เมื่อคืนฝันดีจัง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
3 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 

ตกหลุมรักฮ่องกง *3*





ฝั่งฮ่องกงย่านหนึ่งที่ดิฉันไม่ค่อยเจอว่าเพื่อนคนไหนใคร่จะพูดถึงคือย่าน Central ค่ะ เป็นเรื่องที่น่าแปลกอีกเช่นกัน เพราะย่านเซ็นทรัลเป็นย่านหนึ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ดิฉันตัดสินใจจับ MTR มาย่านนี้ก็ด้วยอิทธิพลของพี่หว่องของดิฉัน เพราะในหนังเรื่อง Chungking Express พระเอกของเรามีบ้านอยู่ที่นี่ ความพิเศษข้อแรกของย่านเซ็นทรัลคือมีบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในโลกซึ่งจะเปิดให้เลื่อนขึ้นตั้งแต่ 10 โมงเช้าเป็นต้นไป มีแต่ขึ้นอย่างเดียวนะคะ เวลาจะลงต้องใช้วิธีเดินเอา ส่วนเวลาก่อนหน้านั้นตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึงก่อน 10 โมง บันไดจะเลื่อนลงค่ะ เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของบันไดนี้ก็เพื่อให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ด้านบนได้ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางลงมาทำงาน ย่านเซนทรัลนี้ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับย่านสุขุมวิทหรือทองหล่อบ้านเราค่ะ เป็นย่านศูนย์กลางทางธุรกิจของเขาเลย ตึกรามบ้านช่องดูอินเตอร์ สถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตก ใครรักใครชอบการถ่ายรูปก็ไม่ควรพลาด มีหลายมุมให้กดชัตเตอร์กันจนเพลินแน่



ย่านเซนทรัลมีลักษณะเป็นเชิงเขา แต่ละชั้นจะมีร้านรวงน่ารักๆ แถมเจอะฝรั่งเดินกันให้เพียบ พอขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงช่วง Mid-Level ก็เดินออกมาตามถนนจะเจอร้านทาร์ตไข่ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุด “ไถ่ชุง” เดินมาเห็นร้านไหนมีคนต่อแถวอยู่ล่ะก็ใช่แน่นอน เดินเลียบถนนดูโน่นดูนี่เพลินๆ ก็แวะร้านกาแฟสตาร์บัคพักเหนื่อยกันสักหน่อย ย่านนี้ร้านขายของเก๋ๆมีสไตล์เยอะมากค่ะ ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าก็เยอะ ดิฉันแวะดูเสื้อผ้า H&M ที่สาขานี้ ร้านใหญ่มากมีหลายชั้น คนรื้อค้นกันราวกับมีงานอะไรสักอย่าง ออกมาเดินต่อเรื่อยๆจะเจอย่านลานไควฟง เป็นย่านท่องราตรีของที่นี่ บรรยากาศก็ไม่ได้เหมือนผับบ้านเราสักทีเดียว เพราะจะดูหรูกว่าเล็กน้อย เพื่อนของดิฉันบอกว่าถ้าหวังว่าจะได้เห็นภาพวัยรุ่นเต้นกันสุดมันส์หมือนเมืองไทยคงยาก เพราะคนที่นี่ค่อนข้างจะกินดื่มกันอย่างเรียบร้อย ลานไควฟงจึงเหมาะแก่การมานั่งฟังเพลงคุยกันสบายๆเสียมากกว่า เดินเล่นย่านนี้เพลินสุดๆ มีมุมมองที่น่าสนใจให้บันทึกภาพมากมาย อาทิเช่น การปะทะกันทางวัฒนธรรมของตะวันตกกับตะวันออก ผ่านภาพร้านขายของชำท้องถิ่นแบบฮ่องก้ง ฮ่องกงที่ตั้งอยู่ในย่านตะวันตกจ๋าอย่างย่านนี้เป็นต้น



ปิดท้ายกันด้วยภาคบังคับสักนิดนึง เดี๋ยวจะหาว่าดิฉันเอาแต่ชอปปิ้ง ไม่ได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน ดิฉันเลือกเดินทางไปสักการะวัดพระใหญ่แห่งเกาะลันเตาค่ะ วันที่ไปเนื่องจากหมอกลงจัดมาก กระเช้านองปิงจึงหยุดให้บริการชั่วคราวจนดิฉันต้องโดยสารรถบัสขึ้นไป ระหว่างทางคดเคี้ยวขึ้นเขาก็มีวิวสวยๆให้เพลินสายตากันหลายจุด




วันที่ไปเป็นวันที่อากาศหนาวมากวันหนึ่ง พอไปถึงดิฉันจึงต้องแจ้นไปซื้อถุงมือที่ร้านชำในบริเวณวัดโปลินมาใส่ ก่อนขึ้นไปสักการะพระใหญ่ลันเตา หากใครที่ยังไม่ได้ทานอะไรมาอย่าลืมแวะร้านอาหารเจที่วัดโปลินนะคะ มีของอร่อยหลายอย่าง ขนมก็รสชาติใช้ได้ ทานเสร็จก็ไต่บันไดกันขึ้นไปสักการะพระใหญ่ข้างบน แต่วันที่ดิฉันไปหมอกลงจัดเสียจนเห็นพระใหญ่แค่เป็นเงาๆ ก็เลยปลอบใจตัวเองว่าถือว่าได้อีกมุมมองหนึ่งละกันน่า



7 วันที่ฮ่องกงของดิฉันช่างน้อยเหลือเกิน เพราะดิฉันขอสารภาพเลยว่าดิฉันหลงเสน่ห์ของฮ่องกงเข้าเต็มเปา และคงเพราะพี่หว่องทำพิษเข้าให้ ดิฉันจึงเห็นอะไรก็ชวนเหงาไปหมด อย่างที่รู้กันนะคะว่าฮ่องกงถูกเช่าโดยประเทศอังกฤษยาวนานถึง 99 ปี ก่อนจะมีการส่งคืนเกาะกันในปี 1997 ที่ผ่านมาและประเทศจีนให้สัญญาว่าจะให้ฮ่องกงปกครองตัวเองต่อไปอีกอย่างน้อย 50 ปี และนับจากปี 1997 นี้เองที่ดิฉันเพ้อไปว่าคนฮ่องกงคงจะรู้สึกแปลกแยก และพยายามจะนิยามความเป็นตัวตน (ไม่ใช่ทั้งคนอังกฤษและคนจีน)ในช่วงเวลาน่ากังวลที่ต้องเปลี่ยนผ่านผู้ปกครองจากอังกฤษไปเป็นจีน ฮ่องกงที่ดิฉันมาในวันนี้ผู้คนสุภาพเรียบร้อยจากวัฒนธรรมที่ได้รับมาจากอังกฤษ เวลาจะข้ามถนนถึงแม้ไม่มีรถสักคัน ก็จะไม่มีใครเหยียบย่างออกไปหากยังไม่ได้รับอนุญาตจากสัญญาณไฟให้ข้าม เวลาเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าใต้ดิน ทันทีที่ประตูเปิดผู้คนก็จะวิ่งไปรออีกฝั่งอย่างรวดเร็วทั้งๆที่ไม่มียังไม่มีแม้แต่เงาของรถขบวนใหม่ สิ่งเหล่านี้เพื่อนคนไทยในฮ่องกงของดิฉันนิยามว่าเป็น “ความกังวล” ในอะไรบางอย่าง ซึ่งสำหรับดิฉันแล้วมันน่าสนใจและชวนหลงใหลเอาเรื่องเลยทีเดียว

ดิฉันมีทริปจะไปฮ่องกงอีกทีเดือนสิงหาคมค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากละอองหมอก มาเป็นละอองฝนกันบ้าง เที่ยวนี้ดิฉันแพลนถึงหลายที่ๆยังไม่ได้ไป อาทิเช่น ย่านสแตนเลย์(Staney) ที่ได้ยินมาว่าเป็นแหล่งกิน เที่ยว จับจ่ายเพลินๆติดริมทะเลที่มีเสน่ห์ไม่แพ้นาธานหรือคอสเวย์ และทริปที่กำลังจะมาถึงนี้ ดิฉันก็คงไม่วายที่จะขอดื่มกินบรรยากาศแบบหว่องๆอีกเช่นเดิม เพราะเวลาเสพอะไรที่มาพร้อมกับจินตนาการมันช่างเพลิดเพลินไม่รู้หาย แล้วคุณๆล่ะคะ เก็บกระเป๋าเตรียมไปเหงารอบใหม่กับดิฉันหรือยัง...




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2553
0 comments
Last Update : 26 ตุลาคม 2553 15:58:39 น.
Counter : 1628 Pageviews.


Woman in the Dunes
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




TOP
Friends' blogs
[Add Woman in the Dunes's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.