Love Rosie...หนังสูตรสำเร็จ? โดยชีวิตไม่สำเร็จ

(สปอยล์เนื้อหาบางส่วน)

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งไปดูหนังกับแกงค์สาวๆ มา หนังที่เหล่านางๆ เลือกดูคือเรื่อง Love, Rosie
เห็นชื่อเรื่องแล้วคิดถึงนิโคลัส สปาร์ค อะไรประมาณนั้น แต่ไม่ใช่ผลงานของเค้าหรอก 

สาเหตุที่เลือกดูอันดับแรก สารภาพว่าเพราะความหล่อของพ่อฟินนิค แห่งฮังเกอร์เกม และความสวยของสาวสโนว์ไวท์...ลิลลี่ คอลลิน และไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังทั้งสิ้น ไม่ได้อ่านเรื่องย่อ ไม่ได้ดู Trailer อ่านแต่วิจารณ์หนังในเพจหนังรอมคอมเพจนึง (ซึ่งก็อวยนั่นแหละ) และเดือนพฤศจินี่ เป็นเดือนแห่งหนังน่าดู หนังแต่ละเรื่องที่โฆษณาช่วงนี้เห็นแล้วน้ำลายหยด ที่ดูก็เพราะอยากมีช่วงเวลาหนุกหนานแบบสาวๆ (เมื่อไหร่เธอจะเข้าเรื่อง?) เอิ๊ก เอิ๊ก

Love, Rosie คือเรื่องของเด็กผู้หญิงอังกฤษวัย 18 ปีคนนึงที่มีเพื่อนสนิท (อยู่ละแวกบ้าน) เขาชื่อว่า อเล็กซ์ อเล็กซ์ฝันอยากเป็นหมอ ส่วนโรซี่ฝันอยากเป็นเจ้าของโรงแรม แต่ว่าเส้นทางชีวิตทั้งเรื่องการงานและความรัก มันไม่ได้ง่ายอย่างฝัน อเล็กซ์ประสบความสำเร็จในอาชีพหมอที่บอสตัน แต่มีเรื่องราวที่ทำให้โรซี่ติดอยู่กับชีวิตคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวที่อังกฤษ

ในความคิดเห็นเราคิดว่าเรื่องนี้เป็น ธีมหนังรัก ที่แทรกความเรียลไว้อย่างครึ่งๆ กลางๆ เมื่อมันเป็นหนังรัก มันจึงดำเนินไปในขนบที่เพ้อๆ อยู่บ้าง ไม่ได้ทำร้ายจิตใจคนดูมากไป ถึงมีเรียลบ้าง แต่ก็ไม่ได้เรียลจนคนชอบเพ้อรังเกียจ และถ้าจะพูดเรื่อง "ท้องวัยทีน" หนังช่วงนี้ส่วนตัวเรานึกถึง "จูโน่" แต่โรซี่ไม่แนวเท่าจูโน่นะ โรซี่จะออกแนวหญิงๆ เฮฮาประสาว 18 ใสๆ มากกว่า 

สิ่งที่ได้จากหนัง มีคำนึงแวบเข้ามาในหัวเลย คือคำว่า "ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน" เพราะชีวิตของโรซี่ล้มลุกคลุกคลาน ไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนแผนที่วางไว้ให้ตัวเองได้ทันที แต่ก็ใช่ว่าไม่มีโอกาสนี่ โอกาสมันมีเข้ามาเสมอ ในรูปแบบอื่น อาจจะไม่ใช่รูปแบบที่เราหวัง และสิ่งที่คิดในตอนที่ดูหนังคือ ชีวิตเราพลาดได้นะ (แต่อย่าพลาดมันก็ดีแล้ว) เมื่อพลาดได้ก็ลุกขึ้นมายิ้ม และเดินต่อได้เหมือนกัน

ใครบางคนบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังสูตรสำเร็จ เราไม่เถียงเพราะมันเป็นหนังรัก เราชอบอ่านนิยาย เราชอบที่จะโดนหลอกในโลกแฟนตาซีของสาวกุ๊กกิ๊ก แต่เราก็กล้าพอที่จะเชิดหน้ารับความเป็นจริง เราว่าชีวิตโรซี่ ถ้าเล่าแบบหนังเรียลมันเครียดนะ ผู้กำกับ/คนเขียนเก่งออก ที่เล่าเรื่องความไม่สำเร็จของคนๆ หนึ่ง ในมุมตลกร้ายและกุ๊กกิ๊กได้ขนาดนี้ (ในที่สุดฉันก็อวยหนังเรื่องนี้สินะ) เอิ๊ก เอิ๊ก



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2557 12:38:56 น.
Counter : 573 Pageviews.

1 comment
รำลึกถึงครอบครัวน้ำซ่า และการจากไปของแฟนต้า
แมวตัวแรกที่ฉันเลี้ยง เป็นแมวที่หนีออกจากบ้านที่อยู่ปากซอย มาอยู่บ้านฉัน (ซึ่งอยู่ก้นซอย) เจ้าของเรียกมันว่า 'โบนัส' โบนัสเป็นแมวเรียบร้อยและซื่อสัตย์ เป็นแมวสามสี ตาสีฟ้าสวยมาก มันอยู่กับฉันหลายปี เราเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า 'แมวโก๊ะ' เพราะมันทำอะไรโก๊ะๆ ตลกดี ฉันมีความทรงจำกับแมวโก๊ะมากเหลือเกินถ้ามองย้อนกลับไป

ตอนที่แมวโก๊ะอยู่ด้วยเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยว ที่ฉันต้องไปเรียนมหา'ลัยที่ต่างจังหวัด หน้าที่การดูแลแมวโก๊ะจึงเป็นของน้องสาว แมวโก๊ะมีลูกชื่อ ดอกแก้วกับนมแมวเป็นแมวสีขาวปลอดตาสีฟ้าอีกเช่นกัน ต่อมาแมวโก๊ะก็ตายเพราะเป็นโรคลำไส้

นมแมวเป็นแมวตัวผู้ลูกรักของพ่อ มันอ่อนแอตั้งแต่เด็ก แต่ว่ามันจงรักภักดีกับพ่อมากจริงๆ ตราบจนวันสุดท้าย เสียดายที่มันอายุสั้น ต่อมาดอกแก้วก็ออกลูกครอกใหญ่ มีเยอะมาก มีสีเดียวกันหมดคือสีส้ม มีหัวหน้าฝูงที่ฉันจำได้ดีคือทองเอก แมวเยอะมากจนโดนข้างบ้านรำคาญและวางยาเบื่อ ในที่สุดก็เหลือทองเอกตัวเดียว

ทองเอกแมวสีส้มมีลูกต่อมาอีกสี่ตัว คือสไปร์ โคล่า แฟนต้า และแป๊บซี่ ต่อมาโคล่าติดสัดหนีออกจากบ้าน สไปร์ตายตั้งแต่เด็ก พอแฟนต้ากับแป๊บซี่โตเป็นสาว ฉันก็พาไปทำหมัน ทำหมันมาใหม่ๆ แป๊บซี่ก็หนีออกจากบ้านไปอีกตัว (คิดเล่นๆ ว่ามันแค้นที่ไปทำหมันมัน)

แฟนต้าเป็นแมวตัวสุดท้ายที่ฉันมีอยู่ ช่วงนี้ฉันก็ไม่อยู่บ้าน อยู่กทม. แมวติดพ่อมาก เพราะพ่อรักสัตว์มากกว่าแม่ มันดื้อเหมือนทองเอก ปราดเปรียวและว่องไว แต่มันรักฉันมาก เหมือนมันจะรู้ว่าฉันคือคนแรกที่เก็บมันมา และตัดสินใจเลี้ยงยายทวด ยาย และแม่ของมัน แมวตัวเมียมักอยู่กับฉันยืน ไม่รู้ทำไม ช่วงหน้าฝนปีนี้แฟนต้าจากฉันไปแล้ว เพราะฉันเลี้ยงแมวไทยแบบปล่อยตามสบาย แมวออกจากบ้าน พอรู้ว่าป่วยหนักก็สายเกินไป ฉันไม่เสียใจเพราะมันตายสมศักดิ์ศรีของแมวชอบเที่ยวอย่างพวกมัน แต่เสียใจว่าเอะใจไม่ทัน ไม่นึกว่าจะป่วยหนักขนาดนี้ เพราะมันแข็งแรงเกินใครมาตลอด อาจจะเป็นเพราะมันอายุ 4 ปีย่างจะ 5 ปีแล้ว และป่วยครั้งนี้หนักจริงๆ 

การเขียนบล็อกครั้งนี้จึงขออุทิศให้แฟนต้า และแมวทุกๆ ตัวที่ฉันเคยเก็บมาเลี้ยง เป็นการทำบุญและอยู่ร่วมกันมานาน ฉันไม่เคยรักแมวเป็นพิเศษ เมื่ออยู่กับมันก็รู้สึกรักเป็นชีวิตจิตใจ แต่ขอไว้ว่าจะไม่เลี้ยงสัตว์อีกนาน นานมากๆ จนกว่าฉันจะพร้อมและดูแลมันได้อย่างธรรมชาติของมัน และดูแลมันเป็นอย่างดี ป่านนี้แมวทุกตัวของฉัน คงอยู่ร่วมกันบนสวรรค์ วิ่งเล่นอย่างมีความสุข ไม่ทุกข์กับโรคภัยที่เจ็บปวด...ตลอดกาล



Create Date : 20 กรกฎาคม 2557
Last Update : 29 กรกฎาคม 2557 10:42:20 น.
Counter : 566 Pageviews.

1 comment
About Time หนังล้างท่อน้ำตา
About Time เป็นหนังที่ฉันดูเมื่อปลายปี 56 ตอนนั้นเดินเข้าโรงไปโดยไม่คาดหวังอะไร โอเค...คนอื่นบอกว่าดี แต่จุดประสงค์ที่เข้าเมืองไปวันนั้นคือการเจอเพื่อน แต่ดันไปก่อนเวลานัดนานโข เดินดูของก็แล้ว เดินดูหนังสือก็แล้ว มันก็ยังไม่ถึงเวลานัด อาจจะเป็นข้ออ้าง แต่ก็เดินเข้าโรงหนังอย่างงงๆ


สำหรับความประทับใจแรกที่มีต่อหนังคือ ชีวิตดี บ้านพระเอกสวยมาก วิวสวยมาก ภูเขาสวยมาก ทะเลสวยมาก คือเข้าใจเลยที่พระเอกบอกว่าอยากหลีกลี้จากความสะดวกสบายที่เคยๆ เพื่อโตเป็นผู้ใหญ่ (ประมาณนั้น) ถ้าเป็นฉัน นอนอาบแดดอยู่บ้าน ก็เสียเวลาเป็นวันๆ แล้วล่ะ


เรื่องของเรื่องก็คือ ครอบครัวของพระเอก ทายาทฝ่ายชายจะสามารถเดินทางย้อนเวลาได้ แค่ไปยืนอยู่ในพื้นที่แคบๆ เช่น ตู้ หรือในห้องไม่มีคน โถงทางเดินไม่มีคน ก็สามารถย้อนเวลาได้ พ่อของพระเอกก็ย้อนได้ (ย้อนได้ค่อนข้างเจ๋งนะลุงคนนี้) เรียกว่าเนื้อเรื่องจะล้ออยู่กับการย้อนเวลาตลอด และทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิต


About Time เป็นหนังรัก (ถ้าใครไม่ชอบเลี่ยนๆ ก็ดูข้ามๆ เอาล่ะกันนะ) ที่จั่วหัวว่าล้างท่อน้ำตานั้น ไม่ได้แปลว่ามันจะดราม่า ร้องไห้เป็นเผาเต่านะ น่าแปลกที่มันเป็นความเศร้าที่พอรับได้ ความเศร้าที่ปลื้มปิติ อิ่มเอมเมื่อดูหนังจบ


สำหรับใครที่มองหาความหมายของคำว่ารัก ครอบครัว หรือความสัมพันธ์พ่อ-ลูก นับว่าเป็นหนังที่น่าชมจริงๆ ทั้งเนื้อเรื่อง ฉาก และอารมณ์ของหนัง





Create Date : 17 มีนาคม 2557
Last Update : 17 มีนาคม 2557 14:17:01 น.
Counter : 397 Pageviews.

1 comment

Wandada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]