"อย่าพยามทำสิ่งที่ได้เท่ากับใจ แต่จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้" "บางทีชีวิตคนเราก็ไม่จำเป็นต้องไปถึงฝันก็ได้ ได้ลองได้รู้ แค่นี้ก็โอเคแล้ว"
Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวให้เต็มอิ่ม ณ กาญจนบุรี กันเถอะ ตอนที่ 3 "อุทยานแห่งชาติไทรโยคใหญ่"

การเดินทางก็เข้า้สู่วันที่ 2 วันแรกนั้นเราพักกันที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคใหญ่ ในวันนี้เป็นอีกวันที่สนุกมากๆ ตามไปดูกันเลยครับ



บ้านพักครับในอุทยานแห่งชาติไทรโยคใหญ่ ค่าห้องคืนละ 800 มี 2 ห้องนอน



ห้องนอน



...



ห้องอาบน้ำ



ห้องส้วม



อีกมุมของบ้านพัก



ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว



ถ่ายคน ถ่ายบ้าน มาเยอะแล้วถ่ายรถบ้างดีกว่า



งานนี้ไม่พลาดมีแอบถ่ายอีกตามเคย 55



ด้านหน้าบ้านพักเดินลงไปอีกนิดก็จะเป็นแม่น้ำแคว



นี่ไงแม่น้ำแคว มีแพจอดกันเรียงรายเพราะว่าตรงนี้เป็นจุดลงแพด้วย



ชมกันใกล้ ๆ



...



ขอสักรูป



เค้ากำลังลากแพกลับมาที่ท่าพอดี



ท่าสวยแต่ไม่กล้าลง 5555



กำลังนั่งถกกันเรื่องนายก 555 ล้อเล่น



รูปนี้สวยดีเนอะมีหมอกจาง ๆ ด้วย



มุมนี้มองเห็นน้ำตกด้วย



เอ้ย ขโมยจะเข้าห้องครับ 555 พอดีว่าเพื่อนเอากุญแจห้องไปแล้วบังเอิญข้าศึกโจมตีเข้ากระทันหันจะเข้าห้องแต่เข้าไม่ได้
เลยต้องเป็นอย่างในรูปนั้นแหละ




ระหว่างรออาบน้ำอีกสักรูป



อาหารเช้า หลังจากที่กินอิ่มก็ได้เวลาเที่ยวแล้วที่แรกที่จะไปเป็นน้ำตกไทรโยคใหญ่



ก่อนเข้าไป



ขอเดี่ยวจัดไป



ทางไหนก่อนดี



เห็นน้ำตกแล้ว แต่ลงเล่นไม่ได้เซ็ง



สะพานแขวน



อันนี้ก็น่ากลัวเดินต้องระวังกลัวตกลงไป



แพบ้านพัก 2 ข้างริมแม่น้ำแคว น่าอยู่ดีเนอะ



เห็นกันชัด ๆ อีกที น้ำตกไทรโยคใหญ่



และแล้วก็เหมือนเดิมต้องถ่ายคู่กับป้าย
ผ่านไปกับเรื่องราวต่าง ๆ ภายในอุทยานแห่งชาติไทรโยคใหญ่




 

Create Date : 13 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2551 13:36:16 น.
Counter : 6579 Pageviews.  

เที่ยวให้เต็มอิ่ม ณ กาญจนบุรี กันเถอะ ตอนที่ 2 "ถ้ำดาวดึงส์"

มาต่อกันอีกครั้งครับ ต่อจากครั้งที่แล้วนะ ที่ถัดไปก็จะเป็นถ้ำดาวดึงส์ อันนี้แนะนำว่าสวยมาก แต่กว่าจะหาถ้ำเจอเล่นเอาหลงทางอยู่นานพอสมควรจากถนนใหญ่ก็มีป้ายบอกอยู่เห็นได้ชัดเจนเลย
แต่พอจะหาทางไปถ้ำนี้อะดิปรากฎว่าหาไม่เจอ จริง ๆ แล้วมันมีป้ายบอกแต่ว่าป้ายนั้นเล็กมาก ๆ เป็นทางเข้าไปวัดเราก็เลยไม่รู้ขับรถเลยไปซะไกลเลย





เส้นทางระหว่างทางไปถ้ำทางนี้แหละที่หลง แล้วเลยถ้ำไปซะไกลเลย555



เลยจอดรถถามคนข้างทางที่ขับผ่านไปมา ซึ่งก็นาน ๆ กว่าจะผ่านมาสักคัน และนี่ก็คือหน้าตาของชาวบ้านทเราี่ถาม
"พี่ ๆ ถามทางหน่อยครับ ถ้ำดาวดึงส์ทางเข้ามันอยู่ตรงไหนหรอครับ"
พี่เค้าก็ทำท่าคิดอยู่สักพักแล้วหันไปถามแฟนเค้าด้านหลัง(คิดเอาว่าเป็นแฟนพี่เค้า)แล้วเค้าก็ตอบมาว่า
"พี่อยู่ที่นี่มาก็ตั้งนานยังไม่รู้เลยว่ามันมีถ้ำอยู่ด้วยหรอ"
อึ้งอ่ะดิครับ อ้าวเวรละไง พวกผมก็งงกันใหญ่เลย ไม่รู้จะทำไงดีในเมื่อแม้แต่ชาวบ้านแถบนั้นเองยังไม่รู้จัก เลยคิดขึ้นมาได้ว่าแล้วก็โทรไปถามเจ้าหน้าที่ที่
อุทยานแห่งชาติไทรโยคดีกว่าจึงได้คำตอบมาว่าเราขับรถเลยมาซะไกลแล้ว จึง ๆ มันอยู่ตรงทางเข้าวัดดาวดึงส์ ก็เลยต้องขับรถย้อนกลับมาทางเดิมอีกครั้ง
หลายคนคงจะยังงงอยู่กับชาวบ้านแถบนั้นที่ไม่รู้จักสถานที่ใช่ป่ะ หลังจากที่ไปพบไกด์และได้สอบถาม
ปรากฎว่าชาวบ้านที่เราไปถามนั้นเป็นพวกพม่า เท่านั้นแหละครับถึงบางอ้อเลย




หลังจากที่ทราบทางเรียบร้อยก็ขับรถไปถึงจุดหมายปลายทาง แล้วก็ต้องเดินเท้ากันต่ออีกเกือบกิโล



เดินกันเหนื่อยลิ้นห้อยเลยจริง ๆ แล้วทางไม่ได้ไกลมาก แต่ที่เหนื่อยเพราะว่าต้องเดินขึ้นเขาเนี่ยแหละ



เดินไปเรื่อยก็จะเจอป้ายบอกทาง บริเวณรอบ ๆ จะเต็มไปด้วยป่าไผ่ แต่มีใครบางคนคิดที่จะเก็บหน่อไม้ไปแกงซะงั้น



เส้นทางเดินครับธรรมชาติสุด ๆ ช่วงที่เดินก็ไม่ร้อนด้วยเพราะว่าเป็นช่วงเย็นแล้วเลยเดินกันสบายแต่เหนื่อย55



แผนที่ของถ้ำดาวดึงส์



ศาลด้านหน้าถ้ำ



ทางเข้าถ้ำจะเป็นช่องเล็ก พอที่จะลอดเข้าไปได้พอดี



ระหว่างนั่งรอไกด์ ซึ่งกำลังนำกรุ๊ปทัวร์อีกกรุ๊ปเข้าไปชมถ้ำ นั่งรออยู่นานมากและที่สำคัญยุงเยอะมาก
เกือบตัดสินใจกลับกันซะแล้ว ถ้าไม่ได้เข้าไปชมคงจะเสียดายมาก ๆ เลย โชคดีที่ฝืนทนให้ยุ่งกัดเล่น 5555



สถานที่แนะนำถ้าจะหลบยุงให้เข้าไปนั่งตรงปากทางเข้าถ้ำด้านในครับเพราะว่ายังคงมีแสงสว่างจากภายนอกเข้า
มาได้แต่ไม่สามารถลงไปในถ้ำด้านในได้เพราะว่ามันมืดไม่มีไฟต้องใช้ตะเกียงเข้าไป และอีกอย่างภายในถ้ำ่สามารถเข้าไปกันได้ประมาณไม่เกิน 10-15 คนเท่านั้น



รูปนี้ถ่ายจากปากถ้ำ จริง ๆแล้วมองไม่เห็นหรอกว่าด้านในเป็นยังไง ถ่ายมั่ว ๆ ไปใช้แฟล๊ตยิงอย่างเดียว 555



หลังจากที่กรุ๊ปทัวร์ที่เข้าไปก่อนหน้าออกมาก็ถึงคิวของพวกเราไกด์นำอุปกรณ์ในการเข้าถ้ำมาให้เรา



เตรียมตัวไปส่องกบกัน555



เจ้าหน้าที่ส่องกบอีกหนึ่งท่าน



เส้นทางที่ต้องลงไปภายในถ้ำ มีถุงตั้งอยู่ด้วยเป็นถุงใส่ตะเกียงของไกด์ครับอิอิ



และแล้วก็เข้ามาถึงภายในถ้ำครับ



ดูแล้วลองจินตนาการกันดูนะครับว่าเป็นรูปอะไรบ้างเพราะจำไม่ได้แล้วละไกด์จะคอยบอกว่าี่เป็นรูปโน้นรูปนี้
เยอะแยะไปหมด ถ้าจำได้จะบอกแต่ถ้ามั่วก็อย่าว่ากัน555



อันนี้คล้ายผ้าม่าน



...



กันนี้คล้าย ๆ แพะหรือหมา



ต่อไปก็ต้องมุดอุโมงค์นี้เข้าไปทีละคน



อันนี้คล้ายช้างแมมมอท สวยมากเลยอันนี้



อันนี้อะไรว้า



...



อันนี้เป็นที่ถกเถียงกันครับ ไกด์บอกว่าเป็นถ้วยฟุตบอลโลก อีกคนบอกว่าคล้าย ผักลูกบวบ(เขียนงี้เปล่าว้า)อีกคนบอกว่าตะบองเพ็ด ว่ากันไป



อันนี้แหละต้นตะบองเพ็ด



มีถ้ำก็ต้องมีค้างคาว



อันนี้น่ากลัวดีเนอะว่าป่ะ



...



คนที่อยู่ด้านขวาคือไกด์ของเรา



นี่คือช้าง



...



อันนี้คือไข่ไดโนเสาร์



อันนี้เป็นไฮไลด์ ตู้ถ่ายสติกเกอร์ เรียงแถวกันเข้ามาเลย555



รูปรวมอีกสักรูป



ระหว่างไกด์ของเรากับผนังถ้ำอันไหนจะน่ากลัวกว่ากัน 555 อ่ะล้อเล่น



มุดถ้ำกลับออกมา



อีกสักรูป



และแล้วก็เดินทางกลับมาสู่โลกแห่งความจริง



เค้าบอกว่ายังไหว สู้ตาย เข้าไปอีกรอบยังได้ 555





ลงบันทึกแห่งความทรงจำอันน้อยนิด



จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับออกมายังจุดจอดรถ คราวนี้สบายหน่อยเพราะว่าเดินลงจากเขา ถ้าใครจะมาที่ถ้ำดาวดึงส์มีคำแนะนำครับ
1 ถ้าหาทางไปถ้ำไม่ถูกอย่าได้ถามทางคนแถวนั้นเป็นอันขาด เพราะว่ายิ่งถามจะยิ่งงงกว่าเดิม
2 เตรียมยากันยุงไปด้วยเพราะว่าอาจจะต้องรอกว่าจะได้เข้าถ้ำ
3 อดทนจนกว่าจะได้เข้าไปในถ้ำ แล้วความเหนื่อยจะหายเป็นปลดทิ้ง
4 เตรียมน้ำไปให้เยอะ ๆ เพราะว่าในถ้ำแฉะมาก ออกมาแล้วทั้งรองเท้าทั้ง ขา แข้งจะแดง
5 อย่าไปให้เย็นมานักเพราะจะเที่ยวไม่สนุกกลัวมืด ไกด์จะรีบกลับบ้านไปหาเมีย555(อันนี้ล้อเล่น)



ปิดท้ายของการเดินทางในวันที่ 1 ด้วยการคว้าเหรียญทองของ สมจิตร จงจอหอ แอบไปนั่งดูอยู่ที่ร้านขายอาหาร
ติดตามต่อสำหรับการเดินทางในวันที่ 2 นะครับรับรองสนุกแน่




 

Create Date : 13 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2551 12:52:19 น.
Counter : 2309 Pageviews.  

เที่ยวให้เต็มอิ่ม ณ กาญจนบุรี กันเถอะ ตอนที่ 1 "ในเมืองและปราสาทเมืองสิงห์"

ทริปนี้ไปมาตั้งแต่วันที่ 23-24 สิงหาโน่น แต่เพิ่งจะมีเวลาเอามาลงครับ ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 5 คนครับ จากเดิมที่นัดเอาไว้ 6 คน งานนี้มีเบี้ยวไปซะ 1 คน แต่ก็ยังไปกันได้แบบสนุก โดยทริปนี้วางแผนเอาไว้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวหาข้อมูลอยู่นานพอสมควรเกี่ยวกับที่เที่ยวใน จ.กาญจนบุรี เลยเที่ยวกันได้หลายที่แล้วก็เต็มอิ่มทุกที่ โดยที่ทุกอย่างตรงตามโปรแกรมที่วางเอาไว้
โดยทริปนี้เริ่มต้นกันที่ กทม. ตามกำหนดการวางไว้ 6.30 น. ก็คิดอยู่แล้วว่าคงต้องมาสายกว่าจะได้ออกเดินทางเล่นเอา 7.30น. งั้นไปชมกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลา



นี้เป็นโปรแกรมสำหรับการท่องเที่ยวกาญ 2 วัน 1 คืน ครับใครสนใจสามารถนำไปใช้ได้นะครับไม่สงวนลิขสิทธิ์(กว่าจะคิดได้เนี่ยนานเอาการอยู่อิอิ)



น้องออสพร้อมแล้วครับ



ที่แรกตามกำหนดการ สุสานพันธมิตร ขอบอกว่าร้อนมากเพราะว่ากว่าไปถึงก็ช่วงสาย ๆ แดดร้อนสุด ๆ



เดินชมไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติซะมากกว่า แต่บรรยากาศรอบ ๆ ก็ OK ดีค่ำ ๆ คงจะวังเวงน่าดู



อ่านไม่ทันเลยถ่ายเก็บมาอ่านต่อ 555



ถ้าใครต้องการเดินดูรอบ ๆ หรือหาคนรู้จัก 555 อย่าลืมพกร่มไปด้วยนะครับ สำหรับที่สุสานนี้ก็ไม่มีไรให้เที่ยวแค่มาชมสุสานอยู่ได้ไม่นานก็ต้องรีบไปต่อละเพราะ
เดี๋ยวไม่ตรงตามกำหนดการ ที่ต่อไปเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว



มาถึงแล้วสะพานข้ามแม่น้ำแคว



เข้ากล้องกันสักรูปเพื่อให้รู้ว่าได้มาถึงแล้ว



อีกสักรูปบนสะพาน



แม่น้ำแคว ถ่ายจากบนสะพานมีเรือวิ่งพอดี ได้บรรยากาศไปอีกแบบ



เดิน ๆ อยู่ดี ๆ รถไฟมาพอดีเลยต้องรีบหาที่หลบกัน



อากาศก็ร้อนนะ แต่ที่นี่คนเยอะมากเลย เวลาเดินบนสะพานก็น่ากลัวเพราะว่าไม้มันเก่ามากกลัวตกลงไป จึงต้องเดินต่อกันไปเป็นแถว ที่นี่ก็น่าเที่ยวดีคนเยอะแต่เสียอย่างเดียวอากาศร้อน ต่อไปเราก็จะไปกันต่อที่พิพิธภัณฑ์สงครามโลก



พิพิธภัณฑ์จะอยู่ติดกับสะพานข้ามแม่น้ำแควเดินออกมานิดเดียวก็ถึง



ปืนที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2



ในนี้จะมีรูปถ่ายเกี่ยวกับสงครามเยอะแยะเลยเอามาลงได้ไม่หมด ถ้าอยากเห็นมากกว่านี้ก็ต้องไปดูเอาแล้วละ



อันนี้เอามาแบ่งให้ดูเป็นรูปบางส่วนที่น่าสนใจ อันนี้เป็น บิกินี่ สมัยก่อน



ทางรถไฟสายมรณะ ไม่ได้ไปด้วยตัวเองในทริปนี้ แต่เอารูปนี้มาฝาก



ด้านในมีเจ้าพ่อสงครามในกราบไหว้ด้วยก็เลยเซียมซีซะหน่อยได้ใบนี้มา



ด้านหน้ามีหุ่นด้วยก็เลยถ่ายรูปคู่กับ ฮิตเลอร์ ซะหน่อยรู้จักมานานแล้วเพิ่งเจอตัวเป็น ๆ แล้วก็ยังมีท่านอื่นหลาย ๆ ท่านจำชื่อไม่ได้ละ



ได้เข้าไปนมัสการพระธาตุแควใหญ่ด้วย



ด้านในมีระฆังยักษ์ด้วย เคาะระฆังเพื่อเป็นสิริมงคล



หัวรถจักรสมัยสงครามโลกครับ สังเกตุให้ัดีมีลิงห้อยอยู่ตัวนึงด้วย




สถานที่ถัดไปก็เป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ รายละเอียดการเดินทางตามแผนครับ



ภายในอาคารจัดแสดงศิลปโบราณ



เข้ากล้องกันหน่อย



presenter ขายพัดลมครับ



รอบ ๆ ตัวปราสาท



เป็นที่ระลึกอีกสักรูป



รูปนี้จำไม่ได้แล้วว่าเรียกว่าอะไร อยากรู้ลองอ่นดูด้านล่างนะ



อีกสักรูปก่อนกลับ



อีกสักรูปกับป้ายด้านหน้าอุทยานครับกว่าจะได้มาซึ่งรูปนี้ขอบอกว่าเหนื่อย
รอติดตามต่อตอนหน้านะครับวันนี้พอก่อนเยอะแล้ว




 

Create Date : 13 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2551 12:52:40 น.
Counter : 1047 Pageviews.  

เที่ยววัดหลวงพ่อโสธร+อุทยานแห่งชาติปางสีดา+แก่งหินเพิง ตอนที่ 2

ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว ที่นี่คนไม่ค่อยเยอะเนื่องจากบริเวณน้ำตกนั้นไม่ค่อยมีน้ำ เรียกว่าน้ำหยดดีกว่ามั้ง 555 พอดีก่อนมาไม่ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ของอุทยานก่อนว่ามีน้ำหรือเปล่า แต่เห็นว่ามาถึงกันแล้วยังไงก็เที่ยวที่นี่แหละเพราะว่ายังมีจุดชมวิวที่เป็นทะเลหมอกอีก ก็เลยสรุปกันว่าจะอยู่เที่ยวที่นี่ต่อเพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนต่อมากกว่า 555



ก่อนเข้าไปข้างในอุทยานครับ



น้องออสครับ ตอนนั้นยังบริสุทธิ์ครับป้ายยังแดงอยู่เลยและก็เพิ่งล้างรถมาใหม่ ๆ ด้วย



จัดแจงหาเสบียงเพื่อขึ้นไปทานข้างบน



ทางเข้าสู่อุทยาน



หลังจากที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมของอุทยานเรียบร้อยแล้วก็ลุยกันเลย ที่แรกที่เจอเป็นน้ำตกปางสีดาครับ



เส้นทางเข้าไปยังน้ำตกครับ



เนี่ยครับสภาพน้ำตกครับ ดำปี๋เลย 5555



ถ้ามีน้ำน่าจะสนุกนะ



ยังมีเด็กลงไปเล่นได้ด้วยอ่ะ อิอิ



อันนี้เค้าขอโชว์ยกหินครับ



ไปนั่งกินอะไรกันเพลินๆ สักพักก็ต้องถอยออกมาเพราะว่าไม่มีอะไรให้เล่นเลย 555



จากนั้นก็ไปดูยังจุดชมผีเสื้อ



กว่าถ่ายรูปมาได้สักตัวเนอะเหนื่อย



หลังจากชมผีเสื้อเสร็จแล้วก็ไปต่อกันยังที่พักระยะทางก็หลายกิโลอยู่ และเส้นทางนั้นเป็นทางลูกรัง
ดินแดงทั้งเส้นเลย



และแล้วก็มาถึงยังจุดกางเต้นท์ ดูสภาพรถครับสุดยอดเลย เมื่อเทียบกับรูปตอนแรก



จัดเตรียมกางเต้นท์กันครับมีเจ้าหน้าที่มาช่วยด้วย



และแล้วก็สำเร็จ



เต้นท์เพื่อนบ้านครับ คนเยอะพอสมควร



ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว กินเสร็จแล้วก็นั่งเล่นกีต้าร์ร้องเพลงกันจนมืด จากนั้นก็ดูหนังกัน 1 เรื่องเรื่องไชยา(ดูกับโน๊ตบุ๊ค) แล้วก็นอนขอบอกว่าตอนนอนอ่ะ นอนไม่หลับเลยอากาศหนาวมาก
และลมก็แรงมากด้วย เต้นท์นี่สั่นเหมือนผีหลอกเลย 5555



รุ่งเช้าของวันใหม่ตื่นขึ้นมาก็รีบไปที่จุดชมวิวเพื่อดูทะเลหมอกกันครับ หนาวสุด ๆ



จุดชมวิว



...



ขอเข้ากล้องสักรูป



บรรยากาศรอบๆ



...



เค้ากำลังถ่ายทำมิวสิคอยู่ 5555



หลังจากที่เก็บบรรยากาศกันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลากลับออกมา เก็บภาพกับป้ายด้านหน้าอุทยานกันสักหน่อย



ทิ้งทวน



จากนั้นขากลับก่อนไปแวะกันอีกที่คือ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี



ที่นี่น้ำก็ไม่เยอะมาก ปกติถ้าน้ำเยอะ ๆ เค้าจะใช้ล่องแก่งกันแต่ก็ยังพอมีน้ำให้ลงเล่น







สนุกกันใหญ่เลยอิอิ
เรียกว่างานนี้ได้ลงเล่นน้ำสนใจอยาก 555 เป็นการปิดท้ายทริปที่สนุกเอาการ




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551    
Last Update : 8 สิงหาคม 2551 18:44:16 น.
Counter : 687 Pageviews.  

เที่ยววัดหลวงพ่อโสธร+อุทยานแห่งชาติปางสีดา+แก่งหินเพิง ตอนที่ 1

พอดีได้ไปเที่ยวตั้งแต่ต้นปีประมาณช่วงปีใหม่ แต่ยังไม่ได้มาใส่ลง blog วันนี้ว่าง ๆ ก็เลยเอาซะหน่อยทริปนี้ไปกัน 2 วัน 1 คืน ออกเดินทางตั้งแต่เช้าไปแวะนมัสการหลวงพ่อโสธรที่
ฉะเชิงเทรากันก่อนเพื่อขอรับพร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้วเพราะว่าอยู่ไม่ไกลมาก



จัดแจงขนสัมภาระขึ้นรถครับ







รอบๆ วัดครับวันนั้นคนเยอะมากเพราะว่าเป็นช่วงวันหยุดด้วย



หลวงพ่อโสธร



ต้องเข้าคิวกันยาวเลยครับกว่าจะได้เข้าไปข้างใน



ภายในรอบๆ



ถ่ายรูปเก็บไว้สักรูป



รองเท้าต้องถอดไว้ข้างนอกเท่านั้น



ด้านนอกมีร้านขายวัตถุมงคลเยอะแยะเลย



ซื้อหลวงพ่อโสธรมาห้อยไว้ในรถชุดนึงด้วยแต่จำราคาไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่



อันนี้เป็นโฉมหน้าผู้ร่วมเดินทาง หลังจากที่ไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อยรับบุญกันทั่วหน้าแล้วเราก็เดินทางไปจุดมุ่งหมายอีกแห่งนั้นก็คือ
อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551    
Last Update : 8 สิงหาคม 2551 18:44:53 น.
Counter : 485 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

s5015826
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add s5015826's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.