งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> สรุปงบประมาณ

งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> สรุปงบประมาณ

งบประมาณโดยสรุปสำหรับ 4คืน 4วันที่Tromsø เราว่าจริงๆประหยัดได้มากกว่านี้อีก ถ้าเลือกนอนแคมป์ถูกและทำอาหารกินเองทุกมื้อ ตอนซื้อตั๋วเครื่องบินเราซื้อถูกมากประมาณ 3200NOK เพราะออพชั่นอื่นไม่เอาเลย ซึ่งเค้าจะมีให้เลือก เอาอาหารมั๊ย โหลดกระเป๋ามั๊ย เลือกที่นั่งมั๊ย จะเพิ่มเงินอีก 

สำหรับอาหารเราไม่สั่งบนเครื่อง เพราะเราค่อนข้างกินยากด้วย เนื้อไก่ไม่กิน เนื้อวัวไม่กิน อีกอย่างเราว่ามันแพงมื้อละพันกว่าบาทเราเก็บท้องไปกินที่ปลายทางเลยละกัน ระหว่างทางก็กินขนมปังกินอะไรง่ายๆไปพลางๆ

สำหรับกระเป๋าถ้าไม่โหลดเพิ่มจะลำบากเล็กน้อยเรื่องเครื่องสำอาง ครีมอาบน้ำที่จำกัดปริมาณของเหลว

ส่วนเรื่องการจองที่นั่งล่วงหน้า อันนี้แนะนำว่าให้ไปเชคอินเร็วๆค่ะแล้วจะได้ที่นั่งดีๆโดยไม่ต้องเสียเงินจองล่วงหน้า คืออย่างน้อยก็ได้นั่งติดกะเพื่อนที่ไปด้วยกันเราว่าโอเคแล้วนะ

ตามตารางค่าตั๋วเราคิดกรณีสมมุติว่า ถ้าบินตรงจากไทยไป Tromsø และขากลับก็จาก Tromsø กลับกรุงเทพ ได้ตารางสรุปออกมาตามนี้


รวมๆตัวเลขออกมาก็ประมาณ 5หมื่น


ขอแปะลิงค์ที่เราใช้หาข้อมูลหลักๆนะคะ

//www.norwegian.no พลาดไม่ได้จองตั๋วที่นี่


ที่พักทั้ง3ที่ ที่ไปบุกมา

https://www.booking.com/hotel/no/smarthotel-tromsa.th.html

//www.svensbytursenter.no/2_en.html

//www.tromsocamping.no/


ทัวร์ดูแสงเหนือและเยื่ยมน้องเรนเดียร์

//www.arcticguideservice.com/


คมนาคมสาธารณะ ที่นี่เลย

//www.tromskortet.no/


เวปพยากรณ์แสงเหนือ

//norway-lights.com/#tromso

//www.aurora-service.eu/aurora-forecast/


พยากรณ์อากาศจ้า

//www.yr.no/


อื่นๆ

//www.visittromso.no/en ไว้หากิจกรรมสนุกๆทำ


Links ของ Part ต่างๆ

--> Part1 วางแผนค่ะ

--> Part2 ไปหาเรนเดียร์กัน

--> Part3 มุมสงบที่ Svensby

--> Part4 อาหารการกิน

--> Part5 แสงเหนือที่ตามหา

--> Part6 เที่ยวMuseum+เดินเล่น

--> สรุปงบประมาณ

--> Public Transportation




Create Date : 22 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 10:03:56 น.
Counter : 3665 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> Part6 เที่ยวMuseum+เดินเล่น

งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> Part6 เที่ยว Museum + เดินเล่น

ตื่นมาตอนเช้า วันนี้อากาศไม่ค่อยดี หิมะตกๆหยุดๆเป็นระยะๆ


วันนี้น้ำในลำธารข้างๆแคมป์กลายเป็นน้ำแข็งบางส่วน



เชยชมที่พักของเราสักพักก็เข้าไปเที่ยวในเมืองก่อนที่ตั๋ว24ชม.จะหมดเราต้องไปซื้อตั๋วใบใหม่ที่ใช้เดินทางของวันนี้ไปจนถึงเดินทางไปสนามบินเพื่อจะกลับวันพรุ่งนี้แล้ว ฮือๆ ไม่อยากกลับ

ซื้อตั๋วบัสเสร็จก็ไปเที่ยว Polariaกัน ที่Polaria นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ทางทะเลผสมกับAquarium คือมีการจัดแสดงโชว์แมวน้ำและสัตว์ทะเลต่างๆ เค้าเคลมว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กที่นี่ทีเดียว เวลาเปิดปิดและราคาเป็นตามนี้

OPENING HOURS
18th of May - 31st of Aug.: 10.00 - 19.00
1st of Sept. - 17th of May: 10.00 - 17.00
24th and 25th of Dec: 13.00-16.00

ราคามีส่วนลดสำหรับนักเรียนในเป็นนักเรียนเอาบัตรนักเรียนไปด้วยนะคะ

Adults: NOK 120
Children: NOK 60
Senior: NOK 85
Student: NOK 70
Family: NOK 28

เป็นรูปร่างตึกที่เก๋มากสำหรับเรา


ดาวเด่นของที่นี่เป็นคุณแมวน้ำสี่ตัวที่มีชื่อครบทุกตัวค่ะ จำได้แค่ชื่อตัวเล็กชื่อ Lyra โชว์แมวน้ำของที่นี่เท่าที่เราสังเกตเค้าจะไม่ได้จัดองค์ประกอบโชว์เป็นแสงสีเสียงแบบตามสวนสัตว์ที่พวกเราเคยเจอ เป็นโชว์ให้อาหารที่เงียบมากไม่เปิดเพลง มีครูฝึก3คนออกมาให้อาหารแมวน้ำ 4ตัวพร้อมๆกัน เหมือนแยกกันโชว์ แต่ก็ดูเป็นธรรมชาติไม่แต่งเติมดี



สัตว์ทะเลแถบอาร์กติกถูกนำมาจัดแสดงตามคอนเซป Arcticaquarium ค่ะ




แล้วเราก็ไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์หลักของที่นี่ Polar Museum หรือที่นั่นเรียกว่า polarmuseetค่ะ

เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชมตามนี้ค่ะ

January1st - June 14th: 11.00-17.00

June15th - August 15th: 09.00-18.00

August16th - Desember 31st: 11.00-17.00

เปิดทุกวันยกเว้น 1พค. กับ 17พค. ราคาตามนี้เลย

Adults: 60 NOK
Children (7-18)/Students/seniors: 30NOK
Children under 7 years: free
Family ticket (2 adults + 2 children): 120NOK

เข้ามาถึงก็เจอส่วนที่เป็นหุ่นขี้ผึ้งก่อนเลย จำลองได้เหมือนมาก มีเสียงด้วยนะเออ แอบน่ากลัวนิดๆ เป็นการจำลองวิถีชีวิตของคนที่นี่ในสมัยก่อน




ตัวนี้น่ารักอะ น่าสงสารตายตั้งแต่ยังเด็กเลย


ส่วนอันนี้เป็นกับดักนะคะ เค้าจะซ่อนปืนไว้ค่ะ จะเป็นกลไกที่พอหมีคาบเนื้อออกไปปืนจะยิงแสกหน้าตายทันที


พอขึ้นมาถึงชั้นบนก็จะมีคุณพี่หมีตัวนี้ดักตีหัว เอ้ย..ยืนรอต้อนรับอยู่ค่ะ แหม่ท่ามันให้มาก


เข็มทิศสมัยก่อน นึกถึงหนัง GoldenCompass


ที่ผนังนั่นไม่แน่ใจว่าหนังแมวน้ำหรือสิงโตทะเล ส่วนที่พื้นก็หนังหมีขาวค่ะ เค้าจำลองการขับเรือไปล่าสัตว์ในสมัยก่อน


มีมุมให้นั่งสวยๆ แต่ข้างหลังนี่สารพัดหัวเหยี่อที่พรานในสมัยก่อนเคยล่ามาทั้งสิ้น


เป้าหมายต่อไป เราอยากชมวิวของเมืองจากที่สูง จึงมุ่งตรงไปที่เคเบิ้ลคาร์ที่Fjellheisen //www.fjellheisen.no/ ค่าขึ้นก็ ไป-กลับ 150NOK ค่ะ ดูรูปจากเวปแล้ววาดฝันไว้แบบนี้


แต่พอไปถึง ไม่น๊า ม่ายยยยๆๆ เสียใจสุดๆ แปะประกาศวันนี้ปิดจ้า เพราะลมแรงค่ะ ฮือๆ อยากจะกรี๊ดๆแต่คงไม่มีใครได้ยินเพราะอากาศแบบนี้แทบไม่มีคนออกจากบ้านเลยฮ่าๆ สงสัยต้องมาอีกรอบซะละที่นี่


แนะนำนะคะใกล้ๆเดินทางควรเช็คพยากรณ์อากาศจากเวปที่เชื่อถือได้ซะก่อนเช่น//www.yr.no/ เผื่อปรับแผนได้ทันการณ์

ทำไรดีล่ะทีนี้ เพราะแพลนไว้ว่าจะอยู่บนโน้นถึงหัวค่ำ ทีนี้ว่างเลยค่ะ เดินเล่นถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบนะ ชิลดีอะ

ความที่ว่างมากเลยได้สังเกตว่าที่นอร์เวย์นี่ฝาท่อของแต่ละเมืองไม่เหมือนกันนะคะ ของที่Tromsø นี้เป็นรูปกวางค่ะ


เดินผ่านซุ้มหน้าตาประหลาด เข้าไปดูสักนิด ที่นี่คือฮวงซุ้ยหรือว่าสุสานนั่นเอง



ที่หลังแคมป์ที่เราพักเป็นภูเขาและป่าสน มีไลเคนขึ้นใต้หิมะและบนต้นไม้ มันแบบเดียวกับอาหารของกวางเรนเดียร์ที่เราให้เมื่อวันก่อนนี่นาสดๆใหม่ๆเลย



อันนี้เรียกว่าอะไรไม่ทราบขึ้นบนต้นไม้ สวยดีนะ


ปั้น Snowman ดีกว่า อยากลองทำมานานแว้วว


ดูมันหัวโล้นๆไปนิด สละหมวกให้ใส่ชั่วคราวละกันนะ ดูดีขึ้นเยอะทีเดียว


วันรุ่งขึ้นตื่นเช้ามา อากาศแจ่มใสสุดๆ ลำธารที่เคยแข็งเป็นน้ำแข็งละลายใสแจ๋วเลย


ทำไมเมื่อวานอากาศไม่เป็นแบบนี้กันนะ งุงิ งอแง เชคเอาท์ๆ ไปสนามบินได้แล้วเพื่อนรออยู่ที่Bergen

ไปถึงสนามบินโหลดกระเป๋าเสร็จก็มานั่งกินเสบียงที่ตุนไว้ นี่คือความตื่นเต้นอีกอย่างของการซื้ออาหารที่ไม่รู้ว่ารสชาดเป็นยังไงมาลองทานที่เห็นในรูป ซอสพิซซ่ามันควรทาบนพิซซ่าค่ะเอามาจิ้มอาหารแล้วรสชาดเข้มข้นไปนะ ส่วนนักเกตปลาเวลามันเย็นๆไม่ร้อนนี่ไม่อร่อยเลย ที่รู้สึกชอบมากที่สุดแล้วคือแซลมอน ของที่นี่ราคาถูกกว่าไทยค่ะ แพคนี้ประมาณ 20NOK คือไม่ถึงร้อยค่ะคนชอบแซลมอนอย่างเราถือว่ามีความสุขมาก



เราบินด้วยสายการบิน Widerøe เครื่องลำเล็ก แต่ราคาและบริการใช้ได้เลยค่ะ1200NOKไปBergen นี้รวมทั้งหมดแล้ว โหลดกระเป๋าได้ 23กิโลกรัมทีเดียว




Good Bye Tromsø ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เราใช้งบประมาณโดยประมาณ 20,000บาทนิดๆไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน เพราะจริงๆเรากะซื้อตั๋วมาหาเพื่อนที่ Bergen อยู่แล้ว แต่ถ้าใครจะมาที่Tromsøอย่างเดียวสัก4คืนแล้วกลับไทยก็อยู่ที่ประมาณเกือบๆ50,000บาทค่ะ เราทำสรุปไว้ที่หน้าสรุปงบประมาณค่ะ --> สรุปงบประมาณ

ทริปนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆหลายคนทั้งคนที่มาลำบากด้วยกัน คนที่ให้คำแนะนำและช่วยโอนตังค่าห้องให้ก่อนและคนที่จุดประกายไอเดียให้เราอยากมาแต่เจ้าตัวดันไม่ได้มาด้วยซะนี่ ขอบคุณนะคร้าบ

มีข้อแนะนำหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหลังไมค์ได้เลยนะคะ ยินดีแลกเปลี่ยนกับทุกท่านค่ะ ^^

Links ของ Part ต่างๆ

--> Part1 วางแผนค่ะ

--> Part2 ไปหาเรนเดียร์กัน

--> Part3 มุมสงบที่ Svensby

--> Part4 อาหารการกิน

--> Part5 แสงเหนือที่ตามหา

--> Part6 เที่ยวMuseum+เดินเล่น

--> สรุปงบประมาณ

--> PublicTransportation




Create Date : 22 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 10:29:31 น.
Counter : 2223 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> Part5 แสงเหนือที่ตามหา
งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน--> Part5 แสงเหนือที่ตามหา

เนื่องจากวันนี้ตามการพยากรณ์เป็นวันที่มีโอกาสเห็นแสงได้สูงและอากาศดีท้องฟ้าเปิด ผู้ร่วมทริปจึงเยอะมาก 1คันรถทัวร์เลยทีเดียว ประมาณ30-40คนค่ะ นานาชาติจากทั่วโลก ดิฉันประเทศไทยส่งเข้าประกวดค่ะ 

เราเดินทางกันด้วยรถบัส มีคุณตากล้องมืออาชีพของคณะทัวร์ทำหน้าที่อธิบายวิธีการตั้งค่ากล้องถ่ายรูปและเทคนิคต่างๆ ถึงคนจะเยอะแต่เค้าก็พยายามช่วยตั้งค่ากล้องให้ทุกคน บางคนไม่มีกล้องที่สามารถจับภาพแสงเหนือได้หรือไม่มีขาตั้งกล้องมาด้วยเค้าก็บอกว่าไม่ต้องเสียใจนะ เค้าถ่ายให้ทุกคนและจะส่งรูปให้ทางเมล พวกเราจอดรถเพื่อลงไปถ่ายภาพกัน2จุด แต่ที่เห็นแสงเหนือเยอะกว่าจะเป็นจุดที่2 พิกัดที่บัสขับไปจอดเพื่อชมแสงเหนือคือจุดนี้ค่ะ ลองลากดูแล้ว 143กิโลเมตรจาก RedisonBlu



เห็นในแผนที่เป็นเขียวๆ ตอนไปนี่ขาวโพลนสูงประมาณเข่าค่ะ ตรงที่เป็นแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็งและสามารถขึ้นไปเดินได้เลย ในเวลาไม่มีอินเตอร์เนตวิธีทราบพิกัดสำหรับเราคือ เราถอดพิกัดจากข้อมูลในกล้องค่ะ


นี่ก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ตัดสินใจซื้อทัวร์มาดูแสงเหนือเพราะเราไม่รู้ว่าเค้าไปดูที่ไหนกัน แต่ตอนนี้ได้พิกัดมาแล้ว อิอิ

ส่วนการตั้งค่ากล้องถ่ายรูปในเวป Northern Light Norway เค้าแนะนำมาแบบนี้ค่ะ


เราไม่ได้เป็นโปรกล้องนะคะ ความรู้น้อยนิดขออธิบายตามที่เราเข้าใจนะคะ ผู้รู้ท่านใดผ่านมาขอคำแนะนำด้วยค่ะ ตามที่เราเข้าใจหลักๆคือ

      1.กล้องจากมือถือ หรือกล้องดิจิตอลเล็กๆทั่วไปที่ปรับชัตเตอร์สปีดไม่ได้ ถ่ายไม่ได้ค่ะ

      2.ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

      3.เก็บแบตในที่อุ่นจนกว่าจะใช้ถ้าประจุเสื่อมเพราะอากาศเย็นอาจแห้วกินได้

สามข้อนั้นสำคัญมาก ส่วนคำแนะนำในการตั้งค่าอื่นๆซึ่งยืดหยุ่นได้บ้างเป็นดังนี้

..........Smiley ปิดแฟลช ปิด Autosetting

..........Smiley ค่า ISO 100 – 400

..........Smiley ตั้งค่าเป็นโฟกัสแบบ Manual Focus และตั้งค่าเป็นInfinity คือหมุนไปสุดอะค่ะแต่ละกล้องทำได้ไม่เท่ากัน

..........Smiley ปรับชัตเตอร์สปีดให้นานๆ เช่น 30วินาทีหรือมากกว่า

..........Smiley รูรับแสง f/2.8 หรือดีกว่า

..........Smiley ใช้เลนส์ Wide ก็ดี

ซึ่งตามสเปกกล้องของเราแล้ว ทำไม่ได้ค่ะ อยากบอกว่าเราใช้เลนส์คิทถ่าย เท่าที่ลองตั้งค่าแล้วรู้สึกว่าภาพออกมาพอใช้ได้คือประมาณนี้


รูรับแสงปรับได้ต่ำสุด f/3.5

เห็นแสงครั้งแรก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่หรอแสงเหนือมันเหมือนสีเขียวๆขุ่นๆเป็นเส้นๆบนฟ้า แต่พอถ่ายรูปมามันก็เข้มขึ้นค่ะ


เริ่มมาแล้วๆ ด้วยความที่เลนส์ไม่ได้ Wideมุมอาจดูแคบไป แต่ก็พอไหวนะ

วันนี้พระจันทร์ดวงโตเชียว



เห็นเป็นม่านลงมาจากฟ้า เคลื่อนไหวไปมาสีชมพูกับเขียวขุ่นๆ เข้มๆจางๆแล้วแต่จังหวะ



ลองตั้งเวลาแล้ววิ่งไปยืนดูต้องยืนนิ่งๆตามเวลาชัตเตอร์สปีดที่ตั้งไว้ ดูลางๆก็รู้ว่าเป็นเราใช่มะ ฮ่าๆ ความสามารถชั้นทำได้แค่นี้ ต้องพัฒนาสินะ



คนเยอะมากทีเดียว อินเตอร์เนชั่นแนลทัวร์


ตรงนี้เข้มสุดของวันนี้ ถือว่าเห็นแสงเหนือไม่เยอะนะคะกลางๆ เห็นว่าน่าจะเป็นเพราะถ้าค่า KPสูง แสงจะปรากฎในบริเวณห่างจากขั้วโลกมากขึ้น เราถือว่าอยู่ใกล้ขั้วโลกมากกว่าเลยได้เห็นแค่หางๆ และพระจันทร์สว่างสุกใสมาก

แต่เราก็พอใจมากละค่ะ สนองความอยากรู้ของเราไปได้อีกเรื่องนึง

รูปนี้ทางทีมงานเค้าถ่ายให้ค่ะ เค้าเปิดแฟลชนะคะ ตรงนี้ที่เห็นว่าเรียบๆมันคือแม่น้ำที่แข็งเป็นน้ำแข็งค่ะ


จบทริปอย่างมีความสุข ได้เห็นแสงเหนือวันนี้กลับไปนอนหลับแล้วค่ะคณะทัวร์กลับถึงโรงแรม Radison Blu ประมาณตี1 เสียค่าแท็กซี่ประมาณ170NOK กลับ Tromsø Camp กลับไปนอนหลับเป็นตายค่ะเกือบตี2

ต่อPart6 คลิกเล้ยจ้า Click


Links ของ Part ต่างๆ

--> Part1 วางแผนค่ะ

--> Part2 ไปหาเรนเดียร์กัน

--> Part3 มุมสงบที่ Svensby

--> Part4 อาหารการกิน

--> Part5 แสงเหนือที่ตามหา

--> Part6 เที่ยวMuseum+เดินเล่น

--> สรุปงบประมาณ

--> Public Transportation




Create Date : 22 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 9:58:21 น.
Counter : 4178 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> Part4 อาหารการกิน

งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน--> Part4 อาหารการกิน

เดินทางกลับไปเที่ยวฝั่ง Tromsø มองจากฝั่งนอกเมือง ฝั่งเมืองนี่บ้านแน่นเชียว วันนี้เรามีนัดค่ะ ตอน 6.30เราได้จองทัวร์พาไปดูแสงเหนือไว้ แต่ก่อนถึงเวลานั้นก็เที่ยวในเมืองก่อนเลย ^^


มาถึงเมืองที่เวลาประมาณเกือบๆ 11โมง ด้วยความที่ฝั่งโน้นเป็นดินแดนอันสงบเงียบและ ไม่มีอะไรกิน รออะไรล่ะคร้า หาของกินด่วนๆเลย Yonas Pizza นี่เป็น Signatureของที่นี่เพราะมีที่เดียวที่ Tromsø มันน่าลองมั๊ยล่ะ สั่งเลยละกัน ระดับนี้ต้องถาดใหญ่เท่านั้น


คือ ใหญ่ไปมั๊ยคะ พิซซ่าที่นี่ถาดใหญ่มี 16ชิ้นสารภาพว่า ไม่หมดจ้า ก็จัดการห่อทำเสบียงมื้อต่อไป ^^



ถาดนี้ 355NOK สำหรับสาวน้อย(มั๊ย)สองนางกินได้1อิ่ม(มากๆ) กับกินอิ่มแบบกันตายได้ประมาณ 2มื้อ //www.yonas.no/ ตามไปส่องดูได้เป็นภาษานอร์เวย์จังหวะนี้ Google Translate ช่วยท่านได้

หลังจากอิ่มมาก เราก็จัดการเดินทางไปเชคอินที่พักวันนี้กันก่อนเลยเราจองที่พักไว้2คืน ที่ Tromsø Camping //www.tromsocamping.no/ ซึ่งจากเมืองสามารถนั่งรถบัสไปได้โดยใช้ตั๋วรายวันซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อบางสาขาและที่ท่ารถ Prostneset ซึ่งเราก็จัดการซื้อที่ Prostneset มาแล้วเรียบร้อย


ตั๋วนี้ราคา 90NOK ไปไหนก็ได้ในเขตเมือง Tromsø เป็นเวลา 24ชั่วโมงนับจากเวลาที่เราซื้อมาค่ะ (เสียดายน่าจะนับจากเวลาไปติ๊ดบัตรเนอะไม่งั้นมีซื้อตุนสองใบ นี่พรุ่งนี้ก็ต้องมาซื้ออีก)


ดูจากแผนที่สายรถแล้วเดินไปขึ้นสาย 20 ได้เลย ระยะทางไม่ไกล นั่งรถชิลๆ 10นาทีเอง


ตรงกลางทางผ่าน Arctic Cathedral ด้วย

นั่งรถมา 10นาที คิดว่าคงชิลๆละแต่เปล่าเลย จากป้ายรถเมล์ที่เราลงนี่คือป้าย Båthavna มันต้องเดินอีก 850 เมตร ท่ามกลางพื้นที่มีหิมะกว่าจะถึงที่พัก ซึ่งเราก็ได้ทำใจไว้ตั้งแต่ตอนจองที่พักแล้ว


ลงป้ายสถานี Båthavnaปุ๊ป จะเห็นเรือเต็มเลย


แล้วก็เดินจ้ะ เดินๆๆ ข้างๆซอยที่เดินเป็นทะเลสาปวิวดีมาก จริงๆแล้วรูปนี้เป็นรูปที่เราถ่ายวันหลังตอนที่มีอารมณ์เดินเล่นชิลๆ แต่วันนี้ไม่ค่อยชิลเพราะหิมะค่อนข้างเยอะ ทางเดินที่เห็นเป็นพื้นถนนดำๆนี่เป็นหิมะไม่เห็นพื้นถนน แล้วไม่ใช่หิมะใหม่ๆนิ่มๆฟรุ้งฟริ้งแต่เป็นหิมะเก่าที่ละลายนิดๆลื่นหน่อยๆ เราเดินแบกกระเป๋าเป็นระยะทาง850เมตรเข้าที่พักเลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย เอารูปของวันถัดไปมาลงแทนละกันค่ะ



ถึงที่พักบรรยากาศดีทีเดียว ที่นี่คืนละ 607.5NOK ข้างในมีแค่เตียง2ชั้น โต๊ะ1ตัว เตาแม่เหล็กไฟฟ้า1ตัว มีห้องน้ำเป็นห้องรวมด้านนอก ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี แต่แล้วก็งานเข้าอีกรอบ...ไม่มีคนค่ะ เจอคุณพี่สาวจากฮ่องกงคนนึงมารอเช็คอินเหมือนกัน ระหว่างนั้นก็โทรศัพท์อีกเช่นเคย โทรตามเบอร์ในใบจองที่ปริ้นท์มา แต่ดันโทรไม่ติดซะงั้น ไม่รู้จะทำไงดี หากุญแจกันใหญ่เลย หาไม่เจอสักพักไปนั่งปั้นหิมะรอ ฮ่าๆๆคิดได้ไงไม่รู้ตอนนั้น สักพักมีคุณพ่อชาวนอร์เวย์ใจดีคนนึงขับรถผ่านมามีลูก2คนนั่งมาด้วย ตอนแรกเราก็นึกว่าเค้ามาพักที่นี่เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าเค้าใจดีกว่านั้นค่ะ คือไม่ได้มาพักที่นี่ แต่เห็นพวกเราดูท่าทางต้องการความช่วยเหลือเลยมาดู แล้วเค้าก็จัดการโทรตามคนรู้จัก โทรติดต่อจนเจอผู้ดูแลที่นี่มาจัดการให้เรา เรียบร้อยพักได้ หายเหนื่อยสักพักก็ออกไปเท่วต่อ


แวะ Arctic Cathedral ภาษานอร์เวย์คือ shavskatedralen //www.ishavskatedralen.no/ ถ้าโชคดีไปช่วงที่มีงานแสดงก็สามารถซื้อบัตรเข้าไปชมได้ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถเข้าชมด้านในได้เช่นกัน ค่าเข้าก็...จำไม่ได้อะ(เห็นมั๊ยลืมจริงด้วย) น่าจะ 40NOK ประมาณนั้นนะคะ




ออร์แกนที่นี่ดูโมเดิร์นมากเลย เป็นโลหะทั้งอันเลย เสียดายมากๆไม่มีคอนเสิร์ตช่วงนี้อดฟังเลย

จากนั้นเราก็นั่งรถเข้าเมืองไปหาของกิน ช่วงนี้เป็นเทศกาลอีสเตอร์พอดี ร้านอาหารปิดยาวเยอะมาก เราเลยเข้า Supermarket ประทังชีวิต แต่ก็ประหยัดไปอีกแบบ แนะนำค่ะถ้าใครงบจำกัดเข้า Supermarket ใหญ่ๆ มีของกินให้เลือกมากมาย ราคาจะถูกกว่า 7-11 หรือ Narvassen(คล้ายๆ7-11ที่นี่) เอาที่อยู่ใจกลางเมืองหน่อยก็ Joker ค่ะ ใกล้ๆกับ Tromso Dromlirke ตามพิกัดนี้เลย Supermarket ส่วนมากปิดเร็วและปิดวันอาทิตย์ค่ะ อยากกินอะไรซื้อตุนได้เลย


เราก็ตื่นเต้นไปกับพืชผักที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นอย่างมาก คนแถวนั้นคงจะงงแม่นางหมวยสองคนนี้มาถ่าย

รูปกะผักประเทศตรูทำไม





สตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่มาก ราคากล่องละ 29NOK สมองจัดการคูณเรียบร้อยว่า130บาท ลูกขนาดนี้จะถูกไปไหนเนี่ย จัดการสอยมากินเกลี้ยงเลย

เวลายังเหลือ เราเลยแวะพิพิธภัณฑ์ได้อีกที่นึง Perspektivet Museum (PEM)  //www.perspektivet.no/en/ ที่นี่เข้าฟรีค่ะ ปิด5โมงเย็น


พอใกล้ถึงเวลานัดหมาย เราก็ไปจุดนัดพบที่โรงแรม Radison Blu กันเลย 


ต่อPart5 คลิกเล้ยจ้า Click


Links ของ Part ต่างๆ

--> Part1 วางแผนค่ะ

--> Part2 ไปหาเรนเดียร์กัน

--> Part3 มุมสงบที่ Svensby

--> Part4 อาหารการกิน

--> Part5 แสงเหนือที่ตามหา

--> Part6 เที่ยวMuseum+เดินเล่น

--> สรุปงบประมาณ

--> Public Transportation




Create Date : 20 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 9:57:28 น.
Counter : 2445 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน --> Part3 มุมสงบที่ Svensby

งบ 5หมื่น แสงเหนือ Tromsø 4คืน--> Part3 มุมสงบที่ Svensby

กลับจากเยี่ยมสหายเรนเดียร์ เราก็กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้แล้วออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อไปที่พักในค่ำคืนนี้ คืออยู่ในเมืองดีๆไม่ชอบ ชอบออกไปลำบากซะงั้น ไปหากระท่อมกลางเขา ริมทะเลไว้ซุกหัวนอนค่ะ //www.svensbytursenter.no/ ที่นี่เลย


Svensby จะอยู่เหมือนเป็นอีกเกาะนึงเลยค่ะ คือที่นอร์เวย์เค้าจะแบ่งเขตปกครอง ก็เหมือนบ้านเราในจังหวัดมีอำเภอมีตำบลน่ะค่ะ เเต่เราเรียกไม่ถูกหรอกนะคะ ประมาณว่าในอาณาเขตของ Troms ประกอบด้วยเขตย่อยๆ 25เขต เขตที่เป็นใจกลางก็คือ Tromsø ดูในรูปก็เบอร์ 25ค่ะ ส่วน Svensby จะอยู่ในเขตของ Lyngen ดูในรูปเป็นเบอร์ 15


แถวๆนั้นมี Open air Museum ตรงนั้นเป็นท่าเรือและเมื่อก่อนเคยเป็นสถานที่ทำประมง ปัจจุบันชอบมีคนมาตกปลากันค่ะ


ว่าแต่..แล้วเราจะไปยังไงล่ะ ดูแผนที่แล้วต้องข้ามเกาะข้ามทะเลไปอย่างนั้น จริงๆแล้วที่เราเลือกที่พักที่นี่มีเป้าหมายอีกอย่างนึงคืออยากลองนั่งเฟอรี่ข้ามเกาะที่นี่ดู เราได้วางแผนไว้แล้วโดยหาข้อมูลจากเวป //www.tromskortet.no/ ได้ความว่ามีบัสสาย 150 ไป-กลับ ตามเวลาดังนี้


ขาไปเราเลือกรอบ 16.00น.เพราะกลัวกลับมาจากเยี่ยมเรนเดียร์แล้วมาขึ้นรถไม่ทัน


ส่วนวันถัดไปก็กลับไปฝั่ง Tromsø ตอน 9.30


ขึ้นรถตรง Prostneset แปลว่าอะไรไม่รู้สิ รู้แต่มันคือท่ารถที่มีบัสจอดเต็มเลย

บัสหน้าตาแบบนี้เอง


สาย 150 ไป Alta นะจ๊ะ ขึ้นรถแล้วเราก็บอกคุณคนขับว่าลง Svensby พร้อมจ่ายค่าโดยสารขาละ 120NOK ต่อคน ราคานี้รวมค่าเรือเฟอรี่แล้ว ได้นั้งเรือเล่นด้วย เย้ๆ ^^


จากบนเรือเห็นวิวทะเลและภูเขาหิมะ ลมพัดโกรกหน้านี่แบบหนาวสะใจ เข้าใจแล้วว่าหนังหน้าชาจริงๆเป็นงี้นี่เอง พอถึงฝั่งเราก็ลงจากบัสแล้วเดินต่อไปที่พักประมาณ 400เมตร ก็จะเจอป้ายบอกที่พักหน้าตาประมาณนี้


//www.svensbytursenter.no/2_en.html

ที่พักนี้เราจองผ่านเนตไป คืนละ 700NOK  เค้าจะให้เราโอนเงินมัดจำไปบางส่วนก่อน แล้วค่อยไปจ่ายส่วนที่เหลือในวันที่เข้าพัก เราก็โอนเรียบร้อย แล้วก็ไม่ได้ติดต่ออะไรอีกเลยคือชินกะโรงแรมที่พักที่ไทย ที่ไปละก็มีพนักงานต้อนรับตลอดเวลา

และแล้วความตื่นเต้นก็มาบังเกิด เมื่อเราไปถึงประมาณ 5โมงครึ่ง แล้วพบว่านี่มันดินแดนร้างชัดๆ ไม่มีรีเซปชั่น ไม่มีคน!!! กระท่อมหลังไหนของชั้นล่ะนี่ เข้าไปด้อมๆมองๆ อืม...ล็อก มีแต่กระท่อมหลังไกลสุดมองไกลๆเห็นคนมาพักหนุ่มๆทั้งนั้นจะเข้าไปถามนี่เขิลเลย อิอิ เลยพยายามเดินดูว่ามีพนักงานไหม สุดท้ายไม่เจอใคร อืมอยากปาดเหงื่อแต่หนาวจัดไม่มีเหงื่อให้ปาด... ยังดีที่เพื่อนเราโรมมิ่งโทรศัพท์มาและเราปริ้นท์ใบเสร็จที่มีเบอร์โทรของที่พักมาด้วย จัดการโทรเลยค่ะโทรถาม มีเสียงลุงแก่ๆรับสาย ลุงแกพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ด้วยนี่สิเงิบ...

รวบรวมความสามารถทางภาษาทั้งหมดในชีวิตที่มีคุยกะลุง ฮ่าๆๆๆ ได้ความว่าลุงไม่ได้ดูแลเรื่องกุญแจโดยตรงลุงให้เบอร์โทรอีกเบอร์มา ปรากฏว่าโทรไป ตรู๊ดๆๆๆ ไม่มีคนรับ รอสักพัก 10นาทีโทรอีก โทรไปเรื่อยๆ ไม่รับ ไม่ไหวละข้างนอกมันหนาวเกิ๊น เลยโทรหาลุงอีกทีบอกแกว่าช่วยด้วยค่ะหนูโทรไปเบอร์นั้นไม่มีคนรับโทรศัพท์ช่วยหนูที หนาวมาก อยากเข้าบ้านคร้า อ้อนวอนสุดฤทธิ์ ลุงแกก็ดีนะบอกเดี๋ยวลุงตามให้เดี๋ยวโทรกลับนะ สักพักก็โทรกลับมาบอกวิธีเข้าที่พัก เราอึ้งมาก แบบ โห!!!ที่พักที่นี่เทพมาก คือ เค้าบอกมาเป็น Stepแบบนี้

    1. กระท่อมหนูอยู่หลังที่1นะเดินไปที่กระท่อม

    2. มองทางซ้ายข้างประตูจะมีกล่องดำที่มีที่ใส่รหัสอยู่

    3. ใส่รหัสตามนี้ 4ตัว

    4. กล่องจะเปิดออกมา มีกุญแจอยู่ นั่นแหละ เอามาไขประตู

    5. พรุ่งนี้หนูจะไปกี่โมงคะ ลุงจะไปเก็บเงิน ฮ่าๆๆๆ (ตอนบอกจะเก็บเงินนี่พูดชัดเชียว)

นี่มันแบบ เกมส์ Action ไขปริศนาหาทางเข้ากระท่อมนี่นา เกือบไม่รอด GameOver นอนกลางหิมะละปะเนี่ย แต่รอดมาก็รู้สึกสนุกดี คือได้เป็นบทเรียนอีกอย่างว่า ทีหลังจองที่พักต่างประเทศโทรไปคอนเฟิร์มเค้าก่อนนะคะเชคอินเลทก็บอกเค้าก่อน ไม่งั้นอาจแข็งตายข้างกระท่อมได้นะเจ้าคะ

แต่พอเข้าที่พักปุ๊ป นี่มันฉากจบเกมส์แบบ Happy Ending นี่นา



ถ้าชั้นรู้ว่าอุปกรณ์ทำครัวพี่จะมีให้เยอะขนาดนี้ ตรูช้อปกับข้าวมาทำละ ที่นี่ดีเกินไปละรับไม่ได้ อิอิ ขุดหาของกินเรื่อยเปื่อย พออิ่มละก็ออกไปเดินเล่นดีกว่า


วิวหน้าบ้านเป็นแบบนี้

เราพักกระท่อมน้อยหลังนี้ เบอร์1คร้า ฮวงจุ้ยดีค่ะหน้าบ้านเป็นทะเลหลังบ้านเป็นภูเขา อิอิ(บ้านแถวนี้มันก็เป็นแบบนี้ทุกหลังไม่ใช่หรา ถึงว่าประเทศนี้คนรวยกันเยอะจังบ้านฮ้วงจุ้ยดีนี่เอง ฮ่าๆๆๆ)


เดินสำรวจรอบๆ บรรยากาศดีมาก ขาวโพลน เงียบ สงบ และหนาวสุดๆไปเลยเดินไปเรื่อยเปื่อย เหนื่อยก็กลับมานอน ตื่นมาก็เดินต่อค่ะ ^^


มีคนมากางเตนท์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เมื่อวานยังไม่เห็นเลยข้างในจะหนาวมั๊ยนะ


ทะเล ภูเขา หิมะ สายหมอก และอากาศสุดเย็นยะเยือกเอาหน้าไปรับลมทะเลให้ชาเล่น แล้วก็เดินเลยไปถึงตรงที่เป็น Open Air Museum ซึ่งตอนนี้ปิดจ้า แต่เราก็ถ่ายรูปเล่นๆรอบๆละกันนะ ^^







ออกมาเดินเล่นตอนเช้าๆนี่สัมผัสได้ว่าที่นี่มัน “ดินแดนอ้างว้างร้างผู้คน” ชัดๆ แต่ก็สงบมากๆรู้สึกสมองสดชื่นสุดๆ เดินจนพอใจแล้วก็กลับไปที่ที่พัก ถ่ายรูปอีกสักนิดกับกระท่อมผิงไฟข้างๆห้องเบอร์1 ก่อนบ๊ายๆ Svensby



เที่ยวที่นี่ประหยัดบลัชออนได้เยอะเลยค่ะ หนาวแก้มแดงเชียว ไปละค่ะ กลับไปเที่ยวฝั่ง Tromsø ต่อนะคร้าบ


ต่อPart4 คลิกเล้ยจ้า Click


Links ของ Part ต่างๆ

--> Part1 วางแผนค่ะ

--> Part2 ไปหาเรนเดียร์กัน

--> Part3 มุมสงบที่ Svensby

--> Part4 อาหารการกิน

--> Part5 แสงเหนือที่ตามหา

--> Part6 เที่ยวMuseum+เดินเล่น

--> สรุปงบประมาณ

--> Public Transportation




Create Date : 20 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 9:56:48 น.
Counter : 2781 Pageviews.

0 comment
Share to Facebook
1  2  

Superbobo
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]