365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
13 กุมภาพันธ์ 2560

20 ที่เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาวที่ต้องห้ามพลาด



 

 ฮอกไกโด เมืองที่มีสีสันโดยเฉพาะฤดูหนาว ทั้งสวยงาม สนุกสนาน โรแมนติก พร้อมเที่ยวงานเทศกาลน้ำแข็งในหลายเมือง งานประดับไฟสุดอลังการ รวมถึงงาน Sapporo Snow Festival ที่ทุกคนรอคอย และชมความน่ารักของลิงภูเขาที่พร้อมใจพาเหรดกันมาแช่ออนเซน

แน่นอนต้องมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์สนุกๆ อย่าง ชมภัตตาคารโดมน้ำแข็ง เล่นสกีหิมะที่สกีรีสอร์ท ขี่สโนว์โมบิลล์ และ Dog Sledge กับบรรดาฝูงสุนัขลากเลื่อน  พร้อมที่พักแบบเรียวกังและนอนแช่ออนเซ็น ท่ามกลางบรรยากาศของหิมะขาวโพลน อาหารและขนมหวานอร่อยมาก

 

นั่นทำให้หนังดังของไทยอย่างแฟนเดย์ หรือแฟนกันแค่วันเดียว โดยนักแสดงนำอย่างเต๋อและมิว มาถ่ายทำที่ฮอกไกโด ทำให้คนไทยตามรอยมาเที่ยวมากมาย

            เรามาชม 20 ที่เที่ยวของฮอกไกโดที่ไม่ควรพลาดในช่วงหน้าหนาว

1 North Snow Land ( เมือง Chitose) ทำกิจกรรมฤดูหนาวแบบหลากหลายได้ในที่เดียวที่นี่เลย พื้นที่อันกว้างใหญ่ของสนามกอล์ฟจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นลานกิจกรรมในช่วงฤดูหนาว เพียง 35 นาทีจากซัปโปโร

 

สวนสนุกหิมะ North Snowland เป็นงานที่จัดขึ้นเฉพาะในฤดูหนาวต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 5 มีนาคม 2560

กิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจมีทั้ง

1. ห่วงยางสไลด์ เป็นลานสไลด์ขนาดใหญ่ เพียงแค่จ่ายค่าเข้าก็สามารถเล่นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

2. Snow Rafting เป็นกิจกรรมที่ให้นั่งบน Rafting Board แล้วลากด้วย Snowmobile โลดแล่นไปบนหิมะ เป็นกิจกรรมแนะนำที่สามารถจะเล่นสนุกไปด้วยกันกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้

3. Mini Snowmobile โดยปกติ Snowmobile หรือรถเลื่อนบนหิมะขนาดใหญ่ จะไม่อนุญาตให้เด็กๆ ขับเพียงลำพัง แต่ถ้าเป็น Mini Snowmobile นี้แล้ว เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปก็สามารถขับได้เพียงลำพังอย่างปลอดภัย รวมทั้งเราเองก็สนุก

4. ขี่ม้าไปบนลานหิมะที่หนาวเย็น

            5. รูปปั้นต่างๆจากหิมะ

            ที่นี่มีพนักงานให้ข้อมูลที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คอยบริการตลอดเวลา และผู้ที่มีสัมภาระขนาดใหญ่สามารถฝากไว้ที่ Center House ก่อนไปทำกิจกรรมได้อีกด้วย

 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ Snow Cruising ชมทัศนียภาพที่งดงามของทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับฝูงสุนัขจิ้งจอกและฝูงกวาง พร้อมถ่ายภาพเพื่อเป็นที่ระลึกกับรูปปั้นตุ๊กตาหิมะ

2  เดินช้อปปิ้งที่ห้างไดมารู เมืองซัปโปโร ซึ่งเป็นห้างที่ครบครันไปเสียทุกสิ่ง ตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนมทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง accessories ร้านแบรนด์เนม​ เสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าบุรุษสตรี รองเท้า เครื่องครัว เครื่องใช้ในบ้าน ของขวัญ โซนจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเครื่องเขียน ร้านหนังสือ สนุกกับการช้อปปิ้งค่ะ

มาในช่วงวาเลนไทน์ก็เลยมีช็อคโกแลตมากมายให้เลือกชิมช้อป

 

3  มาเที่ยวที่ลานแข่งขันสกีจั๊ม โอคุรายามา (okurayama ski Jump) สถานที่จัดการแข่งขันสกีจั๊ม (ski jump) เป็นการแข่งขันสกีที่ไม่เน้นความเร็วแต่เน้นว่า ใครจะกระโดดหรือเหาะได้ไกลกว่ากัน และเป็นสถานที่ในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งจัดขึ้นที่ซัปโปโรในปี1972ด้วย

 ด้านบนมีจุดชมวิวโอคุรายาม่า (Okurayama Observatory) สามารถขึ้นไปชมวิวได้โดยนั่งลิฟท์เก้าอี้ เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองซัปโปโร

 

ฐานเนินเขาที่จะขึ้นไปยังจุดชมวิว เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กีฬาฤดูหนาวซัปโปโร(Sapporo Winter Sports Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับการแข่งขันโอลิมปิกกีฬาฤดูหนาวที่จัดขึ้นที่ซัปโปโรในปี 1972 เช่น แข่งกระโดดสกี บอบสเลดและไบแอธลอน ภายในพิพิธภัณฑ์มีเกมที่จำลองการเล่นกีฬาฤดูหนาวต่างๆ เช่น กระโดดสกี สเก็ต และฮอกกี้ สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

บอบสเลด คือ กีฬาที่มีลักษณะคล้ายๆกับรถไฟราง กล่าวคือ นักกีฬานั้นมีหน้าที่เลี้ยงกระดานที่ตนเองนอนคว่ำหันหัวไปด้านหน้าไปตามรางที่มีลักษณะอุโมงค์เปิดด้านบนและมีพื้นเป็นน้ำแข็งให้เร็วที่สุด

ไบแอธลอน คือ กีฬาสกียิงเป้า ซึ่งนักกีฬามีหน้าที่ในการเล่นสกีไปบนพื้นราบในระยะที่กำหนด แล้วทำการยิงเป้าซึ่งจะเป็นจุดตั้งอยู่ ณ ด้านข้างของแนววิ่งสกี ซึ่งต้องทำให้ได้เร็วที่สุดทั้งการยิงเป้าและการวิ่งโดยใช้สกี

 

4  เหมาะกับสาววัยหวานอย่างเราทีเดียวเชียว (อุ๊บส์) อุทยานหรรษาชิโรอิโคอิบิโตะ (SHIROI KOIBITO PARK) เป็นดินแดนมหัศจรรย์ในอุดมคติของความอร่อย ความสนุกสนานและเรื่องราวของหวานตั้งแต่ครั้งอดีต โดยเฉพาะช็อคโกแลต

 

นอกเหนือจากตัวโรงงานชิโรอิโคอิบิโตะ อันเป็นสถานที่ผลิตลูกกวาดที่เลื่องชื่อของฮอกไกโดแล้ว อุทยานหรรษาแห่งนี้ยังมีร้านกาแฟให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ลิ้มรสของหวานต้นตำรับของอิชิยะ สตูดิโอคุกกี้ แต่งหน้า (ที่ผู้ทำขนมมือใหม่สามารถทดลองทำคุกกี้ชิโรอิโคอิบิโตะของตนเองได้) ห้องแสดงของเล่นและสวนกุหลาบ สิ่งต่างๆ ที่ผู้มาเยือนมองเห็น ลิ้มรสและได้รับประสบการณ์ ที่นี่จะสร้างความทรงจำอัน “แสนหวาน” อย่างแท้จริง

 

อร่อยที่สุดกับคุ๊กกี้ langue de chat และไวท์ช็อกโกแลต คุ๊กกี้ langue de chat เป็นแผ่นคุ๊กกี้สีขาวที่ผ่านกระบวนการอบจนมีสีน้ำตาลไหม้ตามขอบของแผ่นคุ๊กกี้ ด้วยความละเอียดอ่อนในการควบคุมอุณหภูมิของเตาอบทำให้ได้แผ่นคุ๊กกี้ที่กรอบ อร่อย ไวท์ช็อกโกแลตจะถูกนำมาทาสอดไส้อยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นคุ๊กกี้ที่ผ่านการอบมาอย่างสดใหม่ ช็อกโกแลตนี้เป็นสูตรเฉพาะที่คิดค้นมาเพื่อชิโรอิโคอิบิโตะเท่านั้น จนเกิดเป็นรสชาดที่ลงตัว กรอบ อร่อย เข้ากันได้ดีระหว่างคุ๊กกี้ langue de chat และช็อกโกแลตสูตรเฉพาะ

 โดยชิโรอิโคอิบิโตะนี้ถือเป็นคุ๊กกี้ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีมามากกว่า 40 ปีแล้ว ความลงตัวเข้ากันได้ดีในรสชาดของคุ๊กกี้ langue de chat และไวท์ช็อกโกแลต

 

ที่นี่สร้างบรรยากาศให้เหมือน Theme Park หรือสวนสนุก แต่บางส่วนก็หรูหราสไตล์ยุโรป

ส่วนภายในโรงงานบรรยากาศน่าทำงานมาก ออกแบบซะคิกขุทีเดียว เป็นโรงงานที่สะอาดมาก

 

            5 เดินเที่ยวเมือง Otaru (โอตารุ) เมืองน่ารักที่สมควรมาเยือนสักครั้งนะคะ หากมาญี่ปุ่น เพราะเป็นเมืองที่โรแมนติกม๊ากมาก แบบที่ว่าใครได้ไปโอตารุต้องหลงรักโอตารุ

 

ในอดีตเมืองโอตารุเป็นเมืองท่าที่สำคัญเทียบเท่ากับ เมือง Hakodate (ฮาโกดาเตะ) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร เป็นเมืองเล็กๆ ที่ใช้เวลาหนึ่งวันเดินเทียวเล่นชิลด์ ก็สามารถเที่ยวได้ทั่ว

 

เดินเล่นชมคลองสวยๆ หรือจะไปเดินย่านถนนช้อปปิ้งที่มีงานเครื่องแก้ว และโอท็อปอื่นๆ ชมนาฬิกาไอน้ำ

ก่อนปิดท้ายที่ขนมหวานอร่อยๆชื่อดังอย่างเลอเตา Le Tao 

 

6 มาญี่ปุ่นทั้งที จะพลาดได้อย่างไร ร้านทัตซึมิซูชิเป็นร้านซูชิในโอตารุ สามารถเรียนทำซูชิได้ ซูชิที่นี่อร่อย สด และเชฟเป็นกันเองมาก มานั่งดูพ่อครัวทำซูชิสดๆใหม่ๆ แต่ละคำสดอร่อยหวานมาก โดยเฉพาะหอยโฮตาเดะ ไข่ปลา กุ้ง 

(อันนี้คือซูชิที่ทำเองค่ะ)

  7 ขึ้นชื่อว่ามาญี่ปุ่น ต้องมาชิมสาเก โรงงานสาเก ทานากะ ในโอตารุ (Tanaka Sake Brewery Kikkogur) เป็นโรงงงานสาเกที่มีชื่อเสียงมากที่เมืองโอตารุ สร้างเป็นเเบบตึกเก่าเป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามมาก

 

สามารถชิมรสชาติของสาเกที่มีมากถึง 10 ชนิดของที่นี่ได้ และยังมีสาเกสำหรับสตรีด้วย ปริมาณแอลกอฮอล์ไม่สูงนักและรสชาติดี

 

สาเกที่นี่มีความพิเศษ ทำมาจากข้าวที่ปลูกในฮอกไกโดเเละน้ำตามธรรมชาติที่บริสุทธิ์ 100% โรงงานสาเกที่นี่จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ อีกเเห่งที่ไม่ควรพลาด

 

8 ชิมเบียร์ซัปโปโร การมาซัปโปโร นอกจากมาชื่นชมธรรมชาติและวิถีชีวิตแล้ว ที่ขาดไม่ได้คือต้องลองชิมเบียร์ ซัปโปโร เบียร์ดังระดับโลก และต้องลองรสชาติใหม่ๆ

และต้องนั่งให้ชิลด์แบบได้บรรยากาศที่ Sapporo Beer Garden ที่นี่มีเบียร์ช็อคโกแลตด้วยนะคะ

 

นอกจากนี้ยังมีเนื้อแกะย่างหรือที่เรียกว่า เจงกีสข่าน เสริฟกันแบบไม่อั้นเลยค่ะ สำหรับคนชอบทานเนื้อแกะขอแนะนำ

 

9 ว้าวสนุกที่สุดเลยค่ะกับเทศกาลหิมะซัปโปโร เป็นเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงของนครซัปโปโร ซึ่งจัดขึ้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี บนพื้นที่จัดงาน 3 ส่วนคือ สวนสาธารณะโอโดริ, ย่านการค้าซูซูกิโน และซัปโปโรคอมมูนิตี้โดม (สึโดมุ) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 68 แล้วนะคะ

 

ในงานมีการนำเสนอประติมากรรมที่สร้างจากหิมะและน้ำแข็งเป็นจำนวนนับร้อยชิ้น เทศกาลหิมะซัปโปโรเป็นเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกกว่า 2 ล้านคนทุกปี และมีคนไทยที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งเข้าร่วมประกวดการปั้นหิมะเกือบทุกปี หลายครั้งที่ไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Champion)

 

เป็นที่น่าเสียดายว่าปีนี้ เมืองไทยไม่ได้รับรางวัล แต่รูปแกะสลักมวยไทย ก็สวยงามได้นับความสนใจมากค่ะ โดยทีมแกะสลักทั้ง 3 คนจากเมืองไทย

 

10 โนโบริเบทสุ มารีน พาร์ค (NOBORIBETSU Marine Park Nixe)  เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่ในเมือง Noboribetsu มีจุดเด่นอยู่ที่ปราสาททำจากอิฐสีแดงที่สร้างจำลองแบบมาจากปราสาททางฝั่งยุโรป และบริเวณโดยรอบก็จะมีอาคารทรงยุโรปตั้งเรียงรายกัน

 

ในปราสาทอิฐแดง ภายในจะแบ่งเป็น 4 ชั้น แต่ละชั้นก็จะเป็นการจัดแสดงสัตว์น้ำประเภทต่างๆ และมีการจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานอยู่ภายในนี้ด้วย ไฮไลท์ของที่นี่ คือ อุโมงค์ที่ทำจากกระจกที่ภายในเต็มไปด้วยปลาหลากหลายชนิด เมื่อท่านได้เดินอยู่ภายในอุโมงค์นี้ก็จะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ใต้ท้องทะเลที่มีปลานับพันแหวกว่ายอยู่รอบตัวของท่าน

 

ในส่วนของภายนอกปราสาท จะมีการแสดงจากสัตว์ 3 ชนิด ประกอบด้วย

1.พาเหรดเพนกวิน การแสดงนี้ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่ Hokkaido ก็เพื่อจะมาชมนกเพนกวินเหล่านี้

 

2. การแสดงโชว์ของสิงโตทะเล ชมความสามารถและความน่ารักของสิงโตทะเล ไฮไลท์คือ สิงโตทะเลยิ้ม

 

3. การแสดงของปลาโลมา ชมความสามารถและความเฉลียวฉลาดของปลาโลมา ไฮไลท์คือ ปลาโลมาเต้นระบำพร้อมๆ กันได้น่ารักมาก

 

11 มาที่หนาวๆก็อยากมาบ่อน้ำพุร้อนหรือออนเซ็น ซึ่งย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ(Noboribetsu Onsen) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะฮอกไกโด ซึ่งมีน้ำร้อนที่แตกต่างกัน 11 ชนิด นับเป็นน้ำร้อนที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของญี่ปุ่น ภายในย่านแห่งนี้เต็มไปด้วยโรงแรม และที่พักเรียวกังขนาดใหญ่มากมาย ที่มีห้องอาบน้ำออนเซ็นเปิดให้บริการกับทั้งผู้เข้าพัก และไม่ได้เข้าพัก ราคาอยู่ที่ประมาณ 700-2,000 เยน และยังมีห้องอาบน้ำสาธารณะ 1 แห่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง

 

ห้องอาบน้ำต่างๆในย่านโนโบริเบทสึ จะแยกชายหญิง  มีน้ำร้อนที่มีแร่ธาตุเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า 7 ชนิด มีบ่อน้ำร้อนเช่น กำมะถัน เกลือ และเหล็ก มีบ่อน้ำร้อนทั้งในร่มและกลางแจ้ง บางแห่งมีสระว่ายน้ำ ห้องซาวน่า น้ำตก ห้องซาวน่า อ่างจากุซซี่  

 

            การแช่ออนเซ็นนั้นจะไม่ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น แต่ก็แยกเป็นห้องอาบน้ำชายและหญิงค่ะ แช่ขึ้นมาแล้วสบายตัวมากๆ  และที่พักส่วนใหญ่ก็เป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมหรือเรียวกังด้วย น่ารักมากค่ะ 

     

12 สวยงามมากดินแดนธารน้ำร้อนไหลผ่าน Noboribetsu Jigokudani หรือ Hell Valley ซึ่งตั้งอยู่ใน Shikotsu Toya National Park โดยชื่อ Jigokudani นี้มาจากชื่อของภูเขาไฟ ซึ่งภูเขาไฟแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดธารน้ำร้อนที่ไหลไปทั่วเมือง Noboribetsu จนทำให้เมืองนี้มีสถานที่สำหรับแช่ออนเซ็นเป็นจำนวนมาก

เดินเล่นชมเมืองซึ่งจะมีรูปปั้นยักษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองตั้งอยู่ทั่วตัวเมือง

เมื่อเข้าไปใน Hell Valley จะสามารถมองเห็นธารน้ำร้อนพร้อมกับไอร้อนที่ระอุขึ้นมาไหลไปตามแนวภูเขา แถมยังได้เห็นสารกำมะถันที่มีอยู่ทั่วไปบนภูเขาไฟแห่งนี้

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงต้นเดือนมีนาคม จะพบกับทางเดินที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนตัดกับสีของดินบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลผ่านดินจะเป็นสีออกส้มๆ ซึ่งจะเป็นภูมิประเทศที่สวยงามแปลกตาเป็นอย่างมาก

 

13 ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล (Noboribetsu Bear Park) ตั้งอยู่บนยอดเขาโนโบริเบ็ทสึ ซึ่งปัจุบันหมีสีน้ำตาลนั้นใกล้สูญพันธุ์และหาพบได้ยาก มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ไซบีเรียและเกาะฮอกไกโด  การขึ้นไปชมนั้นก็ต้องนั่งกระเช้าขึ้นไป

แปลกดีมีการตากอาหารเป็นปลาแห้งตัวใหญ่ๆไว้บนบางกระเช้าด้วย

 

ที่นี่เป็นศูนย์รวมของหมีมากมายจริงๆ ภายในศูนย์อนุรักษ์ฯ จะมีพื้นที่สร้างบรรยากาศที่จำลองใกล้คล้ายคลึงกับธรรมชาติสำหรับหมีสีน้ำตาลที่อยู่อาศัยมากกว่าร้อยตัว นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับหมีสีน้ำตาล ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึก

 

แถมมีวิวที่สวยงาม มองเห็นภูเขารูปครึ่งวงกลมโอบล้อมทะเลอีกด้วย

 

14 มาเดินย้อนยุคเอโดะที่หมู่บ้านโบราณ Noboribetsu Date Jidaimura  ชมโชว์นินจาที่หมู่บ้านนินจาคาสุมิ โชว์โออิรัน อยากจะแปลงร่างเป็นขุนนาง เจ้าหญิง เกอิชา หรือนินจาน้อย ก็สามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและใส่เดินในหมู่บ้านทั้งวัน

 (พวกเราเลยลองแต่งชุดกันแล้วเข้าไปชมโชว์นินจา)

นอกจากนี้ยังมีเขาวงกตนินจา กระท่อมสัตว์ประหลาด ลานประลอง และอีกมากมาย สนุกกับเหล่านักรบ นินจา โออิรัน และชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ ปิดท้ายด้วยช้อปปิ้งขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึกแบบญี่ปุ่น

 

15 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญยามค่ำคืนของการท่องเที่ยวฮอกไกโด คือการขึ้นไปชมวิวสวยงามติดอันดับโลกด้วย Mt. Hakodate Ropeway หรือ รถกระเช้าขึ้นยอดเขาฮาโกดาเตะ ที่เมืองฮาโกดาเตะ

 

วิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะที่มองกลับลงมายังท่าเรือ และตัวเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองข้างในยามค่ำคืน สวยงามแปลกตา และว่ากันว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุด 1 ใน 3 ของโลกทีเดียว จุดชมวิวบนยอดเขาฮาโกดาเตะนี้ ในฤดูหนาวจะ ขึ้นไปได้แต่รถกระเช้า (Ropeway) เท่านั้น ถนนจะปิดเพื่อป้องกันอันตรายขณะหิมะตก

 

จุดชมวิวยอดเขา มีทั้งภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึก บริเวณนั่งเล่นชมวิวในห้องกระจกที่อุ่นสบาย และดาดฟ้า ที่สามารถจะออกไปชมวิวและถ่ายรูปภายนอก  

 

16 ตลาดเช้าของ Hakodate เนื่องจากฮาโกดาเตะ เป็นเมืองท่าริมทะเล จึงมีตลาดเช้าที่มีอาหารทะเลสดๆใหม่ๆมากมาย ขอย้ำว่าทุกอย่างตัวใหญ่มาก มีวิวทิวทัศน์ริมทะเลที่งดงาม เราสามารถซื้อปูตัวใหญ่ๆ หอยเม่น ปลาหมึก และอีกหลายสิ่งกลับเมืองไทย

 

ยังมีผลไม้ประเภทสตรอเบอรี่ด้วย และอีกหลายอย่าง เราสามารถซื้ออาหารทะเลสดๆเป็นๆให้ทางร้านนำมาปรุงสุกให้ได้

 

            17 เที่ยวฮอกไกโดทั้งที ต้องมาชมโกดังเก่าแก่ Kanemori Red Brick Warehouse อายุกว่าร้อยปีที่ท่าเรือริมทะเลในเมืองฮาโกดาเตะ ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารและแหล่งช้อปสุดชิลล์ แหล่งชมวิวริมทะเล และจุดเก็บภาพสุดชิคชิลด์

 

นี่คือ Kanemori Red Brick Warehouse หรือ ท่าเรือและโกดังอิฐแดง เมืองฮาโกดาเตะ สร้างตามแบบตะวันตกด้วยอิฐแดง แต่เดิมที่แห่งนี้เป็นโกดังของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สร้างเอาไว้เก็บสินค้าจากท่าเรือฮาโกดาเตะ แต่ปัจจุบันโกดังจำนวน 5 หลังถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้าของที่ระลึก ร้านอาหาร โรงเบียร์ และอื่นๆ 

บรรยากาศคล้ายเอเชียทีคของบ้านเรา

ภายในมี Hakodate Factory มีร้านขายของที่ระลึกมากมาย เหมาะแก่การเดินเล่นชมวิว และเก็บภาพสวยๆ โบสถ์สวยเล็กๆ ที่สร้างด้วยอิฐแดงนี้ ตั้งอยู่ใน บริเวณ Hakodate Factory มีอาคารที่ทำการไปรษณีย์เก่าสมัยเมจิ (Old Hakodate Meijikan Post Office) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 เป็นอาคารที่สร้างด้วยอิฐแดงแบบ ตะวันตกในสมัยเมจิ อาคารหลังนี้ถูกใช้เป็นที่ทำการไปรษณีย์ของเมืองจนถึงปี ค.ศ.1962 ที่ทำการไปรษณีย์จึงถูกย้ายไปตั้งที่ใหม่ อาคารแห่งนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า Hakodate Factory  

18 ป้อมโงเรียวกาคุ Fort Goryokaku และ หอคอยโงเรียวกาคุ(Goryokaku Tower) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ป้อมดาว 5 แฉก” เพราะบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่รูปดาว เนื่องจากต้องการเพิ่มพื้นที่ในการวางปืนใหญ่ ป้อมสร้างตามสไตล์ตะวันตก สร้างขึ้นในปีสุดท้ายของสมัยเอโดะ เพื่อป้องกันเมืองฮาโกดาเตะจากการคุกคามจักรวรรดินิยมที่เกิดจากมหาอำนาจตะวันตก หลังจากป้อมแห่งนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว จึงถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสวนสาธารณะในช่วงปี 1910 

 

มีการปลูกต้นซากุระกว่า 100 ต้นตามแนวคูน้ำ ให้เป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นเดือนพฤษภาคม ถ้าช่วงหน้าหนาวก็ชมซากุระที่ไม่มีใบ เหมือนกำลังหลับใหล แปลกตาไปอีกแบบ

 

ส่วนหอคอยโงเรียวกาคุ(Goryokaku Tower) เป็นหอคอยสูง 90 เมตร (รวมสายล่อฟ้าสูง 107 เมตร) ด้านบนเป็นรูปห้าเหลี่ยม ตั้งอยู่ทางทิศใต้ สร้างขึ้นในปี 2006 สามารถขึ้นไปชมวิวป้อมดาวห้าแฉกได้อย่างชัดเจนแบบ 360 องศา ซึ่งเป็นจุดฮิตที่มาเที่ยวป้อมโงเรียวกาคุแล้วจะต้องขึ้นไปชมวิวนี้ ชั้นล่างสุดที่ฐานเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และลานจัดนิทรรศการ

ท้าทายความสูงต้องขึ้นไปยืนบนกระจกแก้วใส ที่มองลงมาแล้วชวนหวาดเสียว

19 ที่ฮาโกดาเตะ มีร้านแฮมเบอร์เกอร์ชื่อดัง HAMBURGER LUCKY PIERROT ที่เปิดสาขาทั่วเมือง ไม่ว่าจะไปที่ Motomachi, อาคารอิฐแดง, Goryokaku tower หรือใกล้ๆกับสถานี JR Hakodate สะดุดตากับร้านแฮมเบอร์เกอร์ตัวตลก ที่ตกแต่งร้าน Circus Style ไว้ได้น่าสนใจ พร้อมทั้งเมนูที่น่าชิม ลิ้มลองไปทุกอย่าง ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วย ทำให้ต้องมีคนเข้าคิวยาวตั้งแต่ร้านเปิดกันเลยทีเดียว

 

 นี่คือร้าน HAMBURGER LUCKY PIERROT ร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นไว้ได้อย่างลงตัว จุดเริ่มต้นของร้านนี้คือ เวลาคนเรานึกถึงญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงราเมง หรือเวลาเราไปอเมริกา มักจะเห็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ แต่ยังไม่มีร้านแฮมเบอร์เกอร์สำหรับคนญี่ปุ่น เลยมีไอเดียในการนำส่วนประกอบของอาหารญี่ปุ่นมารวมกับวัตถุดิบต่างๆในการทำแฮมเบอร์เกอร์ จนออกมาได้เป็นเมนูที่ถูกใจคนญี่ปุ่น

เมนูเบอร์เกอร์เริ่มต้นที่ 350 เยน โดยมีเมนูยอดนิยม 5 อันดับแรกได้แก่ Chinese Chicken Burger , Lucky egg Burger , Tonkatsu Burger , Teriyaki Burger, Special Bacon Egg Burger

20 CONBUKAN (kelp museum-kelp market) พิพิธภัณฑ์สาหร่ายทะเลคอมบุ ชมวิธีการแปรรูปสาหร่ายทะเลเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ชิมไอศครีมสาหร่ายทะเล และมีผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายให้เลือกช้อปมากมาย ทั้งอาหารและขนม

 

การเดินทางไปฮอกไกโดก็ไม่ยาก มีเที่ยวบินตรงทั้งของการบินไทยสู่ซัปโปโร หรือต่อเครื่องที่โตเกียวโดย ANA ขากลับก็มีชิงกันเซนจากฮาโกดาเตะ(หากไปปลายทางที่นั่น)กลับมาถึงโตเกียวชมวิวสวยๆมาได้ตลอดทาง เพิ่งจะเปิดบริการไม่นานมานี้ เนื่องจากต้องใช้เวลาสร้างอุโมงค์ลอดใต้ทะเลยาว 50 กม.เป็นเวลาถึง 24 ปี

ลองไปเที่ยวหน้าหนาวที่ฮอกไกโดแล้วคุณจะประทับใจ

          ขอบคุณการท่องเที่ยวฮอกไกโดที่เชิญมาในทริปนี้และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกแห่งที่ต้อนรับเป็นอย่างดี

 

            Big Thanks to องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) , Hokkaido Tourism , Haruo Otani President  Asian Pro-net ,Katsuhito Matsuura Travel Division Director Act Now

             ติดตามข่าวสารท่องเที่ยวได้ที่ Facebook Travelista นักเดินทาง

 




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2560 16:06:50 น. 0 comments
Counter : 474 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




นักข่าวสายท่องเที่ยว ผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ปัจจุบัน คอลัมนิสต์ คมชัดลึกและมติชน เดินทางครบทุกจังหวัดในประเทศไทยและมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เขียนพ็อกเก็ตบุ๊คท่องเที่ยวไทยมาแล้วกว่า 25 เล่ม
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]