backpack 5 ประเทศกัยสามสหาย part I :Italy day2 ค่ะ
วันที่สองค่ะ ตามแผนของเราคือไป Vatican museumค่ะ จากการค้นข้อมูลพบว่าแถวยาวมากๆๆๆรอคิวก็นาน เลยตัดสินใจซื้อบัตรในอินเตอร์เน็ตค่ะ ถ้าจำไม่ผิดซื้อไป27.5Euro คือแบบไม่ต้องต่อคิว ไปตามเวลาที่เค้ากำหนดก็สามารถเข้าได้เลยค่ะ แต่ปรากฏว่าเราเหนื่อยมากกกก ตื่นสาย กัน อีกทั้งไม่ได้อ่านตั๋วให้ดีว่าต้องไปถึงก่อนสิบห้านาที ไม่งั้นก็ต้องไปต่อแถว เราก็เลยกินอาหารแบบไม่รีบเร่งอะไร อาหารข้าวของที่นี่จะจัดให้เป็นจานค่ะ มีครัวซองอยู่หนึ่งชิ้น ส่วนที่เหลือก็เดินเข้าไปตักคอนเฟล็กกินเองจะกินเท่าไหร่ก็กินไป มีชา กาแฟ ไมโครเวฟให้ มีอยู่แค่นี้ค่ะ ค่าห้องที่นี่ราคาก็ค่อนข้างถูกเลยทีเดียว สองคืนรวมทุกอย่างตกคนละ41Euro ตกคืนละประมาณแปดร้อย ซึ่งก็โอเคค่ะเราเลือกห้องนอนสามคนมีห้องน้ำในตัว ค่ะ

พอเสร็จหมด พร้อมลุยแล้วค่ะ หิ้วเป๋าพร้อมmapออกจากhostelกัน ปรากฏว่า metroปิดซะง้าน เราก็ไม่ได้เผื่อใจกะเรื่องนี้ซะด้วย โอ้ว ไปก็สายอยู่แล้วมาเจอแบบนี้อีก เราเลยต้องเดินไปขึ้นmetroสายอื่นค่ะ และแล้วเราก็มาถึงmetro Ottaviano ขึ้นมาจากสถานีแล้วก็ยืนงงค่ะ ไม่มีป้ายบอก ถามๆคนเอา เจอฝรั่งใจดีพาเดินไปส่งค่ะ โดยพอออกมายืนหน้าสถานีก็จะเจอถนนเลี้ยวขวาค่ะ เดินเลียบถนนไปเรื่อยๆจะเห็นบันได้ ขึ้นบันไดไปจะเจอกำแพง เลี้ยวซ้าย เดินตามกำแพงไปจะเริ่มเห็นฝูงมหาชนค่ะ เข้าคิดล้นหลาม แทบshockค่ะ เราลืมอ่านว่าต้องมาก่อนสิบห้านาทีของเวลาตามตั๋ว ตอนแรกเราไปยื่นตั๋ว เราก็คิดว่ารอดแล้ววุ้ยยย เค้าจัดคิวให้อยู่อีกฝากหนึ่งของถนน คิดว่าจะต้องลัดคิวให้เราแน่ๆเพราะมีบัตร อีกฝากของถนนก็ยังมีคิวอยู่มหาศาล ผลปรากฏว่า พอข้ามถนนมาอยู๋ฝั่งเดียวกะคิว เค้าก็พาเราไปต่อคิวนั่นน่ะแหละ เส้าเลย อุตส่าห์ซื้อตั๋วมาแพงกว่าปกติเพื่อจะได้ไม่เสียเวบาต่อคิว กว่าจะได้เข้าก็11โมงก่า ช้ากว่ากำหนดสองชั่วโมง

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
เมื่อเข้าไปก็ต้องฝากกระเป๋าและจะมีคนนำกรุ๊ปบอกว่าควรเข้าไปดูที่ไหน ควรเดินดูยังไงเพื่อจะได้ดูได้ครบๆ แล้วก็แจกแผนที่ให้ค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป

ต่อไปจะไปอย่างเร็วๆนะคะ เดินดูเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ค่อยมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์และศาสนาคริสต์เลย เลยเดินดูแบบไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่นัก

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

ไปดูกันทีละตัวกันเลยดีก่า ตัวนี้คือ….เอ่อ ไม่รู้ซะตัว เหมือนเดินๆให้ซึมซับบรรยากาศเฉยๆ T.T

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

ย้ายห้อง …

Thanks: Ro ฝากรูป

เน้นดู เพดาน แหะ ห้องนี้ดูขลัง พอเปิดเข้าไป โอ้ ว้าวววว

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
ขายของที่ระลึก

Thanks: Ro ฝากรูป
บันได so classic!ทุกคนมา ต้องถ่าย สังเกตดีๆจะรู้ว่ามันไม่ใช่ขึ้นบันไดนะคะ เป็นแค่สเตปบาง เท่านั้น

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
จบ Vatican museumแล้วค่ะ เดินทางไป Basilica S. Pietro กันต่อเลย exitจะออกมาแถวๆตอนที่เราเข้าไปข้างใน ออกมาแล้วเดินเลี้ยวขวาเลียบกำแพงไปเรื่อยค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
แอบถ่าย swiss guardซะหน่อย ชุดนี่น่ารักดีจริงๆสีสันฉูดฉาดซะ

Thanks: Ro ฝากรูป

เจอแล้วค่ะ Basilica S. Pietro เป็นจุดที่พบหลุมฝังศพของst. Peterค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
เห็นคิวแล้วแถบช็อกค่ะ แถวยาวมากๆๆๆ ระหว่างรอคิวมีฝรั่งคนนึงมาขอแทรกคิว เพราะเขาหลงกะเพื่อนและติดต่อเพื่อนซึ่งอยู่ภายในไม่ได้ คนไทยใจดีอยู่แล้วค่ะ ก็เลยให้ รอคิวไปก็เลยคุยกันไป ถึงจะฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็ยังด้านคุยต่อไปค่ะ ตนไปถึงข้างในก็แยกกัน ทริปนี้ได้มิตรภาพดีๆระหว่างทางเพียบค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
ผ่านด่านตรวจเข้ามาด้านในแล้วค่ะ ที่แถวยาวน่าจะเป็นเพราะด่านตรวจเนี่ยะแหละ มีเครื่องตรวจอยู่แค่สองสามเครื่องเอง คนมหาศาลขนาดนี้ น่าจะเพิ่มซะหน่อยนะ ที่นี่ต้องแต่งกายให้สุภาพนะคะ ต้องนุ่งมิดชิดค่ะ ซึ่งคณะพวกเราไม่มีปัญหา เพราะอากาศเย็นสบายคงไม่มีเวลามานุ่งสั้นแน่ๆ

Thanks: Ro ฝากรูป
ก่อนเข้าไป หากเอาขาตั้งกล้องหรือกระเป๋าใบใหญ่ไปต้องเอาไปฝากก่อนนะคะ เค้าไม่ให้เอาเข้า

Thanks: Ro ฝากรูป
โผล่เข้าไป เห็นคนยืนมุงถ่ายรูปกันเยอะแยะ ไม่ต้องสงสัย Pietraนั่นเอง กว่าจะถ่ายรูปได้แทบจะปีกันถ่าย เป็นประติมากรรมพระแม่มาเรียอุ้มพระศพพระเยซุไว้บนตักหลังจากถูกตรึงไม้กางเขนคะ ผลงานของไมเคิลแองเจโลคะ

Thanks: Ro ฝากรูป
แท่นบูชาเหนือหลุมศพ St.Peter

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
ประติมากรรมสันตะปาปาAlexander VII

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
กระจกสี Gloria ผลงานของ แบร์นีนี รูปนกพิราบสัญลักษณ์ของพระจิตอันศักดิ์สิทธิ์โอบล้อมด้วยแสงอาทิตย์

Thanks: Ro ฝากรูป
ออกจากโบสถ์เราก็มาส่งไปรษณีย์กันค่ะ สำนักงานไปรษณีย์เห็นง่ายมากเดินลงจากโบสถ์อยูทางขวามือมีตู้สีเหลืองโดดเด่น Vatican มีตู้ของเค้าเองเลยนะเนี่ยะ

Thanks: Ro ฝากรูป


ออกมาแล้วก็ขอถ่ายรูปกับเสาVatican obeliskที่นำมาจากAlexandria ซะหน่อย

Thanks: Ro ฝากรูป

หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อค่ะ ถึงแม้วันนี้จะเดินมาจนขาลากซะ แต่มาทั้งทีต้องเที่ยวให้คุ้มค่ะ เราเดินถนนเส้นที่อยู่จรงข้ามกับ วิหารSt.peterเลยค่ะ ชื่อว่า Via della Concillazioneค่ะ ถนนเส้นนี้สวยดี ไม่ร็ว่าสวยเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะไฟริมถนนมันดูเป็นระย้าๆรึเปล่าไม่รู้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในหนัง เดินมาเรื่อยๆเราจะเจอกับ Castel Sant’ Angelo มีสะพานอยู่ด้านหน้า เห็นแล้วเหมือนอยู่ในหนัง Angel&Demonยังไงยังงั้น เวลามาประเทศนี้ แล้วเหมือนตามรอยหนังเรื่องนี้ ใครจะไปเที่ยวโรม ดูหนังเรื่องนี้ก่อนก็ดีนะคะ ให้ความรู้สึกตื่นเต้นไปอีกแบบ เสียดายที่วันนี้เป็นวันจันทร์ค่ะ วางแผนผิดพลาดไปหน่อย อดขึ้นไปดูเลย

Thanks: Ro ฝากรูป
ภาพถ่ายจากสะหานด้านหน้า Castel Sant’ Angelo ค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
มีคู่รักมาคล้องรักกันไว้อีกละ อิจฉาๆๆๆๆ ฮาฮา

Thanks: Ro ฝากรูป

ถ่ายรูปสักครู่ก็ออกเดินทางต่อค่ะ
และแล้วเราก็มาถึง Piazza Navonaค่ะ เป็นจัตุรัสที่สวยมากกกกกก จัตุรัสนี้มีน้ำพุอยู่สามที่ กลาง เหนือ ใต้ อันนี้คือน้ำพุ Fontana De Quattro Fiumi น้ำพุสี่มหานที ของแบร์นีนีค่ะ สี่สายได้แก่ คงคาของเอเชีย ดานูปของยุโรป ไนล์ของแอฟริกา ริโอเดลาพลาตาของทวีปอเมริกา เสาobeliskเอามาจากของCircus Maximus

Thanks: Ro ฝากรูป
จัตุรัสนี้มีศิลปินมาวาดรูปเยอะมาก อากาศกำลังดี ได้บรรยากาศยุโรปจริงๆค่ะ ร้านอาหารก็อยู่รอบๆเต็มไปหมด สวยจริงๆเลยค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
อีกน้ำพุที่น่าสนใจ Fountain o f the moor เป็นแขกมัวร์เป่าแตรพ่นน้ำออกมา

Thanks: Ro ฝากรูป
จากถนนตรงกลางของจัตุรัสเดินต่อมาเรื่อยๆเราจะถึงPantheon ค่ะ
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ด้านหน้าเป็นเหมือนจัตุรัสเล็กๆ ใกล้ค่ำ ผู้คนมานั่งรอบๆสวยงามมากค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
ถ่ายเสร็จเราก็ก้าวเท้าเข้าไปกันเลยค่ะ freeค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
สถาปัตยกรรมอิตาลี เค้าเน้นโดมค่ะ มีโดมทุกที่ เราเข้าไปก็ไม่รู้เป็นไรต้องถ่ายกับโดมตลอดเลย ฮาฮา


Thanks: Ro ฝากรูป
ด้านในเล็กค่ะ เดินแปปเดียวก็หมดแล้ว เลยได้มาแค่สองรูปเท่านั้น

Thanks: Ro ฝากรูป

ไว้นี้ตารางเราก็หมดแค่นี้ค่ะ ถึงเวลาทานอาหารเย็นอิตาลีของแท้กันแล้วค่ะ
นั่งร้านอยู่ริมถนนนี่แหละค่ะ ถึงอากาศเย็นแต่เค้ามีเตาผิงไฟฟ้าให้ค่ะ อุ่นมาก บรรยากาศก็ดี เราสั่งrisottoกันค่ะเป็นข้าวอบชีส ตกจานละ9 Euroเอง ไม่แพงเท่าไหร่ รสชาติอาจเลี่ยนสำหรับคนไม่ชอบชีส แต่เราชอบค่ะ ดังนั้นกินได้สบายโหลด วันที่สองก็ขอจบลงเท่านี้ละกันน่ะค่ะ









Create Date : 29 กรกฎาคม 2554
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 19:35:40 น.
Counter : 178 Pageviews.

2 comment
ิbackpack 5ประเทษกับสามสหาย part I:Italy day 1
Trip นี้ มีสมาชิกผู้ร่วมเดินทางสามชีวิตค่ะ เกรดอังกฤษได้ c กันทั้งสามคนค่ะ แต่ด้วยความกล้า + อยากหาความตื่นเต้น เราจึงจัดทริปนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันค่ะ เพิ่งจะมาเริ่มคิดกันตอนปีใหม่ เนื่องจากพอเราขึ้นปีห้า เราก็คงไม่มีเวลาเที่ยวเล่นสักเท่าไหร่ ช่วงนี้เลยต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆกันหน่อยค่ะ
เราสามคนเดินทาง 5 ประเทศค่ะ Italy(Rome>>Florence>>Venice>>Milan)>>Switzerland(Zermatt>>Interlaken>>Zurich>> stein am Rhein Schuffhausen>>Zurich>>Luzern>>
Lausanne>>Geneve)>>France>>UK(London>>Bath>>Manchester)
>>Scotland>>London

ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิวันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 54 กลับมาถึงวันที่8 เมษายนค่ะ เกือบเดือนได้ แต่ก็ได้ความแปลกใหม่ ตื่นเต้นทุกวันจริงๆค่ะ
(ทริปนี้มีรูปพวกเราเยอะหน่อยนะค่ะ คงจะบดบังวิวทิวทัศน์ไปซะหมด ตอนแรกไม่เคยคิดว่าจะมาเขียนบล็อก แต่หลังกลับมาจากเที่ยวรอบนี้ซึ่งเป็นแบคแพคครั้งแรกของพวกเรา รู้สึกว่าชอบท่องเที่ยวแบบ เที่ยวเองมากยิ่งขึ้น เลยอยากเอามาแชร์ข้อมูลกันอ่ะค่ะ อีกอน่างพวกเราไม่ค่อยมีความสามารถในด้านถ่ายรูปค่ะ รูปคงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ทำใจค่ะ)

วันเดินทาง
นัดเจอกันหน้าประตูค่ะ แต่คุณชายยังไม่มา บอกว่าไปเจอกันข้างในเลยละกัน อ๊ะ เราก็เข้าไปกันก่อนค่ะ แอบไปนั่งlounge king powerค่ะ มีขนามเค้ก มาม่า น้ำผลไม้ กระเพาะปลา ไวน์ แซนด์วืชให้กินเพียบค่ะ มีห้องอาบน้ำ คอมพิวเตอร์ นิตยสาร บริการด้วยค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
ใกล้เวลาออกเดินทาง ไปgateค่ะ ออกเดินทางโดย CX 712 S ค่ะ เปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ค่ะ เตร็ดเตร่อยู่ประมาณสี่ชั่วโมง

ARRIVED HONGKONG!!

Thanks: Ro ฝากรูป

ขอแวะshopping Zaraค่ะ ไม่มีตังค์ เลยเข้าไปดมๆเฉยๆ

Thanks: Ro ฝากรูป
หาของกินร้องท้องอีกนิด มาฮ่องกงต้องกิน โจ๊กกกก Congee>.<

Thanks: Ro ฝากรูป

และแล้วเราก็มาถึง Fiumicino airport ผ่านด่านมาอย่างงงๆค่ะ ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน แต่ที่แน่ๆเป้าหมายเราคือซื้อRoma passเพื่อจะได้นั่งรถไฟเข้าไปยังตัวเมือง ทราบมาว่าต้องไปขึ้นที่ชานชาลาเบอร์24 ว่าแต่ มันอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ยะ เดินตามคนอื่นออกมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีทีถ้าว่าจะเจอรถไฟค่ะ เลยลองถามคนอิตาลีคนนีง ว่าจะไปหารถไฟได้ที่ไหน เค้าตอบกลับมาว่า I don’t understand what you said. เอิ่ม ทำยังไงดี อังกฤษสามคนก็ใบ้ซะเหลือเกิน กว่าจะกลั่นกรองออกมาเป็นประโยคได้ พอกลั่นออกมาได้สำเนียงยังฟังไม่ออกอีก เราเลยเปลี่ยนไปถามคนอื่นแล้วพยายามกระแดะสำเนียงเข้าไว้ Finally เค้าฟังออก แล้วก็บอกทางเราจนสามารถเดินทางไปถึง มันต้องเดินออกไปนอกตัวอาคารค่ะ เหมือนเดินข้ามถนนไปด้านตรงข้ามจะมีบันไดเลื่อนขึ้นไปแล้วจะเจอรถไฟค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
เมื่อไปถึง มองหา ที่ขายตั๋วสีฟ้าค่ะ ตอนแรกก็ค้นข้อมูลมาว่าสามารถซื้อRoma pass 25Euro ซึ่งสามารถต่อรถไฟFR1เข้าไปยังตัวเมืองได้ แต่ปรากฏว่า พนักงานบอกว่า ที่นี่ไม่มีขาย ให้ไปซื้อที่Metro Roma termini เราก็เลยต้องซื้อเป็นตั๋วรถเพื่อต่อเข้าเมืองก่อน leonardo expressค่ะ มีออกทุก15นาที
อย่าลืมValidate!!!!! ตั๋วก่อนใช้งานทุกครั้งนะคะ เป็นตู้สีเหลืองอยู่แถวรถไฟอ่ะคะ ตอนแรกเก็นตู้แล้วใบ้มากไม่รู้เสียบเข้าไปตรงไหน มีช่องเสียบเข้าไป แล้วเครื่องมันจะแสตมป์ให้เองค่ะ จากนั้นก็ลากกระเป๋าขึ้นรถไฟกันค่ะ
ถ้าจำไม่ผิด สักครึ่งชั่วโมงก็มาถึง Metro Roma Tuscolanaค่ะ เนื่องจากว่าเราจะต่อ ไปmetro Manzoni เราพักอยู่ที่Ciak hostelค่ะ
แนะนำอย่างนึงค่ะ ควรเลือกโรงแรมให้อยู่ใกล้สถานีmetroที่สุด เนื่องจากการเดินทางแบคแพคมันไม่ง่ายเลยจริงๆที่จะลากกระเป๋า โดยเฉพาะหากมีการเปลี่ยนสถานีรถไฟ โดยเฉพาะManzoni ทางยังกะเข้าวงกต ขึ้น ลง บันไดแค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ไม่มีลิฟต์ให้นะค่ะ เหนื่อยสุดๆไปเลยค่ะ
หน้าตารถไฟ จ้า(เกือบทุกรูปจะต้องมีหน้าพวกเราอยู่ด้วย เรากัมลังเห่อกันอยู่ค่ะ)

Thanks: Ro ฝากรูป
และแล้วเราก็มาถึง Ciak hostelค่ะ ไม่ไกลจากสถานีManzoniมาก เราสามสหายตั้งใจว่าจะไปฝากกระเป๋ากันก่อนเพราะ ห้องยังไม่ว่าง เนื่องจากเราไปถึงประมาณสิบโมง พนักงานดีมากมีmapแจก ดูง่าย อธิบายทุกอย่างเคลียร์ และแล้วก็ถึงเวลาเริ่มตะลุยกันค่ะ
เราย้อนกลับมาขึ้นmetroค่ะ หาที่ซื้อRoma Passค่ะ ต้องซื้อที่tourist information อ่ะคะ ป้ายแดงๆ ตั๋วนี้ราคา25Euro ค่ะ สามารถใช้กับพาหนะใดๆก็ได้ ไม่จำกัดครั้ง อายุใช้งานสามวัน สามารถเลือกเข้าสถานที่ได้ฟรีสองแห่งแรก เน้นว่าสองแห่งแรก หลังจากนั้นก็อาจใช้เป็นส่วนลดได้ค่ะ ที่เน้นสองแห่งแรก เพราะตอนแรกเข้าใจผิดว่า เลือกได้ว่าจะเข้าฟรีที่ไหนบ้าง แต่ปรากฏว่าไม่ได้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะใช้กับ Colosseum/Roman Forum /palatino ค่ะ สามที่นี้นับเป็นใช้หนึ่งครั้งเท่านั้น Castel Sant’ Angelo ก็ใช้ได้ค่ะ พอซื้อเสร็จ เค้าจะให้กรอกข้อมูลแล้วก็สามารถใช้ได้ทันที ก่อนใช้ก็เอาไป ตื๊ด กับเครื่องสอดบัตรmetroอ่ะค่ะ ไม่ต้องvalidateสีเหลืองนะคะ
เราลงกันที่Colosseoค่ะ ลงจากรถไฟก็ไปตามป้ายค่ะ จะมีป้ายบอก โผล่หน้ามาจะเห็นcolosseumเลยค่ะ แถวยาวมาก ขนาดฝนตก มาถึงวันแรกฝนตกซะงั้น แต่พวกเราตื่นเต้นกันแทบแย่เลยไม่ค่อยสนใจฝนฟ้ากันเท่าไหร่ ลุยฝนไปเลย ข้อดีอีกอย่างของRoma passค่ะ มีช่องเฉพาะสำหรับบัตรนี้ ไม่ต้องต่อแถวค่ะ แต่พยายามหาช่องทางของช่องนี้ให้เจอก้อพอ ตอนแรกก็งงๆไม่รู้แถวไหนเป็นแถวไหน พยายามหาเจ้าหน้าที่ยื่นบัตรให้เค้าดู เค้าจะชี้ทางให้เองค่ะ และแล้วในที่สุด เราก็เข้ามาถึง colosseo 1ใน7สิ่งหัศจรรย์ของโลก โอ้ ว้าว อลังการงานสร้างมากค่ะ เคยมารอบนึงแล้วแต่ไม่เคยเข้ามาข้างใน ตอนนั้นก็เด็กมากจำอะไรไม่ค่อยได้ ครั้งนี้ได้ประสบการณ์ใหม่ไปอีกแบบค่ะ สามสหายจัดการถ่ายรูปกันเต็มสตรีมค่ะ ตั้งขากล้องถ่ายpanoramaไม่อายสื่อ ฝรั่งเดินไปเดินมา อีสามตัวนี้ทำอะไรกันเนี่ยะ ฮาฮา

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป
แต่แล้วเดินกันไปกันมา หลงทางกันไปสองคนค่ะ หลงกันอยู่ไปประมาณสามสิบนาที มีโรมมิ่งค่ะ แค่นาทีละหกสิบถ้าจัมไม่ผิด ในที่สุดตัดสินใจโทร แต่ คุนผู้ชายเค้าไม่รับค่ะ ทำยังไงดีเดินไปเดินมา ตารางเวลาก็ต้องรีบไปที่อื่นต่อซะด้วย และแล้วในที่สุด he ก็โผล่มา
ถึงเวลาไปที่ต่อไป มองไปแล้วงงๆไม่รู้ตรงไหนเป็นPalatino ก็ถามๆเค้าไป ก่อนไปถึงpalatino จะไม่ถ่ายรูปกับArch of Constantineได้ยังไง เด่นตระหง่านซะขนาดนั้น

Thanks: Ro ฝากรูป

แชะแชะ ประตูนี้เห็นชัดเจนเลยค่ะ หน้าcolosseum เป็นสัญลักษณ์ชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนติน ต่อ จักรพรรดิมักเซนติอุส ค่ะ
หาเจอในที่สุด Palatino ก็เดินขึ้นไปเป็นเนินค่ะ มีซากโบราณ เล็กๆน้อยๆตลอดทาง และแล้วก็ถึง Stadium of Augustana ค่ะ เดินไปเดินมา แล้วก็มาโผล่ทางออกค่ะ


Thanks: Ro ฝากรูป

Stadium of Augustana ค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
ตอนแรกเดินแล้วงงๆค่ะ เลยผ่าน Roman Forumไปอย่างน่าเสียดาย พยายามหาถนนFori Imperialค่ะ กลับมาเพิ่งจะรู้ว่าRoman Forumอยู่บนถนนเส้นนี้ วันนั้นเป็นวันอะไรสักอย่าง มีพาเหรดที่ถนนนี้ค่ะ เหมือนcarnivalค่ะ มีคนแต่งตัวมากมายเลย สีสันสวยงาม แวะซื้อของกินริมทางหน่อย มันคล้ายแซนด์วิชแต่อันใหญ่ๆมีหลายหน้าค่ะ เราเลือกแฮมเห็ดค่ะ ดูbasicสุดล่ะ รู้สึกว่าจะ4 Euroถ้าจำไม่ผิด รสชาติก็ธรรมดาค่ะ แต่ตอนนั้นหิว อะไรก็กินล่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
เดินไปเรื่อยบนเส้นนี้และแล้วจะเจอ Vittoria emanueleII แวะถ่ายรูปกันค่ะ ด้านหน้าจะเป็น Piazza Veneziaค่ะ เป็นแหมือนวงเวียนมองเห็นPalazzo Veneziaตึกปราสาทสีน้ำตาลอ่ะ(รูปอยู่อีกกล้องนึงค่ะ เดี๋ยวเอาไว้มาลงให้ดูนะคะ)คะ

Thanks: Ro ฝากรูป
จากนั้นสามสหายข้ามถนนไปถนนเส้นที่อยู่ตรงกับหน้า Vittoria emanueleIIพอดี ชื่อCorsoเดินบนเส้นนี้เรื่อยๆ ระหว่างเป็นร้านค้าทั้งนั้นเลยค่ะ เดินเรื่อยๆจะมีป้ายบอกว่าทางนี้ไป Fontana del Trevi หรือถ้าไม่เห็นป้ายก็ดูเรื่อยๆจนเห็นถนนตัดCorsoชื่อ Via delle Muratteค่ะ ก็เลี้ยวขวาค่ะเดินเรื่อยจะเห็นเอง(บางอันก็เป็นข้อมูลที่หาๆมาตอนก่อนจะมาอ่ะค่ะ แต่พอมาจริงๆก็ลองแหวกแผนดูบ้าง เผื่อเจออะไรใหม่ๆ) ถ้าจะมาทางmetroอ่านมาที่ Metro barberini อันนี้คิดว่าใกล้สุดแล้วค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
รอบๆ Fontana del Trevi ร้านGelatoเพียบ ไม่รู้ร้านไหนอร่อยเหมือนกัน ฝนก็ตกหนักเลยขอเข้าไปหลบฝนกะกินไอติมไปพลางๆหน่อยดีกว่า Rasberry & Maccademiaค่ะ ก็อร่อยดี จำได้ว่าสองรส4 Euroแต่ว่าแอบผิดหวังเพราะคาดไว้เยอะคิดว่า คิดว่าได้กินต้นตำหรับที่ต่างจากบ้านเราซะหน่อยยย

Thanks: Ro ฝากรูป

Thanks: Ro ฝากรูป

ค่อยยังชั่วฝนซาลงแล้วว จะพลาดได้ไง ขอโยนเหรียญหน่อยค่ะ รอบที่แล้วก็มาโยนเหรียญ สงสัยจะจริงว่าจะได้กลับมาที่โรม รอบนี้ขอโยนอีกค่ะ จะได้กลับมาอีก เย้ๆๆๆ
ออกตะลุยอีกรอบค่ะ เดินตามถนนเล็กๆข้างน้ำพุเทรวี่ตรงไปแล้วจะอยู่บน Via del Tritoneเลี้ยวขวาค่ะ เดินไปห้านาทีจะเห็น Piazza Barberini มีFontana del Tritone อยู่ตรงกลางค่ะ ฝนยังคงตกพรำๆ อากาศก็เย็นๆแต่ไม่หนาวมากค่ะ แต่ลมนี่ซิ ร่มเป็นกระสวยไปไม่รู้กี่รอบค่ะ ลมบ้านเค้านี่แรงจริงๆ ดูทิศทางลมให้ดีๆน่ะคะ ถือร่มตามลมไว้ค่ะ ไม่งั้นจะเป็นกระสวยแถมน้ำยังกระเด็นใส่หน้าเราอีกกกก

Thanks: Ro ฝากรูป
แวะถ่ายรูปสักครู่ เดินต่อค่ะ จากน้ำพุ เราต้องหาถนนชื่อ Via Sistina เดินจนสุดสาย เราจะไปโฟล่ด้านบนของ Scala di Spagna บันไดสเปน แต่โล่งๆมากคะวันนี้ฝนตกอยู่เลย ที่นี่ต้องระวังpickpocketมากๆค่ะ แต่ไว้นี้ถือว่าชิวๆเพราะคนน้อยไม่ค่อยเบียดเสียดค่ะ ถึงคนจะแน่น เราไม่หวั่นค่ะ เตรียมตัวกันมาอย่างดี แบ่งถุงเงินเป็นสามถุง ซ่อนไว้ในสุดๆ เราออกจะกระยาจกเล็กน้อย สามสหายพอเงินสดตลอดการเดินทางค่ะ เพราะคิดว่าประหยัดที่สุดเลยแลกเงินมาจากsuper richแล้วพกเงินสดตลอดการเดินทาง ถ้าโดนปล้นหมดตัวเลยทีเดียว
ด้านบนบันไดสเปน มีโบสถ์และเสาโอเบลิสก์ค่ะ มองจากด้านล่างนี่ สวยงามทีเดียว อดนึกจินตนาการถึงวันฟ้าแจ่มไม่ได้ คงจะมีคนมานั่นอยู่บนบันไดนี้จำนวนมาก เคยเห็นก็แต่ในหนัง ว้า เสียดาย จริงที่วันนี้ฝนตก

Thanks: Ro ฝากรูป
ด้านล่างบันไดสเปนจะเจอFontana Della Baecaccia น้ำพุปลา คนถ่ายรูปกับเจ้าปลาเยอะมาก
ถนนด้านหน้าบันไดเสเปนนี้เอง Via Condotti ,fashion high-end ของที่นี่ถูกรวบรวมไว้หมดเลยค่ะ แอบเดินเข้าไปดูร้านนึง Prada สวยมาก แต่ไม่มีตังค์ซื้อ ขอเล็งไว้ก่อนละกันค่ะ จะซื้อไปฝากแม่
ออกมาstartที่หน้าน้ำพุปลาอีกรอบ จะเป็นที่โล่งกว้าง เดินไปตามถนน Via del Babuino จะไปโผล่ที่Piazza del Popolo ที่ตั้งของSanta Maria del Popolo วันอาทิตย์เข้าชมฟรีจ้า ซึ่งเคยเป็นสุสานใต้ดินของจักรพรรดิเนโรคะ

Thanks: Ro ฝากรูป

ตรงกลางจัตุรัสแห้งนี้ยังมี เสาโอเบลิสก์ฟลามิเนียน อายุกว่า3200ปี ตั้งอยู่คู่กับน้ำพุสิงโตค่ะ

Thanks: Ro ฝากรูป
เอ่อ ต้องขอโทษที่ยืนบังหมดค่ะ ไม่มีรูปที่ถ่ายเสาเดี่ยวๆเลย

Thanks: Ro ฝากรูป
ฟ้าเริ่มจะมืดสนิทแล้วค่ะ ออกเดินทางขึ้นmetroกลับเข้าที่พักค่ะ แอบหาของกินก่อนเข้าที่พักก่อนละกัน






Create Date : 27 กรกฎาคม 2554
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 21:32:29 น.
Counter : 339 Pageviews.

5 comment

cloud ballet
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]