"อย่าพยามทำสิ่งที่ได้เท่ากับใจ แต่จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้" "บางทีชีวิตคนเราก็ไม่จำเป็นต้องไปถึงฝันก็ได้ ได้ลองได้รู้ แค่นี้ก็โอเคแล้ว"
Group Blog
 
All blogs
 
เที่ยวตลาดสามชุก+บึงฉวาก+ถ้ำธารลอด จ.สุพรรณบุรี ภาค 3(ตอนจบ)

หลังจากที่เที่ยวกันทั้งวันแล้วถึงเวลาหาที่พัก วางแผนกันไว้ว่าจะไปพักที่อุทยานแห่งชาติพุเตย ตอนไปห้องก็ไม่ได้จองไว้ กะไว้ว่าน่าจะมีห้องว่างเพราะไม่ใช่ช่วงเทศกาล สรุปว่าไปถึงก็มีนั่นแหละครับ แต่กว่าจะไปถึงนี่ดิ เนื่องจากไม่เคยไปมาก่อนและคิดว่าทางนี้น่าจะใกล้ที่สุด(เดี๋ยวเอาแผนที่มากางให้ดู) ซึ่งเป็นทางลูกรังครับท่านระยะทางก็ประมาณ 15 กม. เองจิ๊บ ๆ และมันก็เป็นทางที่ใกล้กับบึงฉวากด้วย ก็เลยสรุปกันว่าไปทางนี้แหละ เนื่องจากรถที่เอาไปนั้นเป็นรถเก๋ง(new vios)เวลาขับก็ซิ่งได้โครตเร็วเลยแต่เจอทางลูกรังกับวิ่งได้แค่ 20 กม./ชม. คิดแล้วเศร้า แล้วลองคิดดูนะครับว่าช่วงนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้วและทางที่ไปนั้นข้างทางเป็นเหวลึก ไม่มีไฟข้างทางสักดวงครับท่าน มืดสนิท จะถ่ายรูปมาให้ดูก็ไม่มีอารมณ์ช่วงนั้นก็คิดอยู่อย่างเดียวว่าเมื่อไหร่จะเห็นแสงไฟสักทีว่ะ ขับอยู่ประมาณน่าจะชั่วโมงกว่า ๆ เห็นจะได้พอเห็นป้ายบอกทางสมาชิกในรถก็ดีใจกันใหญ่เลยครับรีบออกความเห็นกัน แต่พอได้อ่านที่ป้ายปรากฎว่าอีก 6 กม. ถึงสำนักงานอุทยานครับ ตูขับมาตั้งนานมืดก็มืดแล้วยังอีกตั้ง 6 กม. อีกหรือนี่นรกชัด ๆ สมาชิกในรถต่างก็ให้กำลังใจกันและกันสุด ๆ คนนึงคำนวณเส้นทางว่าถ้าวิ่งประมาณ 20 กม/ชม จะใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะไปถึง อีกคนก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องอื่น ๆ แล้วแบบว่าทางเนี่ยดินแดงแล้วมีกิ่งไม้อันใหญ่อยู่กลางถนนเต็มไปซะหมด ไม่เป็นไรทำใจดี ๆ ไว้ขับต่อไปเรื่อย ๆ คิดซะว่ามาแข่งแรลลี่ กว่าจะเห็นแสงไฟได้นั้นในใจของแต่ละคน คิดแต่ว่าน่าจะกลับไปทางเดิมสักเป็น 10 ครั้ง แต่และแล้วก็ไปถึงครับ ไปถึงก็เจอเจ้าหน้าที่รีบสาธยายให้เจ้าหน้าที่ฟังใหญ่เลยครับว่าเจออะไรกันมาบ้างอิอิ ช่วงปลดปล่อย555 แต่ก็โล่งใจกันเป็นแถวเลยครับที่มาจนถึงอิอิ มาดูรูปกันเลยดีกว่าครับ สาธยายซะยาว



แผนที่อุทยานครับ ที่ผมวงกลมสีดำไว้นั่นละครับ 15 กม.สุดโหด(ขอบคุณรูปแผนที่จาก http://www.geocities.com/phutoei/map.htm)



ตอนไปถึงนะครับพอได้ห้องพักละก็รีบจัดแจงหาข้าวหาน้ำกินกัน อยากจะบอกนะครับว่าที่สุพรรณเนี่ยพวกเราเดินเข้าไปซื้อของกินจำพวกกับข้าว ปรากฎว่าซื้อกับข้าวเรียบร้อยแล้วนะแต่พอจะซื้อข้าวสวยกับไม่มีข้าวสวยขายสักร้าน ต่างคนก็ต่างงงครับไม่มีข้าวขายสักร้าน ขนาดว่าอยในู่ตลาดนะครับ เราจึงต้องไปซื้อกันที่ร้านขายอาหารตามสั่งแทนแปลกดีเนอะ ใครอยู่สุพรรณ บอกหน่อยนะครับว่าทำไมไม่มีข้าวสวยขายในตลาด รูปนี้หลังจากที่กินข้าวกันอิ่มแล้วก็ออกมานั่งรับลมเล่นข้างนอก ต้องบอกว่าสถานที่สงบมาก ๆ ซัดเบียร์กันเล็กน้อยถึงปานกลาง แล้วก็เข้านอนครับ







รุ่งเช้าตื่นขึ้นมารีบมาดูสภาพรถก่อนเลยครับ สภาพก็อย่างที่เห็นอะครับ แต่ก็ยังพอลบล้างกันได้กับสถานที่รอบ ๆ



บ้านพักครับ เมื่อก่อนเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่อุทยาน แต่เพราะว่าผีดุจึงไม่มีใครอยู่อิอิ(อันนี้ล้อเล่น)พอดีเจ้าหน้าที่เค้าเสียสละจัดทำเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวแทนครับข้างในบ้านก็สบายมี 2 ห้องนอน ห้องน้ำในตัว(เสียอย่างเดียวตุ๊กแกตัวเบ่อเร่อเลยครับอิอิ)



ชื่อบ้านต้นสน



แอบถ่ายครับ



กำลังบิดขี้เกียจเลยอิอิ



ด้านหน้าบ้าน



ลานกว้างไว้ทำกิจกรรม



ห้องน้ำด้านนอกครับ



ลานกว้างอีกมุม



ดอกไม้เยอะแยะครับ



ที่ประกอบอาหาร



เวทีสำหรับจัดการแสดง



นายนงค์เก๊กหล่อ



ศุนย์บริการนักท่องเที่ยว



ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ขอบอกว่าค่าที่พักที่เรามาพักเนี่ยเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าไม่คิดครับ แต่ถ้าจะช่วยบริจาคเค้าก็ยินดี แต่เค้าจะคิดเฉพาะคนกับรถ ตามป้ายบอกค่าธรรมเนียมเท่านั้น



สำนักงานครับ



รอบ ๆ สำนักงาน



แผนที่ในการท่องเที่ยวภายในอุทยาน ครั้งนี้เสียดายไม่ได้ไปเที่ยวเลยสักที่เพราะว่ารถที่เอามามันเข้าไปไม่ได้ ต้องเป็นรถกะบะที่สามารถลุย ๆ ได้เท่านั้นเซ็งเลย



มีจุดที่เครื่องบินตกด้วย



ถ้าไม่ได้ถ่ายภาพนี้เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่ามาถึงแล้วอิอิ
หลังจากที่เดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ ที่พักเสร็จแล้วก็ได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ว่าเราจะสามารถไปเที่ยวที่ไหนต่อได้อีกมั้ง เพราะว่าที่นี่เที่ยวไม่ได้ซะแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ได้แนะนำว่าให้ไปเที่ยวถ้ำธารลอดซึ่งอยู่ในเขต จ.กาญจนบุรี ใกล้ ๆ กัน งั้นจะช้าอยู่ทำไม จ่ายตังค์ค่าธรรมเนียมและบริจาคเงินค่าที่พักให้ไปทั้งหมด 500 บาทน้อยไปหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่เท่าที่ลองเปิดดูสมุดเซ็นต์ชื่อก็พอ ๆ กัน เมื่อเรียบร้อยก็เดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายต่อไปคือถ้ำธารลอดซึ่งจะอยู่ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์



ชอบมากเลยรูปนี้ ระหว่างทางไปเจอวิวสวย ๆ เห็นรถโล่ง ๆ เลยลงไปถ่ายรูปกัน สวยมาเลย



และแล้วก็ไปถึงจัดเตรียมสัมภาระต่าง ๆ ที่จะเอาไปกินพร้อมงั้นไปกันเลย Let go



เจ้าหน้าที่เค้าไม่ให้นำของพวกขวด หรือขยะขึ้นไป ถ้าจะนำขึ้นไปต้องวางเงินมัดจำก่อน



ร่มรื่นมากเลยเป็นธรรมชาติสุด ๆ



ธารน้ำตกที่ออกมาจากถ้ำ



เดินไปสักพักก็ถึงปากถ้ำแล้ว



ภายในถ้ำมีธารน้ำตกไหลตัดผ่านตลอดทาง



ภายในถ้ำอีกมุมนึง



ความยาวของถ้ำไม่ยาวมากเดินเท้าสักพักก็เจอปากถ้ำด้านใน



ชักภาพเก็บไว้อีกครั้ง หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่ต้องเดินป่ากันจริง ๆ แล้วเพื่อไปยังน้ำตกระยะทางประมาณ 1.5 กม. ครับ



ตอนไปนั้นเป็นช่วงสาย ๆ คนยังไม่เยอะมาก เจอผู้ร่วมทางแค่ 2 คนเท่านั้น



เดินทางกันต่อ



เจอเถาวัลย์แปลก ๆ เยอะแยะเลยครับ



เดินกันมาจนเหนื่อยเลยแวะถ่ายรูปอีกสักรูป ซึ่งคิดว่าน่าจะใกล้ถึงที่หมายเต็มทีแล้ว สังเกตุจากธารน้ำที่ใสมาก ๆ(คิดเอาเอง)



ปรากฎว่าเราเดินกันมาได้ กิโลกว่า ๆ แล้วครับมีหลักฐานด้วย



เจอต้นไม้ยักษ์



ไม่ถึงซะทีลิ้นห้อยแล้วอิอิ



และแล้วก็มาถึงกันจนได้ ตอนมาถึงนี่ยังไม่มีคนขึ้นกันมาเลยสักคน รีบลงน้ำก่อนเลยอิอิ



ตอนแรกอีก 2 คนบอกว่าไม่อยากเปียกน้ำและก็ทนไม่ไหว 555 ลงมาจนได้



น้ำนี่เย็นมากขอบอก เล่นกันได้สักพักก็นำเสบียงที่ติดตัวมาด้วยมาโซ้ยกันแล้วก็ลงไปเล่นต่อสังเกตุเห็นว่าเริ่มมืดฝนกลัวจะกลับออกไปลำบาก
ก็เลยรีบกลับกัน



ขากลับยืนถ่ายแบบกันอีกสักรูป



หลังจากที่กลับออกมาก็จัดการโซ้ยอาหารกลางวันกัน บริเวณรอบ ๆ มีร้านอาหารเยอะแยะ(ดันมาถ่ายตอนกินเสร็จแล้วเลยไม่รู้ว่าทานอะไรกันบ้างเลย)



หลังจากที่อิ่มกันแล้วก็มาถ่ายรูปเพื่อให้รู้ว่าเรามาถึงที่แล้ว เพื่อเป็นหลักฐานอิอิ เป็นอันสิ้นสุดทริปนี้ครับ


Create Date : 27 กรกฎาคม 2551
Last Update : 27 กรกฎาคม 2551 13:36:40 น. 2 comments
Counter : 6768 Pageviews.

 
น่าสนุกจังเลยค่ะ
กลับไทยคราวนี้ว่าจะไปบึงฉวากเหมือนกัน
เลยแวะมาเยี่ยมชมก่อนค่ะ


โดย: poo (pooqatar ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:41:05 น.  

 
ขอบคุณครับ แวะไปให้ได้นะ แล้วอย่าลืมไปตะลุยพุเตยนะครับ 555


โดย: sutiwattu วันที่: 27 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:25:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

s5015826
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add s5015826's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.