น้องจี 11 เดือนแล้วจ้า

รู้สึกว่าเพิ่งเขียนเรื่องน้องจี 10 เดือนไปหยกๆ (แต่ยอมรับว่าเดือนที่แล้วเราอัพบล็อกช้า) ก็ 11 เดือนไปแล้ว เดือนหน้าจะขวบนึงแล้ว น่าตื่นเต้นจริงๆด้วย ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่ตัวเลข

เดือนนี้มีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดๆเยอะมาก
- น้องจีคลานได้คล่องและเร็ว
- ยืนโดยไม่เกาะอะไรเลยได้หลายวินาที
- เริ่มพยายามเดินโดยเกาะเฟอร์นิเจอร์ไปด้วย ถ้าเราจับแขนแล้วพาเดินจะเดินไปได้ไกลเหมือนกัน
- เริ่มปีนขึ้นบันไดได้ แต่ยังลงไม่เป็น (อันตรายนะเนี่ย)
- เท่าที่รู้ พูดได้ 3 คำ คือแม่ แด๊ะดี้ แล้วก็บุ๊ (book) นอกจากนี้ยังมีคำว่าหนาๆๆ ซึ่งดูเหมือนจะแปลว่า no เสียงอย่างอื่นเรายังเดาไม่ถูก
- ทำท่าคล้าย baby sign คำว่า all done ซึ่งแปลว่าเสร็จแล้วได้ โดยชูแขนทั้งสองข้างขึ้นแล้วก็กระโดดขึ้นยืน ของจริงเค้าแค่ชูมือขึ้นมาแล้วก็หมุนมือไปมานิดๆ เราสงสัยว่าน้องจีแค่ยกมือแล้วคงไม่มีใครเห็นเลยต้องกระโดดด้วย
- ตบมือได้
- โบกมือได้ แต่ไม่ค่อยทำ
- ทานอาหารเด็ก stage 3 ได้แล้ว สเตจนี้เป็นอาหารเหลวแต่มีชิ้นนิ่มๆเล็กๆปนด้วย
- ฟัน 2 ซี่ล่างขึ้นมาแล้ว
- ทานขนมปังฉีกชิ้นเล็กๆ หรือขนมข้าวเกรียบสำหรับเด็กหักเป็นชิ้นเล็กๆได้ แต่ต้องป้อน ยังไม่คิดจะป้อนตัวเองด้วยมือหรือด้วยช้อนเลย


อารมณ์ดีกับรองเท้าสุดเท่ห์และช้อนคันโปรด

 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 1:36:04 น.  

ไปเยี่ยมญาิติๆที่ Roanoke, VA

เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเราไปเยี่ยมญาิติๆีที่เมือง Roanoke กัน ขับรถไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง เสาร์อาทิตย์นี้นับว่าเป็นเวลาที่น้องจีได้ทำอะไรเป็นครั้งแรกหลายอย่าง

เริ่มด้วยวันเสาร์เช้า ก่อนออกเดินทาง เราสอนน้องจีให้ตบมือ ซึ่งก็เคยสอนมาก่อน แต่น้องจีไม่สนใจจะทำ แต่วันนี้เกิดจะตบมือด้วย แล้วก็ดีใจจนหน้าบานที่ทำได้ ตบไปยิ้มแฉ่งไป จากนั้นตลอดสองวันก็ซ้อมตบมือเป็นระยะ แม้เวลาพยายามจะหลับก็ยังขอซ้อมตบอีกหน่อยด้วย

ระหว่างทางแวะพักยืดเส้นยืดสายกันหน่อย เพราะน้องจีนั่งรถนานๆเบื่อมาก ได้ซ้อมเดิน สูดอากาศบริสุทธิ์ รับลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ ทุกคนก็อารมณ์ดีขึ้นแยะ

โปรดสังเกตช้อนในมือ เราเพิ่งซื้อมา แล้วน้องจีชอบมาก ถือไปไหนมาไหนด้วยตลอด ถึงขนาดเอาเข้านอนตอนกลางคืนด้วยตั้งหลายคืนแน่ะ ฮิๆ

ไปถึงบ้าน Aunt Penny ตอนบ่ายๆ น้องจีได้คลานทั่วบ้าน มีความสุขมาก แน่นอนว่าถือช้อนไว้ด้วยตลอดเวลา ตอนเย็นมีญาิติคนนึงมาร่วมด้วย พอเค้าโบกมือทักทายน้องจี น้องจีก็ยกมือโบกตอบด้วย นับเป็นครั้งแรกเลย เราพยายามสอนให้โบกมือบ๊ายบายคุณครูก่อนกลับบ้านทุกวันมาตั้งหลายเดือนแน่ะ ต่อจากนั้นก็นั่งคุยกับญาิติๆ กินข้่าวเย็นกัน แล้วพวกเราก็กลับไปนอนที่โรงแรม

คืนนั้นถึงได้รู้ว่าระหว่างทางที่ขับรถเราแวะกินอาหารกลางวันที่สเต๊กร้านชื่อ Texas Steakhouse & Saloon ปรากฏว่าแอบใส่ซีอิ๊วด้วย น้องจีออกอาการแพ้ น้ำมูกไหล หายใจไม่ออก ดูดนมไปได้สองสามทีก็ต้องสูดหายใจทางปาก น่าสงสารมาก แล้วก็เลยนอนไม่หลับไปหลายชั่วโมง เรารู้สึกผิดมากที่ไม่ได้ถามทางร้านก่อน แต่ที่ผ่านมาถามไปก็ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าใส่อะไรมั่ง เราถึงได้เลิกถาม

วันอาทิตย์เราไปกินข้าวเช้าที่บ้าน Aunt Penny อีก น้องจีไปตะกายหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วก็พูดว่าบุ๊ๆ นับว่าเป็นคำแรกที่น้องจีพูดได้นอกจากเรียกแม่กับแด๊ะดี้ จากนั้นก็ไปที่พาร์คใกล้ๆบ้านแก น้องจีได้เล่นชิงช้าเป็นครั้งแรก ตอนแรกก็คงไม่รู้ว่าจะคิดยังไง ทำหน้าพิลึกๆ แต่พอผ่านไปหลายนาทีก็ชักสนุกยิ้มหน้าบานเลยเชียว



ต่อจากนั้นก็ออกเดินทางกลับบ้านกัน น้องจียังมีอาการน้ำมูกไหล ปวดท้อง มีแก๊ซเยอะอยู่อีก ไม่รู้อีกกี่วันถึงจะหาย น่าสงสารจริงๆ

ปล. ลืมเล่าไปว่าตอนที่แวะกินข้าวกลางวันระหว่างทาง น้องจีก็โปรยยิ้มให้คนนั้นคนนี้ตามปกติ ซักพักก็มีผู้หญิงคนนึงเดินมาทักน้องจี แล้วก็ยื่นแบงค์ 1 ดอลล่าร์ให้น้องจี เราแอบงงปนโกรธ เลยถามเค้าว่าทำไมถึงยื่นเงินให้เด็ก เค้าบอกว่าก็เด็กน่าร้ากกก ให้ไปเป็นเงินก้นถุงนะ เราไม่รู้จะำทำไงก็เลยบอกขอบคุณเค้า แต่ไม่ได้รับเิงินมาหรอก แปลกพิึลึก

 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 0:59:04 น.  

เรื่องของวัคซีนโรคไข้หวัีดใหญ่

วันนี้จะเล่าประสปการณ์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ค่ะ ที่อเมริกานี่ช่วงหน้าหนาว(เดือนธันวาไปถึงกุมภา)ไข้หวัดใหญ่จะระบาด เพราะว่าอากาศหนาวเย็น แล้วตามอาคารต่างๆจะเปิดฮีทเตอร์ ทำให้อากาศแห้ง พวกเมือกในโพรงจมูกก็พลอยแห้งไปด้วยเลยทำหน้าที่ดักเชื้อโรคไม่ได้ดีเท่าที่ควร ปกติตัวเราเองไม่ค่อยป่วยเป็นอะไรกับเค้า ก็เลยไม่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อนเลย แต่น้องจีไปโรงเรียนคลุกคลีกับเด็กคนอื่น แล้วก็เอาของเล่นมาอมๆ โอกาสติดโรคค่อนข้างสูง แล้วหมอๆบอกว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ เวลาเป็นไข้หวัดใหญ่อาจจะเป็นหนักมาก เราก็เลยตัดสินใจว่าให้น้องจีฉีดวัคซีนซะ แต่เราเองจะไม่่ฉีด

แล้วปีนี้นอกจากไข้หวัดใหญ่แล้วยังมี H1N1 flu (swine flu)ด้วย ตัวนี้เราตั้งใจว่าจะฉีดวัคซีนกันทั้งบ้าน เพราะทางการเตือนว่าโรคนี้ติดต่อได้ง่ายมากๆ คาดไว้ว่าคนจะเป็นกันถึง 50% แน่ะ

เมื่อปลายเดือนกันยาน้องจีไปตรวจสุขภาพ 9 เดือนเราก็เลยให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาซะเลย เราก็เพิ่งรู้ว่าเด็กเล็กๆเวลาฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีด 2 ครั้ง หมอบอกว่าให้มาฉีดเข็มที่ 2 หลังจาก 1 เดือน

พอปลายเดือนตุลาได้เวลาไปฉีดเข็มที่สอง ปรากฏว่าน้องจีหูติดเชื้อ ก็เลยไม่ได้ฉีด ช่วงนี้คนมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่กันเยอะมากๆทั้งๆที่ยังไม่ถึงฤดูระบาด ตอนที่พาน้่องจีไปหาหมอเรื่องหูติดเชื้อขับรถผ่านโรงพยาบาล เห็นป้ายตรงทางเข้าอันเบ้อเ่ริ่มว่าห้ามนำเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบเข้ามาเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เห็นแล้วแอบตกใจ ส่วนที่คลินิคหมอของเราก็ไม่ใช่ย่อย เค้าถึงกับแบ่งโซนคนป่วยกับคนไม่ป่วย(พวกมาตรวจสุขภาพทั่วไป) พอเราเห็นป้ายก็เดินอุ้มน้องจีเข้าไปโซนคนป่วย พยาบาลรีบวิ่งมาบอกว่าเด็กทารกไม่นับ ให้รีบพาไปเข้าทางโซนคนไม่ป่วยด่วน เดี๋ยวติดไข้หวัดใหญ่... หงะ

พอน้องจีดีขึ้นจะพาไปฉีดเข็มที่สอง ปรากฏว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขาดตลาด คงเป็นเพราะคนไม่สบายกันเยอะ ทำให้คนที่ยังไม่เป็นพากันมาฉีดใหญ่ เว็บของคลีนิคบอกว่าวัคซีนหมดและจะไม่มีมาเพิ่มอีกจนกว่าต้นปีหน้าแน่ะ ตามร้านขายยาใหญ่ๆบางที่ซึ่งมีบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็วัคซีนหมด เล่นเอาเราเครียด แต่สุดท้ายอีริคโทรไปถามคลีนิคหมอของเราว่าจะทำไงดี ถึงได้รู้ว่าเค้าเก็บเข็มที่สองไว้ให้เราด้วย เย้ โล่งอก เมื่อวันเสาร์ก็เลยรีบพาน้องจีไปฉีดมาแล้ว เพราะกลัวว่าจะไปติดเชื้อจากใครมาซะก่อน แต่หมอบอกว่ามันยังไม่ถึงฤดูไข้หวัดใหญ่ พวกคนที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ช่วงนี้น่ะ เป็น H1N1 flu ทั้งนั้นแหละ...

ส่วนวัคซีน H1N1 flu ก็ขาดตลาดเหมือนกัน เพราะว่าผลิตได้ช้ากว่าที่คาดไว้ ข่าวอธิบายว่าวัคซีนต้องผลิตจากไข่ไก่ที่ผสมเชื้อแล้ว แล้วพ่อไก่กับแม่ไก่เค้าผสมไม่ทัน(แอบฮา) วัคซีนแบบฉีดผลิตได้ยากกว่าแบบพ่นจมูกก็เลยขาดตลาดมากกว่า น้องจียังเล็กอยู่ก็เลยต้องใช้วัคซีนแบบฉีด ตอนแรกพวกเราคิดว่าจะต้องรอให้คลีนิคหมอได้รับวัคซีนมา ถึงจะได้ฉีด แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าหมอจะมีวัคซีน พอไปคุยกับเพื่อนถึงได้รู้ว่ารัฐบาลจัดคลีนิคสำหรับฉีดวัคซีนนี้กระจายตามท้องถิ่นทั่วไป แต่ต้องไปนั่งรอคิวกันเป็นชั่วโมงๆ พอเราเช็คของท้องถิ่นเรา ปรากฏว่าเค้ามีแต่แบบพ่นจมูกอยู่ตั้งนาน จนเมื่อวันเสาร์ที่แล้วพบว่าเค้ามีวัคซีนแบบฉีดแล้ว พอฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาตอนเช้า ตกบ่ายก็พาน้องจีไปเข้าคิวรอฉีดวัคซีน H1N1 ต่ออีก โชคดีไม่รู้เพราะอะไร คนน้อยมากๆ แค่ 20 นาทีก็ได้เข้าไปหาพยาบาลแล้ว เรากับน้องจีโดนฉีด แต่อีริคได้แบบพ่นจมูก มีเซอร์ไพร้ซ์อีกว่าน้องจีต้องฉีดวัคซีนนี้ 2 ครั้งอีกเหมือนกัน พอฉีดเข็มที่สองก็จะเหลือเวลาแค่ 1 สัปดาห์ก่อนจะขึ้นเครื่องไปเยี่ยมญาิติๆที่เมืองไทย พยาบาลบอกว่าเวลา 1 สัปดาห์ก็เพียงพอที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ก็เป็นอันว่าโล่งอกไปอีก

เล่าต่ออีกนิดว่าพอฉีดวัคซีน H1N1 ไปแล้ว ต่างคนต่างก็มีอาการแปลกๆ อีริคคลื่นไส้และท้องเสียไปวันกว่า เราน้ำมูกไหล ส่วนน้องจีดูเพลียๆและ้ไม่ค่อยอยากกินอาหาร แ่ต่ถึงวันนี้ทุกคนก็สบายดีแล้วจ้า

 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2552 22:18:18 น.  

Halloween กับ Reston Zoo

ฮัลโลวีนผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่พอดีวันนั้นอากาศสลัวๆฝนตกปรอยๆ ถ่ายรูปออกมาไม่สวย เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาอากาศดี เราเลยถ่ายรูปซ่อมซะ


น้องจีแต่งเป็นกุ๊กไก่ เราไม่ได้ออกไปตระเวนเคาะประตูบ้านขอขนมเพราะว่าน้องจีเค้าเข้านอนตึ้งแต่ทุ่มนึง แต่ว่าตอนกลางวันไปงานสังสรรค์เล็กๆของกลุ่มคุณแม่ทำงานนอกบ้าน(ชื่อแบบนี้จริงๆ)แถวๆบ้าน ซึ่งเราเพิ่งเข้าไปร่วมกลุ่มด้วยเป็นครั้งแรก อีริคทำผัดไทยไปร่วมงาน ที่งานมีเด็กๆอายุตั้งแต่ไม่กี่เดือนไปจนถึง 6 ขวบ พ่อๆแม่ๆมาถึงก็ง่วนกับการคอยดูแลลูกๆของตัวเอง ได้คุยกันนิดๆหน่อยๆ แต่คุยเรื่องถูกใจๆทั้งนั้นเช่นเรื่องลูกฟันจะขึ้น เป็นต้น

พูดถึงเรื่องฟันขึ้น ต้องรีบเอามาอวดเลยค่าาาาา รอคอยมานาน คริๆ

วันแรกๆเราโดนน้องจีกัดระหว่างกินนมไปหลายที จนมีอยู่ทีนึงเราร้องดังมากเพราะทั้งเจ็บทั้งยั๊วะ น้องจีเลยร้องไห้จ้า สงสัยว่าจะเก็ตแล้ว เพราะหลังจากนั้นไม่กัดอีกเลย แต่เราก็คอยบอกน้องจีอยู่เป็นประจำว่าอย่ากัดแม่นะลูก

ส่วนเมื่อวานนี้อากาศดีมากๆเลยพากันไปเที่ยวสวนสัตว์เล็กๆที่อยู่ไม่ไกลมากชื่อ Reston Zoo เค้าไม่เน้นว่าเป็นที่ให้ความรู้วิชาการแน่นปึ้ก แต่เน้นที่ให้เด็กๆได้เข้าใกล้สัตว์ ได้จับได้ให้อาหารมัน มีขวดนมให้ป้อนนมลูกแพะ มีอาหารให้ป้อนสัตว์สารพัด แต่สัตว์ส่วนมากก็เป็นพวกสัตว์ฟาร์มทั่วไป หมู แกะ เป็ด ไก่ ห่าน กระต่าย เ่ต่า ม้า มีที่แปลกๆหน่อยก็อูฐ นกกระจอกเทศ นกอีมู จิงโจ้ กวาง งู ลิง เราไปกันแบบไม่คาดหวังอะไรมากเพราะน้องจียังเล็กอยู่ ตัวอะไรก็ไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้น

 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 2:36:55 น.  

น้องจี 10 เดือน

ช่วงนี้งานยุ่ง กว่าจะได้มาอัพบล็อก 10 เดือนก็ผ่านไปแล้วอาทิตย์นึง...

- สามารถลุกนั่งจากท่านอนได้ โดยพลิกเป็นนอนคว่ำก่อนแล้วยันตัวขึ้น
- พยายามลุกขึ้นยืนจากท่านั่งโดยไม่เกาะอะไรช่วย รู้สึกว่ากล้ามเนื้อขาจะเริ่มแข็งแรงพอแล้ว แต่ยังทรงตัวยืนไม่เป็น เพราะฉะนั้นพอขึ้นมาได้ก็ล้มลงไปอีก
- เวลายืนเกาะอะไรแล้วอยากนั่ง รู้จักหันมาเอามือยันพื้นไว้ก่อนค่อยทิ้งตัวลง
- พยายามจะยืนเองโดยไม่เกาะอะไรเลย พยายามซ้อมบ่อยมากๆ ไม่กลัวล้มเอาซะเลย แต่ยังยืนได้แค่ไม่กี่วินาที
- ตอนนี้น้องจีคลานได้แล้ว เจ้าหมาโอริโอ้ไม่สามารถหลับอย่างสงบสุขได้อีกต่อไป เพราะน้องจีมุ่งมั่นจะคลานไปจับมันให้ได้
- (พัฒนาการของแดดดี้กับแม่ รีบเก็บบ้านให้เรียบร้อยกันใหญ่ ผลัดวันประกันพรุ่งกันมาเป็นเดือนๆ แต่พอมีความจำเป็นปุ๊บก็มีความคืบหน้าไปได้เยอะภายในเวลา 2 อาทิตย์ )
- น้องจีเริ่มพูดหลายๆพยางค์ต่อกัน แต่ฟังดูเหมือนภาษามนุษย์ต่างดาว ไม่รู้แปลว่าอะไร
- เวลาน้องจีอารมณ์ดีๆก็จะร้องเพลงหงุงหงิงๆอยู่คนเดียว
- ดูเหมือนจะเริ่ม sign บางอย่างแล้ว เช่นวันนึงทำมือขยำๆแปลว่ากินนม (แต่พอเอาให้ก็ไม่กิน) หลายๆทียกมือสองข้างขึ้นมาชูเหมือนจะบอกว่าพอแล้ว
- เดี๋ยวนี้เวลาน้องจีขัดใจจะร้องไ้ห้น้ำหูน้ำตาไหล เวลาจะเอาไปใส่คาร์ซีทหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมทีนึงเลยต้องเอาของเล่นมาล่อ หรือไม่ก็ร้องเพลงเสียงดังๆ
- กินข้าวได้เก่งขึ้น ข้าวบดหยาบๆก็กินได้ แต่บางทียังชอบทำเป็นแลบลิ้นยาวเหมือนจะขย้อน
- ฟันเกือบจะขึ้นมาแล้ว ซี่แรกมีมุมขาวๆโผล่ขึ้นมาเหนือเหงือกเมื่อสองวันก่อน อาจจะเป็นเหตุที่น้องจีร้องไห้จ๊ากๆตอนบ่ายๆมาสองวันแล้ว ปลอบแทบจะไม่หาย เล่นเอาแดดดี้กับแม่เครียดไปเลย
- ติดแดดดี้มาก ถ้าเห็นแดดดี้หันหลังเดินไปที่อื่น จะต้องร้องไห้โวยวาย ไม่เห็นเป็นกับแม่มั่งเลย แอบน้อยใจนะเนี่ย


อ่านหนังสือเพลิน


ขับรถไปเที่ยวกันดีกว่า


เดี๋ยวของเช็ค GPS ก่อนนะ


หวัดดีฮับ

 

Create Date : 27 ตุลาคม 2552
Last Update : 27 ตุลาคม 2552 21:29:26 น.  

1  2  3  4  5  6  7  

 

Oreo's Mama

Location :
กรุงเทพ Virginia United States

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]


[Add Oreo's Mama's blog to your weblog]