ขอแนะนำลูกชายคนโตค่ะ ... ผลผลิตแรกที่ภูมิใจนำเสนอ



ตะ.......ตะ.........ตะ.........เอ๋ หวาดดี คร๊าบ ผมชื่อน้องฟิวส์ ครับ



เต็มกล้องเลยคับผม .......... รูปนี้



เหอ ๆ สงสัยจะโม้มากไปหน่อย หลับแล้วคร๊าบ



สบาย --------------- สบาย สไตล์ หนุ่มฟิวส์ครับ



แหม ๆ ๆ ๆ ดู ๆ ไปก็หล่อเหลาเอาการเหมือนกันนะเนี่ยเรา



กะลังรอขึ้นเวทีเพื่อแดนซ์กระจายอยู่คับป๋ม ( งานโรงเรียน )



แหมก็คนมันหล่อนี่คร๊าบ ก็เลยเนื้อหอม ( แหวะ ๆ หลงตะเองจริงลูกชั้น )



โตเป็นหนุ่มแล้วครับ .... ( อุเหม่ !!! ลูกใครหว่าหล่อได้ใจจริง ๆ )

 

Create Date : 25 มิถุนายน 2551
Last Update : 25 มิถุนายน 2551 13:59:46 น.  

ภาพนี้ที่รอคอย .... ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิดเอาไว้ว่าคงจะไม่มี



**** น้องกัน - น้องขวัญ ****



Free TextEditor



**** น้องขวัญ ****



Free TextEditor



**** น้องกัน ****



Free TextEditor



**** น้องขวัญ ****



Free TextEditor


**** น้องกัน ****



Free TextEditor



**** น้องขวัญ ****




Free TextEditor



**** น้องกัน ****




Free TextEditor



**** น้องกัน - น้องขวัญ****



Free TextEditor

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

    รูปถ่ายปัจจุบัน 




Free TextEditor

+
+
+



**** น้องขวัญ ****




Free TextEditor



**** น้องกัน ****




Free TextEditor


** ปล. ช่วงนี้แม่มานยุ่ง ๆ ก็เลยมะค่อยได้ถ่ายรูปใหม่ ๆ เก็บเอาไว้จ้า **




Free TextEditor


 

Create Date : 25 มิถุนายน 2551
Last Update : 25 มิถุนายน 2551 14:26:12 น.  

เช้าวันใหม่ที่ไม่เคยลืม

เช้าวันที่ 16 พย. 49 เวลาประมาณ 6.00 น. น้องกัน ( แฝดน้อง ) ร้องก็เลย

ให้กินนม ... กินไปได้ซักพักก็ตัวเขียวขึ้นมาซะงั้น และก็หยุดหายใจไปแป๊บ

นึงค่ะตกใจมากถึงมากที่สุด แต่ก็บอกตัวเองว่าไม่ได้เราต้องหยุดทุกสิ่งไว้

แล้วหาทางช่วยลูกให้มีชีวิตรอดก่อน ก็เลยนึกถึงคำพูดของคุณหมอ ... อุ้ม

น้องพาดบ่าแล้วตบหลังเคาะปอด สักพักน้องก็มีนมออกมาทางจมูก เราก็ใช้

ลูกยางแดงดูดออก แล้วก็ฟังหัวใจเต้น แล้วก็ทำให้เค้าร้อง พอน้องร้องได้

อาการตัวเขียวก็คลายลงแต่ก็ยังคงมีอาการเขียวอยู่ ก็เลยรีบพาน้องไปรพ.

ระหว่างที่นั่งรถไปก็ได้แต่ภาวนาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้พรากน้องไป

จากเรา คิดไป ก็ร้องไห้ไป ยิ่งมองหน้าลูกก็ยิ่งเศร้าค่ะ ร้องไห้เหมือนคนบ้า

ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะต้องช่วยลูกให้ได้ ต่อให้ตายก็ยอมขอเพียงให้

เค้าปลอดภัย ..... พอไปถึงโรงพยาบาลคุณหมอรับน้องไปเพื่อตรวจแล้ว

ถามเราถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงการช่วยเหลือในเบื้องต้น คุณหมอ

ปลอบใจว่าคุณแม่ทำได้ดีมาก และถูกต้องแล้ว ตอนนี้อยู่กับคุณหมอน้อง

ดูดีขึ้นมากแล้ว แต่เพื่อความแน่ใจและปลอดภัยขอ X-ray ดูปอดว่ามีอะไร

ค้างอยู่หรือเปล่า ผลออกมาคือปอดน้องดีไม่มีอะไร แต่ ลำไส้บวมมาก

จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ระหว่างที่รอห้องอยู่คุณพยาบาลก็มาพาน้องไป

เจาะเลือดแล้วก็ให้น้ำเกลือ เราก็เดินตามไปแต่เค้าไม่ให้เราเข้าไป เราก็รอ

อยู่หน้าห้อง ซักพักก็ได้ยินเสียงลูกเราร้องดังมากและนานแต่ก็ไม่ได้คิด

อะไรก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ซักพักคุณหมอก็เดินออกมาแล้วก็ถามเราว่าอยู่

กับลูกแล้วลูกตัวเขียวขึ้นมาไม่รู้เลยเหรอ เราก็สวนกลับแบบไม่ต้องคิด

เหมือนกันว่าไม่เห็นเขียวเลย ลูกชายยังยิ้มให้อยู่เลย พอพยาบาลอีกคนเข้า

มาก็ยอมรับว่าที่ลูกเราตัวเขียวเป็นเพราะว่าเจาะเลือดและให้น้ำเกลือ ลูกเรา

เจ็บมากร้องจนตัวเขียว เราโกรธมากเลยเกือบแล้วเกือบจะเป็นฆาตกรแล้ว

วันนั้น และด้วยความสะเพร่าของคนเพียงคนเดียวทำให้ลูกชายของเรา( น้อง

กัน ) ต้องใส่ท่อช่วยหายใจทางปากอีก และต้องย้ายไปอยู่ห้องปลอดเชื้อ

( ไอซียู เด็ก ) เพราะอาการหนักอีกแล้ว ระหว่างที่วิ่งย้ายห้องเราก็วิ่งตามไป

ด้วยสภาพที่เหมือนคนบ้าวิ่งไปร้องไห้ไป เพราะทุกข์มากมายเหลือเกินก็เลย

ถามหมอแบบคนบ้าอีกว่า " ลูกเราจะรอดไหม " คุณหมอบอกว่าไม่หนักหนา

อะไรค่ะคุณแม่อย่าคิดมาก ปากเราก็ตอบว่าค่ะ และพยักหน้ารับแต่ใจน่ะคิด

ว่าเป็นขนาดนี้จะให้เราไม่คิดมากได้ไง คุณหมอบอกให้เรากลับบ้านไปพัก

ผ่อนบ้างจะได้มีแรง เพราะอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เราก็เลยเดินกลับบ้านทั้ง

น้ำตา ร้องไห้ตลอดทางที่กลับบ้าน กลับมาบ้านเห็นลูกสาว ( แฝดพี่ )

นอนอยู่ก็เลยเข้าไปหอมแก้มเค้าเห็นเค้ายิ้มให้ก็รู้สึกดีขึ้นมาค่ะ เลยบอกตัว

เองว่าต้องเข้มแข็งขึ้นให้ได้โดยเร็วเราต้องสู้ ๆเพื่อลูก ... ทุก ๆ วันเราต้องมา

หาลูกทุกวันและต้องแข่งกับเวลาเสมอเพื่อที่จะให้ทันเวลาเยี่ยมลูก เพราะวัน

นึงมีแค่ 2 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ไปเยี่ยมลูกทุกวันก็ร้องไห้ทุกวัน

เพราะสงสารลูกครั้งที่แล้วให้น้ำเกลือที่แขน แต่ครั้งนี้ที่ไปลูกต้องให้น้ำเกลือ

ที่หัว ที่ต้องให้ที่หัวเพราะที่แขนและขาช้ำหมดแล้ว .... เห็นแล้วน้ำตาร่วงค่ะ

คงจะเจ็บมากนะลูก

" ขอเถอะค่ะขอความเจ็บปวดที่ลูกเป็นอยู่มาเกิดกับเราแทนได้ไหม "

เป็นเสียงในใจของเราที่อ้อนวอนสิ่งที่มองไม่เห็นรอบตัวให้ช่วยเหลือ

แต่ก็ภูมิใจมากค่ะที่ทุก ๆ วันลูกต่อสู้กับเจ็บปวดและทรมานได้อย่างดีขึ้น

เรื่อย ๆ เห็นลูกแล้วก็มีกำลังใจที่จะฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งค่ะ และมีกำลังใจที่จะ

อยู่และทำหน้าที่ของแม่ต่อไปและให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้และจะทำให้สุด

กำลังที่มี และแล้ววันที่ยิ้มได้ก็มาถึงค่ะ วันที่เอาท่อออกได้แล้ว ดีใจมาก

ดีใจที่ลูกสามารถผ่านมาได้ ชมเค้าที่ข้างหูค่ะว่า " เก่งมากเลยจ้ะน้องกันของ

แม่ หนูเก่งที่สุดเลย หนูหายเร็ว ๆ นะลูก ทุก ๆ คน รอหนูอยู่ รอหนูกลับบ้าน

เรานะ " และอีก 2 วันต่อมา น้องก็ได้ย้ายลงมาอยู่ห้องพักฟื้น แต่ต้องมีคน

เฝ้า 24 ชั่วโมง ซึ่งก็ไม่พยาบาลว่างเลย และอีกอย่างค่าใช้จ่ายจ้างพยาบาล

พิเศษค่อนข้างสูง แม่สู้ไม่ไหว แม่จึงจำเป็นต้องหาคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ

แต่ก็เลี้ยงเด็กเป็นมาดูลูกแทนในตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนแม่จะเป็นคน

เฝ้าลูกเอง ซึ่งก็ยอมรับว่าช่วงนั้นเหนื่อยมากเพราะต้องเทียวไปมาระหว่างที่

ทำงาน - บ้าน - โรงพยาบาล แต่ถ้าเป็นเสาร์ - อาทิตย์ ก็จะเฝ้าเองทั้งวัน

อาจจะมีบ้างที่เหนื่อยเหลือเกิน แต่ก็หายเหนื่อยที่เห็นเค้าดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

วันพรุ่งนี้ คือวันที่ 10 ธค. 49 คุณหมออนุญาติให้น้องกลับบ้านได้แล้วค่ะ

ครั้งนี้อยู่โรงพยาบาลรวมทั้งหมดก็ 25 วันค่ะ ...................................

แรก ๆ ที่พาลูกกลับไปอยู่บ้านแล้ว ตื่นเช้ามาก็จะกังวลค่ะกลัวว่าจะเกิดเหตุ

การณ์นี้ขึ้นมาอีก แต่พอวันเวลาผ่านมาได้ซักพักก็ดีขึ้นค่ะ .... ส่วนน้องทั้ง

สองคนตอนนี้มีอายุ 1 ขวบ 8 เดือน 11 วัน แล้วค่ะ แข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก

เลยค่ะ ....

 

Create Date : 24 มิถุนายน 2551
Last Update : 24 มิถุนายน 2551 17:34:58 น.  

การต่อสู้กับตัวเองในวัยแรกเกิดของลูกคนที่ 2

**************************

..... เซอร์ไพส์ .......... ดีใจจังค่ะได้ลูกแฝด

..... แฝดพี่น้องขวัญ ( ลูกสาว ) น้ำหนักแรกเกิด 1,115 กรัม

..... แฝดชายน้องกัน ( ลูกชาย ) น้ำหนักแรกเกิด 1,010 กรัม

คลอดห่างกัน 1 นาที เด็กทั้งสองคนได้คะแนนศักยภาพแรกเกิด คือ 9 , 10

จากคะแนนเต็ม 10 .... เด็กทั้งสองมีอวัยวะครบ 32 เหมือนคนปกติทั่วไป

แต่ลูกของเราไม่สามารถหายใจได้เองเพราะปอดของเค้ายังทำงานไม่ได้

เต็มที่ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ให้นมทางสายยาง ให้สารอาหารทางสายสะดือ

ให้น้ำเกลือและไขมันทางเส้นเลือดที่มือ ... ตกใจอีกแล้วค่ะเพราะหมอบอก

ว่าลูกเราเป็น PDA ก็คือ เส้นเลือดที่เชื่อมต่อระหว่างปอดและหัวใจไม่ปิดจำ

เป็นต้องให้ยาพิเศษในการเร่งให้เส้นเลือดปิดโดยเร็ว แล้ววันถัดมาหมอก็

บอกกับเราอีกว่า ลูกของเรามีอาการเลือดจาง จำเป็นต้องให้เลือด แล้วลูก

สาวเราก็มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจค่อนข้างมาก ....................................

...................... ครั้งหนึ่งเค้าเคยหยุดหายใจไปเกือบครึ่งชั่วโมง แต่เราก็

ภาวนาและขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธ์ให้เค้า แล้วหมอก็ช่วยเค้ากลับมาได้ ...

ต่อมาไม่นานลูกของเราทั้งสองคนก็ค่อย ๆ ดีขึ้น ถอดท่อช่วยหายใจออก

แต่ก็ยังต้องให้ออกซิเจนทางจมูกอยู่ การตอบสนองในทุก ๆ ด้านของเค้าทั้ง

สองก็ดีขึ้นตามลำดับ จนสามารถดูดนมได้เอง หายใจได้เองและพอมีอายุ

ได้ 41 วัน น้ำหนักเกิน 1,800 กรัม หมอก็อนุญาติให้ลูกสาวเรากลับบ้านค่ะ

และอีก 3 วัน ต่อมาลูกชายก็ได้กลับบ้านค่ะ ................ นี่คือมรสุมลูกแรก

ที่ถาโถมเค้ามาหาเราค่ะ แต่เราก็สามารถผ่านมันไปได้ค่ะ ................ แต่ก็

ยังมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกค่ะ ................... แต่ตอนนี้ขอตัวก่อน

นะคะ แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

 

Create Date : 22 มิถุนายน 2551
Last Update : 22 มิถุนายน 2551 16:02:25 น.  

จุดเริ่มต้นของลูกคนที่ ......... 2 และวินาทีเฉียดตายของแม่ ( ตอนที่ 5 และตอนจบ )

+-+-+-+-+ มาค่ะ มาฟัง เรื่องระทึกใจกันต่อ +-+-+-+-+

.................. เข้าห้องผ่าตัดเวลา 10 โมง โดยประมาณ ...................

พอเข้าไปถึงห้องผ่าตัด เหมือนดาราเลยค่ะ มีหมอและพยาบาลมาห้อมล้อม

มากมาย นับได้คร่าว ๆ ก็ประมาณ 6 คน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเยอะขนาด ...

แต่ก็ไม่มีเวลาคิดอะไรแล้ว เพราะวินาทีนั้นมีแต่คำว่ากลัวตายอยู่เต็มสมอง

และคิดเพียงว่า ถ้ารอดก็คงเป็นปาฏิหารย์ เพราะเคยผ่านการผ่าตัดซีสมาก็ว่า

กลัวมากที่สุดแล้วแต่ครั้งนี้เราคิดว่ามันหนักกว่ามากค่ะ .... พอเข้าไปนอน

บนเตียงผ่าตัด ก็โดนมัดมือมัดเท้า ทายาชาที่ท้อง เอาฉากกั้น เอาหน้ากาก

ออกซิเจนมาใส่ หมอก็กำลังชวนคุย เรายังไม่ทันตอบเลย รู้สึกว่าพยาบาล

เค้าเปิดออกซิเจนเข้ามาในหน้ากากแล้วคิดว่าคงจะลมยาสลบเราด้วย เพราะ

พอสูดเข้าไป 5 - 10 วิเห็นจะได้ไปแล้วค่ะ สลบแล้ว +-+-+-+-+

มารู้สึกตัวอีกทีก็เบลอ ๆ เอ๋อ ๆ งง ๆ มองซ้ายมองขวา ก็เดาว่าน่าจะเป็นห้อง

พักดูอาการ ตอนนั้นรู้สึกเจ็บแผลมากเลย เจ็บคอมาก รู้สึกว่าเสียงหายไป

เพราะพยายามตะโกนขอน้ำพยาบาล เค้าก็ไม่ได้ยิน พอดีพยาบาลหันมาเห็น

ว่าฟื้นแล้วก็เลยพาไปที่ห้องพักผู้ป่วย มาถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน

และเรียกชื่อเรา แต่เราลืมตาไม่ขึ้น พยาบาลก็ขอเข้ามาวัดความดันและฉีด

ยากันชักให้เราอีก ฉีดเหมือนเดิม ฉีดที่สะโพก ข้างละ 1 เข็ม ทุกชั่วโมง จน

ครบ 6 เข็ม สรุปโดนทั้งหมด 12 เข็ม สะโพกเขียวและแข็งเป็นไตเลยค่ะ

ฮือ ๆ เจ็บที่สะโพกมากนอนตะแคงมะได้อยู่พักใหญ่เลยค่ะ +-+-+-+-+

แม่ ญาติ ๆ และสามี เข้ามารุมและเรียกเรา แล้วบอกเราว่า เราได้ลูกแฝดค่ะ

เป็นผู้ชายกับผู้หญิง " จริงดิ " เราอุทานออกมาแบบเสียงแหบ ๆ และต่อ

ด้วย " ล้อเล่นน่า " สามีเข้ามาลูบหัวเราแล้วบอกจริง ๆ เท่านั้นแหละดีใจสุด

ขีด

แต่ก็นะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าลูกอยู่ในท้องเราแค่ 28 วีคเอง แล้วเค้าจะเป็น

ยังไงกันบ้าง .... คิดมากอีกแล้วค่ะตอนนี้ .... ขอพักสายตาซักแป๊บนะคะ

แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ .................

 

Create Date : 22 มิถุนายน 2551
Last Update : 22 มิถุนายน 2551 16:00:36 น.  

1  2  
 
 
nomnom

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

นาฬิกา

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com