|
นิยายY-เมื่อแหงนมองจันทร์ผมเห็นตะวัน-ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
กี่ปีมาแล้วนะ 5ปี 10ปี ไม่สิ 15 ปีมาแล้วนี่หว่า ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ผมแหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า สิ่งที่สะท้อนกลับมาในดวงตาผม ก็มีแต่ ดวงตะวัน ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน หรือกลางคืน
ทำไมนะเหรอ ......ผมจะเล่าให้ฟัง ผมมีชื่อสุดหรู ที่ใครๆ เรียกว่า นายสยมภู ใช่ นายสยมภู ที่แปลว่าพระอิศวร หรือผู้ที่เกิดมาได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมันโกหกชัดๆ ผมหนะ เกิดมาจากท้องแม่นี่แหละ เกิดมาทั้งๆที่เค้าไม่อยากให้เกิดหรอก ผมน่าจะชื่ออย่างอื่น ที่แปลว่า ผู้ที่เกิดมาจากความผิดพลาด มากกว่านะ ชื่อนี้ พ่อผมตั้งให้ ก่อนที่จะทิ้งแม่ไปมีเมียใหม่ ส่วนแม่ หลังจากที่พ่อทิ้งผมไปไม่เท่าไหร่ ผมจำเวลานั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ แม่ก็ทิ้งผมไปอีกคน แม่คงกลัวจะน้อยหน้าพ่อมั้ง เลยทิ้งผมบ้าง แต่พระเจ้าคงปราณีผมอยู่บ้าง ตรงที่แม่ไม่ได้ทิ้งผมไว้ข้างถนน หรือใต้สะพานลอย แม่เอาผมมาฝากไว้กับเพื่อนสนิท คนที่ผมเรียกว่า แม่นิ่ม มาถึงทุกวันนี้
แล้วผม ชีวิตผู้ยิ่งใหญ่อย่างพระอิศวรอย่างผม ตกเป็นข้าทาสบริวารของ ดวงตะวัน ได้ยังงัยนะเหรอ ก็หลังจากที่แม่ยกผมให้ แม่นิ่มแบบฟรีๆ อย่างมีน้ำใจแล้ว ผมก็ย้ายมาอยู่กับแม่นิ่ม ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งนึง ในเมืองหลวงนี่แหละ
ตอนนั้น ผมกำลังอยู่ในอารมณ์พระเอกมิวสิควีดีโอเพลงเศร้า ผมตั้งชื่อเพลงเศร้าเพลงนั้นว่า อังคารร้าวราน แล้วกัน ก็วันนั้นผมจำได้ว่าเป็นวันอังคาร ตอนที่แม่ โบกมือลาจากผม เดินไปขึ้นรถเก๋งคันโก้ ผมในขณะนั้น ทำได้แต่เพียง ร้องไห้จนตัวโยน โดยมี แม่นิ่มจับมือข้างนึงของผมไว้ มืออีกข้างนึงของแม่นิ่ม ลูบหัวผมอย่างปลอบประโลม รอบๆตัวผม เต็มไปด้วยละอองแห่งความหม่นหมอง ท่ามกลางแดดจ้าของเที่ยงวัน รอบตัวผม เต็มไปด้วยสีเทาดำ อ้างว้าง โดดเดี่ยว เสียงตะโกนเรียกแม่ ที่ไม่ว่าผมจะร้องออกไปดังมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าแม่ไม่ได้ยินเสียงนั้นของผมด้วยซ้ำ ก็แม่หนะ เดินห่างจากผมออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่ชีวิต ตอน 5 ขวบของผม หม่นหมองอย่างที่สุด ผมกำลังเป็นพระเอกมิวสิคอย่างเต็มรูปแบบ อารมณ์เศร้าของผมในเวลานั้น ถ้าพจน์ อานนท์ มาเห็น ในวันนี้ คงไม่มี มาริโอ้ ในวงการบันเทิงหรอกครับ หากไม่มีมือนึง ที่ไม่ใช่มือของแม่นิ่ม เข้ามาจับมือผมอีกข้าง ที่แม่นิ่มไม่ได้จับไว้ (จะอธิบายให้งงทำไม) ผมไม่ขอเรียกว่านั่นคือการจับมือได้มั้ยครับ ผมขอใช้คำว่ากระชากเลยจะถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่า นี่นาย หลานน้านิ่มใช่มั้ย พอดีเลย เรากำลังหาพวก นายช่วยมาเป็นพวกเราหน่อย เสียงเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม นี่แหละครับ มันคือไอ้ดวงตะวันดวงนั้น ในชีวิตผม ตั้งแต่ 5 ขวบ วันนั้น จน อายุ 20 ปีในวันนี้ ไอ้ดวงตะวันดวงนี้ มันก็ไม่ไปไหน ดวงตะวันดวงนี้นั้น มันชื่อ ฉานแสง ครับ ไอ้ฉานมันเข้ามาทำลายบรรยากาศมิวสิควีดีโอผมอย่างหน้าด้านๆ ผสมผสานกับอาการหน้ามึน มันไม่รอคำตอบจากผม ที่ยืนงงเอ๋อแดก หรือแม่นิ่ม ที่ทำหน้าที่นางเอกมิวสิคต่างวัย ปลอบใจผมอยู่เลยครับ มันกระชากผมไม่พอ มันลาก ลาก แล้วก็ลากผม มาที่กำแพงข้างหมู่บ้าน ที่มีบันไดไม้อันใหญ่พอดูสำหรับเด็กอย่างผม วางพาดอยู่ ไอ้ฉาน มันปีนบันไดขึ้นไปก่อนครับ มันขึ้นไปยืนบนขอบกำแพง มองมาทางผม ทำไมไม่ขึ้นมาหละ เร็วๆหน่อยสิ พวกนั้นรออยู่ มันต้องเป็นลูก ผู้กำกับแห่งชาติแน่ๆครับ มันไม่ได้ถามผมแค่คำพูดนะ หน้าตามันหนะ ขมวดกันเป็นเกลียว เพิ่มสิ่งที่มันสงสัยเข้าไปด้วยครับ แต่ ให้โดเรมอนกับโสนน้อยเรือนงาม เป็นแฟนกันเถอะครับ ก็ไอ้กำแพงนั้นนะ สูงมากนะครับ แล้วทั้งผมและมันหนะ อายุ 5 ขวบเองนะ ชาติที่แล้ว ไอ้อ้วนนี่ มันคงเกิดเป็นลิงหรือกิ้งก่าแน่ๆ ผมไม่กล้าหรอกครับ ใครจะไปกล้า ผมไม่ใช่พญาวานรนะ สงสัยว่าผมในตอนนั้น คงทดความคิดติดไว้ในใจไม่ได้ คงจะมีสมการอะไรบางอย่างส่งออกมาทางสีหน้าบ้าง เอ้า ปีนขึ้นมาสิ เรารอจับอยู่ตรงนี้แหละ ไม่เป็นไรหรอกน่า เราขึ้นมาหลายครั้ง ไม่เคยตกเลยสักครั้ง มันคืออะไรครับ คำพูดนั้น มันคือคำพูดปลุกใจ ให้กำลังใจ ใช่หรือไม่ครับ แล้วทำไม สายตา จิก เยี่ยงไก่ของมันถึงฉายแสงแรงกล้า ลงมาที่ผมละครับ ไม่พอนะ ไอ้พญาวานรมันพูดแล้ว มันก็ยื่นมือรอรับ ดังปากพูดจริงๆครับ ผมที่ทำใจอยู่นาน ค่อยๆปีนขึ้นไปทีละขั้นบันได พร้อมขาน้อยๆที่สั่นไหว จนมือป้อมๆๆมือนั้นยื่นมาจับมือผมไว้ แล้วกระชากขึ้นไปยืนอยู่เคียงข้างมัน ประมาณว่าฉันจะอยุ่เคียงข้างเธอนั่นแหละครับ เมื่อผมตั้งสติได้ มองไปยังอีกฝั่งของกำแพงจึงรู้ว่า มันคือกองฟางขนาดใหญ่ ไล่ลงมาเป็นสโลปครับ ที่ผมอธิบายได้ขนาดนี้ เพราะตอนนี้ ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วหนะสิครับ แต่ผมในตอนนั้นหนะ จำได้ว่าตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นมาก แล้วไอ้อ้วนที่อยู่ข้างๆผมหนะ ดูมันภูมิใจกับอาการตื่นเต้นของผมมากเลยนะ ดูตัวมันยืดๆ และแอ่นๆ ยังงัยก็ไม่รู้ หรือว่ามันคือท่าเริ่มต้นที่จะแปลงร่าง เดี๊ยวกลิ้งลงไปนะ พวกนั้นรออยู่นานแล้วมั้ง ฝั่งนั้นเป็นโรงเรียน พอมันพูดจบ มันก็กลิ้งลงไปเยี่ยงนินจาฮาโตริเลยครับ ส่วนผม ก็ทำตามมัน อยางหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่ผมว่า ในตอนนั้น ผมลืมนับนะ ว่ามันม้วนตัวลงไปกี่รอบ ผมจะได้ทำสเตปตามมัน ให้สมกับตำแหน่งผู้กำกับแห่งชาติของมัน สนองคุณมันแบบคอมโบ้เซตไปเลยครับ
สังเกตุอะไรกันมั้ยครับ ว่าผมหนะ ยังไม่มีบทพูดอะไรสักคำเลยนะครับ เฮ้อออ......คนเขียนบทคงขี้เกียจ ไม่ใช่ครับ ผมหนะ เป็นเด็ก ที่เป็นเด็กจริงๆนะ ไม่ใช่เด็กแต่ตัวอย่างไอ้อ้วนฉานมัน ผมในตอนนั้นยังปรับอารมณ์ไม่ทันครับ อีกอย่างผมงงกะไอ้ฉานด้วย แต่ผมก็เชื่องนะครับในตอนนั้น ผมไม่คัดค้านอะไรมันสักอย่างเลย แต่ตอนนี้ผม เก่งขึ้นแล้วนะครับ ผมกะไอ้ฉานหนะ เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใคร เถียงกันประหนึ่งชิงถ้วยพระราชทานนั่นแหละครับ ไอ้อ้วนฉาน มันจูงผมลัดเลาะแนวกองฟาง มาตามทางเดิน จนมาเจอสิ่งปลูกสร้าง สองหลังติดกัน กั้นด้วยทางเดินแคบๆจัดแลนด์สเคปด้วยต้นพุดร้อยมาลัย 1 ต้นถ้วน มันคือห้องน้ำนักเรียนหญิงและชายครับ ในตอนนั้นผมไม่คิดอะไรหรอกครับ ผมคิดไม่ออกหนะ แต่พอมาคิดถึงมันในตอนนี้สิครับ ไอ้ฉานนะไอ้ฉาน มึง มึง เอาอะไรเข้ามาแปดเปื้อนในชีวิตกู ไอ้ ไอ้ ไอ้ ไอ้หล่อเอ้ย...... เอ่อ........ผมเป็นคนตรงๆครับ ด่าอะไรมักด่าตามความจริงเสมอ เฮ้อออออ!!!! ชีวิตผมอันเดอร์มันตลอดแหละครับ
ไอ้ฉานมันพาผมมาเจอ พวก ของมันครับ ก็เป็นเด็กรุ่นเดียวกันแหละครับ เป็นลูกครู-อาจารย์ในโรงเรียนนี้หนะครับ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนมัธยม และพวกของไอ้ฉานบางคน ก็เรียนอนุบาลห้องเดียวกะมันเลยครับ ส่วนบางคนก็เพื่อนข้างห้อง เพื่อนของเพื่อน เยอะอย่างครับเยอะอย่าง นับได้ในตอนนั้นประมาณ 7 คนได้ ไอ้ฉานมันแน่แค่ไหนครับ คิดดู เฮ้ยย.....นี่พวกกูคนใหม่ จะมาเล่นกะเรา วันนี้เล่นเดี่ยวแล้วกัน ไม่เล่นหมู่ มาถึงมันก็ยัดเยียดผมเข้าเป็นหนึ่งในพวกมัน เท่านั้นยังไม่หนำใจจอมบงการอย่างมันครับ มันยังออกคำสั่งเพื่อนคนอื่นๆด้วยครับ นั่นไม่เท่าไหร่ แต่ที่แปลกใจคือ ทุกคนพยักหน้ารับฟังคำสั่งไอ้ฉานกันหมดเลยครับ โอ้ ผมเพิ่งรู้ครับตอนนั้น ว่าไอ้ฉานเป็นหัวโจก เป็นหัวหน้าใหญ่ แล้วเราเล่นอะไรกันหนะเหรอครับ เล่นซ่อนหาครับ เล่นซ่อนหา ในโลเคชั่นที่ดีที่สุด ในกรุงเทพครับ ห้องน้ำนักเรียนหญิงและชาย ในโรงเรียนมัธยมแห่งนึง บรรเจิดประเสริฐที่สุดเลยนะผมว่า คนที่คิดเอาสถานที่แห่งนี้ เป็นโลเคชั่นเล่นเกมส์ปัญญาอ่อนนี้ได้ ผมว่ามันต้องมีจินตนาการขั้นเทพ มันน่าถูกส่งไปออกแบบเมืองใหม่ของดูไบจริง จริงนะครับ
ที่พูดมาทั้งหมด ผมประชดชีวิตครับ..... โลเคชั่นของพวกผม ไม่ได้สำคัญแค่เป็นที่เล่นซ่อนหาอย่างเดียวนะครับ ด้านหลังห้องน้ำหนะ มีบ่อน้ำที่ก่อขั้นมา สูงท่วมหัวผมในตอนนั้นครับ แต่ในหลายปีต่อมา มันก็เตี้ยพอให้พวกผมปีนขึ้นไป และติ๊ต่างให้มันเป็น สวิมมิ่งพูล ส่วนตัวได้หนะครับ อนาถมั้ยครับชีวิตผม บ่อน้ำนั้นหนะ เป็นบ่อน้ำแบบเปิด สำหรับเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในห้องน้ำนะครับ ปัจจุบันนี้บางทีที่ผมกะไอ้ฉานเดินไปย้อนอดีตวัยหวาน ก็เห็นพวกนักเรียนโข่ง มันจุ่มเท้าลงไปล้าง บ้าง ทิ้งขยะลงไปตามความคะนองบ้าง แล้วย้อนกลับไปถึงผมในตอนนั้นสิครับ มีแต่โสโครกและโสโครกครับ คิดถึงทีไร กระชากอ๊วกผมได้ทุกที
แต่นั่น มันก็เป็นวันแรกที่ผมได้รู้จักดวงตะวัน ไม่ใช่เหรอครับ หากไม่มีสถานที่แห่งความทรงจำแห่งนั้น จะมีกันและกันในวันนี้ได้ยังงัย จริงไหมครับ
จบตอนที่ 1
| Create Date : 04 กันยายน 2555 |
| |
|
| Last Update : 4 กันยายน 2555 13:20:17 น. |
| |
| Counter : 1322 Pageviews. |
| |
|
|