|
|
|
แต่งเล่น~ ครับ ^^
1. สงบสุข
ยามเช้าเมื่อแสงแดดสาดส่องโผล่พ้นยอดตึก สำหรับเมืองเล็กๆ มันคือสัญญาณการเริ่มต้ของเช้าวันใหม่ เด็กนักเรียนต่างทยอยกันเดินมาโรงเรียน บ้างเพิ่งลงจากรถรับส่งนักเรียน บ้างกำลังเดินเข้าโรงเรียนเด็กๆ จับกลุ่มพูดคุยกัน ต่างพากันส่งเสียงหัวเราะระหว่างทางเดินเข้าโรงเรียน
มันเป็นยามเช้าที่สดใสอีกวันหนึ่ง กระจอกน้อยตัวนึง กระโดดโลดเต้นมองดูเหล่าเด็กนักเรียนอยู่บนกิ่งไม้ อย่างเพลิดเพลินนกพิราบตัวนึงโผ ลงเกาะที่กิ่งไม้ข้างๆ
"ยอดดีใจที่เจอนายนะเพื่อน ทุกทีนายชอบออกบินเที่ยวเล่นตอนเช้าๆนี่นา" นกพิราบกล่าว พร้อมขยับปีก เป็นการทักทาย
"เอ็ด วันนี้ฉันยังไม่ออกไปไหนหรอก บางทีการได้เฝ้าดูบางสิ่งก็เป็นการเรียนรู้เหมือนกันนะ" เอ็ดยิ้มอย่าง
เข้าใจพลางก้มลงมองดูเด็กๆจากบนต้นไม้
"เช้านี้นายเจอพิคเซลหรือยัง" ยอดกระโดดไปกิ่งโน้นกิ่งนี้ ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ อย่างร่าเริง
"ยังเลย ปกติเรามีนัด กันตอนเย็นๆ แถวหน้าร้านขายหนังสือ" ยอดบอกเอ็ดที่ดูราวกับมีเรื่องสำคัญจะบอก แต่กลับนิ่งเฉย
"ฮือ งั้นเย็นนี้ฉันจะมาเจอพวกนาย แต่ตอนนี้ต้องไปรวมฝูงพิราบที่โบสถ์ในวัดก่อนล่ะ นายเองก็หัดจับ
กลุ่มกับพวกกระจอกด้วยกันมั่งซิ" เอ็ดบอกมองดูยอดที่กระโดดไปมาไม่ยอมหยุด ยอดมักกระโดดไปมาในวันที่สดใสแบบนี้เสมอ
"ไปเป็นประจำอยู่แล้วล่ะน่า ว่าแต่นายเถอะ ระวังจะไปติดตาข่ายบนหลังคาโบสถ์ เข้าล่ะ" ยอดเตือนยักคิ้วล้อเลียนเอ็ด ในขณะที่ตัวเองยังกระโดดไปมาเหมือนโดนวิญญาณกระต่ายเข้าสิง
"ฮ่ะๆ อย่ากังวลไปฉันไม่กล้าเข้าไปใกล้หรอก ไปนะ ขอบใจที่เป็นห่วง แล้วเจอกันเย็นนี้นะเพื่อน" เอ็ดสะบัดปีกบินจากไปพร้อมกล่าวลา ยอดมองดูนกพิราบเพื่อนซี้บินขึ้นฟ้าพร้อมหยุดกระโดดไปมาบนกิ่งไม้
X X X X X X
เด็กๆเข้าโรงเรียนไปหมดแล้ว ยอดโผบินขึ้นรับลมเย็น มันชอบบินเที่ยวเล่นไปเรื่อยตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงอีกฟากของแม่น้ำไปถึงวัดเล็กๆ ในชนบทฝูงกระจอกพวกเดียวกับยอดมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกบริเวณ อากาศวันนี้ดีมาก บนท้องฟ้าไร้เมฆและมีเพียงแสงแดดอบอุ่น ยอดเลือกที่จะบินเลาะแม่น้ำไปเรื่อยๆ เพื่อรับลมเย็น จนหยุดแวะพักในบริเวณบ้านหลังนึง บ้านหลังนี้รายรอบไปด้วยต้นไม้ หากสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของยอดคือแมวอ้วนตัวนึง ที่นอนบิดขี้เกียจอยู่ใต้ร่มไม้ มันเป็นแมวตัวอ้วนใหญ่ ลายสีเหลืองขาวนอนหาวอย่างสบายอารมณ์ ยอดโดดเกาะลงตรงกิ่งไม้ ไม่ไกลนักจากแมวตัวนั้น
"ขอกล่าวสวัสดี สหายอ้วนพี ผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ" ยอดเอ่ยมองดูแมวตัวใหญ่บิดขี้เกียจ
"ถูกแล้วสหาย แมวแบบเรารักการนอนพอๆกับที่เกลียดการถูกปลุกล่ะ จริงๆนะ" แมวอ้วนเลียขน ที่ตัวขณะจ้องดูยอดอย่างสนใจ
"ฉันชื่อชาล็อต เป็นหัวหน้าแมวบริเวณรอบเมืองนี้ เธอมาจากแถวไหนรึเจ้าตัวน้อย" ยอดส่งเสียงจิ๊บออก
อาการตกใจนิดหน่อย
"ขอโทษที่ปลุกนายนะชาล็อตว่าแต่นายเป็น แมวอาวุโสอย่างนั้นเหรอ ?"
"ใช่แล้วล่ะ สหายผู้รบกวนการนอน" แมวอ้วนหาวหวอดกลิ้งตัวไปมาอย่างสบายอารมณ์ ยอดกระโดดลงมาที่กิ่งไม้ใกล้ๆ
"ฉันชื่อยอด มาจากในตัวเมืองน่ะ" ยอดสังเกตุชาล็อตอีกครั้ง แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ชาล็อตจะเป็นแมวอาวุโส ดูต่างกันกับ จาคอบ หัวหน้ากระจอกในเมืองลิบลับ ทั้งความเป็นกันเองและท่าทีที่ดูสบายอารมณ์กว่า
"ฉันเรียกนายว่าชาล็อตเฉยๆล่ะกันนะ ผู้อาวุโสแห่งการนอน" ยอดยิ้มกริ่มมีแววล้อเลียนอยู่บนสีหน้า
"เอาเลยๆ ตามสบาย ฉันกำลังคิดจะหาเพื่อนคุยอยู่พอดี นายเป็นนกที่แปลกนะยอด ปกติพวกนกเค้ากลัวแมวกันไม่ใช่รึไง"
"ฮ่ะๆ ท้องนายใหญ่ซะขนาดนั้น กินนกเล็กๆ อย่างฉันซัก10 ตัวก็ไม่อิ่ม อีกอย่างนายคงไม่อยากเป็นแมวใจร้าย ที่รังแกเพื่อนตัวน้อยที่ผ่านทางมาหรอก" ยอดกล่าวเอียงคอมองชาล็อต
"แมวแบบพวกฉันมีอาหารการกินสมบูรณ์ดี ไม่ไปก่อกรรมกับพวกตัวจ้อยๆ หรอกน่า" ชาล็อตบอกยอด ขณะเดียวกันก็เลียขนเท้าไปพร้อมๆกัน
"พวกมนุษย์มักคิดว่า แมวชอบรังแกสัตว์เล็กๆอย่างพวกหนูหรือนก ทั้งที่จริงๆ แล้วแมวอย่างพวกเรารักสงบกันมาก . . . มากๆเลยล่ะ พอๆกับการนอน" ชาล็อตเว้นระยะพูด ยอดสังเกตพบความงัวเงียแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น
"ฮือ ฉันเข้าใจ พวกเราส่วนมากตายเพราะอุบัติเหตุ ไม่ก็ ฝีมือมนุษย์นี่ล่ะ" ยอดก้มลงมองดูแมวอ้วนที่โชว์เล็บอันแสนจะแหลมคมให้ดู
"คมดีนะเนี่ย" ยอดพูด เลิกคิ้วจ้องดูเล็บของชาล็อตไม่วางตา
"จะใช้มันปีนต้นไม้ขึ้นมานั่งคุยกันบนนี้ไหมล่ะ"
"ไม่ล่ะ" ชาล็อตส่ายหน้าบอกยอดอย่างเหนื่อยหน่าย
"เดี๋ยวมีใครเข้าใจผิดแมวแบบพวกฉันเสียหายหนักไปใหญ่"
"นายเป็นลูกพี่ใหญ่ของแมวในเมืองด้วยรึปล่าว ชาล็อต ?" ยอดถามชวนคุยไปเรื่อยๆ
"ฮืมม ใช่เลย แต่ปกติพวกเราก็ไม่ค่อยได้ออกมาเจอกันนักหรอก แบบว่า. . . พวกเรารักสงบมากนะเลยเอาแต่นอนกันอยู่ในบ้านล่ะ ฮ่ะๆ" ชาล็อตลุกขึ้น สะบัดหัวนิดนึงให้หายงัวเงีย
"ลงมาข้างล่างเถอะ ฉันเบื่อเงยหน้าคุยแล้ว" ยอดโดดลงจากกิ่งไม้มาที่ข้างๆตัวชาล็อตอย่างว่าง่าย พริบตานั้นเอง!! อย่างรวดเร็วชาล็อตลุกขึ้นยืนสองขาแล้วใช้เท้าหน้าตะกุยต้นไม้ ก่อนจะนั่งลงเลียเท้าพลางส่งสายตากวนสุดๆมาให้ยอด
"พวกนายประชุมกันบ่อยไหม" ยอดถามต่อไปแม้จะยังตกใจเล็กๆ กับมุขตลกตื่นนอนของชาล็อต
"ก็ไม่บ่อยเท่าไรนะเดือนนึงอาจมีซัก 2-3 ครั้ง ไม่แน่นอน พวกที่ไปประชุมก็จะกระจายข่าวไปให้พวกที่ไม่มา แต่ก็นั่นแหละ มีมาไม่ถึง 10 ตัวซักทีจากประมาณ 40 กว่าตัว" ชาล็อตเล่าไปเลียขนไป
สถานที่ชุมนุมของพวกแมวอยู่ห่างจากบ้านของชาล็อตไปประมาณ 500 เมตรเป็นลานดินเล็กๆไม่กว้างมาก ชาล็อตเองก็ไม่ค่อยได้ไปร่วมประชุมบ่อยเท่าใดนัก จะใช้การบอกกล่าวผ่านเจ้าสามสีแมวข้างๆบ้านอีกทีนึงเสียมากกว่า แมวหมูให้เหตุผลไว้ว่า
"จะ ถ่อเดินไปทำไมในเมื่อคำสั่งของพวกฉัน มันก็แบบเดิมๆ มานานมากแล้ว สโลแกนของแมวอย่างเราคือ นอนกลิ้งวิ่งเล่นเซ่นเจ้านาย เพราะอย่างนั้นลานดินนั่นมันก็เลยเหมือนเป็นที่นัดคุยไว้หยอกกันเล่นนั่นแหละ นานๆทีก็ไปซักครั้ง เผื่อเจอพวกแมวสาวๆน่ะ" ชาล็อต กลิ้งตัวไปมาอีกเป็นรอบที่ 3 แล้ว ยอดเลยขอลองมั่ง ด้วยการหดขาแล้วกลิ้งไปมากับพื้นหลายตลบ
"ก็ สนุกดีเหมือนกัน" ยอดยืนมึนๆ บอกกับเพื่อนใหม่ที่ช่วยเลียเศษใบไม้ออกจากตัวยอด จนกระทั่งมีเสียงตวาดเสียงนึงดังขึ้น
"ไอ้ลายนี่ เดี๋ยวเถอะรังแกนกเหรอ" ยอดตกใจรีบบินขึ้นไปเกาะที่กิ่งไม้ แล้วกระโดดท่ากระต่ายเข้าสิงส่งเสียงร้องจิ๊บๆ ช่วยปกป้องเพื่อนใหม่
"อา ปลอดภัยซินะ เจ้ากระจอกน้อย" ชายหนุ่มที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของชาล็อตพูดขึ้นด้วยท่าทางโล่งใจ ข้างๆ ตัวเขามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงยืนเกี่ยวเกาะอยู่ที่เอวไม่ยอมปล่อย
"เป็นไงล่ะ แมวอย่างเราเสียหายเสมอแหละ" ชาล็อตบอกเดินเข้าไปคลอเคลียชายหนุ่ม
"นี่เจ้าของฉัน ชื่อเวียถึงจะดุแบบนี้ก็เถอะแต่รักฉันมากเลยล่ะ ส่วนเด็กที่ยืนเกาะอยู่ข้างๆนั่นเป็นหลานสาวชื่อ อุ๋ม" ชาล็อตบอกยอดก่อนถูกจับขึ้นอุ้มอย่างไม่ทันตั้งตัวโดยเจ้านาย
"จับตัวได้ล่ะ เข้าบ้านได้แล้วเจ้าอ้วน" ชาล็อตยอมเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแต่โดยดี พร้อมหันมาผงกหน้ายิ้มให้กับยอด เด็กน้อยข้างๆ ยื่นมือจะขออุ้มชาล็อตบ้าง
"อย่าเลย หนูอุ้มแมวอ้วนตัวนี้ไม่ไหวหรอก" ชายหนุ่มบอกหลานสาวด้วยน้ำเสียงรักใคร่เอ็นดู
"ดูซิ น้ายังต้องใช้ 2 มืออุ้มเลย" หลานอุ๋มทำหน้างอง้ำจะขออุ้มให้ได้ท่าเดียว
"ไงล่ะ เห็นมั้ย แย่งกันแล้ว กะอีแค่อุ้มฉันเอง" ชาล็อต บอกยอด
"ว่างๆ มาคุยกันใหม่นะยอด" ชาล็อตกล่าวลายอดที่มองดูแมวอ้วนกระโดดออกมาก่อนที่พุงใหญ่หนาของมันจะทำให้ เจ้านายตัวน้อยที่อยากจะอุ้มมันต้องมีอันล้มคว่ำไปเสียก่อน ยอดมองตามชาล็อตและเจ้านายเดินเข้า บ้าน
"โอ้ แหมๆ ลาซานญ่านี่เอง ช่างรู้ใจกันจริงๆ" แว่วเสียงเพื่อนเหมียวเบาๆ ก่อนโผบิน
"ฟังชื่อดูน่ากินนะ" ยอดพูดติดตลกกับตัวเองก่อนพุ่งตัวขึ้นฟ้า รับลมเย็นๆในยามบ่าย . . .
X X X X X X
โรงเรียนหลังเลิกเรียน เด็กนักเรียนต่างทยอยกันกลับบ้าน บ้างแวะหาอะไรกินหรือไปเล่นกับเพื่อน เด็กบางคนก็ตรงดิ่งกลับบ้าน ยอดมองดูกลุ่มเด็ก 4- 5 คนเดินเข้าร้านหนังสือ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีกระรอกตัวนึงโผล่ออกมา
"ยอด วันนี้นายเป็นยังไงบ้างล่ะ" กระรอกหน้าตาดูไม่ค่อยแจ่มใสเอ่ยถาม
"ก็ดีนะ นายล่ะพิค เจอกระรอกสาวๆบ้างไหม"
"ไม่เห็นเลยแม้แต่เงา ฉันคงหมดหวังแล้วล่ะเพื่อน"
บริเวณใจกลางตัวเมืองนี้ ไม่มีกระรอกตัวอื่นเลยนอกจากพิค ช่วงหลังๆมานี้พิคพยายามตามหากระรอกสาวมาเป็นคู่ใจอย่างเร่งรีบจนบางวันก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ถ้าเกิดพิคได้เจอเข้าจริงๆ ขอให้แม่กระรอกตัวนั้นขู่จนกลัวหงอไปเลยเถอะเพื่อน ยอดนึกยิ้มๆ มองดูเอ็ดที่บินมาหาพวกเขา
"ฉันรู้ว่านายไม่เคยผิดนัดนะเอ็ด" นกพิราบเกาะลงตรงกิ่งไม้ ด้านบนหัวของพิคผงกหน้าเห็นด้วยกับยอด
"แน่นอนล่ะ ฉันไม่เคยผิดนัดหรอก ถึงจะมาสายบ้างในบางครั้งก็เถอะ"
"เราจับกลุ่มคุยกับเพื่อนใหม่ อพยพมาตั้งแต่เมื่อวานประมาณ 10 กว่าตัวได้" เอ็ดอารัมภบทเริ่มหัวข้อการคุยเหมือนอย่างเคยๆ พลางก้มลงทักพิคที่ด้านล่าง
"ไง หายหน้าหายตาไปเลยนะช่วงนี้" เอ็ดกล่าวทัก
"ช่ายยย" พิคกล่าวลากเสียงยาวแบบกวนๆ
"ปัญหาเดิมๆ น่านายก็รู้"
"ฉัน ว่าฉันพอช่วยนายได้นะพิค แต่เอาไว้หลังจากฟังฉันเล่าเรื่องนี้ก่อน"
"พวกนายได้ฟังไปเมื่อกี้แล้วใช่ไหมล่ะว่ามีนกพิราบมาอยู่ใหม่เมื่อวานนี้" เอ็ดเริ่มต้นเล่าถึงสาเหตุการอพยพมาของนกพิราบฝูงย่อย ที่ปกติแล้วไม่น่าจะมีฝูงนกพิราบอพยพแบบนี้เกิดขึ้นได้ จากการสอบถามนกที่มาถึงใหม่นี้บินมาจากเมืองทางต้นแม่น้ำ ฝูงเก่าของพวกมันตายลงกันมากเพราะโรคระบาดอย่างนึง นกตัวแรกในฝูงที่เริ่มเป็นโรคได้ไปดูซากเป็ดเลี้ยงที่ตายลงเป็นจำนวนมากเพราะความอยากรู้อยากเห็น คงจะติดมาจากซากเป็ดที่ตายพวกนั้นแหละหลังจากนั้นก็เริ่มยุ่ง พรรคพวกในฝูงค่อยๆเริ่มตายลงๆ
"แล้วอาการล่ะ?" ยอดรีบถามขึ้น
"ใจเย็นน่ากำลังจะเล่าต่อนี่ไง"
"อาการนั้นพวกนกที่มาต่างก็บอกเหมือนกันว่า แรกๆ พวกนี้จะซึมๆ แล้วก็ไม่กินอะไร แล้วอยู่ๆ ก็ล้มลงมาตายซะเฉยๆ มันรวดเร็วมากเลย พวกนั้นบอกว่าเรื่องนี้เพิ่งเกิดได้ 4 วันเอง" เอ็ดออกอาการประสาทเล็กๆในตอนเล่าเรื่อง พิคนึกขำเลยโดดไปเขย่ากิ่งไม้ที่เอ็ดเกาะอยู่
"โรคร้ายมาแล้ว" พิคตะโกนใส่กะทำให้เอ็ดตกใจ แต่ดันโดนเอ็ดหันมาทำตาวาวใส่แทน
"เฮ้ นี่มันเรื่องจริงนะ เจ้ากระรอกไร้คู่"
"เอาเถอะน่า เอ็ด อย่าทำตัวตื่นตูมขี้กลัวไปนักเลย เรื่องกระรอกสาวๆ ล่ะว่ายังไงเพื่อน" ท่าทีของพิคบ่งบอกว่าอยากรู้เต็มแก่
"สาวๆไหน นกพิราบจะไปสนใจกระรอกสาวๆ ได้ยังไงกัน" เอ็ดแกล้งทำเจ้าเล่ห์ จนพิคเริ่มทำหน้าเสีย ยอดต้องร้อง จิ๊บๆ ส่งเสียงใสๆ ห้ามทัพเพื่อนๆ
"พอเถอะน่า มาหยอกเล่นอะไรกันตอนนี้ ฉันล่ะกลัวจะติดเชื้อบ๊องจากพวกนายจัง แล้วจัสติเนียนว่ายังไงบ้าง
ล่ะ เอ็ด" ถึงยอดจะว่าบ่อยๆ แต่คู่นี้ก็ชอบแหย่กันเล่นประจำจนเป็นเรื่องปกติ
เอ็ดละสายตาจากเพื่อนกระรอกที่ตอนนี้ทำท่าล้อเลียน แกล้งจะตกลงจากกิ่งไม้ เหมือนนกที่เป็นโรคระบาดตามที่เอ็ดเล่า
"จัสตี้น่ะเหรอ เห็นบอกว่าวันนี้จะนำเรื่องไปแจ้งให้สภานกรู้น่ะ"
"ฉันรู้สึกว่าเมืองที่สงบสุขของเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไป" ยอดมองไปที่หน้าร้านหนังสือ ผู้คนต่างเดินผ่านไปมาเพื่อซื้อกับข้าวที่ตลาด
"มันมาอย่างเงียบเชียบในวันที่ สุขสงบเป็นที่สุดงั้นเหรอ"
"อุเบกขา เถิดจะเกิดผล" ได้ยินหลวงพี่ที่วัดพูดมาน่ะ เอ็ดกล่าวเมื่อเห็นยอดหันมาทำหน้างงใส่
"เอาล่ะๆ จบปัญหานกๆ กันได้แล้วไหนว่าไปซิ นายมีทางจะแก้ปัญหาให้ฉันยังไงเพื่อนนกพิราบช่างจ้อ" พิคถามเอ็ดพร้อมๆ กับต้องการตัดบทสนทนาที่ทำให้เพื่อนของเขาดูซึมลงออกไป ถึงลางสังหรณ์ของยอดจะถูกอยู่บ่อยๆ แต่ยอดเองก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
"นายไปเจอกระรอกสาวๆมาแถวไหนรึไงเอ็ด ฉันว่าหาแถวนี้ทั่วหมดแล้วนี่นา" พิคบอกเอ็ดท่าทางสงสัยเต็มเปี่ยม ขณะที่ยอดก็ตั้งใจและเป็นผู้ฟังที่ดีอีกตัวนึง
"อา นายต้องแปลกใจแน่เลยล่ะพิค รู้จักห้องสมุดที่อยู่เลยโรงพยาบาลไปไหมล่ะ?" เอ็ดถามพิคมีแววยินดีอยู่ในน้ำเสียงของเจ้านกพิราบ
"รู้จักนะ อยู่ข้างๆโรงเรียนใช่ไหม ฉันเคยไปหาแถวในโรงเรียนมาแล้ว"
"ฮือ ที่ห้องสมุดนั่นน่ะ ราฟัสเพื่อนฉันทำรังอยู่" เอ็ดไชขนปีกไปด้วยขณะพูด
"รัฟส์บอกว่ามีกระรอกตัวเมียที่ต้นหูกวางต้นใหญ่แถวๆนั้น พิคนายลองไปถามดูซิ แถวๆนั้นมีหมอนั่นอยู่ตัวเดียวแหละหาไม่ยากหรอก"
"ฮ่าๆ ให้ได้อย่างนี้ซี ขอบใจมากนะ เอ็ด ราฟัสเพื่อนนายบอกรึปล่าวว่ากระรอกตัวนั้น น่ารักไหมน่ะ" พิคระริกระรี้ ท่าทางยินดีสุดๆแบบไม่ปิดบังอาการแม้แต่น้อย
"เรื่องของกระรอกก็ต้องให้กระรอกด้วยกันตัดสินซิ"
"แต่ในสภาพแบบนี้ พิคนายคงไม่มีโอกาสเลือก" ยอดพูดยิ้มล้อเลียนใส่พิค
"เห็นรัฟส์บอกว่าเจ้าหล่อนดูสวยใช้ได้ทีเดียว"
"จริงเหรอ!! เอ็ด รัฟส์บอกแบบนั้นเหรอ หมอนั่นมันยังบ้าไม่เปลี่ยนเลย งั้นนายต้องเร่งมือแล้วพิค คู่แข่งหมายเลข 1 ปรากฏกายแล้ว ฮ่าๆ" 2 สหายต่างหัวเราะกับความเห็นตลกๆของยอด
"ว่าแต่นี่เย็นมากแล้วนะ ดูซิ ชายคนนั้นมาแล้ว"
ยอดมองไปที่ชายวัยกลางคนแต่งตัวซ่อมซ่อ โปะแป้งหน้าขาววอก ถือถุงปุ๋ยติดมือและไม้เท้าอาวุธประจำกาย ชายคนนี้มาคุ้ยหาอะไรเป็นประจำที่ถังขยะหน้าร้านหนังสือ เมื่อคนบ้าปรากฏกายบรรดาสัตว์ทั้งหลายก็หายหน้า 3 สหายเฝ้าดูชายคนนี้คุ้ยหารื้อค้น จนกระทั่งเดินจากไปก็ได้เวลาเลิกประชุมแล้วนั่นเอง
ยอดบอกลาเพื่อนทั้งสอง แล้วบินตรงดิ่งมายังคอนไม้ให้อาหารนกตรงลานริมแม่น้ำ ที่นั่นยอดพบเพื่อนนกกระจอกอยู่อีก 2 ตัว ทั้ง 2 กำลังจิกกินเศษข้าวที่มีคนนำมาทิ้งไว้ให้ ยอดเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ ปกติเวลานี้ มีเพียงยอดตัวเดียวที่มักมาจิกกินเศษอาหารในตอนเย็นๆ ก่อนที่จะเข้านอน
'กอนกับมิเชลนี่เอง' ยอดระบุตัวเพื่อนได้เมื่อบินเข้ามาใกล้
"ฉันรู้ว่านายชอบมาที่นี่ตอนเย็นๆ" นกตัวนึงในสองตัวนั้นทักขึ้นก่อนที่ยอดจะทันลงเกาะคอนไม้เสียด้วยซ้ำ
"พูดเหมือนกับมาดักรอกันเลยนี่ กอน มิเชล มีเรื่องอะไรรึปล่าว? " ยอดถามไปพลางจิกกินเศษข้าว
"เธอคงรู้เรื่องโรคระบาดแล้วซินะ ยอด"
"ใช่ ฉันรู้แล้วล่ะ" ทำไมเจ้าเอ็ดไม่รีบบอกเรื่องซะแต่เช้านะ ยอดคิดในใจ เริ่มเดาจุดประสงค์ของเพื่อนทั้ง 2
ตรงหน้าออก
"มีเรื่องไรก็ ว่ามาเถอะ พวกนายคงที่นี่ทั้งที่กินมาอิ่มแล้วแน่ๆ" ยอดชำเลืองมองดูกระเพาะของเพื่อนทั้ง 2 ที่ดูก็รู้แล้วว่าอิ่มจนอืด ก่อนจะก้มลงจิกกินต่อไป
"เราเป็นห่วงนาย" กอนกล่าวกับยอดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"ห่วงฉัน?" ถึงยอดจะรู้อยู่แล้วแต่ก็ไม่วายทำหน้างุนงง
"ใช่ เราทั้งสองตัวและเพื่อนๆในฝูงด้วย" มิเชลกล่าวเสริมขึ้น ยอดยังคงจิกกินเศษข้าวต่อไปเงียบๆ คอยฟังเพื่อนทั้งสองพูดต่อ
"บางทีอาจมีนกต่างถิ่นอพยพหนีโรคมาอีก พวกเรากลัวกันว่าถ้านายเข้าไปคลุกคลีด้วยอาจจะทำให้นายติดโรคได้" กอนยังคงพูดต่อไป
"นายก็รู้ว่าเราห่วงนายมากพอๆกับที่เรารู้จักนิสัยชอบคุยกับเพื่อนแปลกหน้าใหม่ๆของนายนั่นแหละ"
"วันนี้ฉันก็ได้เจอเพื่อนใหม่มาอีกนะ" ยอดพูดขึ้นเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสอง กอนและมิเชลหันมามองหน้ากันด้วยความตื่นตะลึง ก่อนที่คำถามทั้งหลายจะพรั่งพรู ออกมาจากปากทั้ง 2
"ไปพบที่ไหน?"
"เป็นนกอะไร?"
"นกพวกนั้นมีอาการอะไรไหม?"
"นายคุยอยู่ด้วยนานไหม?"
"ชื่ออะไร?"
"แล้วรู้สึกมีอาการอะไรผิดปกติกับตัวนายรึปล่าว?"
"ตอบทีล่ะข้อล่ะกันนะ" ยอดกล่าวน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แววตาเจ้าเลห์ยิ่งนัก
"เริ่มจากข้อแรกเลยล่ะกัน ฉันไปพบตรงบ้านที่มีต้นไม้เยอะๆ แถวริมแม่น้ำ เพื่อนตัวนั้นเป็นแมว ตอนฉันไปถึงเขามีอาการงัวเงียแบบเพิ่งตื่น...อ่อ ฉันคุยอยู่ด้วยนานเลยแหละ แมวตัวนั้นชื่อชาล็อต แต่เห็นเจ้าของเรียกว่าเจ้าอ้วนนะ พอคุยกันแล้วฉันรู้สึกผิดปกติคือมีอาการหิวนิดๆน่ะ" ยอดยิ้มขำๆให้เพื่อนทั้ง 2 ตรงหน้า
"จะถามอะไรอีกมั้ยล่ะ เจ้าเพื่อนขี้เป็นห่วง" เพื่อนนกหันมามองหน้ากันก่อนจะหันไปมองยอดอีกที
"นั่นซิ เรารู้ว่าเราห่วงเกินไป" มิเชลกล่าวขึ้นในที่สุด เพื่อนทั้งสองทำหน้าม่อยเหมือนกับรู้สึกว่าตัวเองพูด
มากไป ถึงแม้ที่จริงแล้วยอดต่างหากล่ะที่พูดมากกว่าใคร
"วุ่นมากๆเลยล่ะ" ยอดกล่าวเสียงขรึม มองเพื่อนทั้งสองออกอาการตกใจเมื่อได้ยินยอดกล่าวเช่นนั้นอย่างยิ้มๆ
"แต่เป็นการวุ่นวายที่อบอุ่นหัวใจมากเลยล่ะ ขอบใจพวกเธอมากนะที่เป็นห่วงกัน" ยอดยิ้มมองดูเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
"จริงซิ ไม่แน่พิคอาจจะได้เจ้าสาวล่ะ เพื่อนของเอ็ดบอกว่าเจอกระรอกสาวน่ารักที่แถวๆห้องสมุดน่ะ" ยอด
เล่าเปลี่ยนอารมณ์ของกอนและมิเชลให้ดูสดใสร่าเริงขึ้นเพราะดูท่ามุขที่ตัวเองปล่อยไปจะฝืด หรือว่าแกล้งผิดเวลากันหว่า
"จริงเหรอ ๆ งั้นต้องรีบไปแสดงความยินดีกันหน่อยล่ะ" มิเชลตีปีก ส่งเสียงจิ๊บๆ
"งั้นพวกเราไปก่อนนะยอด แล้ววันหลังจะมาแย่งนายกินใหม่" กอนกล่าวเอียงคอมองยอด
"ยินดีเสมอ" ยอดบอกพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนทั้งสอง
"ทั้งๆที่ไม่เห็นจะจิกกินตอนไหนเลยแท้" ยอดกล่าวเบาๆกับตัวเองมองเพื่อนทั้ง 2 ที่บินตีคู่กันไป
เสียงเด็กๆวิ่งไล่กันเล่นอย่างสนุกสนานดังขึ้นเป็นระยะๆ ยอดหันหน้ามามองดูเด็กๆวิ่งเล่นกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางบรรยากาศที่แสงอาทิตย์สาดลำแสงสุดท้ายลงทาบทับแม่น้ำในยามเย็น ยอดกระโดดท่ากระต่ายเข้าทรงเป็นวงกลมส่งเสียง จิ๊บๆอย่างเริงร่า . . .
X X X X X X
ในยามเช้า เริงร่า ฟ้าสดใส
ในยามสาย มุ่งบินไป ฟ้าสวยนั่น
ในตอนบ่าย พบแมวอ้วน คุยกันมัน
ในยามเย็น ฟ้าสวยนั้น เป็นสีทอง . . .
| Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2550 |
| Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2550 1:33:28 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|