวียดนามแล้ว เฝิ่นชามนี้ราคา 60 กว่าบาทเอกค่ะ ให้เส้นเยอะมาก เครื่องปรุงก็บริการด้วยตนเองค่ะ เรื่องรสชาติก็เปรี้ยวๆเค็มๆเผ็ดๆ อร่อยมากค่ะ ทานหมดอืดมากเลย ก็ไปเดินเล่นย่อยท้องต่อ



หนานหนิงเป็นเมืองที่กว้างใหญ่มาก หรือประเทศจีนมันกว้างใหญ่มหาศาล พื้นที่ในเมืองหนานหนิงกว้างจริงๆค่ะ ด้านหลังคือที่เราจะเดินมันมีอุโมงค์รถยนต์แต่มีทางให้คนสามารถเดินได้ ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร อากาศหนาวๆแต่เดินทีเหงื่อออกเลย ทำไมต้องไปตรงนู้นหน่ะหรอก็จะพาไปดูวิวข้างบนมันมีบันไดขึ้นไปเป็นเหมือนสวนสุขภาพ หรือลานกว้างๆ สามารถวิ่งออกกำลังกาย เห็นเด็กๆตัวน้อยเล่นว่าวกัน คือมันเป็นสถานที่กลางแจ้งที่โล่งจริง


พามาขึ้นข้างบน ด้านล่างเป็นอุโมงค์ให้พวกรถยนต์มอเตอร์ไซค์วิ่ง (ก็ทำเป็นถนนแหล่ะค่ะ) แต่ข้างบนมันโล่งมาก พื้นที่กว้างยาวเป็นกิโลเมตรเลย วิ่งเล่น กรี๊ดกร๊าดกันไม่มีใครสนใจเลยหรือใครไม่ค่อยได้ยิน เพราะข้างล่างเสียงรถบีบแตรกันดังมาก รูปนี้ทำท่าลิงเจี๊ยกๆต้อนรับปีลิงค่ะ 555+ 


มองจากข้างบนด้านล่างยังมีลานกว้างยาวเป็นกิโลเหมือนกันค่ะ อีกฝั่งของสะพานก็ยังเป็นเมืองหนานหนิงอยู่ดี ในเมืองใหญ่เกิ๊น เดินเยอะก็หิวอีกแล้ว เริ่มเย็นแล้วด้วย ตามหาแหล่งของกินแถวบ้านกันเถอะ 


มันคืออะไรนิ๊  สังเกตชามมีถุงพลาสติกด้วย (ขี้เกียจล้างหรือนี่)  เดี๋ยวเขาจะทำใส่ชามพร้อมเส้นเฝิ่น (กินเฝิ่นนอีกแล้ววววววว ก็มันอร่อยนี่นา หน้าจะยาวเป็นเส้นเฝิ่นไหม) ร้านนี้ไม่เหมือนร้านมื้อแรกค่ะ เราอยากกินอะไร สั่งเลยค่ะจะเอาอะไรกี่ไม้ บอกเขาโลด

หน้าตาของมันจะเป็นแบบนี้ คือเราสั่งแต่เต้าหู้ ผัก เฝิ่น เอาน้ำคลุกคลิกไม่เยอะ อร่อยมาก ราคาชามนี้ 40 กว่าบาทเอง (ให้เยอะและไม่แพง) ใช่ว่าแค่นี้จะพอนะคะ เดินหาของกินต่อค่ะ ไม่ค่ำไม่กลับบ้าน ก็สิ่งรอบกลายมันเย้ายวนชวนให้หม่ำเสียจริง






ถามถึงราคา ไม่แพงเลยค่ะ สามอย่างตรงนี้สองร้อยกว่าบาทเอง


ไปซื้อ RIO มาในซุปเปอร์มาเก็ต เห็นหนังซีรี่ย์จีนชอบมีฉากที่มี RIO บ่อยมาก อยากรู้ว่าอร่อยมั้ยเห็นว่าดังเหลือเกิน รสชาติก็ไม่ต่างกับคอกเทลทั่วไปค่ะ ซ่าๆ หวานๆเปรี้ยว มี 6 รส 6 สีได้ แต่เราเลือกรสมะนาวมาลอง ขวดนึงประมาณ 60 กว่าบาท

กินอิ่มแล้วสิ กลับบ้านพักผ่อน

วันที่ 2

มื้อเช้าไม่พ้นพวกซาลาเปา กินรองท้องก่อนไปหาสิ่งที่หนักหน่วงลงท้องต่อไป นี่มันทริปตะลอนกินชัดๆ 




ซาลาเปาร้านดัง ดังทุกสาขาเลย คนต่อคิวเยอะมาก อร่อยค่ะ ราคาไม่แพง 1 ลูก ราคา 10 บาท ลูกใหญ่ด้วยค่ะ ซัดไปสองลูกสองไส้ อุ่นท้อง


เช้านี้เข้ามหาวิทยาลัยชนชาติกวางสีค่ะ พื้นที่ในมหาวิทยาลัยกว้างมากค่ะ แต่เงี๊ยบเงียบไม่ค่อยมีคนเพราะปิดช่วงตรุษจีน 10 วัน เด็กๆกลับบ้านกันหมด ยกเว้นนักศึกษาต่างชาติที่ยังอยู่ ในมหาวิทยาลัยมีคลองน้ำด้วย ท่าทางคลองน้ำนี้ลึกพอสมควรเลย


โอ๊..โย่ว...ตอนแรกคิดว่าวัดไทยในมหาวิทยาลัยเถอะ ที่นี่คือคณะภาษาอาเซี่ยนค่ะ มีทั้งไทย มาเลฯ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว แต่นักศึกษาจีนส่วนใหญ่เรียนภาษาไทยเยอะมากค่ะ คงชอบเมืองไทย

เดินเล่นเที่ยวชม เจอตึกนึง กรี๊ดค่ะ อาอี๊ รปภ.เฝ้าตึกกำลังถักไหมพรมเลย ตกใจสิ ฮ้าๆ คือเราอ่านป้ายหน้าตึกแล้วยิ้ม แค่ยืนอย่หน้าอาคารก็รู้สึกอบอุ่นยังไงไม่รู้

ตึกชื่อว่า "ตึกสิรินธร" พระเทพฯ มาเปิดตึก และมาที่นี่บ่อยค่ะ เป็นศูนย์ภาษาไทยโดยเฉพาะเลย (เด็กจีนชอบภาษาไทย) ตึกใหญ่พอสมควรค่ะ

หลังจากที่เดินเที่ยวชมในมหาวิทยาลัยชนชาติกวางสีอยู่นาน ก็บ่ายกว่าแล้ว หิวแล้วค่ะตามหาของกินกัน นั่งรถประจำทางสองชั้น นั่งข้างบน คนขับขับได้ใจมาก เบียดได้เป็นเบียด ต้นไม้ กิ่งไม้ รถมอเตอร์ไซค์เหมือนฝุ่นละอองว่างั้น 


กลับเข้ามาแถวบ้านหาของกินต่อค่ะ เที่ยงนี้หม่ำอะไรดี....


ไม่พ้นเฝิ่นอีกแล้วก็หนานหนิงขึ้นชื่ออาหารนี้นี่นา ชามนี้ 60 กว่าบาทได้ อร่อยและเปรี้ยวเผ็ดได้ใจไม่ต้องปรุงเลย เสร็จแล้วก็เดินเล่นสักพัก 


เดินไม่ทันย่อยท้องเลย อะไรกันเนี่ย ห๊อมหอม...เดินตามกลิ่นหมึกย่าง วันนี้จัดหมึกย่าง 7 ไม้ อีกแล้วค่ะ 

ต่อๆ นั่งรถประจำทางไปเที่ยวชมมหาวิทยาลัยกวางสี เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ที่สุดในเขตปกครองกวางสีเลยแหล่ะ 


เดินเที่ยว ถ่ายรูปก็เริ่มค่ำ เดินออกมาประตูใหญ่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัย แช๊ะภาพด้านหน้าหน่อย ลานหน้าประตูกว้างมากเลย 


ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยสักหน่อย (รูปเอียงกระเท่เร่ ปรับแก้หลายรอบก็ยังเอียง มันอยากเอียงก็เอียงไป ดูผอมดี)

เอาหล่ะเดินเยอะก็เริ่มล้า เริ่มหิว บริเวณมหาวิทยาลัยกวางสีมีร้านอาหารตามตรอกซอยเยอะมาก ไม่ต่างกับมหาวิทยาลัยที่ไทยที่มีแหล่งรวมของกินเพียบ แถมราคาไม่แพงด้วย

เดินมาตามตรอกซอยที่วัยรุ่นเดินกันเยอะๆ ก็พบบางสิ่งที่มันยั่วน้ำลายมาก กลิ่นหอมมากแต่ไกลเลย นั่นก็คือ  หมึกย่าง !!



หมึกของโปรดเลยค่ะ เขาคิดไม่ใช่เพียง 1 ไม้นะคะ เขาขายแบบบางร้านให้ 6 ไม้ บางร้านให้ 7 ไม้ในราคา 10 หยวน แต่ร้านนี้ 7 ไม้ 10 หยวนค่ะ ตกเป็นเงินไทยราวๆ 50 กว่าบาท รสชาติก็เค็มๆเกลือซอส พริกไทยแรงมาก แล้วก็พริกป่น ก็อร่อยดีค่ะ



มีแกะย่างจากมองโกด้วยค่ะ 7 ไม้ 10 หยวน ราคาเท่าหมึกย่างเลย ซอสที่ทาก็เหมือนกันค่ะ เค็มๆเผ็ดๆ



แถวมหาวิทยาลัยมีซอยหลายซอยมาก มีร้านค้าเกือบร้อยร้าน มีอยู่ซอยนึงรวมอาหารของกินของไต้หวันเยอะมาก ไม่ว่าขนม ชานม สิ่งที่คิดนะคะว่าจีนกับไต้หวันไม่ค่อยถูกกันเรื่องการเมืองตั้งแต่ที่แยกการปกครอง พอมาวันนี้สิ่งที่เห็นค่านิยมเปลี่ยนไป วัยรุ่นจีนชอบอะไรที่เป็นไต้หวันมาก (ไต้หวันก็คล้ายญี่ปุ่นอีก) คือวัฒนธรรมเริ่มซึมเข้ามา ก็ดีนะคะ คือเราชอบอะไรที่เป็นไต้หวันอยู่แล้วเรื่องมารยาทมันดีกว่าคนจีนแผ่นดินใหญ่เยอะมาก ถ้าที่นี่ได้ซึมซับมารยาทวัฒนธรรมบ้างก็ถือว่าดีค่ะ แฮะๆ ในรูปคนกำลังต่อแถวซื้อขนมร้านดังของไต้หวันมาเปิดที่จีนค่ะ เป็นเต้าหู้เหม็น (เหม็นจริงแต่อร่อยนะ)


บรรยากาศร้านของกินในซอยแถวๆมหาวิทยาลัย ยาวเป็นโลเลย ช่วงเวลานั้นประมาณทุ่มกว่าเกือบสองทุ่ม



ชานม 50 ก็มาเปิดที่จีนด้วย ถ่ายรูปกับน้องพนักงานหน่อย น้องมาจากไทเปค่ะ เรียนที่หนานหนิงและทำงานพาสทาม น่ารักมากค่ะ 


ตะลอนกันกินเยอะมาก ได้เวลาขึ้นรถประจำทางกลับบ้านแล้ว พักผ่อนเอาแรงซะหน่อย นี่แค่สองวันเองนะที่มาหนานหนิง วันรุ่งขึ้นตื่นเช้าตรู่นั่งรถออกนอกเมืองไปชนบท ต้องนั่งรถระยะทางประมาณ 4-5 ชั่วโมงแหน่ะ เพลียตรูดดดด Smiley






Create Date : 29 มีนาคม 2559
Last Update : 8 มิถุนายน 2560 17:35:41 น.
Counter : 1395 Pageviews.

5 comments
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทนายอ้วน Travel Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
สมาชิกหมายเลข 2230794 Travel Blog ดู Blog


ไม่เคยไปหนานหนิง

เสียงแตรขนาดนั้นนี่..เหมือนเวียดนามเลยหรือเปล่าน้อออ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:8:49:56 น.
  
@สาวไกด์ใจซื่อ เหมือนเวียดนามมั้ย ยังไม่เคยไปเวียดนามเลยค่ะ แต่คงไม่ต่าง รถมอเตอร์ไซค์คงเยอะเหมือนกัน ในเมืองยังเป็นระเบียบกว่าหน่อย เนื่องจากมีไฟแดง กล้องวงจรติดทุกเส้นทาง ทุกกิโลเลยค่ะ แต่ชนบทฝุ่นฟุ้งนี่เลนสวนบางคันขับแบบคิดว่า One way ไม่สนใจอะไรเลย เคยเจอที่ชนบท รถชนกันสองคัน มันเป็นแบบในซอยมันก็แคบอยู่แล้วรถสวนกัน เฉี่ยวด้านข้าง ต่างคนต่างลงมาไม่ยอม รถในซอยก็ติดมาก มอเตอร์ไซค์รุมดูยิ่งกว่าไทยมุง เสียงแตรไล่ก็ดังตลอด ติดนานนับชั่วโมง ที่ชนบทไม่เคยเจอตำรวจเลยไม่มีตำรวจมาทำคดีเหมือนไทย ในชนบทเขาจะเจรจาเคลียร์กันเอง
โดย: Fern Chiu (สมาชิกหมายเลข 2230794 ) วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:11:06:57 น.
  
ไม่เคยไปหนานหนิงเหมือนกัน ตามมาชมบรรยากาศด้วยคน

ชามมีถุงพลาสติก เค้าขี้เกียจล้างครับ ที่คุนหมิง กุ้ยหยาง ปักกิ่งก็ทำแบบนี้นะ (ผมไม่ชอบเลย) เพิ่มขยะโดยใช่เหตุ แถมถ้าเป็นน้ำเดือดๆ ราดลงไปอันตรายด้วย

แถวๆ มหาวิทยาลัยของเค้าร้านค้า โดยเฉพาะของกินเยอะครับ คิดไม่ออกว่าจะกินที่ไหน หามหาวิทยาลัยได้เลย ที่สำคัญราคาไม่ค่ยอโขกเท่าไหร่ด้วย

หมึกย่างอร่อยครับ น่าจะมีทุกเมืองเลยมั้ง แต่กินแล้วหิวน้ำจริงๆ ชูรสเยอะมั้ง แต่อร่อย

เห็นแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ชะมัด


สมาชิกหมายเลข 2230794 Travel Blog
+
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:17:45:41 น.
  
@toor36 เรื่องถุงพลาสติกคิดเหมือนกันค่ะ บางร้านขายดี จานชามไม่พอหรือล้างไม่ทัน เขาก็ดึงถุงเก่าแล้วใส่ถุงใหม่ใส่อาหารให้ลูกค้ารายอื่นต่อ โอ๊ว...แม่เจ้า....สกปรกมั้ยเนี่ย
ส่วนหมึกย่างคอแห้งจริงค่ะ ในผงพริกแดงคงผสมชูรสหรือเครื่องปรุงรสดีแน่ๆ คอยติดตามตอนสองนะคะ ออกเมืองไปชนบท เส้นทางประมาณเกือบ 2 พันลี้ ได้
โดย: FernChiu (สมาชิกหมายเลข 2230794 ) วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:21:22:04 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 1 เมษายน 2559 เวลา:4:23:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2230794
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
MY VIP Friends