พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
14 พฤศจิกายน 2551
 

My Way >>>>>>>My New york

  สวัสดีครับทุกๆ คน หลังจากที่ผมกลับมาผมก็ติดธุระอยู่สองสามวัน(จริงๆก็หลายวันอยู่ครับ)ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ เขียนเรื่องเล่าของผมซักทีครับ ผมออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง  วันที่ 29 มีนาคม เวลา ประมาณ 12.00 น ตามเวลาประเทศไทย ใช้เวลาประมาณ 15 ชม  บรรยากาศ บนเครื่อง บิน แอร์บัส  A 340  นั้นผมค่อนข้างประทับใจทีเดียวเพราะโดยส่วนตัวผมที่เป็นคนรูปร่างไม่เล็กนั้น ผมนั่งได้อย่างสบาย  บริการของสายการบินแห่งชาติใน เที่ยวบินที่บินตรงนี่ผมถือว่าดีนะครับ  เวลาส่วนใหญ่บนเครื่องบินก็คงหมดไปกับการดูภาพยนตร์และเล่นเกมส์บนหน้าจอส่วนตัวที่อยู่ด้านหน้าของแต่ละเบาะครับ  นั่งเบื่อ อยู่นานในที่สุดก็ถึงท่าอากาศยาน เจเอฟเค จริงๆ แล้วนิวยอร์ค มีท่าอากาศยานที่อยู่ในละแวกนั้น อยู่สามที่ คือ  Laguardia , Newark(อ่านว่า  “น๊วก” ไม่รู้อ่านไปได้ยังไง ) และ JFK แต่ที่คนไทยคุ้นเคย ก็คงมีแต่ JFK เท่านั้นแหละครับเพราะการบินไทยลงที่นั้น ส่วนอีกสองที่จะเป็น เที่ยวภายในประเทศซะมากกว่า เมื่อมาถึง นิวยอร์ค ตามเวลาท้องถิ่น 8.30  น ผมได้พบกับ กลุ่มของผู้โชคดีจาก  89 Fm  ไปเป็นเพื่อนร่วมทาง ตอนแรกกะจะเนียนแบบ ขอร่วมเที่ยวด้วย แต่นั้นแหละครับ ผมไม่กล้านิน่า เมื่อ ผ่าน ตม ของทางสนามบิน ลืมบอกขั้นตอนตอนตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ดุไม่ค่อยยุ่งยากซะเท่าไรนะครับ พี่ ตม .เขาถามผมว่ามาครั้งแรกริเปล่า ผมก็บอกไปว่าเคยแม้แล้ว ปีนั้น ปีนี้ ไปที่นั้นไปที่นี่ คร่าวนี้มาทำไม แล้วก็ใช้นิ้วชี้ซ้ายขวา ตามองกล้อง แค่เนี่ยก็เข้า อเมริกาได้แล้ว  เมือ่ไปถึง ผมก็ผมกลับชาย แอฟริกัน อเมริกัน คนหนึ่งชูป้ายนามสกุลผม ผมก็เดินไปหาคุยกันแปล็บหนึง แล้วเขาก็พาผมไปที่รถ  Limosine  ผมผิดหวังเล็กๆกะว่าจะเป็นรถแบบยาวเป็น กิโล แต่เป็น รถ  MB S500 ผมก็ว่าก็ใช้ได้น่า   นั่งหลับ ให้พี่เขาขับรถผ่านทางด่วน ผ่านสะพาน  ผ่านอุโมงค์ รถค่อยข้างติดเพราะเป็นเวลาช่วงเช้าทุกคนไปทำงานกัน พอเข้าไปถึงตัวเมืองแมนฮัตตั้นได้แล้วแม่เจ้าทำไมมันมีแต่ตึกแล้วก็มีแต่คนยั่งงี้นะ  คนเยอะมากมีแต่คน ทีแรกที่ผมไป คือ ตึก Empire state  มันเป็นตึกที่ถ้ามองจากภายนอกแล้วโดยไม่แงนหน้าขี้นไปมองยอดของมันแล้วเป็นตึกเรียบที่ไม่เห็นจะสวยตรงไหนสำหรับผมนะ  ผมผ่านเครื่อง เอ็กเรย์ และผ่านเครื่องตรวจโลหะ แรกสุดผมก็ขึ้นไปชั้น 63 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Aspect  ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาที่ค่อนข้างคุ้นหูผมซักหน่อย  ผมเดินไปยัง หน้าต่างทางทิศใต้มองผ่านหน้าต่างไปเห็นทัศนียภาพอันแสนสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเทพีสันติภาพ มองเห็นห้าง  Macy มองเห็นอาคารบ้านเรือนเยอะแยะมากมาย  จนนับไม่ถ้วน  เป็นภาพที่ผมคงไม่ลืมไปอีกนาน ที่ผมไป Aspect  เพราะน้องสาวไปเรียนที่นั้น ผมก็อาศัย ที่นั่งเป็นที่เล่นเน็ต เข้าห้องน้ำ นั่งพักดูภาพเมือง แมนฮัตตั้น


                                       มื้อแรกที่ผมได้ทานเมื่อไปถึง นิวยอร์ค คือ ฮอตด็อกข้างทาง มันรู้สึกว่าทำไมมันอร่อยอย่างนี้นะ (ที่จริงหิวจนหน้ามืดแล้ว)  ไส้กรอกที่นี้ตั้งแต่ผมกินมยังไม่เจอที่เป็นไส้กรอกแป้งเลยนะครับ แต่ขนมปังที่ตามร้าน ข้างทางจะใช้ผมรู้สีกว่ามันเป็นเหมือน เอาไว้เลี้ยงปลาจริงๆ นะ ครับ  แล้วผมก็เดินทางไปเก็บกระเป๋าที่ YMCA  Westside ตั้งอยู่บน ถนน   west central park and  63 rd st  ซึ่งเป็นทำเลที่ดีมากเลยครับ ใกล้ เซ็นทรัลปาร์ค  ใกล้ โคลัมบัส ไซเคิล ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ห้างไทม์วอนเนอร์  อันสวยงาม  และที่นั้นเป็นที่ผมเอาไว้ใช้เข้าห้องน้ำ เวลาอยู่ข้างนอกที่พักเพราะในย่านใกล้เซ็นทรัลปาร์คหาห้องนำสาธารณะยากมากต้องเดินเข้าไปในเซ็นทรัลปาร์คซึ่งไกลอยู่  กอ่นจะฝอยไปมากกว่านี้ผมคงต้องเข้าประเด็นซักที


    เริ่มด้วยเรื่องทั่ว ๆไปก่อนนะกันนะครับ  NYC นั้นจะประกอบไปด้วย   Manhattan     Queen      Brooklyn     Bronx     Staten Island


ซึ่งผมจะพูดเกี่ยวกับแมนฮัทตั้นค่อนข้างมากที่สุดนะครับเพราะครั้งนี้ผมไปในนแทนอัทตั้นเป็นส่วนใหญ่ เริ่มแรกเรามาดูรูปร่างของแมนอัทตั้น กันก่อน เคยมีพี่ท่านหนึ่งในพันทิพย์ผมจำไม่ได้ว่าใครบอกผมว่า รูปร่างของแมนอัทตั้นแต่สำหรับผมนั้นผมว่ามันเหมือนเมล็ดข้าวมากเลย แต่เพื่อความง่ายแมนอัทตั้นจะถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือ  Westside  และ  Eastside  โดยจะแบ่งกันที่ 5 AV เป็นเส้นแบ่งสองฝั่งโขง แล้วมี  Street ตัดขวาง ตัวเลขที่บ้านที่นี้จะนับไปเรื่อยตามถนน เรียงกันตั้งแต่หลักหน่วยถึงหลักพันหากอยู่ในถนนที่ยาวมากๆ อย่างบอร์ดเวย์เป็นต้น ในแมนอัทตั้นจะแบ่งเป็นย่านๆซึ่งในแต่ละย่านก็จะมีกลิ่นอายที่แตกต่างกันไม่มากนักแต่ถ้าย่านที่ไกลกันมากก่อนจะค่อนข้างที่จะไม่เหมือนกันซะทีเดียว เรามาเริ่มต้นกันเลยนะครับ ย่านแรกที่ผมจะนำเสนอ  คือ 


 Lower Manhattan


                                                       ในส่วนตัวผมนั้นย่านนี้ค่อนข้างวุ่นวายมากเลยในช่วงเวลากลางวันและในวันธรรมดา  โดยจะแข่งย่อยได้อีกเป็น  financial district , city hall , battery park  และ  south sea  port   โดยมากถ้าคนที่ต้องการจะเดินเที่ยวย่านนี้ก็คงไม่พ้น ไปดู NYSE  กับ   FED หรือไปดูรูปปั้นกระทิงอันเลื่องชื่อ  แต่ที่เป็น ไฮไลท์จริงคงต้องเป็นเทพีสันติภาพ ( Statue of liberty)  ถ้าจะไปที่นี่ต้องนั่งรถไฟใต้ดิน สาย  1 กับ 9  Bowlimg green  แล้วเดินไปผ่าน  Battery park  จะเจอปราสาท ก่อด้วยอิฐ (Clinton castle)เป็นรูปคล้าย ๆ สนามกีฬาข้างในจะมีร้านขายของ  แล้วก็จะมีป้อมขายบัตรเข้าไปบนเกาะ โดยเขาจะมีสองแบบ คือ ผ่านอย่างเดียว  11 $ และแบบมีหูฟังให้ด้วย 18 $   พอได้บัตรต่อไปก็จะเป็นช่วงที่น่าเบื่อที่สุดคือ ต่อคิวขึ้นเรือ เราจะต่อไปอย่างนานแล้วก็จะผ่านไปยัง อาคารตรวจคนเข้าเกาะ(ต้องรียกอย่างนั้นจริงเพราะตรวจเข็มกว่า ตม ตอนเข้าเมืองอีก)  ตรวจแบบเว่อจริงๆครับ ให้ถอดให้หมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเข็มขัด นาฬิกา รองเท้า  เสื้อนอก  โทรศัพท์  ตรวจละเอียดจริงๆ ครับ พอเสร็จก็จะที่เรือเฟอรี่ ขอแนะนำว่าให้ขึ้นไปชั้นบนด้านหัวเรือนะครับ อาจจะแดดร้อนและหนาวในเวลาเดียวกันบ้างแต่สวยครับรับรอง ถ้าขาไปให้ยืนทางด้านขวาครับจะเห็นมาดามชัดสุดขากลับนั่งฝั่งซ้ายที่แรกจะไปคือ เกาะ เทพีสันติภาพครับจะเป็นเกาะที่มีทางเดินวนได้รอบครับจะมีกล้องสิองทางไกลแบบหยอดเหรียญให้ไว้ดูวิวเป็นระยะ  ส่วนใหญ่ผู้คนที่มาที่นี่ก็จะถ่ายรูปเป็นส่วนใหญ่ครับ  ผมแนะนำนะครับให้ซื้อน้ำและอาหารแบบทานง่าย ๆ มาด้วยได้ครับเพราะที่นี่ราคา อาหารและเครื่องดื่มสูงกว่าข้างนอก แล้วก็ต่อคิวนานมากๆ หลังจากที่ได้ซึมกับบรรยากาศทั้งหมดเราก็จะนั่งเฟอรี่ต่อไปยัง Ellis Island  ระวังอย่างนั่งผิดเดี่ยวไปนิวเจอร์ซี่แล้วจะหาไม่เตือน บนเกาะแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของ  Immigration Museum ก็จะเป็น พิพิธภัณท์ ที่แสดงถึงการอพยพของชาวโลกทั้งหลายที่มาอยู่ ที่อเมริกา ลองทายเล่นว่า ชาติไหนอพยพมามากที่สุด และพี่ไทยเรามีมากแค่ไหนนะครับ   ทาบถูกมีรางวัลให้ครับ  


            ผมจะจบแค่นี้ก่อนนะครับจะรอฟังเสียงตอบรับว่ามากน้อยแค่ไหนครับ  ถ้าชอบโหวตครับ เดี่ยวมีต่อ


             ต่อไปสิ่งที่น่าสนใจก็จะมี World trade site  จะเป็นสถานที่ก่อสร้างตรงที่เป็นเวิลด์เทรดเก่าแหละครับตอนนี้เขาสร้างเป็นอนุสรณ์ครับ ส่วนรายละเอียดแนนะนำให้ไปเห็นด้วยตาครับ ค่าเข้าฟรีครับ นั่งรถใต้ดิน สาย N ,R,W  ไปที่  rector st  ครับ  นอกนั้นก็คงเป็น พิพิธภัณทืต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  museum of jewish  นั่ง 4,5 ไปที่  bowling green  ค่าเข้า รู้สึกว่าจะ สิบ ดอลล่า ต่อไปที่จะแนะนำครับ คือ 21 century ครับเป็นห้างที่เอาของมาลดราคาครับแบบว่าลดจริงๆนะครับไม่หลอกเหมือนห้างไทยบางแห่ง อย่างน้ำหอม เครื่องสำอางที่นี่จะแพงกว่า ดิวตี้ฟรีประมาณห้าดอลล่า เห็นจะได้  เครื่องนอนปลอกหมอน ผ้าปูซื้อที่นี่ได้ครับ อย่างผมซื้อปลอกหมอน Ck   มาแค่ 9 ดอลล่าเท่านั้น มาห้างแถวบ้าน แม่เจ้าเหมือนกันทุกอย่าง ขาย 35 ดอลล่า   แต่ที่ถูกสุดต้องไปที่ woodbury common เดี่ยวผมจะพูดเรื่องนี้อีกทีครับตอนนี้ต่อเรื่อง 21 century ก่อนนะครับถ้าจะ ถ้าจะซ้อรองเท้าต้องไปอีกที่ครับอยู่ข้าง ๆ แต่คนละตึกกันครับ   ให้นั่งรถใต้ดิน มาลงที่ city hall หรือ world trade ก็ได้ครับแล้วเดินหาอีกหน่อยครับหาไม่ยาก  ต่อไปจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ครับ


SOHO


                                คนที่บ้าช็อปปิ้งนะครับ ต้องไปที่นี่ครับ เริ่มต้นครับสำหรับคนที่บ้าเทคโนโลยี ครับ้องไปที่  Apple Store  ครับ มัจะเป็นอาคารแบบเป็นอิฐ สีเข็มๆ แล้วจะมีป้าย เจาะเป็นรูปแอปเปิ้ล ข้างในก็จะมีสินค้าเกือบทุกอย่างที่คุณต้องการมีโต๊ะที่มีพวกโปรมาแบ่งปันความรู้ด้วยครับ มีสถานที่อบบรมการใช้  mac ด้วยครับ ให้นั่ง  B,D,F ลงที่  broadway – Lafayette  หรือ  N , R  ไปที่ prince st  นะครับ  แล้วต่อที่ prince st vendors ครับ แถวนั้นจะมีร้าน แบรนด์เนมเยอะมาก ผมซื้อ ลีวายมาสองตัว แค่ตัวละ 29.58 $เท่านั้นเองถูกนะผมว่า ผมซื้อเสื้อผ้าที่นั้นพอสมควร ย่านนี้ก็คงเป็นที่เดินเล่นซื้อของอะไรประมารนี้ครับ ต่อไปเป็นย่านที่ผมชอบมาเป็นอันดับสามครับ   


                               ที่นั้นคือ  China town และ  little Italy นั้นเอง ครับที่นี้เป็นแหล่งอาหารถูกปากวัตถุดิบอันแสนหลากหลายที่สดกว่าในซุปเปอร์มาเก็ตและแหล่งเครื่องไม้สอยอีกมากมายไม่ว่าจะเครื่องใช้ฟ้าซื้อผ้าที่ถูกว่าเห็นๆ แตคุณภาพก็ต้องทำใจไว้ก่อนนะครับ  เริ่มด้วยไชน่าทาวน์ก่อนนะครับ ถือถ้าไปที่นี ให้เดินตาม canal st แล้วแยกไปซ้ายไปขวาจะเจอของดีครับไป grand st  หรือ  mott  st แล้วแต่จะเดินครับ ถ้าจะไปถนน canal ให้นั่งรถไฟใต้ดิน สาย j, m, z,n,q,r,w ,6 ไปที่ canal st  ครับรับรองที่นนี่เป็นสวรรค์ของคนชอบซื้อของเลียนแบบจริงๆ นาฬิกา หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่า จะเป็น Panerai ,  Patek  Philipe AP , Rolex


 มีเยอะครับแล้วยังเครื่องใช้สตรี ไม่ว่าจะ channel  CD   LV มีทั้งนั้นครับแล้วที่นี่ที่ผมชื่นชอบจริงๆ สำหรับคนงบน้อยนะครับ ที่นี่เป็นแหล่งฝากท้องได้ครับ ไม่ต้องไปทนกินแต่ข้างทางหรอกครับที่นีร้านดีๆ ราคาไม่แพง แบบร้านหนึ่งผมไปบ่อย ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับที่ให้ข้อมูลของไชน่าทาวน์ที่เป็นเก๋งจีนสีแดง  บน canal st  จะมีเมนูราคาถูกนะครับ แบบว่าข้างผัดหนึ่งจานแบบมีเน้อเยอะพอดูครับจานหนึ่งไม่เกิน 6 $ ครับ น้ำชาร้อนให้ฟรีครับ หรือจะทานหมี่ผัดก็จานไม่เกิน 9 $ อาจดูแพงแต่ข้าวผัดนี่กินได้สามคนเลยนะครับ  ในไชน่าทาวน์จะมีตลาดสดแต่จะเป็นร้านอยู่ริมถนนเดินหาไม่ยากครับ แบบขายอาหารทะเลสดๆ เป็นดีกว่าไปซื้อซุปเปอร์ ผักผลไม้ที่นี้ ก็มีคุณภาพแถมราคาประหยัดอีกต่างหาก เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก ตะวันเริ่มลดแสงลง ไชน่าทาวน์กลับไม่ลดแสงลง ช่วงหัวค่ำที่นี่ผู้คนจะเดินกันมากอาจเพราะมาทานอาหารเย็นครับ  บางครั้งผมก็ทานแต่ร้านในไชน่าทาวน์ทั้งสามมื้อเลยครับ แต่ถ้าถามถึงที่เที่ยวที่นี่คงต้องไป museum of Chinese in the America ครับ อยู่  mulberry st  ตัดกับ  bayard st  ค่าเข้าเขาให้บริจาคครับแล้วแต่ศรัทธา ประมาณ 3 $ ก็ดีครับ  ต่อไปก็ขอแนะนำ   ลิตเติ้ล ทักกะโรนี นะครับที่นีเป็นที่ที่น่าเดินเล่นอีกที่ครับ คาเฟ่ที่เปิดริมทางเดินเหมือนอยู่ในมิลาน บวกกับ  เยาวราช ยังไงยั้งงั้นครับที่นีมีร้านอาหารมากมาย ให้คุณได้เลือกครับแต่เวลาผมเลือกผมจะเลือกจากอาหารที่อยู่บนจานของคนที่สั่งไปที่นั่งอยู่ด้านนอกร้านครับแอบมองเขาว่ายน่ากินไหมครับ แล้วก็อาศัยดูเวลาบริกรนำของมาเสิร์ฟ


 ว่ามีกริยามารยาทดีแค่ไหนเพราะมันบอกได้ถึงการมีความเอาใจใส่ของเจ้าของร้านได้ในระดับหนึ่งนะครับใน ลิตเติ้ลอิตาลีจะมีร้านขายของฝากแบบเปฌนพวกของที่ระลึกเกี่ยวกับแกงก์มาเฟียสมัยก่อน มีขายของที่ระลึกของดาราภาพยนตร์ที่เป็นอิตาเลี่ยน  ที่นี่จะมีร้านขาย เจอราโต้ครับ เยอะและอตร่อยสุดยอดครับสำหรับคนที่ชอบทานไอศกรีมที่มีพร้อมให้คุณครับ แล้วที่นคียังมีร้านขายวัตถุดิบในการทำอาหารอิตาเลี่ยน ไม่ว่าจะเป็น ชีส  ,แฮม ,เนื้อแห้ง ,พลาสโตมี่, สลามี่,  เส้นต่าง ๆ และตรื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ถ้วยชามราคาแพงที่นี่ก็มีครับ  มาเล่าบรรยากาศตอนทานอาหารอิตาเลี่ยนจาดแรกบนผืนแผ่นดินนิวยอร์คนะครับ  ผมทานเป็นเนื้อลูกวัว ซ็อสไวน์ขาว  แล้วราดหน้าด้วยพรามาแฮมแล้ว ชืสเยอะๆ (17 $)โอ้แม่เจ้าแบบมันอร่อยมากครับ ท่านผู้อ่าน  อร่อยจริงๆ ๆไม่ได้ตอแหลครับก่อนสั่งอาหารบริกรเขาก็จะนำขนมปังแบบอิตาเลี่ยน อ จะเป็นขนมปังที่เหนียวนอกหนุ่มในแล้วจะใช้ยีสธรรมชาติ  พร้อมด้วยน้ำมันมะกอกใส่กระเทียมพริกไทยมาให้จิ้มทานรองท้องครับ  สำหรับย่านนี้ก็คงไม่มีอะไรมากนักนอกจากอาหารล้ำเลิศทานที่ไรกระเป๋าแห้งครับเพราะค่อนข้างแพงพอสมควร


ย่านต่อไปเป็นที่ไหนติดตามนะครับ


มาต่อแล้วครับ ย่านต่อไปที่ผมจะแนะนำนะครับ   คือ   


Chelsea


อย่าเข้าใจผิดนะครับว่าถ้ามาย่านี้แล้วจะเจอ โจเซ่ มูรินโญ  นะครับมันคนละที่กัน ย่านนี้เป็นย่านที่ผมชอบเป็นอันดับสองครับ ทำไมผมถึงชอบที่นี่หรอครับเพราะผมชอบในความเงียบสงบและไม่ค่อยมีคนบ้ามากนัก  มีแต่ดูแล้วเป็นคนที่อาศัยอยู่แถวนั้นมากกว่า  ย่านนี้ใครต้องการจะอพยพนะครับมาตั้งถิ่นบานแถวนี้ได้ครับไม่ผิดหวัง  มีที่ผมจะพาไปเที่ยวครับ Chelsea Pier ครับ เป็นศูนย์กีฬาในร่มและกลางแจ้งสำหรับ หนูๆ เด็กได้สนุกกันมากมายครับ มีกีฬาสำหรับผู้ใหญ่ด้วยแต่น้อยกว่าครับ จะมีลาน เล่นกีฬา โลดโผนอยู่ด้านนอกครับให้คุณได้โชว์ลีลา อินไลน์สเก็ต  สเก็ตบอร์ดได้เลยครับ  


หลังจกเหนื่อกันแล้วเราก็จะไปนั่งทานอาหารกันที่ร้าน Empire Diner ครับเป็นร้านลักษณะเหมือนกับรถบ้านคันใหญ่ๆ ครับ แล้วมีโต๊ะอยู่ข้างนอกครับ เมนูที่ต้องสั่งครับที่ขึ้นชื่อของที่นี่ครับ คือ  American egg cream  หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไรใช่ไหมครับ จริงๆมันคือ โซดา ผสมช็อคโกแลตนั้นเองแต่มันจะมีฟองสีขาวอยู่ด้านบน เหมือนไข่ขาวตีขึ้นฟองครับ  แล้วก็ปลาหมึดทอดครับทานกับน้ำเลมอนแล้วก็ซ็อสมะเขือเทศสดครับ  แล้วที่นี่ออมเล็ตอร่อยครับ ทานเป็นอาหารเช้าดีครับ  หลังจากอิ่มแล้วใช่ไหมครับ เรามาเดินเล่น กันที่ Chelsea market กันต่อครับ ดูตอนแรกจะไม่ค่อยเหมือนตลาดนะครับแต่จะเหมือนอาคารสำนักงานมากกว่าครับ เข้าไปด้านในจะเป็นทางเดิน เหมือนงูเดินครับขดเขี้ยแต่จะมีร้านอยู่สองข้างทางเดิน มีร้านขายอาหารมากมายครับที่ผมจะแนะนำ เป็นร้านขาย บราวนี่ครับ ชื่อ ร้านแม่มดอ้วนครับ ร้านไม่ใหญ่มากครับ  มีหลากหลายครับสำหรับบราวนี่ แต่ผมชอบที่เป็นเชอรี่ผสมคาราเมลหวานๆ เปรี้ยวเล็กๆ  แล้วในมีร้านอาหารไทยด้วยนะครับแต่ราคาไม่ต้องห่วงแพงครับ นอกนั้นจะเป็นเบเกอรี่มากมายครับ มีอีกสองร้านในนั้นจะเป็นร้านขายอาหารทะเลสดๆ ครับมีทั้ง ล็อปเตอร์  ปลาแล่เป็นชิ้นครับ  แล้วยังมีบริการปรุงเป็นอาหารด้วยครับ แล้วอีกร้านหนึ่งเป็นร้านขายเนื้อแบบอิตาเลี่ยนครับแล้วเขาก็จะมีอาหารอิตเลี่ยนขายด้วยนะครับ รสชาติใช้ได้ครับ ในนั้นก็ยังมีร้านดอกไม้ ซุปเปอร์มาเก็ตอีกครับแบบว่าครบวงจรจริงๆ น่ามาเปิดที่เมืองไทยจัง  ลืมบอกไปอีกอย่าง ที่ท่าเรือ จะมีเรือ สำราญขนาดเล็ก ที่จะมีบริการอาหารค่ำบวกล่องเรือชมแม่น้ำอัดสันครับ ส่วนราคานั้นแพงเอาเรื่องครับใครสนใจก็ตามสบายครับ  การเดินทางนะครับ ให้นั่ง  A.C,E ,ลงที่ 14 st  ถ้าจะมา Chelsea market และถ้าจะมาทาน Empire diner ก็นั่ง C,E  มาลง 23 st ครับ  แล้วถ้าอยากทานฮ็อตด็อกครับมาที่ร้าน F&B ครับ  เป็นร้านขายอาหารแบบเพื่อสุขภาพ มีฮ็อตด็อกหลากหลายกว่ายี่สิบเมนูครับ ที่ผมเคยทานครับเป็น Top dog กับ sweet potato fried ถ้ามีท่านไหนไปก็ลองสั่งเมนูอื่นดูนะครับ 


ย่านต่อไปนะครับจะเป็น Midtown กับย่านใกล้เคียงครับ ที่แรกที่แนะนำครับต้องที่นี่เลยครับ


Museum of sex สถานที่ที่พี่ เลิศพิสิฐ ชื่นชอบ ล้อเล่นๆ ครับ ถ้าอ่านชื่อแล้วถามว่ามันเป็นอะไรกันเนี่ยผมก็ไม่รู้จะพูดไรอีกครับ ค่าเข้า  14.50 $  นั่งสาย N,R,W มาลงที่ 23 st  ต่อมาที่ไม่ควรพลาดแต่จะพลาดก็ได้ไม่ว่ากันครับ  คือ Empire state building ที่นี่เป็นที่ที่ผมใช้เวลาส่วนมากในนี้ครับ ถ้าหากคุณต้องการจะขึ้นตึกไปดูทัศนียภาพ แนะนำ ว่าควรมาก่อน แปดโมงนะครับ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือนแต่ก็ขึ้นอยู่กับวันด้วยนะครับ ถ้าวันไหนแดดออก ท้องฟ้าแจ่มใส รับรองคนเป็นมดเลยครับ  ค่าเข้า ประมาณ 11 $ ครับหรือถ้าท่านไม่อยากเสียเงินแนะนำครับ ผ่านเครื่องตรวจตรงกลางแล้วขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 63 แล้วเดินหาห้อง 6313 ครับ ที่นั้นคือ aspect ครับเดินไปที่ ห้องนั่งเล่นทางซ้ายมือ ทำเป็นเนียนครับดูวิวจากนั้นได้ครับ แล้วที่นั้นมีห้องคอมพ์ให้ใช้ครับ ใช้ฟรีแต่ต้องเนียนสุดๆ นะครับ แบบว่าอย่าให้เคาน์เตอร์เขาสงสัยครับเดี่ยวเป็นเรื่อง  ในตึกนี้ผมว่าไม่เห็นจะมีไรน่าดูครับ ออกมาดีกว่าครับ แล้วเราก็เดิน ไปบน 34 st เพื่อมองหา ห้าง Macy ครับ ผมว่าสำหรับคนที่นี่มันก็ พาราก้อนแหละครับ เพราะที่นี่จะขายแต่ของแพงครับ แต่มีทุกอย่างที่นึกออกครับ (นึกแบบคนปกตินะครับ) ข้างในจะมีอยู่ 10 ชั้น รวมชั้นใต้ดินสองชั้นแล้วนะครับ มีของขายตามประสาห้างใหญ่ทั่วไปครับ    การเดินทางนะครับ ให้นั่ง สาย B,D,F,V,N,Q,W,R มาลงที่ 34 st ลงที่ Herald square นะครับ ถ้าลง penn station จะเดินไกลแน่นอนครับ แต่สำหรับใครที่อยากเดินเที่ยว Madison square garden ก็ลงที่สถานีนี้หละกันครับ  แล้วถ้าใครอยากเป็น แดจังกึมแนะนำครับลงที่ Little Korea อยู่ ระหว่าง  31 st & 36 st กับBroadway






Free TextEditor




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2551
1 comments
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2551 4:05:54 น.
Counter : 2247 Pageviews.

 
 
 
 
Nice review ค่ะกำลังจะไปนิวยอร์คพอดีเลย
 
 

โดย: BFR (BFR ) วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:20:54:02 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Wildstocks
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Wildstocks's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com