Review : NARS Matte Multiple
 สวัสดีค่า เดือนก่อนเมย์ได้ไป workshop กับ NARS มา ซึ่งเป็นการเปิดตัว

NARS MATTE MULTIPLE

เมย์ว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีกับ Nars Multiple ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้
เป็นแท่งเนื้อครีมสำหรับทาแก้ม และส่วนอื่นบนในหน้า แต่จะเป็นแบบชิมเมอร์
ขายดิบขายดีกันไป แต่สำหรับสาวๆบางคนอาจจะไม่ค่อยปลื้ม 
เพราะชิมเมอร์ พอเจออากาศบ้านเรา อาจจะดูหน้ามันวาวเกินไป

ตอนนี้ NARS ออกตัวใหม่มาแล้วจ้า เมย์ว่าน่าจะโดนใจสาวๆ เพราะเป็นเป็นเนื้อ MATTE 
ออกมาทั้งหมด 7 สี ด้วยกัน






NARS MATTE MULTIPLE 
ราคา 1,700 บาท

เป็นเนื้อครีมในรูปแบบแท่งค่ะ เนื้อนิ่ม ละเอียด เกลี่ยง่าย สีชัด และติดทน!!
สามารถทาได้ทั้งแก้ม และ ปาก และใช้ได้ทั้งแบบเปียก และ แห้ง
ซึ่งจะทำให้ได้ลุคที่ต่างกัน 

แบบเปียก คือ ฉีดน้ำหรือน้ำแร่ลงที่หลังมือเล็กน้อย และแตะสีจากแท่งมาเกลี่ยผสมกับน้ำ
จะทำให้ได้สีแบบโปร่งแสง เหมือนทิ้น ดูบางเบา และเป็นธรรมชาติ

แบบแห้ง คือ แตะสีจากตัวแท่งเลย จะได้สีที่ชัดเจน 
สามารถสร้างความอ่อนเข้มของสีได้ตามปริมาณที่ใช้





ALTAI / VIENTIANE / CAPPADOCE
3 สีนี้เป็นโทนน้ำตาล สำหรับทำเฉดดิ้งสร้างมิติให้กับใบหน้า
เป็นน้ำตาลที่ไม่อมแดง เพราะฉนั้นจะดูเป็นธรรมชาติค่ะ
 ANGUILLA สีชมพูนม หวานๆ แบ๊ว สีนี้ทาแล้วดูเด็กสุดๆ
EXUMAS สีชมพูติดส้มเบาๆ ชมพูหม่นๆ แต่ดูสดใส สุขภาพดี
LAOS สีแอพพิคอท ส้มอมน้ำตาลนิดๆ 
SIAM สีแดงอมส้ม สีสด ปรี้ดมากกกก ทาแก้มบางๆ ก็ได้ลุคซัมเมอร์เบาๆ




ส่วนตัวเมย์ว่าสี ALTAI ,VIENTIANE  ,CAPPADOCE ทำเฉดดิ้งได้ธรรมชาติมาก
และสี ANGUILLA ,EXUMAS ,LAOS ,SIAM
4 สีนี้แตกต่างกัน ทำให้ตัดสินใจได้ง่าย ว่าต้องมีทุกสี >< สวยทุกสี !!!

ตอนนี้เมย์มี 2 สี คือ ALTAI และ SIAM เดี๋ยวจะลองครีเอทลุคง่ายๆให้ดูกันนะคะ
ส่วนสีที่เหลือ รอก่อนนะลูก ต้องมีให้ครบ ><




แตะสี ALTAI ที่กรอบหน้า และสันจมูก แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้เนียน จะทำให้หน้าดูมีมิติขึ้น




สี SIAM ที่ออกแดงอมส้ม แต่แตะปากที่ปาก ก็ได้ลุคปากแดงแบบซอฟๆ ได้ค่ะ
ดูเป็นสีปากที่สุขภาพดี แดงระเรื่อ




หรือจะจัดหนัก ทาเต็มปาก สีเน้นๆ สีสด แซ่บสุดๆ




ทาแก้มแบบเปียก โดยแตะ NARS MATTE MULTIPLE มาผสมกับน้ำเล็กน้อย วนๆ ที่หลังมือ
และแตะเบาๆ ที่หน้าแก้ม จะได้สีแก้มแบบบางๆ ใสๆ ดูผิวสุขภาพดีด้วย





นี่ก็เป็นลุคง่ายๆ ที่ใช้ NARS MATTE MULTIPLE สี ALTAI ในการเฉดดิ้ง
และสี SIAM ในการทาแก้มและปากนะคะ  

ยังไงก็ไปลองดูสีที่เคาน์เตอร์ NARS ได้ค่ะ รับรองติดใจทุกสี ^^
เจอกันใหม่บล็อคหน้านะคะ



Create Date : 20 พฤษภาคม 2557
Last Update : 29 พฤษภาคม 2557 0:21:29 น.
Counter : 5171 Pageviews.

0 comment
Review : Beauty Cottage Gorgeous Shadow Palette

Beauty Cottage Gorgeous Shadow Palette 

ใช้มานาน จนรู้สึกว่าเออ รีวิวเหอะ มันโอเคอ่ะ
เป็น eyeshadow ในโทนสีเบสิค น้ำตาลทอง ใช้ง่าย ได้ทุกวัน
จะวันเบาๆ วันอยากแต่งหน้าแน่น ทุกเทศกาล งานบุญ งานแต่ง 
คิดไม่ออก ก็สีน้ำตาลทอง 555 

ก็มันสวยง่ายๆ ได้กับปากและแก้มทุกสี เรียกได้ว่า เป็นโทนสีที่ทุกคนต้องมีแน่ๆ





Beauty Cottage เป็นแบรนด์ที่มี packaging แนวหวานๆ วินเทจหน่อย ดูผู้หญิ๊งงงง ผู้หญิงจ้ะ
อันนี้มาแบบกล่องกระดาษพิมพ์ลายสวยหวาน ซึ่งแข็งแรงอยู่นะ กล่องเปิดปิดมีแถบแม่เหล็ก 
มีกระจกบานใหญ่ ส่องสะดวก 

มีแปรงมาให้ 1 อัน ซึ่งพอใช้ได้ แต่ถ้ามีอันที่ดีกว่าก็ใช้อันอื่นเหอะ จบ... ไม่พูดถึง 555





มี 9 สี ไล่อ่อน-เข้ม ในโทนน้ำตาล
3 สี แรก เป็นเนื้อด้าน
6 สี เป็นชิมเมอร์




เมย์ทา Eyeshadow base ทีแขนครึ่งล่างค่ะ
เดี๋ยวจะลองปาดสี แล้วดูความต่าง ว่าระหว่างใช้ กับไม่ใข้ ทำให้สีอายชาโดว์เปลี่ยนมั้ย




สีชัดตามรูปเลยค่ะ 
ใช้ กับ ไม่ใช้ eyeshadow base สีไม่ต่างเลย
แต่!! ใช้ จะช่วยให้สีติดทนกว่านะคะ


มาดูสีชัดๆ Zoom กันหน่อย








โดยรวมเมย์ชอบนะ ชอบด้วยเหตุผลทั้งหมดที่จะ สรุปเป็นข้อๆให้เห็นกันชัดๆนะคะ

เม็ดสี ความคมชัด 

เม็ดสีชัดมาก ปาดมาได้แบบนั้นเลย สีตรงตามที่เห็นในตลับ
ชิมเมอร์สวย บางสีมีเกล็ดสีทอง ทำให้สีมันดูมิติมากขึ้น ดูแพงขึ้น
3 สีสุดท้าย สวยมาก มันจะมีความเหลือบ และวิ้งของกลิตเตอร์เล็กๆซ่อนอยู่ 
พวกสีอ่อนเอามาทาหัวตาก็วิ้งสวยเหมือนกัน


คุณภาพเนื้อ eyeshadow 

สีแมท 3 สี เนื้อจะแป้งๆหน่อย หล่นร่วงเล็กน้อย
เคาะก่อนทาที่ตาหน่อย ก็โอเค รับได้
สีชิมเมอร์ 6 สี เนื้อนิ่ม เกลี่ยง่าย มี fall out ผงร่วงเล็กน้อย เคาะดีๆก็ไม่เป็นปัญหา

ใช้นิ้วในการทา แล้วใช้แปรงในการเบลน จะได้สีที่ชัดมากกว่า ใช้แปรงมาทาเลย


การจับคู่สี

สีจัดมาสวยงามค่ะ เลือกใช้ง่ายๆ ทุกสีใช้ด้วยกันได้หมดเลย
มือใหม่หัดแต่ง ก็ใช้ได้ไม่ยาก
มีสีอ่อน และเข้ม ในเฉดที่ใช้ประโยชน์ได้ครบครัน

ความทน

ถ้าไม่ใช้ eye base ระหว่างวันสีจะซีดลงเล็กน้อย
แต่ถ้าลง eye base ก่อนแต่ง สีก็ทนชัดนานค่ะ


แพคเกจจิ้ง

น่ารัก สวยงาม แข็งแรง มีกระจกทำให้สะดวกเวลาแต่ง
แต่เพราะเป็นกระดาษ ถ้าเปื้อนก็อาจจะเช็ดยากหน่อย
แต่รวมแล้วโอเค สวย และฟังก์ชั่นจ้ะ


ราคา

895 บาท ส่วนตัวเมย์มองว่า คุณภาพสมราคา 
ไม่แพงนะ ถ้าใครมองหา eyeshadow palette ซักอัน เมย์ว่าคุ้มค่ะ



https://www.facebook.com/beautycottageshop

สาขา

http://www.beautycottageshop.com/beautycottage/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=169



Create Date : 11 พฤษภาคม 2557
Last Update : 12 พฤษภาคม 2557 1:46:52 น.
Counter : 4835 Pageviews.

0 comment
Review : ต่อขนตา ร้าน Take Care
สวัสดีค่า บล็อคนี้เมย์จะรีวิวการต่อขนตาครั้งแรกในชีวิต
โดยผลิตภัณฑ์ Pro Care Eyelash จากประเทศญี่ปุ่น ที่ร้าน TAKE CARE ค่ะ
เมย์มาต่อที่สาขาสุขุมวิท 35 ลงจาก BTS พร้อมพงษ์ ฝั่งตรงข้ามสวนเบญจสิริฯ 

มีหลายสาขาให้เลือกใช้บริการเลยค่ะ เช็คตามลิ้งนี้ได้เลย ว่าบ้านอยู่ใกล้ที่ไหนนะคะ

ทางร้านมีบริการนอกจากต่อขนตาแล้ว ยังมีส่วนของการทำเล็บ สปาผิว และอื่นๆอีก
แต่วันนี้เมย์จะพูดถึงในส่วนของการต่อขนตาค่ะ




สาขาสุขุมวิท 35 เข้ามาในร้าน ด้านหน้าก็จะมีเคาน์เตอร์ต้อนรับลูกค้าอยู่
และมีมุมเก้าอีกให้ลูกค้านั่งรอ หรือ กรอกประวัติก่อนรับบริการค่ะ
และในชั้น 1 ก็มีพวกน้ำยาทาเล็บ ทรีทเม้นท์บำรุง ผลิตภัณฑ์สปา และอุปกรณ์ทำเล็บแบบครบวงจรขายด้วย








เมย์ถ่ายรูปราคาของบริการต่างๆ ให้ดูกันนะคะ เผื่อใครสนใจค่ะ



ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะมีมุมให้ลูกค้านั่งแต่งหน้าหลังจากรับบริการ




มีประตูเข้าไปห้องต่อขนตาอยู่ 2 ฝั่ง
ทางด้านขวามือมีชั้นวางผลิตภัณฑ์บำรุงขนตาจำหน่ายค่ะ








ในห้อง แต่ละเตียงก็มีผนังกั้นเป็นล็อคๆ เงียบสงบ แอร์เย็นสบายยย พร้อมนอนค่ะ 555





ก่อนรับบริการ จะต้องกรอกประวัติก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าเรามีอาการแพ้อะไร
จะได้หลีกเลี่ยง ไม่ให้ระคายเคืองต่อผิวลูกค้าค่ะ

จากนั้นก็มาทำการเลือกแบบที่เราต้องการต่อ และจำนวนเส้นที่ต่อ
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ก็จะแนะนำว่าขนตา และรูปตาของเราเหมาะกับทรงไหน

การต่อขนตาของที่นี่ จะเป็นการต่อเส้นต่อเส้น เน้นความธรรมชาติค่ะ
ช่างทุกท่านของร้านได้รับการเรียนรู้เรื่องโครงสร้างขนตา 
และเลือกต่อเฉพาะเส้นขนตาที่แข็งแรงเท่านั้น

หากลูกค้าขนตาน้อย หรือขนตาไม่แข็งแรง จะต่อให้ดูสะพรึง เหมือนติดขนตาปลอมเลย คงไม่ได้
จะต่อได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและความหนาเดิมของเราเองด้วยค่ะ

ทั้งนี้ทางร้านให้เหตุผลว่าการต่อประกบเส้น หรือ การต่อขนตาปลอม
มากกว่า 1 เส้นลงบนขนตาจริง 1 เส้นที่แลดูสะพรึงมากๆ นั้นจะทำให้โครงสร้างขนตาธรรมชาติ
(ที่ไม่ได้แข็งแรงจริงๆ) ถูกทำร้ายมากเกินไป 
ที่นี่จึงไม่รับทำ เพราะต้องการดูแลรักษา ขนตาธรรมชาติของลูกค้าให้สวยในระยะยาว 
คือเน้นสวยและสุขภาพดีค่ะ แต่ถ้าลูกค้าต่อขนตาอยากมีขนตาหนาขึ้นอีก 
ที่นี่จะมีมาสคาร่าสำหรับขนตาต่อแนะนำให้โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความหนาและความยาวของขนตาต่อได้ค่ะ 
และผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต่อขนตาโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นอายไลน์เนอร์ คลีนเซอร์ เป็นต้น




ครั้งนี้เมย์ต่อแบบ Americandoll ค่ะ จะยาวช่วงกลางตา ทำให้ตาดูกลมโต
แต่สไตล์เมย์แล้วจะธรรมดาได้ที่ไหน จึงรีเควสขนตาสีน้ำเงินค่ะ 5555
สีธรรมชาตินะคะ สีท้องฟ้า สีน้ำทะเลไรงี้ เบาๆ

เมย์ต่อข้างละ 60 เส้น เป็นปริมาณปานกลาง หนากว่าแบบธรรมชาติ แต่ไม่เว่อร์
และอยู่ในจำนวนที่ขนตาเมย์รับไหวค่ะ 
แต่ถ้าใครขนตาน้อย เส้นบาง อาจจะได้แค่ข้างละ 40 เส้น 
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะช่วยแนะนำค่ะ

เมย์ต่อ สีน้ำเงิน 40 เส้น สีดำ 20 เส้น (ต่อ1ข้าง)
ขนตายาวสุดที่ช่วงกลางตา 12 มม. และไล่ระดับกับ 10 มม. ที่หัวและหางตา 








รูปขนตาจริงก่อนต่อ
ขนตาเมย์ยาวอยู่แล้ว แต่ทิ่มลงมากๆ ต้องดัดขนตา ไม่งั้นจะทิ่มเข้าตาตัวเอง - -
ขนตาข้างขวา (ข้างที่ติดสติกเกอร์ตา2ชั้น) จะแหว่งบางจุดค่ะ

ก่อนต่อ แอบสงสัยว่า ขนตาที่ทิ่มลงแบบนี้ ต่อเสร็จแล้วมันจะงอนขึ้น เหมือนดัดได้ยังไง
เพราะเวลาต่อขนตา คือการต่อเส้นขนตาปลอมมาต่อกับขนตาจริงทีละเส้น
มันจะได้แค่ยาว สีคมเข้ม แต่ไม่งอนหรือป่าว

ถ้าสงสัยเหมือนกัน รอดูหลังต่อเสร็จเลยค่ะ



พอเลือกแบบขาตาเสร็จแล้ว ก็ขึ้นเตียงจ้าาาา นอนรอความสวย
แนะนำให้ไปแบบหน้าเปลือย หรือแต่งหน้าเว้นเปลือกตาเอาไว้ค่ะ
เพราะก่อนทำการต่อ เจ้าหน้าที่จะต้องทำความสะอาดตาเราก่อน
จากนั้นจะติดเทปที่ใต้ตา เพื่อไม่ให้กาวซึมลงไปโดนค่ะ

จากนั้นก็หลับตาตลอด จนกว่าจะเสร็จค่ะ
นอนหลับได้สบาย แต่ห้ามละเมอสะดุ้งนะคะ 5555 
เมย์เผลอหลับ แล้วสะดุ้งไปหลายที ทำเจ้าหน้าที่ตกใจ นึกว่าเค้าทำเราเจ็บ
ป่าวเลย พอดีหลับลึกไปหน่อยค่ะ 55555

เจ้าหน้าที่ทำเบามือมาก คือนอนเฉยๆ ไม่รุ้สึกอะไร นอกจากตอนที่พี่เค้าหวีขนตาให้
เมย์ใช้เวลาในการต่อประมาณ 1 ชมครึ่งค่ะ
เวลามากน้อย ก็ขึ้นกับจำนวนที่ต่อนะคะ









ต่อเสร็จเรียบร้อยยยยยยยย 
ชอบมากกกกกกกกกกกกกก ขนตาสีน้ำเงิน เปรี้ยวเว่อร์ ดูมีอะไร เก๋ๆ
แต่ถ้าใครชอบธรรมชาติ ก็เลือกสีดำ สีน้ำตาลไปนะคะ
อยากเปรี้ยว จัดสีน้ำเงินโลดดดด ไม่แต่งตา ก็ดูมีอะไร

สีน้ำเงินไม่โดดนะคะ จะเห็บเหลือบๆ เวลาโดนแสง หรือมองด้านข้างค่ะ

มองด้านข้าง จากที่สงสัยว่า คนที่ขนตาทิ่มลง ต่อมาแล้วจะเป็นอย่างไร
จากโคนมันก็ยังทิ่มลงตามแนวเดิมค่ะ แต่พอช่วงปลายจะงอนขึ้น
แต่ก็จะไม่งอนเด้งเท่าการดัดขนตาค่ะ




โฉมหน้า พี่ปู คนต่อขนตาให้เมย์ค่ะ พี่ปูมือเบามากๆ
หลังจากต่อเสร็จทางร้านก็ให้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนตา แปรงหวีขนตา และคลีนซิ่งไว้ล้างตาค่ะ

ครั้งนี้เมย์ต่อ ข้างละ 60 เส้น ราคาเส้นละ 12 บาท
รวมมูลค่า 1,440 บาทค่ะ 


__________________________________________________________________








ผ่านไป 7 วันค่ะ หลังจากล้างหน้า และซับขนตาให้แห้ง ยังไม่ได้หวีขนตานะคะ
ขนตาล่วงไปข้างละประมาณ 1 เส้น เท่านั้นค่ะ ยังหนา งอน งาม เหมือนเดิม


ขนตาเมย์จะดูไม่เรียงเส้นมาก ไขว้ไปมา เป็นเพราะแนวขนตาเดิมของเมย์มันเป็นแบบนี้นะคะ
ขนตาเดิมเราไม่ค่อยสามัคคีกันเท่าไร 5555
แต่แบบนี้เมย์ว่ามันก็ดูธรรมชาติไปอีกแบบนะคะ ดูไม่ตั้งใจดี ชอบ ^^



ไปเที่ยวทะเลพอดี ทาแค่กันแดด แป้ง และเขียนคิ้ว 
ตาไม่แต่งอะไรเลย ก็ยังดูมีอะไร ดูหวานเยิ้มๆ หน่อย 
จะดูเหมือนเขียนไลเนอร์ฟุ้งๆ เพราะโคนขนตาที่หนาขึ้น
ชีวิตรวดเร็วขึ้นเยอะ คนที่ไม่ชอบแต่งตา หรือแต่งไม่เป็น การมีขนตาก็ช่วยให้ดูตาคมขึ้นมาก

___________________________________________________________________


ทีนี้เมย์จะรีวิวโดยสรุปตามหัวข้อเลยนะคะ  
ตั้งแต่ตอนต่อ จนการดูแล จากความรู้สึกของเมย์ค่ะ

ความรู้สึกระหว่างต่อ

ก่อนเมย์ไปลองต่อที่นี่ ก็ลองอ่านรีวิวจากหลายๆที่ บางที่ลูกค้าจะมีอาการแสบตา จากกาวได้
แต่สำหรับเมย์การต่อครั้งแรกกับที่นี่ ไม่รู้สึกแสบเลย ไม่มีการระคายเคือง
เจ้าหน้าที่มือเบา นอนหลับได้สบายค่ะ 
แต่ทั้งนี้ อาการแสบ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย


ความรู้สึกหลังต่อเสร็จ

เบาตา ไม่ได้รู้สึกหนัก หรือมีอะไรมาติดที่ขนตา เหมือนเวลาเราติดขนตาปลอมค่ะ
แต่อาจจะมีเงาของขนตาบังตาลางๆ แต่ไม่มาก


ความพอใจกับขนตาที่ต่อมา

ค่อนข้างพอใจเลยค่ะ ตาดูหวาน ฟรุ้งฟริ้ง และดูเปรี้ยวในตัว เพราะสีน้ำเงิน
แต่ไม่ค่อยงอนเท่าไหร่ เพราะเดิมแนวจนตาของเมย์มันทิ่มลง
เวลาต่อมันต้องวางขนตาปลอมไปตามแนวองศาของขนตาจริง
แต่เลือกขนตาแบบที่ปลายงอนๆได้ แต่ก็จะไม่งอนเหมือนเราดัดด้วยที่ดัดอยู่ดี

เรื่องความงอนเด้ง มันขึ้นอยู่กับขนตาเดิมเราด้วยค่ะ 


ใครเหมาะกับการต่อขนตา

1. เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยแต่งตาหนักๆ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ ตื่นมาสวยเลย
ไม่ต้องเสียเวลามากรีดอายไลเนอร์ คัดเบ้า แค่หวีๆขนตาหน่อย

2. คนที่อยากขนตายาว งอน แบบธรรมชาติ 
เพราะการต่อขนตา จะได้ความธรรมชาติมากกว่าการติดขนตาหลอม

3. คนที่มีขนตาอยู่แล้ว มาต่อจะยิ่งสวย เพราะมีฐานรองรับขนตาที่จะต่อ
แต่คนที่มีขนตาน้อยๆ ก็ต่อได้ แต่ก็ได้ในปริมาณที่รับไว้
อาจจะไม่สะพรึงเท่าคนที่มีขนตาอยู่แล้ว


ใครไม่เหมาะกับการต่อขนตา

1. เป็นภูมิแพ้ น้ำตาไหลง่าย ตื่นเช้ามาน้ำตาไหลบ่อยๆ 
มันจะทำให้ขนตาเปียกตลอด และจับตัวกัน
ที่สำคัญจะรู้รำคาญ และยิ่งทำให้น้ำตาไหล

2. คนที่ชอบแต่งตาจัดเต็ม สโมคกี้สีดำ มันจะลำบากชีวิตตอนล้าง
ต้องล้างด้วย oil จะทำให้กาวเสื่อมไว ขนตาที่ต่อมาหลุดง่าย 

3. คนที่ขนตาทิ่มลง สั้น บาง แหว่งๆ ขนตาไม่แข็งแรง 
เพราะต่อมาแล้วจะไม่สวยเด้ง สะพรึง เท่าคนที่มีคนตาอยู่แล้ว
มีขนตาน้อยบาง ก็ต่อได้น้อย แต่จะดูหนาขึ้น

คนทีขนตาทิ่มลงและยาวแบบเมย์ ต้องยอมรับเลย 
ว่าต่อมาแล้ว ยังไงก็ไม่เด้งเท่าการดัดขนตา
แต่จะดูขนตาปลายตกๆ เยิ้มๆ แบบสาวญุ่ปุ่น เกาหลี ถ้าชอบก็โอเค


ข้อดีของการต่อขนตา

1. ตื่นมาสวยเลย ยาว งอน เด้ง แต่ยังคงความธรรมชาติ
ไม่หลุดระหว่างวัน เหมือนการติดขนตาปลอม

2. มีแบบให้เลือกหลากหลาย ทำให้ได้ลุคที่แตกต่าง


ข้อเสียของการต่อขนตา

1. ตอนล้างหน้า น้ำจะกองอยู่ที่ขนตา ด้วยความชินเรามักจะเอามือลูบ หรือขยี้ตา
แต่ถ้าต่อขนตา ต้องค่อยๆ ล้าง และใช้ทิชชู่ซับน้ำออก บางทีใช้ผ้าขนหนู ขนผ้าจะดึงขนตาหลุดได้

2. เวลาคันตา ขยี้ไม่ได้นะคะ ต้องพกคัดตอนบัตไว้เขี่ยๆ แทนการเกาหรือขยี้

3. ไม่เหมาะกับการแต่งตาหนักๆ 

4. กระพริบตา แล้วขนตาบน กับล่าง จูบกัน 555 .... คือมันจะติดกันหนึบหนับ
(จะเป็นเฉพาะคนที่ขนตาบนทิ่มลง ขนตาล้างขี้ขึ้น แบบเมย์เป็นต้น )


การดูแลรักษาขนตา

1. หลังต่อเสร็จ 3 ชม. แรก ห้ามโดนน้ำ
2. ห้ามใช้ oil remover ในการเช็ดตา เพราะจะทำให้กาวหลุดเร็ว
ใช้ที่เช็ด คสอ แบบน้ำได้ เช่น bifesta หรือ bioderma
3. ควรใช้ คสอ. แบบไม่กันน้ำ ให้ง่ายต่อการทำความสะอาด
ไม่แต่งตาเลยจะสะดวกกว่า
4. ห้ามใช้สำลี หรือผ้าขนหนูซับ เพราะจะติดที่โคนขนตา ตรงรอยต่อ
ให้ใช้ทิชชูแผ่น ซับเอาดีกว่า
5. ห้ามดัดขนตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ขนตาหัก
6. หากจะเอาออก ควรให้ร้านทำให้ ไม่ควรเอาเอง เพราะจะทำให้ขนตาร่วง หรือหักได้
7. หากอยากปัดมาสคาร่า ควรใช้ของทางร้าน เพราะผลิตมาเหมาะสำหรับขนตาที่ต่อ
8. ควรทาเซรั่มบำรุงขนตา เพื่อให้ขนตาแข็งแรง ไม่ร่วงง่าย
9. หากต่อมาแล้ว วันไหนที่เริ่มรู้สึกแสบหรือ เคือง ควรติดต่อให้ช่างเอาออกทันที
ไม่ควรปล่อยไว้นะคะ 


ระยะเวลาในการหลุดล่วงของขนตา

ในช่วงอาทิตย์แรก หลุดน้อยมาก (เมย์หลุดข้างละ 1 เส้น ) 
บางคนอาจจะไม่หลุดเลย จน 2 สัปดาห์
เข้าสัปดาห์ที่ 3 จะเริ่มหลุดเยอะขึ้น แต่ที่หลุดนี่เพราะ ขนตาจริงเรามันหลุดตามเวลาของมัน
แต่ขนตาที่ต่อ ยังติดกับขนตาจริงดีอยู่

โดยรวม หลังจาก 3 สัปดาห์ ควรไปเติมในส่วนที่หลุดร่วงไป
ถ้าปล่อยแหว่งๆ จะดูไม่สวยนะคะ


___________________________________________________________________

รวบยอดอีกครั้ง !!!

ต่อแล้วชีวิตง่าย สะดวกรวดเร็ว ตื่นมาสวยเลย

สาวญี่ปุ่นต่อเยอะมาก เพราะแค่มีขนตา ปัดแก้ม ทาปาก เป็นอันจบ

ใครที่ชอบแต่งตาจัด ต้องพิถีพิถันในการล้างตาขึ้นหน่อย

ลุคที่ได้ จะดูสวยธรรมชาติ กว่าการติดขนตาปลอม

เจ้าหน้าที่มือเบา บริการดี แนะนำความความจริง ไม่ฝืนให้ลูกค้าต่อเยอะ เกินขนตารับไหว

ราคาสมเหตุสมผล สำหรับเมย์ถือว่าคุ้มกับคุณภาพและบริการค่ะ
ร้านสะอาด มีหลายสาขา

กาวไม่แสบ ไม่ระคายเคือง ค่อนข้างติดทน อยู่ได้นาน 3-4 สัปดาห์ แล้วแต่สภาพขนตาแต่ละคน



___________________________________________________________________

ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางร้าน TAKE CARE ที่เชิญให้เมย์ไปลองใช้บริการค่ะ
ครั้งแรกประทับใขมาก และได้รับการบริการที่ดี สมชื่อร้านเลยค่ะ

หวังว่าการรีวิวจากประสบการณ์ของเมย์ จะเป็นประโยชน์กับสาวๆที่กำลังตัดสินใจอยู่นะคะ
ร้าน TAKE CARE เป็นอีกตัวเลือก ที่เมย์แนะนำค่ะ

ใครสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ลองแวะไปที่ facebook ของทางร้านดูนะคะ



ราคาขนตา เส้นละ 12 บาท
เมย์ต่อข้างละ 60 เส้น รวมราคา 1,440 บาท
ทางร้านเป็น Sponsor นะคะ



Create Date : 15 เมษายน 2557
Last Update : 23 พฤษภาคม 2557 20:12:09 น.
Counter : 20231 Pageviews.

0 comment
Review : NIVEA SUN WHITENING PERFECT PROTECT MILK PINK SERUM SPF 50
สวัสดีค่าาาา ร้อนแล้วๆ ซัมเมอร์มาแล้ววววววว 
บล็อคนี้เมย์เลยมาแนะนำกันแดดที่เหมาะกับหน้าร้อนบ้านเราซะหน่อย

ส่วนตัวแล้วมีโอกาสลองกันแดดมาหลากหลาย ทั้งซื้อเองและทางแบรนด์ส่งมาให้ลอง
คราวนี้ทาง NIVEA ได้ส่งตัวใหม่มาให้ ซึ่งแบรนด์บอกว่าบางเบา ไม่เหนอะ และเป็นเมคอัพเบสด้วย

NIVEA SUN PERFECT PROTECT
มีทั้งหมด 3 สูตรด้วยกัน...
หลังจากได้ลองมา 2 อาทิตย์กว่า รู้สึกว่ามันเหมาะกับอากาศร้อนๆ บ้านเรามากกกกกกกกก
ใช้แล้วพอใจกว่าตัวอื่นๆที่เคยได้ลอง และหลายคนน่าจะชอบ เลยหยิบมารีวิวให้อ่านกันค่ะ





เรียงจากซ้าย-ขวา

1. NIVEA SUN PERFECT PROTECT 
INSTANT WHITENING & SMOOTH SERUM SPF 50 
(กันแดดเนื้อเซรั่ม)

2. NIVEA SUN WHITENING PERFECT PROTECT 
MILK PINK SERUM SPF 50
(กันแดดผสมเมคอัพเบสเนื้อน้ำนม)

3. NIVEA SUN WHITENING PERFECT PROTECT 
MILK GLOW SERUM SPF 50
(กันแดดผสมเมคอัพเบสเนื้อน้ำนม)

-----------------------------------------------------------------------------------------------


มาดูกันค่ะ ว่าคุณสมบัติที่แบรนด์ได้กล่าวไว้มีอะไรบ้าง

NIVEA Sun Perfect Protect SPF 50 

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากนีเวียซัน ที่มีประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดด

าก UVB และ UVA อีกทั้งยังปกป้องได้ครอบคลุมแม้กระทั่งรังสี UVA1 

ที่ทำร้ายผิวลึกที่สุดเพื่อผิวกระจ่างใส ต่อเนื่องยาวนานทั้งวัน 


ใครอยากรู้เรื่อง UVA1 เข้าไปดูที่นี่ได้เลยค่ะ

http://www.nivea.co.th/products/campaigns/ext/th-TH/NIVEA-Sun-Serum


ULTRA DEEP UVA1 PROTECTTION
หนึ่งเดียวที่มี Ultra Deep UVA1 Protection 
พิสูจน์แล้วว่าไม่เพียงแต่ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB 
แต่ยังปกป้องผิวจากการทำร้ายลึกของ UVA1 ได้ดีกว่าครีมกันแดดทั่วไป 
ช่วยบล็อกความหมองคล้ำให้ผิวกระจ่างใสตลอดทั้งวัน 

Licorice Extract, VITAMIN E & HYDRA IQ 
ช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย VITAMIN E 
และเทคโนโลยี HYDRA IQ Repair and hydrates for a radiant & even skin tone. 

Light Texture & MICRO-SIZED MOLECULES 
อนุภาคเล็กขนาดไมโคร ทำให้ซึมซาบเร็ว บางเบา สบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ 

Perfect MAKE-UP COVERAGE 
ใช้เป็นรองพื้นก่อนแต่งหน้าได้ เข้าได้กับทุกสีผิว 
ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ หน้าไม่ขาวลอย 





เมย์ลอง MILK PINK SERUM SPF 50 เป็นตัวแรกนะคะ
เพราะอยากรู้ว่าที่แบรนด์บอกว่าจะทำให้ผิวขาวอมชมพูนั้น จะทำให้หน้าลอยหรือป่าว 555




เนื้อกันแดดเป็นน้ำนมสีชมพูอ่อน ที่ค่อนข้างเหลวนะคะ

แต่ตัวแพคเกจเป็นรูเล็กๆ ทำให้เนื้อกันแดดไม่ทะลักออกมามากตอนเทค่ะ








ตอนแรกที่เห็นว่าเป็นเนื้อสีชมพูอ่อน ก็หวั่นๆจะหน้าลอยอยู่เหมือนกัน 
เพราะเมย์ผิวออกเหลือง 
แต่พอเกลี่ยแล้ว เนื้อกันแดดจะค่อยๆซึมไปกับผิว และทำให้ผิวดูสว่างขึ้นเล็กน้อย
ไม่เป็นคราบขาว และหน้าวอกอย่างที่เกรงกลัว เย้ 555





เมย์ลองทากันแดดให้ดูที่หลังมือ เปรียบเทียบส่วนที่ทากับไม่ทานะคะ
ในส่วนที่ทาจะดูอมชมพู สว่างขึ้นเล็กน้อย และดูผิวเรียบเนียนขึ้นด้วย
(ข้อมือดูดำๆ เพราะเป็นเงาพอดีนะคะ - -)




ความรู้สึกและผลลัพธ์จากการใช้

เนื้อกันแดดซึมไว ไม่เหนอะ ไม่เกิดคราบ ไม่หนักหน้า ตามที่แบรนด์บอกจริงๆค่ะ
ยิ่งอากาศร้อนๆ ตอนนี้ เมย์ว่านีเวียเหมาะมาก 
บางคนไม่ยอมทากันแดดเพราะมันหนา เหนอะหนะ
แต่แนะนำให้ลอง แล้วจะลืมความคิดเดิมๆ ที่ทากันแดดแล้วต้องหน้าเมือกไปเลยค่ะ


เป็นเมคอัพเบสที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่าง เนียนขึ้นได้ 
ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้คุมมันนะคะ
ที่สำคัญ ไม่ทำให้รองพื้นหรือแป้งที่ลง เกิดเป็นคราบ หรือ สีหมองคล้ำ ระหว่างวันค่ะ 


ไม่มีกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์แต่อย่างใด อันนี้ชอบมากค่ะ
และแม้จะซึบไว แต่ก็คงความชุ่มชื้นที่ผิวอยู่ด้วย



ส่วนตัวแล้ว ตอนนี้กันแดดของ NIVEA คือตัวที่หยิบใช้ประจำ
ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น... จริงจังป่ะ 5555
เพราะตอนแรกที่ได้มา ไม่ควาดหวังอะไร เพราะก็ลองมาหลายแบรนด์
บางอันดี เหมาะกับเราทุกอย่าง แต่ไม่ชอบกลิ่น ซึมไวจริง แต่กลิ่นแอลกอฮอล์ก็ฉุนมาก
แต่ตอนนี้ NIVEA ตอบโจทย์เมย์ได้หมด ซึมไว ไม่วอก ไม่มัน 
ไม่ฉุน เมคอัพไม่พัง และยังให้ความชุ่มชื้นด้วย

....

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สภาพผิวแต่ละคนแตกต่างกันนะคะ เพื่อนๆ อาจจะชอบหรือไม่ชอบเหมือนเมย์ก็ได้
แต่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่อยากให้ได้ลองกันค่ะ 
หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้สาวๆ ตัดสินใจหากันแดดได้เหมาะกับตัวเองในหน้าร้อนนี้นะจ๊ะ ^^ 






นอกจากสูตร Milk Glow ที่เมย์ใช้แล้ว ก็ลองใช้อีก 2 สูตรด้วย 
เอามาเปรียบเทียบให้ดูว่าแตกต่างกันอย่างไร ...

ทั้ง 3 สูตร จริงๆแล้วต่างกันแค่เนื้อของกันแดดค่ะ เลือกใช้ตามที่ชอบเลย
ถ้าคนคล้ำหน่อยเมย์ว่าเหมาะกับ Milk Glow เพราะสีจะกลืนหายไปกับผิว ไม่วอกค่ะ
ส่วน Milk Pink ได้ทั้งผิวขาวเหลืองหรืออมชมพู จะช่วยให้ผิวดูสว่างขึ้นเล็กน้อย
ส่วน INSTANT WHITENING & SMOOTH เป็นเซรั่มที่บีบออกมาแล้วเนื้อเหมือนมูส
จะแน่น นุ่ม ไม่เหลวเหมือนตัวน้ำนม เกลี่ยง่าย ลื่น กลืนไปกับผิวเลยค่ะ
ยังไงก็เลือกกันตามใจชอบนะคะ ^^ 



http://www.nivea.co.th/



Create Date : 08 เมษายน 2557
Last Update : 13 เมษายน 2557 22:23:10 น.
Counter : 5219 Pageviews.

0 comment
Review : Babi Mild Sweety Pink
  สวัสดีค่า บล็อคนี้ หลายๆคนต้องรู้จักแบรนด์นี้แน่นนอน ...เบบี้ มายด์... นั่นเองงง
เป็นแบรนด์ที่รู้จัก และได้ใช้มาตั้งแต่เด็กๆกันเลยทีเดียว
นึกถึงตอนสมัยเอ๊าะๆ ม.ปลาย วัยคอซอง ต้องพกแป้งกระป๋องไว้ทาหน้า 555

ยิ่งดูโฆษณาตัวนี้แล้วรู้สึกนึกถึงวันวาน...ที่ผ่านมานาน ><






ตอนนี้มีสบู่เหลวอาบน้ำออกมาใหม่ และทางแบรนด์ก็ส่งมาให้เช็ตใหญ่ 
มีแป้งฝุ่น โลชั่น สบู่ก้อน และมาพร้อมกระเป๋าลายจุดน่ารักจุ๋มจิ๋ม





ช่วงไปญี่ปุ่นที่ผ่านมา เมย์หยิบสบู่เหลวและแป้ง สูตรสวีทตี้พิงค์ พลัส ไปลองด้วย








สบู่เหลวอาบน้ำ สูตร สวีทตี้พิงค์ พลัส
แบรนด์บอกว่า... ด้วยสารสกัดจาก Shea Butter Oil มอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์ธรรมชาติ 
ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิวและบำรุงให้ผิวไม่แห้งตึงหลังล้างออก
ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย พร้อมวิตามินอีบริสุทธ์
ถนอมผิวด้วยกลิ่นหอมอ่อนโยน ให้ผิวคงความชุ่มชื้นตลอดวัน









แป้งฝุ่นโรยตัว สูตร สวีทตี้พิงค์ พลัส
แบรนด์บอกว่า... เนื้อแป้งละเอียด ผ่านการสเตอริไลส์อย่างปลอดภัย
ผสานคุณค่าจาก Shea Butter Oil มอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์ธรรมชาติ
ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และวิตามินอีบริสุทธ์ถนอมผิว
ป้องกันความเปียกชื้นด้วย Allantion 

ทั้งหมดผ่านการทอสอบการระคายเคือง มั่นใจถึงความปลอดภัยแม้ผิวบอบบาง


ความรู้สึกหลังการใช้

เนื้อสบู่เหลว กำลังพอดี มีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ

ล้างออกง่าย ไม่รู้สึกเหนอะหนะผิวหลังจากล้างออก และ ผิวไม่แห้งตึง

ในส่วนของความหอมค่อนข้างอ่อนเบาๆ ไม่ฉุน

กลิ่นหอมติดทน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราทำค่ะ

ถ้าเมย์อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้เหงื่อออกมาก ก็หอมอยู่หลาย ชม เหมือนกัน

แต่ถ้าออกข้างนอก เหงื่อออก กลิ่นก็จางเร็วหน่อย

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยค่ะ

ในส่วนของความชุ่มชื้น ถือว่าโอเค เพราะอาบแล้วผิวไม่แห้งตึง

แต่ถ้าสำหรับคนผิวแห้งมากๆแบบเมย์ แค่นี้รู้สึกไม่เพียงพอค่ะ

อันนี้แล้วแต่ความชอบแต่ละคนด้วย

ใครที่ไม่ชอบเหนอะหนะ แต่อยากได้ความชุ่มชื้น ตัวสบู่เหลวนี้น่าจะเหมาะค่ะ

ส่วนของแป้งนั้นกลิ่นหอมสดชื่นดี ไม่ฉุน แต่หอมเบาๆแบบธรรมชาติค่ะ

เนื้อแป้งละเอียด และมีความชุ่มชื้นอยู่ในตัวด้วย

ทาแล้วจะไม่แห้งแต่เหมือนผิวมีตัวช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้นอีกชั้นหนึ่งค่ะ

สาวๆคนไหน หรือน้องๆวัยใส กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ราคาเบาๆ กับกลิ่นหอมหวานแบบนี้

ก็ไปลองกันดูนะจ๊ะ

เจอกันใหม่บล็อคหน้าจ้าาา




Create Date : 24 มีนาคม 2557
Last Update : 17 เมษายน 2557 19:45:26 น.
Counter : 2196 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

melissa_me
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 269 คน [?]