สวัสดีคุณครู สู้เว้ย..
Group Blog
 
All Blogs
 

go to Macao Shenzhen Hongkok


นี่เป็นกิจกรรมหนึ่งของนักศึกษาทุน ครู 5 ปีที่น่าประทับใจ
วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2552 เดินทางไปที่มาเก๊า
เวลา 02.30 น. ต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางไปร่วมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 05.00 น. ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของข้าพเจ้าที่จะได้เดินทางออกนอกประเทศ เมื่อถึงเวลาทุกคนก็เข้าเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ของสายการบิน THAI AIR ASIA โดยมีเจ้าหน้าที่หรือไกด์ ในที่นี้ก็คือ พี่โอ๊ต นั่นเอง เมื่อตรวจเช็คเอกสารสัมภาระและที่นั่งทุกอย่าง จนกระทั่งถึงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่จะต้องขึ้นเครื่อง และมุ่งหน้าสู่มาเก๊าดินแดนแห่งคาสิโน ในเวลา 07.00 น. โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็จะได้สัมผัสกับเมืองมาเก๊าของจริงซึ่งไม่กี่อึดใจ และประมาณ 10.30.ความตื่นเต้นก็มาถึงเมื่อเครื่องลงจอดและผู้โดยสารทุกคนลงและสิ่งที่ได้สัมผัสอย่างแรกในมาเก๊า คือ อากาศที่เย็นกว่าในเมืองไทย บางคนถึงกลับต้องหยิบเสื้อกันหนาวที่อยู่ในกระเป๋าออกมาใส่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่นี่จะค่อนข้างเคร่งครัด ห้ามถ่ายรูป แต่ก็ยังมีพวกเราที่แอบถ่ายเมื่อตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เห็นก็จะมุ่งหน้ามาที่เราก็แล้วก็ห้ามเราด้วยหน้าตาที่เคร่งครึม




เมื่อออกจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ทุกคนก็เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ซึ่งมีไกด์พิเศษชื่อ
พี่บอย นำเที่ยวชมเมืองมาเก๊า และมุ่งหน้าไปที่วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นสถานที่แรก ระหว่างทางทุกคนต่างตื่นเต้นกับภูมิทัศน์รอบข้างที่เต็มไปด้วยน้ำหรือทะเล ซึ่งหากสังเกตจะเห็นว่าเป็นเมืองที่ได้รับการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีตึกสูงสวยงามมากมาย มีบ้านที่มีสไตล์การสร้างคล้ายกับตะวันตก และชอบสร้างไว้บนที่สูง เช่น ภูเขา ถนนในมาเก๊าจะมีลักษณะเป็นวันเวย์ ซึ่งเมืองนี้มีรถน้อยมาก รถไม่ติดเหมือนในกรุงเทพ เมื่อนั่งรถชมเมืองมาได้สักพักหนึ่งรถก็มาถึงจุดหมาย คือ วัดอาม่า ภายในวัดอาม่าจะมีศาลเจ้า มีก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งแกะสลักรูปเรือสำเภาโบราณมีความเชื่อว่าหากใครได้สัมผัสลูบคลำจะร่ำรวยเงินทอง ซึ่งทุกคนก็ยินดีที่จะทำอย่างนั้น และอักษรจีนขนาดใหญ่ซึ่งๆไม่ทราบว่าผู้ใดไปสลักหรือเขียนไว้บนก้อนหินใหญ่ เป็นศิลปะที่บ่งบอกถึงความเป็นจีนจริงๆ


หลังจากได้กราบไว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้า ไกด์ก็นำเราไปชม องค์รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นองค์รูปปั้นที่มีความสวยงามรูปร่างไม่เหมือนกับที่เคยพบเจอเพราะเป็นรูปปั้นที่ชาวโปรตุเกสสร้างในโอกาสคืนมาเก๊าให้จีน จึงทำให้เจ้าแม่กวนอิมมีศิลปะแบบลูกครึ่งตะวันตกและตะวันออก เมื่อชมความงามและสักการะของเจ้าแม่อวนอิมเสร็จ ทุกคนก็พักรับประทานอาหารที่โรงแรม ซึ่งทุกโรงแรมของมาเก๊าจะมาสถานบันเทิง มีคาสิโนให้สำหรับคนไปเล่นภายในคาสิโนแต่เราก็ได้แค่ดู เพราะเล่นไม่เป็น หลังจากอิ่มท้องการท่องเที่ยวก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไกด์นำเราไปชมความงดงามของ โบสถ์เซ็นปอล ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊า ที่เคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันในดินแดนตะวันออกไกลและเกิดเพลิงไหม้เหลือเฉพาะบานประตู ทุกคนต่างเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป และอิ่มหนำกับการเดินช้อปปิงจากตลาดด้านหน้าของโบสถ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเยาวราชเมืองไทยแต่ของคล้ายคลึงกับจตุจักร ซึ่งก็เป็นที่น่าพอใจกับคณะทัวร์เลยทีเดียว

และแล้วก็มาถึงสเปเซี่ยลในวันนี้คือ การเที่ยวชม เดอะ เวเนเซี่ยน หรือเวนิสมาเก๊า โรงแรมครบวงจรใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายในเราจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบเวนิส และตื่นเต้นกับการเสี่ยงโชคของบุคคลอื่นในคาสิโนที่ใหญ่โต ทามกลางกับแหล่งชอปปิ้งแบรนเนมคล้ายกับบ้านเรา เดียววันหลังจะเอารูปมาลงนะคะ แอมไม่ค่อยถนัดเลยยยยย..คะเอารูปลงเนี้ยย ใครก็ได้ช่วยสอนให้หน่อยนะคะ จะได้เอาภาพสวยๆมาให้ชมกัน..ขอความกรุณาด้วยคะ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2552 เดินทางไปดูงานที่โรงเรียน และมุ่งหน้าสู่เซิ้นเจิ้น
อ่านต่อคราวหน้านะคะ




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2552 2:07:24 น.
Counter : 246 Pageviews.  

ปี 1 freshies- เรื่องคบเพื่อน

สวัสดีกรุงเทพฯ + มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม อืมตอนเข้ามาแรกยังเป็นราชภัฏเฉยๆเนอะ แต่เดียวนี้พัฒนาแล้ว..ก็จะกล่าวถึงประสบการณ์ที่ใครๆหลายคนก็ผ่านมาแล้วกับการเรียนมนรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งก็สอนให้เราเรียนรู้อะไรหลายอย่าง...โดยเฉพาะเราเป็นเด็กต่างจังหวัดเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้และป้องกัน เรียนรู้อะไร เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบใหม่..ในเมืองใหญ่ ที่มีผู้คนหลากหลายทั้งใจดีและใจร้าย ดั่งนั้นเราก็ต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากคนที่ใจร้าย ร่วมทั้งสิ่งยั่วยุทั้งหลาย อิอิ แต่ก็อย่างว่าคนเรามันก็มีกิเลสเป็นธรรมดา การเรียนรู้จึงมีหลายรูปแบบ....ดังจะกล่าต่อไปนี้นะคะ

เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเอง
>....จากอ้อมอกพ่อและแม่ มาเรียนรู้เพื่อจะเป็นแม่พิมพ์ของชาติ อืมก็ไม่ได้รำบากอะไร เพียงแต่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม แต่ก็ไม่เคยลืมชีวิตดั้งเดิมเลย..เหมือนคนเป็นครูที่ถูกครูสอนอยู่เสมอว่า..."จะต้องปรับตัวในกลมกลืนกับครู นักเรียน สถานศึกษา" (ยากนะใช้เวลาอย่างน้อย 2 อาทิตย์ได้ สำหรับ ampiza นะ) ปรับตัวไง กับใครล่ะ มาดู เดียววันนี้เอาแค่
........ปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมชั้น ร่วมสถาบันก๋อนแล้วกัน... เอาล่ะเริ่ม


1. ก็เหมือนที่ตามหลักพระพุทธศาสนาเพื่อนมีอยู่ 2 ประเภทคละๆกันไปนะคะ ก็คือ มีทั้งเพื่อนแท้ และเพื่อนเทียม ซึ่งเราสังเกตได้ง่ายๆเลยว่าเพื่อนที่เราคบอยู่นั้นมีลักษณะดังนี้หรือเปล่า

เพื่อนแท้ 4 ประการ 1. เพื่อนที่ค่อยช่วยเหลือยามที่เราเดือดร้อน หรือไม่มีตังค์ ก็คือ เพื่อนที่มีอุปการะ
2. เพื่อนสนิทค่อยให้คำปรึกษา คือ เพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์
3. เพื่อนที่ห้ามเราเมื่อเราคิดไม่ดี ห้ามไม่ให้ไปเที่ยว สรุปห้ามทำชั่ว แต่ชักชวนให้เข้าห้องสมุด อ่านหนังสือ อิอิ ก็คือ เพื่อนที่ค่อยแนะนำประโยชน์
4. เพื่อนที่ควรยกย่อง สรรเสริญเราทั้งต่อหน้าและลับหลัง เจ็บร้อนแทนเมื่อเราถูกนินทา อืมชอบจริงๆ ก็คือเพื่อนที่มีน้ำใจไง

แต่ขณะเดียวกันมันก็มีศัตรูที่แฝงมาในร่างของมิตรเหมือนกันนะ ถึงว่าเวลาคบคนน่ะต้องให้ดูนานๆ...ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าคบคนจะต้องดูเฉพาะหน้า นะ จะต้องดูใจด้วย สำคัญมากมายเลยทีเดียว อืมสำหรับไอ้ศัตรูที่แฝงมาในร่างมิตรเนี้ยน่ากลัวจริงๆ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเพื่อนที่เราคบนะมีลักษณะที่เป็นด้วยหรือเปล่า หรือเพื่อนประเภทนี้ราเรียกว่า เพื่อนเทียม ก็มี 4 ประการเหมือนกันนะ
1. เพื่อนที่คบเราเพื่อหวังผลประโยชน์จากเรา ถ้าเราไม่มีประโยชน์ก็เลิกคบ หนีหายตายจากเราไปเลยนะ เพื่อนแบบนี้เรียกว่า เพื่อนปอกลอก พวกเห็นแก่ตัว
2. เพื่อนดีแต่พูด ไม่ได้ช่วยอะไรเลย วันๆชอบโม้ และก็โอ้อวดว่าตัวเองเก่ง พอจะให้ทำขึ้นมาจริงๆ เหอะๆๆ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ
3. เพื่อนหัวประจบ ถ้าคุณเป็นคนเชื่อคนง่าย คุณจะเสียคนเพราะเพื่อนประเภทนี่นะ เพราะวันๆ เวลาต่อหน้าเราก็จะสรรเสริญ ยกยอ ฉันจะทำความเลว ไม่ได้ห้ามเลย ส่งเสริมอีกต่างหาก พอลับหลังดันเอาไปนินทาซะงั้น แย่จริงๆ
4. เพื่อนประเภทที่ 4 พบเจอบ่อย อิอิ ก็เป็นเรื่องปกตินะ ก็คือ เพื่อนที่ชักชวนไปในทางเสียหาย ในมหาวิทยาลัย..ก็เยอะ แม้แต่วัยทำงาน เพื่อนประเภทนี้จะชอบชวนเราไปในทางอบายมุขทั้งปวง ใครใจอ่อน เราก็ไปกันเถอะ พอกลับมาก็ไม่มีอะไรจะกินแล้ววันรุ่งขึ้น อิอิ

การปรับตัวในสถานศึกษานั้นจึงสำคัญ เรื่องเพื่อนไปแล้ว ต่อไปเรื่องไรดีหว่า...ขอคิดอีกรอบนะ




 

Create Date : 21 เมษายน 2551    
Last Update : 23 เมษายน 2551 23:37:42 น.
Counter : 222 Pageviews.  


ampiza
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ครูพันธุ์ใหม่

Smiley...You Are WelCome....Smiley

SmileyTo.. AMM  A Teacher to be..SmileySmiley



Free TextEditor เว็ปสำหรับครูรุ่นใหม่  ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม
แจกฟรี โค้ดเมาส์ โค้ดแต่งhi5 แจกฟรี โค้ดเมาส์ โค้ดแต่งhi5
Friends' blogs
[Add ampiza's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.