เคล็ดศาสตร์ฮวงจุ้ยกับที่อยู่อาศัย
 
 

ฮวงจุ้ยในห้องนอน

สีในห้องนอน 


ในห้องนอนควรจะ
เลือกสีอ่อนหวานหรือสีที่ดูแล้วสบายตา โคมไฟก็ควรสามารถหรี่แสงได้
มีกลิ่นหอม ใต้เตียงสะอาด เพื่อส่งเสริมอารมณ์อ่อนโยนและอารมณ์รัก
ทำให้ส่งเสริมชีวิตคู่ และส่งเสริมจิตวิญญาณของคนโสด เรียกโชคลาภ
และความราบรื่น




ห้องนอนที่มีห้องน้ำอยู่ด้วย


โดยส่วนมากตึก
แถวส่วนใหญ่จะแยกไว้กันคนละห้อง แต่ก็มีบางที่ ที่รวมไว้ที่เดียวกัน
ดังนั้นจึงต้องระวังในการตั้งเตียงนอนให้ดีๆ
หากปลายเตียงไปตรงกับประตูห้องน้ำจะถือว่าไม่ดี
พลังจิตใจจะเสื่อมถอยเจ็บป่วยได้ง่าย


วิธีแก้ไข ให้หันปลายเตียงไปทางอื่นหาพื้นที่ไม่เอื้อก็ให้เอาฉากมากั้นระหว่างปลายเตียงกับห้องน้ำ



การตั้งตู้ปลาในห้องนอน


การที่จะตั้งตู้
ปลาในห้องนอนนั้นไม่ควรเพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว
แหล่งน้ำกับแหล่งไฟไม่ควรอยู่ใกล้กันในห้องนอน
หากอยู่ในอพาร์ตเมนหรือคอนโดก็ให้ตั้งห่างๆเตียงนอนมากๆ



ข้อห้ามในการตั้งเตียงนอน


ไม่ควรตั้งเตียงนอนโดยให้ปลายเตียงชี้ไปทางหิ้งพระโดยเด็ดขาดจะทำให้เจ็บป่วย ไม่เจริญก้าวหน้า  ซึ่งไม่เพียงหลักฮวงจุ้ยเท่านั้นที่เชื่อเช่นนี้  เพราะชาวพุทธเราก็ไม่นิยมทำเช่นนี้   นอกจากนนี้ยังไม่ควรหันหัวเตียงไปด้านทิศตะวันตกอีกด้วย




หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ามาอ่านบ้างนะค่ะ


ขอบคุณที่มาจาก  http://wwwhoramahawed.com/












 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 15:41:20 น.   
Counter : 833 Pageviews.  


ลุ้นรับ "ยันต์ศรีศุภลาภคเณศยันตระ" กับโหรามหาเวทย์ดอทคอม

ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมลุ้นรับ "ยันต์ศรีศุภลาภคเณศยันตระ"
ซึ่งผ่านพิธีปลุกเสกสถาปนายันต์ในวันคเณศจตุรถี (GANESH CHATURTHI - गणेश
चतुर्थी) ตามแบบของศาสนาฮินดู ผู้ใดมีไว้ได้สักการะบูชา
จะนำพาความผาสุขความสบาย
ประดุจราชาและความมั่งคงแข็งแกร่งถาวรเข้ามาสู่ในชีวิต




ของรางวัล
ผ้ายันต์ "ศรีศุภลาภคเณศยันตระ" พร้อมหนังสือคเณศจตุรถี จำนวน 9 รางวัล
และชูชกทองเหลือง เจ้าแห่งการขอ องค์เล็ก จำนวน 2 รางวัล





กติกา ง่ายๆ..เพียงร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซต์
horamahawed.com อาทิ
คำแนะนำในการปรับปรุงเว็บไซต์หรือข้อความที่ต้องการฝากถึงทีมงาน
จำกัดสำหรับสมาชิก ท่านละ 1 ความเห็นเท่านั้น



ระยะเวลา หมดเขตและประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553

ร่วมกิจกรรมได้ที่  http://www.horamahawed.com






Free TextEditor




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2553 13:08:01 น.   
Counter : 550 Pageviews.  


เรื่องของไม้บรรทัดฮวงจุ้ย

มาตราวัดระยะฮวงจุ้ย (风水尺) ผู้
ที่ศึกษาศาสตร์ทางฮวงจุ้ยมักจะนิยมเรียกว่า “หลู่ปานฉวื่อ (魯班尺)” มากกว่า
ส่วนชาวแต้จิ๋วจะออกเสียงเรียกมาตราวัดนี้ว่า “ลู่ปังเฉียะ”


โดยคำว่า “ฉวื่อ (尺)” จะหมายถึง มาตราวัดความยาว หรือ ไม้บรรทัด ส่วนคำว่า “หลู่ปาน (魯班)” เป็น
นามของบุคคล แซ่หลู่ชื่อปาน
ซึ่งเป็นสถาปนิกผู้คิดค้นและสร้างมาตราวัดชนิดนี้ขึ้นมา
จึงสรุปรวมความหมายถึง เครื่องมือที่ใช้วัดความยาวของหลู่ปาน
เพื่อเป็นการให้เกียรติกับหลู่ปาน



มาตราวัดระยะ หรือ
ไม้บรรทัดของหลู่ปานนั้นจะมีความยาวประมาณ 42.9 ซม. หรือ 16 นิ้ว 7 หุน
ถือว่าเป็นมาตราวัดที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในระบบฮวงจุ้ยของชาวจีน
ซึ่งแต่ละช่วงของไม้บรรทัดนี้จะบ่งบอกถึงมิติที่แฝงไปด้วยพลังทั้งด้านดีและ
ด้านร้ายตามระบบฮวงจุ้ย



เมื่อจะมีการสร้างอะไรก็ตามชาวจีนจะนิยมนำ
ไม้บรรทัดฮวงจุ้ยมาใช้วัดสัดส่วนของสิ่งที่เขาจะสร้างขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั้งวัตถุมงคล
ก็จะนิยมนำไม้บรรทัดหลู่ปานมาทำการวัดระยะให้มีสัดส่วนอยู่ในตำแหน่งที่เป็น
มงคลอยู่เสมอ



ไม้บรรทัดหลู่ปานนี้จะมีด้วยกัน 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งจะเป็นฝั่งที่ใช้วัดมิติของคนเป็น หรือ สำหรับมนุษย์ ฝั่งนี้จะมักเรียกกันว่า “หลู่ปานฉวื่อ (魯班尺)” หรือ ฝั่งหยางหรือเอี๊ยง (陽 หรือ 阳) อันเป็นฝั่งด้านสว่าง



ฝั่งหยางนี้จะนิยมนำมาวัดฮวงจุ้ยสำหรับ
สร้างบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของมนุษย์เราที่ยังมีชีวิตอยู่
ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน เตียงนอน โต๊ะบัญชี ตู้เสื้อผ้า หน้าต่าง ประตูบ้าน
ฯลฯ



ส่วนอีกฝั่งที่ใช้วัดมิติของคนตาย หรือ วิญญาณ โดยจะเรียกฝั่งด้านนี้ว่า “ติงหลานฉวื่อ (丁蘭尺)” ภาษาแต้จิ๋วจะออกเสียงว่า “เต็งลั้งเฉียะ” หรือ ฝั่งหยินหรืออิม (阴 หรือ 陰) อันเป็นฝั่งด้านมืด



ฝั่งหยินนี้จะนิยมมาวัดฮวงจุ้ยสำหรับโลก
แห่งวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น หิ้งบูชา ศาลเจ้าที่เจ้าทาง
ศาลเจ้า ป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ โลงศพ ขนาดสุสาน ฯลฯ



ในมาตราวัดฝั่งด้านหยางหรือฝั่งคนเป็นนั้น จะแบ่งออกเป็น 8 ส่วน มีส่วนที่ดี 4 ส่วนและส่วนที่ไม่ดี 4 ส่วน โดยเริ่มจาก



1. 財 (ไฉ หรือ ไช้) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การคลัง, ทรัพย์สิน, เงินทอง, สมบัติ และความร่ำรวย



2. 病 (ปิ้ง หรือ แป่) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ โรคภัยไข้เจ็บ, ความทุกข์ และจุดเสี่ยงภัย



3. 離 หรือ 离 (หลี หรือ ลี้) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การจากกัน, ขาดแคลน และการยุแหย่เสี้ยมให้ทะเลาะกัน



4. 義 (อี้ หรือ หงี่) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ธรรมะ, ทำนองคลองธรรม, การผดุงคุณธรรม และการมีผู้อุปถัมภ์ค้ำชู



5. 官 (กวน หรือ กัว) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ข้าราชการ, ขุนนาง, รัฐบาล และการได้รับโชคดีจากทางราชการ



6. 劫 (แจว๋ หรือ เกี๊ยบ) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การปล้นสะดม, หายนะภัย และการได้รับความวิบัติ



7. 害 (ไฮ่ หรือ ไห่) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การถูกทำร้าย, การถูกอิจฉาริษยา, อุปสรรค, ความหวาดกลัว และการได้รับความเสียหาย



8. 本 (เปิ่น หรือ ปิ้ง) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ แหล่งกำเนิด, รากฐาน, จุดศูนย์กลาง และการมีทุนรอนที่มากมาย



แล้วแต่ละส่วนที่กล่าวมาแล้วนี้จะแยก
ย่อยออกไปอีกเป็นอีก 4 ส่วนย่อยๆ ซึ่งจะบ่งบอกถึงรายละเอียดของส่วนต่างๆ
ที่กล่าวมา
ดังนั้นเวลาเลือกวัดระยะก็ควรจะเลือกให้ตกอยู่ในตำแหน่งช่วงที่เป็นมงคล คือ
財、義、官、本 และไม่ควรตกอยู่ในตำแหน่งอัปมงคล คือ 病、離、劫、害



โดยส่วนระยะช่วงที่เป็นมงคลนั้นในตลับเมตร
ฮวงจุ้ยเขามักจะเขียนเป็นตัวอักษรสีแดง
และส่วนระยะช่วงที่ไม่เป็นมงคลก็จะเขียนเป็นตัวอักษรสีดำ
เพื่อสะดวกแก่ผู้ที่อ่านอักษรจีนไม่ออก



คราว
นี้มาดูฝั่งด้านหยินหรือฝั่งวิญญาณซึ่งจะแบ่งออกเป็น 10 ส่วน มีส่วนที่ดี 6
ส่วนและส่วนที่ไม่ดี 4 ส่วน แต่ละส่วนก็ยังซอยย่อยลงไปอีกส่วนละ 4
ความหมาย โดยเริ่มจากความหมายใหญ่ดังนี้



1. 丁 (ติง หรือ เต็ง) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ชายวัยฉกรรจ์, คนรับใช้, คำสั่ง และการมีข้าทาสบริวารที่มากมาย



2. 害 (ไฮ่ หรือ ไห่) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การถูกทำร้าย, การถูกอิจฉาริษยา, อุปสรรค, ความหวาดกลัว และการได้รับความเสียหาย



3. 旺 (หว่าง หรือ อ๋วง) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ความรุ่งโรจน์, คึกคัก, งอกงาม และความเจริญรุ่งเรืองในการงาน



4. 苦 (ขู่ หรือ โค่ว) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ความทุกข์ระทม, ความทรมาน, ความลำบากยากเข็ญ และการที่ต้องตรากตรำ



5. 義 (อี้ หรือ หงี่) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ธรรมะ, ทำนองคลองธรรม, การผดุงคุณธรรม และการมีผู้อุปถัมภ์ค้ำชู



6. 官 (กวน หรือ กัว) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ข้าราชการ, ขุนนาง, รัฐบาล และการได้รับโชคดีจากทางราชการ



7. 死 (สื่อ หรือ ซี่) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ ความตาย, ความเด็ดขาด, การไร้ความรู้สึก และการเสียชีวิต



8. 興 (ซิง หรือ เฮ็ง) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การลงมือ, การตื่นขึ้น, ความนิยมแพร่หลาย และความสุขเกษม



9. 失 (ฉวือ หรือ สิก) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การสูญหาย, ความผิดพลาด, การประมาทเลินเล่อ, ความผิดหวัง และการพ่ายแพ้



10. 財 (ไฉ หรือ ไช้) ซึ่งจะหมายถึงตำแหน่งของ การคลัง, ทรัพย์สิน, เงินทอง, สมบัติ และความร่ำรวย




โดยในฝั่งหยินหรือฝั่งวิญญาณนี้
ถ้าท่านเลือกระยะที่ดี อันได้แก่ 丁、旺、義、官、興、財 แล้วเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์
หรือวิญญาณที่มองไม่เห็นก็จะให้คุณและโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองแก่ท่าน
ตามชาวงของวรรคนั้น



แต่ถ้าท่านเลือกไปตกระยะที่ไม่ดี อันได้แก่ 害、苦、死、失 เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือดวงวิญญาณที่มองไม่เห็นก็จะให้โทษภัยแก่ท่านได้



ฉะนั้นถ้าท่านอ่านอักษรจีนไม่ออก หรือ
ไม่ทราบความหมาย ก็ให้ใช้วิธีง่ายๆ คือ
ระยะที่เป็นมงคลนั้นเขาจะใช้ตัวอักษรสีแดง
ส่วนด้านที่อัปมงคลเขาก็จะใช้แทนด้วยตัวอักษรสีดำ



คราวนี้คงทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจการใช้มา
ตราวัดฮวงจุ้ยกันได้ดีขึ้นแล้วนะครับ ว่าด้านไหนใช้กับอะไร
ตำแหน่งระยะไหนเป็นระยะที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล
สีที่ใช้เขียนอักษรก็เช่นกัน จะได้ใช้ได้ถูกต้องในคราวต่อไปนะครับ ...
สวัสดี



โดย เสือขาว    จาก  http://www.horamahawed.com/



Free TextEditor




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2553 11:53:40 น.   
Counter : 2564 Pageviews.  


หลักการจัดสวน ตามหลักฮวงจุ้ย ให้อยู่สบายใจ ค้าขายรุ่งเรื่อง

การจัดฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิให้ส่งเสริมกับตัวบ้านของเรานั้น
มีทั้งส่วนที่เราควบคุมไม่ได้นั่นก็คือชัยภูมิภายนอก เช่น ลักษณะของบ้าน, สำนักงาน หรือ โรงงานข้างเคียง เสาไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า,
ต้นไม้
ของราชการ
ซึ่งเราคงไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนชัยภูมิดังกล่าวได้
หากมีลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับบ้านของเรา
อย่างไรก็ตามในชัยภูมิภายนอกบ้านอีกอย่างที่เราสามารถควบคุมได้เองคือการจัดสวนในบริเวณที่ดินของเรา



เนื่องจากการจัดฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิที่ดีนั้นต้องประกอบด้วยหลักการใหญ่ๆ
3 ข้อ ได้แก่


1. การหาจุดจ่ายกระแสพลังงาน
หรือการหาว่าหน้าประตูบ้านบานหลักของเราสามารถรับกระแสพลังจากลมธรรมชาติได้หรือไม่
หากไม่ได้ ก็ให้พิจารณาว่ามีจุดจ่ายกระแสจากการจราจรของยานพาหนะหรือผู้คนหรือไม่
และสุดท้ายหากเราไม่สามารถหาจุดจ่ายกระแสพลังงานจากสองแหล่งดังกล่าวได้
ให้เราพิจารณาถึงการสร้างจุดจ่ายกระแสเทียมได้แก่ การขุดบ่อปลา, บ่อน้ำพุ,
ตั้งโอ่งน้ำล้น
หรือ ติดพัดลม ฯลฯ


2.
การดักกระแสพลังงาน

หรือการจัดให้ชัยภูมิมีความสามารถในการดักกระแสลมธรรมชาติ
ให้พัดผ่านเข้ามีที่หน้าประตูบ้านได้
เพราะแม้ว่าบ้านเราจะมีกระแสลมธรรมชาตพัดผ่านมา
แต่หากเราไม่มีชัยภูมิที่สามารถดักกระแสได้
ก็เท่ากับว่าเราเห็นโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
แต่ไม่สามารถฉกฉวยหรือไขว่คว้าโอกาสนั้นๆได้


3.
การกักเก็บกระแสพลังงาน

หรือการจัดชัยภูมิให้สามารถสะสมพลังงานที่บ้านเราได้รับมาได้
หากเราสามารถกักเก็บพลังงานไว้บริเวณหน้าประตูบ้านเราได้มากเท่าไร
โอกาสที่พลังงานจะเข้ามาสู่ภายในบ้านของเรายิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
ลานโล่งบริเวณประตูหน้าหรือบ่อน้ำบริเวณประตูหน้าบ้านหากอยู่ในตำแหน่งที่ดี
ถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยในการกักเก็บพลังงานได้ดี



จากหลักการข้างต้นทำให้สามารถสรุปภาพของการจัดชัยภูมิสวนของเราได้ดังต่อไปนี้ครับ
โดยบริเวณหน้าประตูบ้านของเราหากต้องมีสวนขอให้จัดให้มีระดับที่เทลาดเข้าจากเขตรั้วมาถึงหน้าประตูบ้าน
เนื่องจากกระแสอากาสนั้นถือว่าเป็นสสารชนิดหนึ่ง
ซึ่งตัวของมันมีมวลหรือน้ำหนักและจะถูกดึงโดยแรงดึงดูดของโลกให้ลงสู่จุดที่ต่ำลงเสมอ
โดยระดับที่สูงกว่าของพื้นสวนทางด้านรั้วบ้านนั้นสูงกว่าสัก 2-3 นิ้ว
ถือว่ากำลังดีแล้ว เพราะหากสูงมากจนขึ้นมาบังระดับวงกบล่างของประตู
(หรือธรณีประตูถ้ามี) จะถือว่าไม่ดี
หากเราต้องการทดสอบคร่าวๆก็สามารถทำได้โดยการลองรดน้ำบริเวณสวนของเรา
หากน้ำค่อยๆวิ่งไหลมาบริเวณปากประตูบ้านนั้นถือว่าเป็นระดับการเทลาดที่ดี
สำหรับวางระบบการป้องกันน้ำไลเข้าภายในบ้านขอให้ท่านปรึกษา ”ภูมิสถาปนิก” หรือ ”นักจัดสวน”
เพราะไม่เป็นเรื่องยากในการป้องกันอยู่แล้ว



หากท่านได้รับการแนะนำจาก "ซินแสมืออาชีพ"
และสามารถคำนวณได้ว่าทิศทางด้านหน้าประตูของท่านเป็นทิศที่ได้รับโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองในยุคที่
8 ตามระบบของการคำนวณฮวงจุ้ยในระบบดาวเหิน (ดาว 9 ยุค, เสวียนคง หรือ เฮี่ยงคง)
การมีบ่อน้ำพุ, บ่อปลา, หรือโอ่งน้ำล้น
ในบริเวณสวนหน้าประตูบ้านนั้น
ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเนื่องจากจะช่วยสร้างความเคลื่อนไหวและก่อให้เกิดพลังงานที่กระตุ้นพลังงานแห่งโชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง
อย่างไรก็ตามหากท่านไม่ได้รับการคำนวณพลังงานอย่างละเอียด
ผมไม่แนะนำให้มีการทำบ่อน้ำพุ, บ่อปลา,
โอ่งน้ำล้น
หรือ สิ่งเคลื่อนไหวอื่นๆ
เพราะอาจจะเป็นการไปกระตุ้นพลังงานไม่ดีประจำยุคได้ครับ
ซึ่งจะทำให้ท่านไม่ได้รับความเจริญรุ่งเรืองตลอดยุค 8 (พศ.2547-2567)



ส่วนการจัดสวนในด้านอื่นๆให้ทำเช่นเดียวกันกับด้านหน้าประตูบ้าน
คือให้มีการเทลาดกลับมาที่ฝั่งตัวบ้าน
โดยให้สวนฝั่งที่ติดรั้วสูงกว่าฝั่งตัวบ้านได้ตามที่เราต้องการ
หากคิดภาพไม่ออกให้ลองดูที่อุ้งมือของเราเหมือนกับเราสร้างบ้านอยู่กลางอุ้งมือ
จะทำให้กระแสพลังวิ่งหลากมาได้ดีที่สุด
เพราะบ้านเราถือว่าเป็นจุดที่ต่ำสุดของอุ้งมือนั่นเอง
แต่ต้องอย่าลืมว่าเฉพาะด้านหน้าประตูบ้านเราจะไม่พยายามให้สวนด้านรั้วบ้านสูงกว่าหน้าประตูบานมากเกินไปครับ
สำหรับบางท่านที่ต้องการจัดสวนหินนั้น ขอให้ใช้หินชนิดที่ขนาดเล็กและละเอียด
เนื่องจากจะสามารถเกลี่ยระดับได้ดีไม่ทำให้การไหลเวียนของกระแสอากาศติดขัด
กลับกันหากเราใช้หินขนิดที่ขนาดใหญ่และหยาบจะทำให้เกลี่ยระดับได้ยากทำให้การไหลเวียนของกระแสอากาศติดขัด



สำหรับการปลูกต้นไม้
ให้ทำการปลูกบริเวณสวนด้านข้างหรือสวนด้านหลังบ้านเป็นหลัก
เพื่อให้ไม่กีดขวางกระแสพลังที่จะพัดผ่านเข้ามาที่ประตูหน้าบ้าน
โดยหากมีความจำเป็นต้องปลูกต้นไม้หน้าบ้านจริงๆ
ให้พยายามอย่าขวางประตูหน้าบ้านจะดีที่สุด
และไม่ควรเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่หรือรกมาก
เนื่องจากจะกีดกันกระแสพลังงานไม่ให้เข้ามาที่ประตูบ้านเราได้



สุดท้ายนี้เพื่อความง่ายในการวัดผลของการจัดสวนบริเวณบ้านของท่านทุกๆท่านสามารถทดสอบด้วยตัวเองได้
โดยการยืนที่หน้าประตูบ้าน
หากรู้สึกถึงลมทีพัดผ่านเข้ามาที่ปากประตูบ้านของท่านได้ดี
ให้ถือว่ามีโอกาสที่บ้านของท่านจะมีฮวงจุ้ยที่ดีได้เกินครึ่งหนึ่งแล้ว
แต่ถ้าบ้านใดที่ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงกระแสลมที่พัดผ่านเข้ามาเลยแสดงว่าลักษณะการจัดสวนหรือชัยภูมิภายนอกบ้านของท่านไม่เอื้ออำนวย
และถือได้ว่าบ้านของท่านมีโอกาสมีฮวงจุ้ยที่ไม่ดีสูง
จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของท่านและคนในครอบครัว



เรื่อง/ภาพ
โดย ซินแส วรากร พายัพ  จากนิตยสารเซียน


ขอบคุณที่มาจาก  http://www.horamahawed.com









Free TextEditor




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 13:46:01 น.   
Counter : 690 Pageviews.  


ปรับฮวงจุ้ยที่พัก-ที่ทำงาน สู้โลกร้อน

ตอนนี้เทรนด์การตกแต่งใหม่ที่กำลังมาแรงสุดๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องการตกแต่งอาคารสถานที่เพื่อหนีโลกร้อน ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีกว่าปีก่อน คงจะไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องโลกร้อนสักเท่าไหร่ เพราะบ้านเราเน้นการตกแต่งตามแบบประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เพื่อให้ดูว่าประเทศเราก็กำลังพัฒนาตาม โดยไม่ค่อยคำนึงถึงการใช้พลังงานสักเท่าไร เพราะขณะนั้นพลังงานราคาถูกเกินกว่าที่จะคิดให้ปวดหัว 

แต่ปัจจุบันเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ราคาของพลังงานสูงขึ้นเกือบ 100% ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ค่าไฟ แว่วๆ ว่าก๊าซหุงต้มก็กำลังจะปล่อยลอยตัวตามกลไกตลาดโลก เพราะฉะนั้นโจทย์ใหม่ของนักออกแบบในตอนนี้คือ ความสวยงามและต้องประหยัดด้วย 



ผมเพิ่งกลับจากการไปวิเคราะห์ฮวงจุ้ยที่ มาเลเซีย ที่นั่นใส่ใจเรื่องความร้อนของตัวอาคารเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัยของเขา ยังมีการออกแบบช่องทางการระบายลมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยการเปลี่ยน “ความร้อน” มาเป็น “ลม” เพื่อระบายความร้อนจากตัวอาคาร 


ตามหลักวิทยาศาสตร์ซึ่งตรงกับหลักฮวงจุ้ยไทย วิทยาศาสตร์บอกว่า “ลม” เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศจากที่ร้อนไปยังที่เย็น ในฮวงจุ้ยไทยบอกว่า “ธาตุลมเป็นมิตรกับธาตุไฟ” สองธาตุนี้เกื้อกูลกัน 


ตัวอย่างเช่น การออกแบบอาคารในการทำพิธีของวัดพระธรรมกายน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วัดสร้างหลังคาไว้ 2 ชั้น เพื่อให้ลมจากด้านนอกถูกดูดเข้ามาในตัวอาคารและพัดขึ้นไประบายความร้อนบน หลังคา คนที่อยู่ในตัวอาคารก็ไม่รู้สึกร้อนมาก ลดการใช้พัดลมในตัวอาคาร เป็นการประหยัดไฟได้อีกด้วย


 อีกที่หนึ่งที่น่าจะนำมาเป็นตัวอย่างได้ คือ อาคาร SCB Park ที่นี่มีระบบทำความเย็นที่น่าทึ่ง ในขณะกลางคืนที่อาคารปิด ตัวระบบทำความเย็นจะทำน้ำให้เป็นน้ำแข็ง และเมื่ออาคารเปิดในตอนเช้า ความเย็นจากน้ำแข็งก็จะถูกระบายออกมาจากช่องระบายอากาศ ทำให้ไม่ต้องใช้พลังงานในตอนกลางวันมาก


 หลักการนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่า กระบวนการทำความเย็นในตอนกลางคืนประหยัดกว่ากลางวันมาก แต่ปัญหาคือทำอย่างไรให้ความเย็นเหล่านี้คงสภาพและใช้ได้เมื่อตอนกลางวัน เขาเลยใช้ “น้ำ” เป็นตัวแปร เพราะที่สุดแล้วเมื่อน้ำเป็นน้ำแข็งก็จะคงความเย็นในตัว และการสูญเสียน้ำจากกระบวนการนี้เป็นจำนวนที่น้อยมาก แถมยังประหยัดไฟอีกต่างหาก


 เคยสำรวจออฟฟิศคุณกันบ้างไหมครับว่า ออฟฟิศของคุณมีความร้อนมากน้อยสักเท่าไหร่ และจะตกแต่งอย่างไรให้ใช้พลังงานน้อยลงและถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย


 สำหรับออฟฟิศที่มีปัญหาเรื่องความร้อนมากที่ สุด คือ ออฟฟิศที่อยู่ทางทิศตะวันตกหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เพราะว่าทิศตะวันตกจะโดนความร้อนจากดวงอาทิตย์ในตอนบ่ายอยู่ราวๆ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และเป็นช่วงเวลาของการทำงาน


 ปัญหาที่เกิดอย่างแรก คือ อุณหภูมิในอาคารจะร้อนมาก และปัญหาที่ตามมา คือ ค่าไฟก็จะสูงขึ้น ปัญหาที่ตามมาอีกข้อ คือ เครื่องระบายความร้อนจะเสียง่าย และปัญหาข้อสำคัญที่จะเกิด คือ ประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรลดน้อยลง


 การปรับฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง ควรลดอุณหภูมิของออฟฟิศก่อน โดยการติดฉนวนกันความร้อนในทิศที่โดนแสงอาทิตย์มากที่สุด เมื่อกันความร้อนได้แล้วควรวางฮวงจุ้ยในเชิงรุกต่อ ด้วยการระบายความร้อนที่สะสมในตัวอาคารออก โดยการติดตัวระบายอากาศในทิศที่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อระบายความร้อนและเพิ่มโชคลาภให้แก่ผู้อยู่อาศัย



เมื่อจัดการปรับฮวงจุ้ยรอบๆ ออฟฟิศแล้วควรจะหาน้ำล้น หรือ ต้นไม้มาวางไว้ในออฟฟิศเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและฮวงจุ้ยที่ดีด้วย


 ถ้าลดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานได้ เราอาจจะจ้างบุคลากรมาทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบริษัทได้ ไม่แน่นะถ้าประหยัดได้มากๆ อาจจ้างผู้บริหารมาเพิ่มอีกสักคนก็เป็นไปได้ครับ


โดย  นิตยสารเซียน   ที่มา : http://www.horamahawed.com  






Free TextEditor




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 13:40:24 น.   
Counter : 348 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  

:: เมเม๊ ลิทึม
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกเต๋าพยากรณ์
ลูกเต๋าพยากรณ์ ทดสอบเลย!!


เสี่ยงเซียมซี
รวมเซียมซีหลายสำนัก
เริ่มการทำนายคลิกเลย !!


[Add :: เมเม๊ ลิทึม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com