<<
มีนาคม 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
6 มีนาคม 2556
 

ปัญหาโลกแตก... (ญี่ปุ่น)ถามอย่าง (พี่ไทย) ตอบอย่าง... จะล่ามยังไงละเนี่ยยย

วันนี้บังเอิญไปเจอกระทู้กลุ่มล่ามหัวข้อนึง...

ซึ่งกระทู้นั้นมีการระบายความกลัดกลุ้มของล่ามอ่านไปอ่านมาเลยรู้ว่า... 

ปัญหาบทสนทนาแบบ “ไปไหนมา...สามวาสองศอก”เป็นปัญหาที่ล่ามทุกคนต้องเจอ


ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเป็นญี่ปุ่นถาม ไทยตอบ

แต่ไม่ใช่ว่าคนญี่ปุ่นเป็นพวกตอบตรงคำถามทุกคนนะคะ

บางทีอิฉันแปลคนญี่ปุ่นพรรณนาไปสามหน้ากระดาษแล้ว..

อิฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณเธอต้องการสื่ออะไร...Smiley

แอบกระซิบถามคนญี่ปุ่นอีกคนเผื่อว่าเราไม่เข้าใจ...

ญี่ปุ่นอีกคนบอกไม่รู้เหมือนกัน...ซะอย่างนั้น ฮ่าๆๆSmiley


อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นจะตำแหน่งใหญ่กว่าคนไทย 

คนไทยเลยไม่ค่อยซักไซ้อะไรคนญี่ปุ่น 

แต่คนญี่ปุ่นขี้ถาม ขี้สงสัย แล้วมีอะไรก็ถามล่าม..เพราะคุยภาษาเดียวกัน

บางทีขี้สงสัยจัดเจอคนไทยตบตูดขวดกระทิงแดงยังถามเลยว่าจะตบไปทำไม... 

แล้วถามล่ามนะคะ ไม่ได้ถามคนตบตูดขวด Smiley

เจอแบบนี้ ล่ามก็ไม่ต้องพาซื่อ..เดินไปถามคนกินกระทิงแดงให้นายก็ได้...

ตอบเองมั่วๆ ไปเลย...บอกว่า “จะได้นัวๆ งี้”Smiley


คนญี่ปุ่น ขี้ถามเพราะอยากรู้ “ข้อเท็จจริง” โดยเฉพาะเรื่องงานนั่นแหล่ะค่ะ


ส่วนพี่ไทย...

ล่าม... ”เพ่ๆนายเรียกแน่ะ..เห็นว่าอยากถามเรื่องปัญหาxxx”

พี่ไทย..“เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยวนะ..ข้างบนเขาสั่งมาผมก็ทำตาม ผมบ่ฮู้ ผมบ่หัน... (ร้อนตัวจนไอร้อนออก)”Smiley

ล่าม.... “เอ่อพี่...นายเขาอยากถามว่าปัญหานี้เป็นบ่อยมั้ย?”....(-_-“) (ออกตัวแรงจิ๊งง)


หรือ...


ล่าม.. “พี่คะเค้าถามว่าปัญหานี้แก้ไขเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย? 

(แปลว่าหายแล้วนะไม่เกิดปัญหาอีกนะ)”

คนไทย.. “คือน้อง..วันนั้นน่ะพนักงานเค้าลาพักร้อน..ต้องเอาเด็กฝึกงานมาช่วย..พอเกิดปัญหามันก็เลยรู้ตัวช้าแถมยังเป็นกะดึก เอ็นจิเนียร์ก็ไม่อยู่ ต้องรอเช้าก่อน.... บลาบลาบลา”

ล่ามก็หันไปแปลตามที่ว่า..(พูดยาว ถ้าไม่แปล ญี่ปุ่นจะโมโหว่าเราไม่ทำงาน).... 

ญี่ปุ่นฟัง...ปุ๊บ  “ไม่ใช่ฉันไม่ได้ถามแบบนี้ เธอแปลถูกเปล่าเนี่ย?”...Smiley

ล่าม..... SmileySmiley

แล้วบทสนทนาก็จะวนกลับไปแบบเก่าเป็นวงจรอุบาทว์ที่ปวดหัวและนอยด์ทั้งคนถาม คนแปล คนตอบ

....สรุป..คนไทยชอบมโนไปเองว่า..นายเรียกถามแปลว่าจะโดนสอบสวนหาคนผิด..

เลยตอบปัดความผิดไปก่อน หรือ...ตั้งใจจะตอบให้ตรงคำถาม..แต่“รอหน่อย” 

อธิบายอยู่..ข้ามสเต็ปแล้วเดี๋ยวพี่จะลืม... (พี่สรุปใจความไม่เป็น)


เจอสถานการณ์แบบนี้เข้า....

ล่ามบางคน...กดดันโมโห.. อะไรฟะ..เอะอะก็โทษล่าม...Smiley

ล่ามบางคน..ตีมึน...ก็กุแปลถูกกุจะแปลแบบนี้ Smiley

ล่ามบางคน...เค้าไม่เก่งเค้าไม่ดี เค้าขอโต๊ดดด... Smiley


การแก้ปัญหา...

หลายคนบอกเค้าพูดยังไงก็แปลอย่างนั้น เค้าจ้างมาแปลนิคะ... วิธีนี้มันใช้ได้แค่บางกรณีค่ะ

แต่วิธีที่จะทำให้ทุกคนแฮปปี้เสียเวลาน้อย แต่ได้งานคือ 

เราต้องรู้จักเนเจอร์ของคนสองชาติพูดคนละภาษาเดียวกันนี่ก่อน

อย่างที่บอก...คนญี่ปุ่นขี้ซัก..เพื่อจะได้รู้ข้อเท็จจริงแล้วนำข้อมูลไปวิเคราะห์... 
แต่คนไทย มักกลัวความผิด เลยตอบไม่ค่อยตรงคำถาม 
หรือบางคนอาจจะตอบตรงแต่พูดจายืดเยื้อไป...
ถ้าเจอคนไทยสมองไอน์สไตน์... มันจะตอบข้ามไปอีกสามสเต็ปที่เขายังไม่ถาม.. 
(มันอ่านเกมไว้ก่อนแล้ว...) 

 

เมื่อเนเจอร์คนสองชาติไม่เหมือนกัน..

เราจะล่ามแบบถามมาแปลไป ก็แลจะเหนื่อยและยืดยาว


ล่ามมีความพิเศษกว่าเครื่องแปล..ตรงประมวลผลสรุปข้อมูลได้ เข้าใจนัยยะที่ซ่อนอยู่ได้

เราก็ควรใช้ความสามารถในของการเป็นมนุษย์ด้วยการนำเอาวิจารณญาณพวกนี้มาใช้

ล่ามไม่จำเป็นต้องพูดเหมือนสารต้นทางทุกคำ

ไม่จำเป็นต้องพูดได้จำนวนพยางค์เท่ากัน...

แต่จำเป็นต้องพูดได้ความหมายเดียวกับสารต้นทาง d(^^)


มันแปลว่าล่ามสามารถบิด ดัดแปลง ประโยคที่ได้ยินมา 

แล้วสื่อออกไปให้ได้ความหมายเดิม...(อย่าตอกไข่ใส่สีเป็นใช้ได้)


ดังนั้นประโยคที่แปล..มันอาจจะสั้นกว่าต้นทางหรือยาวกว่าต้นทาง..

นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าแปลแบบไหนคนฟังเค้าจะเข้าใจได้ตามที่ต้องการสื่อ

อิฉันเคยแปล...ประโยคเดียวสามรูปแบบ...เพราะพี่คนไทยเขาไม่เข้าใจ 

เราก็เปลี่ยนวิธีพูดไปเรื่อยๆ ..ให้เขาเข้าใจโดยคงความหมายไว้เหมือนเดิม...


เพราะเราต้องเตือนตัวเองไว้ว่าวัตถุประสงค์หลักของการล่ามคือ 

“ทำให้เขาสื่อได้ตรงความต้องการที่สุด แล้วทำให้สองฝ่ายเข้าใจตรงกัน”

เขาไม่ได้จ้างเฟอร์บี้มาล่าม ไม่ต้องเหมือนเดิมทุกคำพูดก็ได้ค่า


ปอกะลิง... นี่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผลดี..จึงนำมาบอกต่อ ใครไม่เห็นด้วย หรือมีวิธีที่เจ๋งกว่า ติชมกันได้นะคะ  ^^




 

Create Date : 06 มีนาคม 2556
3 comments
Last Update : 6 มีนาคม 2556 13:55:35 น.
Counter : 3955 Pageviews.

 
 
 
 
แม่บุญแปลฝรั่งเศสเป็นไทยให้สามีเข้าใจยังยากเลยค่ะ ความรู้แค่หางอึ่ง..อิ อิ
 
 

โดย: Maeboon วันที่: 6 มีนาคม 2556 เวลา:14:54:09 น.  

 
 
 
เข้าใจค่ะ บางทีไม่ใช่แค่กำแพงภาษา แต่กำแพงวัฒนธรรมก็ใหญ่เหมือนกัน
 
 

โดย: YuZuPoN วันที่: 6 มีนาคม 2556 เวลา:16:01:10 น.  

 
 
 
ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์มาก
 
 

โดย: BeeryKiss วันที่: 18 มีนาคม 2556 เวลา:19:22:20 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

YuZuPoN
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เคยเป็นล่ามเป็นโซ่ในองค์กรพี่ยุ่นมาหลายปีดีดัก
ก็เลยจะมาแบ่งปัน ประสบการณ์ ความรู้ มุมมอง ใดๆ
เผื่อเป็นประโยชน์แก่ปวงประชาบ้าง

New Comments
[Add YuZuPoN's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com