Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2558
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 

ทำไมถึงเลือกอาชีพมัคคุเทศก์

เหตุผลหลักๆที่เลือกทำอาชีพมัคคุเทศก์ 


1.ในสมุดพกตอนม.1 คุณครูประจำชั้นเขียนในช่อง อุปนิสัย-บุคลิกภาพ ว่า "ร่าเริง สนุกสนาน" "หลุกหลิก คุยเก่ง เสียงดัง" "พูดและคุยไม่เป็นเวลา พูดมาก"  "ชอบเล่น ชอบคุยและออกนอกห้องเรียน" 

2. คะแนนวิชาภาษาอังกฤษดีกว่าวิชาอื่นๆ คือได้ เกรด 2-3 ขณะที่วิชาอื่นได้ 0-1 

3. ไม่ชอบแต่งหน้า แต่งตัว ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศ สามารถคุยกับคนแปลกหน้าได้เหมือนเคยรู้จักกันมาสิบปี 

4. ขนลุกทุกครั้งเมื่อร้องเพลงชาติไทย หรือใครพูดถึงในหลวงรัชกาลต่างๆ ที่เคยทำอะไรไว้ให้ประเทศชาติ 

5. ชอบคิด ชอบแนะนำคนให้ทำอะไรสนุกๆ พูดให้เรื่องไร้สาระเป็นสาระขึ้นมาได้อย่างไร้ยางอาย 

รวมๆแล้วก็่เพราะอยากแรดตามประสาวัยรุ่นเก็บกดนั่นแหละ แรดแล้วได้ตังค์ด้วย เลยไปสอบบัตรมัคคุเทศก์ และเริ่มทำงานไกด์ในปี 1998

ช่วงเวลานั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวภูเก็ตมาจากยุโรป อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศษ สแกนดิเนเวีย ฝั่งเอเชียก็เป็นญี่ปุ่น ถ้าเป็นจีนก็เป็นจีนไต้หวัน หรือฮ่องกง ที่ส่วนใหญ่มีวัฒนธรรมที่ดีในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น แตกต่างจากนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ หรือรัสเซียในยุคปัจจุบันนี้ ที่ทะลักเข้ามาเที่ยวหลังจากเพิ่งเปิดประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักทำตัวเชยๆ แปลกๆ ในสายตาชาวโลก 
สมัยนั้นไกด์ใหม่ๆ ต้องเริ่มฝึกรับแขกจากสนามบินไปส่งโรงแรม เรียกไกด์ที่ทำหน้าที่นี้ว่า Transfer Guide เราเขียนป้ายชื่อแขกไปยืนรอรับ ตอนที่แขกลงมาพร้อมกันมากๆ ก็วิ่งวุ่นกันไปทั้งแขกและคนมารับ บางโรงแรมหรือบางบริษัททัวร์ที่ไกด์ทำงานไม่ทัน ก็ให้คนขับรถมาถือป้ายรับแขกแทน ครั้งหนึ่งพี่คนขับรถที่มายืนถือป้ายรับแขกข้างๆเรา ก็วิ่งเข้าไปทักทายแขกที่ชี้มาที่ป้ายของพี่เขาด้วยรอยยิ้ม และยื่นมือออกไปจับทักทาย พร้อมพูดด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษแบบมั่นใจใช่เลยว่า "Hello my friend, what is my name?" นักท่องเที่ยวทำหน้างงๆ ไม่รู้จะตอบว่าไงดี ส่วนพี่คนขับรถก็ยังจะชี้มาที่ป้ายที่ตัวเองถือ แล้วถามย้ำกับนักท่องเที่ยวอีกว่า "My name Robert?" ก็ลากกระเป๋าพาขึ้นรถกันไปแบบงงๆ เหอะๆ 

งานหลักของ Transfer Guide นอกจากจะนั่งกับแขกจากสนามบินไปโรงแรมแล้ว ยังต้องดูตั๋วขากลับของแขกและนัดเวลารับกลับจากโรงแรมไปสนามบินด้วย งานนี้สนุกที่ได้นั่งรถไปกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเดินทางมาถึง ได้เห็นสายตาที่พวกเขามองสองข้างทางแบบตื่นตาตื่นใจ แม้สภาพร่างกายหลังจากเดินทางมาไกลนั้นเหนื่อยล้าแค่ไหนก็ตาม ชี้นู่นถามนี่มีคำถามต่างๆ พร่างพรูออกมา ไกด์ใหม่ๆอย่างเราฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ก็ต้องตั้งใจฟัง และพยายามตอบเท่าที่ตอบได้ ที่สงสัยกันมากๆ ก็เป็น ศาลพระภูมิ ถังขยะข้างทางที่ทำมาจากยางรถยนต์ ต้นยางพารา ต้นสับปะรด บางคนเป็นถึงด็อกเตอร์ถึงกับยอมรับเลยว่าตัวเองเข้าใจเสมอมาว่าสับปะรดออกลูกบนต้นไม้!!! 


อาชีพไกด์ไม่มีคู่มือสอน ทุกอย่างต้องศึกษาเอาด้วยตัวเอง นอกจากต้องพัฒนาทักษะภาษาแล้ว ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นทักษะที่สำคัญมากในอาชีพนี้ แหล่งความรู้ที่ดีที่สุดคือ "รุ่นพี่ไกด์" ที่ทำงานมาก่อน ในช่วงแรกที่เริ่มทำงานนั้น ไกด์รุ่นพี่รุ่นน้องเคารพกันมาก เดินไปไหนยกมือไหว้กันได้อย่างสุดหัวใจ เพราะรุ่นพี่ไม่หวงวิชา เจออะไรมาก็มาบอกมาสอนน้องๆต่อ ส่วนน้องๆก็อ่อนน้อมถ่อมตนน่ารักน่าสอน บริษัททัวร์ในยุคนั้นไม่บีบคั้นให้ไกด์ต้องบีบคอลูกค้าเข้าไปซื้อของฝากหรือเข้าร้านเพชรเพื่อหวังค่าคอมมิชชั่นเหมือนยุคนี้ ไกด์ทุกคนมีสิทธิ์ตกลงกับลูกทัวร์ในการจัดโปรแกรมได้อย่างอิสระพอสมควร ไม่ถึงกับต้องลากกันเข้าร้านเพื่อช้อปปิ้งเหมือนสมัยนี้ 

อย่างไรก็ตามการซื้อของฝากของนักท่องเที่ยวก็เป็นรายได้หลักของไกด์ ไกด์ประจำบริษัทที่ได้ออกทัวร์แล้วจะได้เงินเดือนน้อย ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่คอมมิชชั่นที่จะได้จากการที่นักท่องเที่ยวซื้อของตามร้านที่ไกด์พาไปลง สัญชาติของนักท่องเที่ยวและช่วงอายุเป็นตัวแปรหลักที่จะบอกได้ว่าโอกาสที่ไกด์จะได้รายได้มากน้อยแค่ไหน เช่น วัฒนธรรมการซื้อของฝากของคนญี่ปุ่นทำให้ไกด์ญี่ปุ่นในยุคนั้นออกรถป้ายแดงกันเป็นว่าเล่น ส่วนไกด์ภาษาอังกฤษก็ต้องลุ้นเอาตามแต่ที่บริษัททัวร์จะจัดให้ ใครดวงตกก็จะได้แขกอินเดีย หรืออิสราเอลที่นอกจากต่อราคาเก่งและ "เขี้ยว" หมายถึงขี้เหนียวแบบน่ากลัว แล้วถ้าไม่ระวังตัวอาจถูกเอาเปรียบจากนักท่องเที่ยวได้ง่ายๆเลยทีเดียว 







 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2558
0 comments
Last Update : 20 พฤษภาคม 2558 19:13:08 น.
Counter : 382 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


DurianToffee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add DurianToffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.