แมวจะครองโลก
 

สืบคดีเลือดแมวเปอร์เซีย...byนักสืบแมวเหมียว ภาค 6

ช่วงที่นักสืบแมวเหมียวหาแผลอยู่นั้น เราก็ให้ทนายขอหมายไปที่สภาโจ๊กเพื่อขอเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับคดีนี้

ในการพิจารณาคดีก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะต้องเรียกพยานมาเพิ่ม

ระหว่างที่รอเอกสารและรอการพิจารณาคดี เราก็อุทธรณ์คำสั่งของสภาโจ๊กไปที่สภาโจ๊ก (ตรูจะอุทธรณ์กับแก๊งค์นั้นทำไมเนี่ย เราตอบตัวเองว่า บางทีคนเราก็ต้องทำเรื่องโง่ๆบ้าง)

หลักๆที่เราอุทธรณ์ก็คือ สำนวนการให้ถ้อยคำของหมอเวรที่ให้ต่อสภาโจ๊กสวนทางและขัดแย้งกับบันทึกประวัติการรักษาของแมวเรา มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหลายจุด

และเห็นว่าสภาโจ๊กตัดสินโดยใช้ถ้อยคำของหมอเวร กลับไม่พิจารณาการให้ถ้อยคำของเราซึ่งสอดคล้องกับบันทึกประวัติการรักษา เช่น

ในประวัติการรักษาการผ่าตัดครั้งแรกไม่มีการให้ยาห้ามเลือด(จากที่หมอเวรยอมรับกับเราในวันเกิดเหตุ)
และไม่ปรากฎว่ามีการบันทึกว่ามีการใหยาห้ามเลือดตอนผ่าตัดครั้งแรกในบันทึกประวัติการรักษา
แต่สภาโจ๊กสามารถ... สภาโจ๊กสรุปความเห็นของกรรมการว่า ในการผ่าตัดครั้งแรก เมื่อเห็นว่ามีเลือดออกจากมดลูก หมอเวรได้ให้ยาห้ามเลือดและoxytocin

(เอ่อ... สภาโจ๊กเล่นสรุปเพิ่มเติมให้เสร็จเลย ให้ยานู้นนี้เต็มไปหมด แล้วทำไมไม่ดูบันทึกการรักษาล่ะว่ามีการให้รึเปล่า)

(เราอยากด่าว่า สภาโจ๊กตาบอด อ่านหนังสือไม่ออกรึไง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่สุภาพ)

เลยแค่ขอให้สภาโจ๊กพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้ครบถ้วน ตามประเด็นต่างๆ หากการทำงานของเจ้าหน้าที่ในสภาโจ๊กไม่เป็นกลางจะส่งเรื่องร้องเรียนไปศาลปกครองสภาโจ๊กต่อไป

ต่อมาสภาโจ๊กได้ตอบกลับเราเป็นจดหมายว่า ผลการพิจารณาถือเป็นที่สุด(แปลว่าเปลี่ยนไม่ได้)

เราจึงตัดสินใจจะฟ้องสภาโจ๊กต่อศาลปกครองสภาโจ๊ก ทนายของบ้านเราก็ไม่เคยฟ้องคดีปกครองเหมือนกัน เราเลยตัดสินใจจะดำเนินการเองโดยไม่ใช้ทนาย

เราเลยต้องเข้ากูเกิ้ล หาวิธีการฟ้องสภาโจ๊กต่อศาลปกครองดูแลสภาโจ๊กในโทษฐานที่สภาโจ๊กประพฤติตัวไม่เป็นกลาง เลือกปฏิบัติ ออกคำสั่งโดยมิชอบ ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง และแก้คำสั่งให้ถูกต้องห้ามสรุปต่อเติมสิ่งที่ไม่มีในบันทึกประวัติการรักษา

การฟ้องต่อศาลปกครองสภาโจ๊กครั้งนี้ทำเราปวดหัวสุดๆ เพราะเราต้องมานั่งอ่านเอกสารเป็นปึกๆใหม่หมดเลย ศัพท์แพทย์ก็เข้าใจยาก

มีการเขียนคำฟ้อง คำให้การ คำคัดค้านคำให้การ อะไรอีกก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีแต่เรื่องยากๆให้ทำ งงมาก

เขียนคำฟ้องไปก็ว่าจะเลิก ไม่ฟ้งไม่ฟ้องละ ยอมแพ้ละ เอกสารมากมายปวดหัวไปหมดแล้ว(ฮือๆๆๆ ยากจัง เก๊าอยากนอนT T เก๊าอยากดูซีรี่ย์เกาหลีT T เก๊าอยากอ่านการ์ตูนT T เก๊าเหนื่อยอ่ะ)

แต่พอมานึกถึงภาพบาดใจ แมวเลือดท่วม เสียงกรีดร้องโหยหวน การที่เราดิ้นรนหาแมวมาให้เลือดแต่หมอเวรมาต้มเราว่าแมวเราไม่ต้องให้เลือดก็ได้ ทำให้เรามีแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีก

ในที่สุดเราก็เขียนคำฟ้องให้ศาลปกครองสภาโจ๊กเสร็จ (เฮ้อ ขอถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ)

เรามานั่งทบทวนคำฟ้องแล้วก็คิดว่า คดีจากแมวตายเนี่ย ศาลจะรับฟ้องมั้ยนะ แล้วศาลจะอ่านที่เราเขียนรู้เรื่องมั้ย
แต่ก็คิดว่าคงพอรู้น่ะเพราะศาลนี้เปิดรับมาก ชาวบ้านก็สามารถร้องเรียนได้ คนไม่รู้หนังสือก็มาร้องเรียนได้ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

การฟ้องสภาโจ๊กครั้งนี้เราใช้วิธีส่งไปรษณีย์เอาเพราะเราเดินทางไปไหนมาไหนไม่ไหวแล้ว(ก็บอกแล้วว่าเก๊าเหนื่อยT T เก๊าไม่อยากออกจากบ้านแล้วT T)

ไหนๆก็ฟ้องแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว เราเลยซีร็อกคำฟ้องอีกชุดส่งไปสำนักนายกฯกระทรวงคนสวนและต้นไม้(นามสมมติ)ซึ่งเป็นต้นสังกัดของสภาโจ๊กด้วยเลย ส่งไปรษณีย์อีกเช่นกัน

การเขียนคำฟ้องไม่ใช่ว่าเขียนอะไรก็ได้ ต้องมีหลักฐาน ที่มาที่ไปชัดเจนศาลท่านจึงจะรับฟ้อง

และสำนักนายกก็ตอบกลับมา...คดีถือเป็นที่สุด(กะไว้แล้วล่ะ)

ส่วนศาลปกครองสภาโจ๊กตอบกลับมาว่า...ประทับรับฟ้อง(เย้^ ^) ดำเนินการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีทางการปกครอง

ทางสภาโจ๊กผู้ถูกฟ้องเลยต้องมาโต้ตอบคำฟ้องทางไปรษณีย์กับเราอยู่ประมาณ 3-4 เดือนได้
(ทางสภาโจ๊กใช้ทนายดังเป็นประมาณนายกหรือรองนายกสภาทนายแถวๆนี้แหละมาสู้กับคนติงต๊องมือใหม่หัดฟ้องอย่างเรา อย่าแพ้นะเฟ้ย ถ้าแพ้ตรูจะขำ)

ตอนนี้ก็แค่รอผลพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งทุกวันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกัน

เราไม่ได้ขอให้ศาลลงโทษอะไรสภาโจ๊กหรอกนะ

แค่ขอให้สภาโจ๊กพิจารณาคดีเราใหม่ให้ครบถ้วนและแก้คำสั่งให้ตรงกับบันทึกประวัติการรักษา อย่าต่อเติมสิ่งที่มันไม่มีมา ก็แค่นั้น
(อยากให้หมอเวรถูกก็ให้ถูกไปแต่ห้ามบิดเบือนข้อเท็จจริงเจ๊ไม่ยอม)

มาถึงตอนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อ

เราให้ทนายออกหมายเรียกพยานมา 3 คน

คนแรก สมมติว่าชื่อหมอแท้ เป็นหมอที่ฉีดวัคซีนให้แมวเรา ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเรา

คนที่ 2 เรียกมาจากสภาโจ๊ก สมมติให้ชื่อหมออัลไซ ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเรา

คนที่ 3 เรียกมาจากสภาโจ๊กในฐานะคนที่มาออกความเห็นในคดีเรา สมมติให้ชื่อหมอหัวล้าน ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเราแต่เหมือนเค้าจะเกลียดเรามาจากชาติที่แล้ว

หมอแท้มาให้ข้อเท็จจริงทางวิชาการเกี่ยวกับการรักษาแมว ค่าเลือดแมวตามทฤษฎีและตำราที่ทางหมอคนอื่นๆเขียนและวิจัยไว้

และแล้วก็เกิดเรื่องจนได้

นักสืบแมวเหมียวมารายงานว่าตอนนี้ทางสภาโจ๊กกำลังตามล่าตัวหมอแท้ว่าเป็นใครมาจากไหนถึงมาขึ้นพูดหลักวิชาการ ทฤษฎีให้ฝั่งเรา

พวกเราทนาย นักสืบแมวเหมียว และเราไม่คิดว่าสภาโจ๊กจะกล้า...

ต่อมา นักสืบแมวเหมียวมารายงานทนายกับเราว่า ทางสภาโจ๊กที่เป็นอาจารย์ของหมอเวรให้คนโทรศัพท์มาด่าหมอแท้ ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ซะ พร้อมกับคำขู่ คำด่ามากมาย

ทนายเราตัดสินใจเตรียมแถลงการณ์ต่อหน้าท่านว่ามีการข่มขู่ คุกคามพยานโจทก์

นักสืบแมวเหมียวไปสืบหาข่าวมาเพิ่ม แต่หมอแท้ฝากบอกมาว่า "ไม่ต้องหรอกค่ะ หมอไม่อยากยุ่งเกี่ยวแล้ว เดี๋ยวทางสภาโจ๊กเค้าจะว่าเอา ที่หมอพูดก็พูดไปตามหลักวิชาการ ก็เท่านั้น หมอก็ไม่คิดว่าจะผิดหรือเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โตขนาดนี้"

คิดเอาเองละกันว่าอำนาจมืดยิ่งใหญ่ขนาดไหน

พยานหมอคนที่2ที่เราเรียกมา คนจากสภาโจ๊ก ผู้ที่เซ็นออกเอกสาร คือหมออัลไซ ทนายเราถามอะไรไปก็ไม่ทราบๆ จำไม่ได้(หรือแกล้งจำไม่ได้ก็ไม่รู้) สรุปไม่รู้จะเรียกมาทำไม

พยานหมอคนที่3 หมอหัวล้าน รายนี้มั่วมาก

เราคุยกับหมอหัวล้านหน้าห้อง เรื่องคดีเรา มีเจ้าหน้าที่บางคนส่งไปออกรายการคดีเด็ด มีการฉายออกทีวีแต่ทำให้ฮาๆ(คดีแปลกๆ)

หมอหัวล้านถามเราว่า "แล้วคุณไปขอแบ่งเงินค่าส่งเรื่องจากเจ้าหน้าที่กี่บาท" (เอ๊ะ หมอหัวล้านพูดจากวนประสาทจริงๆ)

เราบอก "ไม่ได้ขอแบ่ง เค้าอยากเขียนส่งไปก็เรื่องของเค้า และก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนส่งเรื่องไป"

เราเล่าให้ทนายฟัง ทนายบอกให้ฟ้องหมิ่นประมาทไปเลย จะฟ้องให้ แต่เราขี้เกียจ เรื่องเล็กน้อย ยอมๆให้กวนไป

ต่อมานักสืบแมวเหมียวไปสืบมาว่า หมอหัวล้านไปเล่าให้อาจารย์คนอื่นฟังว่า เราน่ะเห็นแมวเลือดออกเยอะมากแต่ไม่ยอมให้หมอห้ามเลือดหรือตัดมดลูก เพราะเราอยากให้แมวมีลูกเยอะๆจะได้ขายได้เงินเยอะๆ(ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่แต่งเรื่องได้มันส์มาก)

เอ่อ...พูดจาซี้ซั้วแบบนี้ วันหลังต้องให้นักสืบแมวเหมียวอัดเทปไว้แล้ว (รู้มั้ยคะว่า หมอเวรให้ถ้อยคำว่ายังไงตอนที่เราขึ้นมาเจอแมวมีเลือดออก

หมอเวรเขียนว่า"เจ้าของมาเจอแมวมีเลือดออกรู้สึกตกใจ" คนที่ตกใจมากจะไม่ยอมให้หมอห้ามเลือดเหรอคะ

เอ่อเรื่องที่ใครอาจไม่รู้ ใครก็ตามที่ให้การไว้ที่ศาล เอกสารที่บันทึกคำให้การนั้นถือเป็นเอกสารสาธารณะ ออกโดยราชการ สามารถเผยแพร่ได้ไม่ผิดกฎหมาย

ใครให้การไว้ซี้ซั้ว ผิดหลักทฤษฎี ผิดหลักปฏิบัติ เช่นให้การว่า กรณีที่แมวเสียเลือดมาก ระหว่างการให้เลือดกับให้น้ำเกลือทดแทนกันได้ (แบบนี้ก็ไม่ต้องบริจาคเลือดสิ ถ้าให้น้ำเกลือแทนได้) อนาคตโดนคนอื่นมาแฉไม่รู้ด้วยนะ

ในความเป็นจริงในการขึ้นศาลหรืออะไรก็ตาม พยานที่มาให้การไม่ควรมีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่กรณี

เช่นคนที่จะมาเป็นพยานให้จำเลยก็ไม่ควรมีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลย

เพราะถ้ามีความเกี่ยวข้องกันแล้วพยานให้การอะไรไปก็จะขาดน้ำหนัก เหมือนเข้าข้างพวกเดียวกัน

สิ่งที่นักสืบแมวเหมียวสืบ แล้วมารายงานแผล เอ้ย ผลให้เรา แสดงให้เห็นว่าเกี่ยวเสียยิ่งกว่าเกี่ยว

น.ส. xx ที่จะมาให้การเป็นพยานให้หมอเวร กับรพ.ไฮโซ ดันเป็นหุ้นส่วนในรพ.ไฮโซ ถือหุ้นอยู่หลายพันหุ้น แถมยังทำงานในรพ.ไฮโซอีกตะหาก นักสืบแมวเหมียวส่งเอกสารรายนามผู้ถือหุ้นให้เราอ่าน (นักสืบแมวเหมียวไปสืบมาได้ไงเนี่ย)

น.ส. xy เป็นสมาชิกพันทิป เป็นอจารย์ของหมอเวร สนิทสนมกับพวกอาจารย์สภาโจ๊กเป็นพิเศษ ทำงานในรพ.ไฮโซ ได้รับเงินค่าจ้าง
นักสืบแมวเหมียวส่งนามบัตรรพ.ไฮโซของ น.ส.xy ให้เราเพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวพยาน

แถมนักสืบแมวเหมียวยังกระซิบอีกว่า น.ส.xy มีข่าวฉาว ปิดกันให้แซดในมหาลัยว่าเอาผลงานของนักศึกษามาใส่เป็นชื่อตัวเอง นักศึกษาคนนั้นเจ็บใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากสอบตก (ใครไม่ได้ทำก็อย่าเดือดร้อนนะจ้ะ) จริงไม่จริงเราก็ไม่รู้นะแต่นักสืบเค้ารายงานมาแบบนี้

และยังมีความเกี่ยวข้องอื่นๆอีก

สืบมาได้ขนาดนี้ มีหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกันคงไม่ได้

แต่ก็มีคนปากแข็งบอกท่านว่า "ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน" อีก (เฮ้อ...ขนาดพนมมือสาบานว่าจะพูดความจริงกันแล้วนะ)

เราและห้องแมวมีโอกาสได้ไปงาน
Thailand Cat Breeder Seminarโดยรศ.สพ.ญ.ดร.เกษกนก ศิรินฤมิตร คณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรศาสตร์
ได้อ่านงานวิจัยเกี่ยวกับความถี่หมู่เลือดแมวในประเทศไทยที่ทำในช่วง กค.-กพ.2543(ของม.เกษตร)
สำรวจจาก กทมและปริมณฑล
ใช้ชุดทดสอบหมู่เลือดจาก Kansas State

แมวไทยพันธุ์แท้ 145 ตัว
มี 143 ตัว(98.6%) มีเลือดกรุ้ป เอ
มี 1 ตัว(0.7%) มีเลือดกรุ้ป บี(พันธุ์วิเชียรมาศ)
มี 1 ตัว(0.7%) มีเลือดกรุ้ป เอบี(พันธุ์วิเชียรมาศ)

แมวไทยพันธุ์ผสม 138 ตัว
มี 138 ตัว(100%) มีเลือดกรุ้ป เอ

แมวพันธุ์เปอร์เซีย 59 ตัว
มี 54 ตัว (91.5%) มีเลือดกรุ้ป เอ
มี 5 ตัว (8.5%) มีเลือดกรุ้ป บี



และจากหนังสือManual of Canine and Feline Haematology and Transfusion Medicine
หน้า 307 กล่าวไว้ว่า ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่ากรุ๊ปเลือดแมวของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเหมือนกับทุกๆประเทศ เช่น

ในประเทศอิตาลี
แมวไทยที่ เลือดกรุ้ปเอพบได้ 96%
แมวเปอร์เซียที่ เลือดกรุ้ปเอพบได้ 97%

ในประเทศสหรัฐอเมริกา
แมวไทยที่ เลือดกรุ้ปเอพบได้ 100%
แมวเปอร์เซียที่ เลือดกรุ้ปเอพบได้ 76%

(การพัฒนาสายพันธุ์แมวเปอร์เซียที่อเมริกามีความหลากหลาย ในขณะที่การพัฒนาสายพันธุ์แมวเปอร์เซียในไทยจะยังไม่หลากหลายเท่าอเมริกา)



จากวารสารสัตวแพทย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 2551
ใช้แผ่นตรวจ KU
สำรวจแมวทั้งหมด 89 ตัว
เลือดกรุ้ปเอ 84 ตัว (94.38%)
เลือดกรุ้ปบี 5 ตัว (5.62%)

โดยDSH 27 ตัว กรุ้ปเอทั้ง 27 ตัว
เปอร์เซีย 35 ตัว กรุ้ปเอ 33 ตัว กรุ้ปบี 2 ตัว(น่าจะอยู่ประมาณ6-7%)
และมีพันธุ์อื่นๆอีก



จากCompendium
หน้า 141 กล่าวถึงการศึกษานาน 36 เดือน แมวตัวมาให้เลือด 134 ตัว

มีเลือดกรุ้ปเอ 129 ตัว

มีเลือดกรุ้ปบี 5 ตัว(เป็นพันธุ์เตอกิสแองโกร่า 3 ตัว พันธุ์บริติชช็อตแฮร์ 1 ตัว และพันธุ์Chartreux 1 ตัว)

อายุแมวที่มาให้เลือดอยู่ระหว่าง 6เดือนถึง15ขวบ

มีน้ำหนักระหว่าง 2.7-9กก.

ปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่น(HctหรือPCV)ตั้งแต่27-51%

เก็บเลือดแมวตัวให้ระหว่าง 1.8-9.5 มล.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.

แมวที่มีปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นน้อยกว่า 35% หรือแมวอายุมากกว่า 8 ปีจะให้เลือดได้น้อยลง

มีแมว 1 ตัวตายอย่างไม่คาดฝัน 2 วันหลังการให้เลือด จากการชันสูตรแมวตัวดังกล่าวมีโรคแทรกอยู่

หน้า 143 กล่าวถึงแมวป่วยตัวรับเลือด 86 ตัว
มีเลือดกรุ้ปเอ 81 ตัว
มีเลือดกรุ้ปบี 4 ตัว (พันธุ์Chartreux 2ตัว พันธุ์เตอกิสแองโกร่า 1 ตัว พันธุ์บริติชช็อตแฮร์ 1 ตัว)
มีเลือดกรุ้ปเอบี 1 ตัว (พันธุ์ Chartreux)

จากหนังสือManual of Canine and Feline Haematology and Transfusion Medicine
หน้า 284 กล่าวว่าแนวทางในการพิจารณราให้เลือด ทำการให้เลือดเมื่อค่า PCV น้อยกว่า 20%

Compendium
หน้า 145 กล่าวว่าภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง(Hct<15%)เป็นข้อบ่งชี้สำหรับทำการให้เลือด

Hct=PCV

พอดีหนังสือManual of Canine and Feline Haematology and Transfusion Medicine ทางหมอเวรเค้าเอามาอ้างอิงค่าเลือดแมวกับเรา เค้าบอกว่าตำรานี้ของทางยุโรปมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าตำราไทยที่เราเอามาใช้อ้างอิง

แต่ว่าหน้า 284 มันโดนฉีกออกไป เราก็เลยสงสัยว่าหน้า 284 มันจะมีเนื้อหาว่ายังไงน้า ทำไมต้องฉีกออกไปด้วย

เราก็เลยให้นักสืบแมวเหมียวไปหาหนังสือเล่มนี้ฉบับเต็มมา และเราก็ได้หน้า 284 ซึ่งเขียนว่า

"แนวทางในการพิจารณาให้เลือดแมว ทำการให้เลือดเมื่อค่า PCV น้อยกว่า 20%"

แล้วมาดูเคสแมวที่ตายไปของเรา ค่าเลือดก่อนผ่า 31% หลังผ่าครั้งแรกเหลือ 15% ต่อมาเหลือ 8%

แล้วที่เราพาแมวมาให้เลือด 5 ตัว แต่หมอเวรบอกแมวอาการดีขึ้นไม่ต้องให้เลือด มันสวนทางกับตำราที่เค้าว่าน่าเชื่อถือรึเปล่า

แมวสายเลือดเดียวกันทั้งบ้าน เลี้ยงแมวไว้เยอะแต่กลับช่วยเหลือแมวตัวเองที่เสียเลือดไม่ได้ (จะมีใครเจ็บใจได้เท่าเรามั้ย)
ตอนพิจารณาคดี ทางเจ้าของรพ.ไฮโซเค้าบอกว่าเมืองไทยไม่มีการให้เลือดแมวเปอร์เซีย มีแต่การให้เลือดแมวไทย

เดือดร้อนเราอีกละ ต้องออกตามหาเคสให้เลือดแมวเปอร์เซีย

ขอไปมีได้มั่งไม่ได้มั่ง ต้องขอบคุณgunusa เจ้าของแมวที่ยอมให้เคสเรามากๆเลยนะคะ

ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้ากันแต่ก็ยอมให้เคสเรา

ขอบคุณที่โลกนี้มีอินเตอร์เน็ตและเว็ปพันทิป ไม่งั้นเราก็ไม่รู้จะไปขอเคสจากใครเหมือนกัน

การให้เลือดแมวเปอร์เซียมีมานานตั้งแต่ก่อนจะเกิดเรื่องกับแมวเราแล้วค่ะ

น้องมอริสโชคดีที่ได้มีโอกาสได้รับเลือดและมีชีวิตต่อไป

http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/J3382864/J3382864.html

และขอบคุณ คุณเอและคุณเฉาก๋วยอินเตอร์สำหรับข้อมูลและเคสเลือดแมวค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่คอยให้ข้อมูลเราค่ะ










 

Create Date : 27 สิงหาคม 2552    
Last Update : 29 สิงหาคม 2552 21:37:59 น.
Counter : 482 Pageviews.  

สืบคดีเลือดแมวเปอร์เซีย...byนักสืบแมวเหมียว ภาค 5

และเมื่อถึงวันศุกร์

เราโทรเรียกทนาย ให้แคนเซิ่ลนัดทั้งหมดแล้วไปสภาโจ๊กกับเราและแฟน(สามี)ซึ่งเป็นพยานในเหตุการณ์

แต่หมอไม่ยอมให้คนอื่นเข้าห้องประชุมพิจารณาเรื่องร้องเรียน

แฟนเราขอร้องว่า "ผมขอเข้าไปนั่งฟังเฉยๆก็ได้ จะปิดปากเงียบไม่พูดอะไรก็ได้"

แต่หมอไม่ยอม

ส่วนกระเป๋าใส่เอกสาร หลักฐานและอุปกรณ์ทางเทคนิคอื่นๆ หมอก็ไม่ยอมให้เอาเข้าห้องประชุม ทั้งๆที่เราก็บอกแล้วว่าเป็นกระเป๋าใส่เอกสารที่จำเป็น

หมอบอก "ไม่ต้องเอาอะไรเข้าไป กระเป๋าวางไว้ข้างนอก เข้าไปแค่ 20 นาที" แล้วก็บอกต่อว่าจะสอบสวนแค่เรา

แฟนเราพูดขึ้นมา "สถานที่ราชการ ทำไมผมเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายจะเข้าไปด้วยไม่ได้ อย่างนี้ไม่โปร่งใสรึเปล่า"

เราสนับสนุน "ใช่ๆ ไม่โปร่งใสป่าว กระเป๋าก็ไม่ให้เอาเข้า"(สงสัยกลัวโดนแอบอัดเทป)


หมอยืนยันว่ายังไงก็ไม่ได้ ในเมื่อกีดกันไม่ยอมรับพยานหลักฐานอะไรเลย เราก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไป เลยตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า

พวกเรา 3 คนชวนกันกลับ แต่ก่อนกลับเราพูดว่า "ถ้าผลการพิจารณาออกมา ดิฉันต้องการเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร ว่าอะไรคือเหตุผลในการตัดสินของสภาโจ๊ก" (เราเบื่อแล้วไอ้ที่ชอบพูดลอยๆแล้วเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเนี่ย)

หมอตอบว่า "ไม่ได้ครับ เป็นความลับของทางราชการ"

เราก็อึ้งสิ แต่ก็ถามต่อไป "แมวตายเป็นความลับของทางราชการตรงไหน ไม่ได้เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศหรือรัฐบาลซะหน่อย"
(เราไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหารนะเฟ้ย ถึงเราจะไม่รู้เรื่องการรักษาแมว แต่เรารู้ว่าแมวตายไม่ใช่ความลับของทางราชการแน่ๆ ไม่งั้นพวกห้องแมวก็เปิดเผยความลับของทางราชการทุกวันสิฟะ)

หมอตอบกลับแบบมึนๆ "ยังไงก็ไม่ได้"และพูดต่อ"ถ้าผลการตัดสินออกมาแล้วไม่พอใจให้ไปอุทธรณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป"

เราว่าถ้าเราโดนละเมิดสิทธิมนุษยชนขนาดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อแล้ว

ในเมื่อไม่ได้ใช้เอกสารหลักฐานที่เตรียมมาก็กลับดีกว่า

เมื่อไม่ได้สอบสวนเราเพิ่มเติมสภาโจ๊กจะทำไงต่อ? จะตัดสินเลยมั้ย?แต่ยังสอบสวนเราไม่เสร็จเลยนะ ตัดสินได้ด้วยเหรอ?

ส่วนผลการตัดสินเราก็เดาได้ไม่ยากแล้วล่ะ ก็โดนขนาดนี้แล้วไม่รู้ว่าผลการตัดสินจะออกมาไงเราคงก็โง่เต็มที

แล้วเรา 3 คนก็กลับบ้าน (แล้วพาทนายมาทำไมเนี่ยT T...ทนายเราบอกว่ามาเก็บข้อมูล)

หลังจากเหตุการณ์นี้ไม่กี่เดือน เราเดินทางไปสภาโจ๊กอีก(สรุปมาเป็นสิบๆรอบแล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ไม่เคยได้เรื่องซักรอบ)

เรามาขอเอกสารเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนของแมวเรากับเสมียนของสภาโจ๊ก

เสมียนบอก"ทางเราได้ปรึกษาทีมกฎหมายแล้ว ยังให้ไม่ได้"

เราตอบกลับ "การกระทำแบบนี้ผิด พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการพ.ศ.2540"(ตรูก็เรียนหนังสือมานะเฟ้ย)

เสมียนบอก "อยากได้ให้เอาหมายศาลมา"

เรา"เอ่อ..."

แล้วเราก็โทรหาทนายให้ออกหมายศาลให้(แมวเราที่อยู่บนสวรรค์มันจะรู้มั้ยเนี่ยว่าแม่มันรักมันมากขนาดไหน แม่สู้สุดแล้วนะลูก)

ปล.ใครที่เคยร้องเรียนกับสภาโจ๊กคงรู้ดีว่าเค้าทำงานยังไง เค้าจะเงียบหายไปจนเกิน 1 ปี
พอคดีหมดอายุความเค้าก็จะร่อนจดหมายมาที่บ้านและเขียนว่า "คดีไม่มีมูล" จบ

และแล้วถึงเวลาที่เราต้องใช้บริการสำนักงานนักสืบแมวเหมียวอีกครั้ง

นักสืบแมวเหมียวได้ทำการสืบเรื่องของสภาโจ๊กให้เรา กรรมการบางคนแผลเต็มตัวเคยโดนฟ้องมาก็มี

ต่อมานักสืบแมวเหมียว ได้รายงานผลการสืบที่เราคาดไม่ถึง

นักสืบแมวเหมียว "ทางคณาจารย์ของหมอเวร ได้เรียกประชุมลับกัน ที่คณะหมาแมวของหมอเวร เดี๋ยวจะลองคลุกวงในดูว่าเค้าเรียกประชุมเรื่องอะไร แต่ก็นะคนในสภาโจ๊กก็กลุ่มเดียวกับอาจารย์ของหมอเวรนะแหละ"

เรารอฟังผลการสืบการประชุม

ต่อมานักสืบแมวเหมียวรายงานผลการประชุมลับที่เราคาดไม่ถึงยกกำลังสอง

นักสืบแมวเหมียวเล่า "อาจารย์Xผู้ร่วมอยู่ในการประชุมเล่าว่า ทางกรรมการของสภาโจ๊กและคณาจารย์ของหมอเวร ได้เรียกหมอเวรมาเข้าประชุมที่คณะหมาแมวด้วย ในห้องประชุมจัดโต๊ะกลมกันเลย มีการเตรีมการว่าจะให้ทนายถามยังไงแล้วหมอเวรต้องตอบยังไง"

นักสืบแมวเหมียวเล่าต่อ "อาจารย์Xเล่าบทสนทนาในที่ประชุมให้ฟังว่า หมอเวรน่ะจบเกียรตินิยมเป็นลูกหม้อของมหาลัยเลยนะ ที่ทำการผ่าตัดแมวครั้งนี้น่ะผิดจริง แต่ให้ผิดไม่ได้ เพราะจะเสื่อมเสียเกียรติสถาบัน ชื่อเสียงและเสื่อมเสียเกียรติวิชาชีพ และการประชุมนี้ให้รู้กันแค่มหาลัยตนเอง อย่าให้มหาลัยอื่นรู้"(ทีหมอมหาลัยอื่นทำผิดนะลงโทษได้ พอถึงตามหาลัยตัวเองทำผิดห้ามลงโทษ)

เราขอบคุณความคืบหน้าในการหาข้อมูลของนักสืบแมวเหมียว(คริ คริ ความลับไม่มีในโลก ถ้ารู้เกิน1คนก็ไม่ใช่ความลับแล้วล่ะ แต่ทำอะไรน่าเกลียดกันจัง)

ต่อมาหลังจากจากคณาจารย์สภาโจ๊ก+หมอเวรจัดประชุมลับกันไม่กี่วันก็ถึงวันไปให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน

6 พ.ย.xy 8โมงเช้า เราไปกับแฟนและทนาย มีนักสืบแมวเหมียวไปด้วย แต่นักสืบแมวเหมียวขอแยกตัวออกไปสืบข่าวของฝั่งหมอเวร

นักสืบแมวเหมียวแกล้งทำเป็นคนนอกไปนั่งติดกับทนายหมอเวร ทนายหมอเวรมีเอกสารบางอย่างในมือและคุยกันว่า "แค่มีเอกสารฉบับนี้ฝั่งหมอก็ชนะคดีแล้ว"

นักสืบแมวเหมียวแอบมอง แล้วกลับมาเล่าให้เรากับทนายฟัง เรางงว่าเอกสารอะไร นักสืบแมวเหมียวบอกว่าตนเองสายตาสั้นอ่านไม่ค่อยเห็นเหมือนกัน และนักสืบแมวเหมียวก็ติดธุระจึงขอตัวกลับก่อน

และแล้วหมอเวรได้ยื่นเอกสารฉบับหนึ่ง(ใช่แล้วมันเป็นฉบับเดียวกับที่นักสืบแมวเหมียวพูดถึง)

เอกสารนั้นลงวันที่ 5 พ.ย. xy (เมื่อวาน) ยังอุ่นๆอยู่เลย เป็นเอกสารสรุปผลการร้องเรียนจากสภาโจ๊ก (แหมมาพอดีจังหวะเลยนะ ขึ้นศาลวันนี้ออกคำสั่งเมื่อวาน เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าฮั้วประมูลกัน)

สั้นๆง่ายเอกสารจากสภาโจ๊กเขียนว่า

"การเสียชีวิตในกรณีนี้เป็นเหตุสุดวิสัย"
(เอ่อ ไม่ให้ยาห้ามเลือด ไม่ให้เลือดแมว มันสุดวิสัยตรงไหนเนี่ย?)

"ผ่าตัดตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม" (ตรูไม่ได้สงสัยเรื่องขั้นตอนการผ่าตัดตรูสงสัยว่าทำไมไม่ให้ยาห้ามเลือด ทำไมไม่บอก)

"การดำเนินการผ่าตัด รักษา แก้ไขหมอเวรได้ตัดสินใจร่วมกับเจ้าของ"
(การที่มีปัญหาในห้องผ่าตัดแล้วเงียบ ไม่ยอมให้เลือดแมวทั้งๆที่เราพาแมวมาให้เลือดเนี่ยนะตัดสินใจร่วมกัน)

" เลือดสัตว์ที่เข้ากันได้บางส่วน แมวจะเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง"
(หมายถึงแมวชื่อ"ขนม"ใช่มั้ย แล้วแมวชื่อ"ฮิคารุที่เลือดเข้ากันได้ทุกส่วนล่ะ ทำไมไม่กล้าพูดถึง แล้วปล่อยให้แมวค่าpcv...8 เนี่ยไม่กลัวแมวตายหรือไง แล้วก็ตายจริงๆด้วย)

"แมวอาจเกิดความอ่อนเพลียมีร่างกายไม่สมบูณ์เพียงพอ อาจมีความผิดปกติของร่างกายหรือระบบเลือดโดยไม่ทราบมาก่อน จึงได้รับผลกระทบจากการผ่าตัด เกิดเหตุสุดวิสัยทำให้สัตว์เสียชีวิต"
(ก่อนผ่าหมอเวรบันทึกไว้หมดแล้วว่าแมวปกติทุกอย่าง ค่าpcv..31 เสียงปอดปกติ เยื่อเมือกสีชมพู ภาวะน้ำปกติ ไม่มีขี้มูกขี้ตา ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง
แล้วไอ้ค่าเลือดpcvก่อนผ่า 31 ลดเหลือ 15 แล้วลดลงมาเหลือ 8 สภาโจ๊กทำเป็นเนียนไม่ยอมกล่าวถึงเลยนะ ช่วยบอกหน่อยเหอะไอ้ค่าเลือด31-15-8เนี่ยฝีมือใคร)

สภาโจ๊กเนี่ยอยู่ดีๆก็ทำงานไวกันขึ้นมาทันตา ออกคำสั่งวันที่ 5 ให้หมอเวรถือคำสั่งมาขึ้นศาลเช้าวันที่ 6

ในวันนั้นหลังจากที่เราได้เห็นเอกสารของสภาโจ๊กที่หมอเวรถือมาแล้ว เราเลยว่าจะยอมแพ้

(อารมณ์มันแบบแข่งกีฬาแล้วโดนคู่แข่งโกง เราก็เลยไม่อยากแข่งด้วยแล้ว ถ้าอยากชนะจนทำเรื่องแบบนี้เราว่ามันไม่มีเกียรติ และไม่มีศักดิ์ศรีพอ)

เราเลยโทรไปหานักสืบแมวเหมียว เราเล่าเรื่องเอกสารให้นักสืบแมวเหมียวฟัง

นักสืบแมวเหมียวบอกเราว่า "ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด เรามีหลักฐานสำคัญอยู่ในมือ เอกสารนั้นมันเป็นแค่การตัดสินของคนกลุ่มเดียว ให้ส่งรายชื่อพยานของฝั่งหมอเวรมา นักสืบแมวเหมียวจะสืบประวัติให้เอง"

และนักสืบแมวเหมียวก็เริ่มสืบประวัติพยาน ในที่สุดเราก็เจอแผลจนได้








 

Create Date : 21 สิงหาคม 2552    
Last Update : 22 สิงหาคม 2552 11:40:37 น.
Counter : 163 Pageviews.  

สืบคดีเลือดแมวเปอร์เซีย...byนักสืบแมวเหมียว ภาค 4

ก่อนกลับบ้านเราบอกหมอว่า เราจะพาฮิคารุมาด้วยตอนประมาณทุ่มหรือ2ทุ่มเผื่อว่าหมอจะใช้เลือดฮิคารุ แล้วเราก็พาแมวที่เหลืออีก 4 ตัวกลับบ้านด้วยรถแท็กซี่

2ทุ่มเรากลับมาเยี่ยมแมวอีกครั้ง พาฮิคารุใส่ตะกร้ามาด้วย

เราขึ้นไปเยี่ยมแมวเรา แมวยังอยู่ในตู้อ๊อกซิเจนกับลูกแมวอีก 4 ตัว แมวเรายังคงซีดไปหมด

หมอเวรไม่อยู่ อยู่แต่"หมอแว่น" กับหมอเวรกะใหม่ สมมติให้ชื่อว่า"หมอพ."

เราถามหมอทั้งสองคนว่าต้องให้เลือดแมวมั้ยเราเตรียมแมวมา หมอทั้งสองคนบอกว่าแมวเราอาการดีขึ้น ไม่ต้องให้เลือด

เราอยู่กับแมวสังเกตได้ว่าแมวเรา นอนซม ตายังมองไม่เห็น หูไม่ค่อยมีปฏิกริยากับเสียงเรียกของเรา

เราก็ได้แต่นั่งเฝ้าแมวเราจนถึง 3 ทุ่ม หมดเวลาเยี่ยม ต้องกลับบ้านแล้วเรายังได้บอกทั้งหมอและประชาสัมพันธ์ว่า ถ้าต้องใช้เลือดโทรหาเราได้ 24 ชม.เราจะรีบพาฮิคารุมา แล้วเราก็กลับบ้าน

ตี 4 มีเสียงโทรศัพท์บ้านเราดัง 4 ตรุ้ด เรารับโทรศัพท์ไม่ทัน ไม่รู้ว่าใครโทรมาเพราะเป็นโทรศัพท์ท์บ้าน แต่ก็มีเซ้นว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับแมวเรา

เราโทรกลับไปที่รพ.บอกว่าเราเป็นเจ้าของแมวชื่อนี้นะ

รพ.แจ้งว่าแมวเราอาการไม่ดี

เราบอกว่าเราจะไปรพ.เดี๋ยวนี้จะเอาแมวตัวให้เลือดไปด้วย

ประมาณตี 4 10นาที เราอยู่ในรถ รพ.โทรเข้ามือถือ บอกว่าแมวเราเสียชีวิตแล้ว

เรายังคาดว่าจะมีปาฏิหาริย์ เราจะเอาฮิคารุไปเสียบให้เลือดให้ทัน

อีกไม่กี่นาทีต่อมา เรามาถึงรพ. เดินขึ้นไปชั้น 2 ในห้องที่แมวเราอยู่

หมอพ.ซึ่งเป็นหมอเวรในคืนนี้กำลังดึงแขนขาแมวเรา ทำท่าเหมือนนวดตัวกายบริหารแมว (เดาว่าแมวเราอาจตัวแข็งแล้วก็ได้ หมอเลยต้องยืดแมวเรา)

เราเดินเข้าไปอุ้มแมว แมวเราไม่หายใจ นัยย์ตาแมวเบิกโพลง เราหมดสิทธิ์ทำปาฏิหาริย์

เราร้องไห้โฮ เสียใจที่สุด เสียใจมากจากส่วนลึกของหัวใจ เจ็บปวดจนบรรยายไม่ถูก เราเอามือเราลูบตาแมวเราให้ตาปิด

แล้วหันขวาไปหาหมอพ. เราพูดว่า "ขอดูประวัติการรักษาแมวหน่อยค่ะ"

หมอพ.ตอบ ไม่มีครับ ประวัติเก็บอยู่ข้างล่าง

ลูกตาเรามองกวาดรอบห้อง เห็นประวัติสัตว์ป่วยวางอยู่ด้านหลังมุมขวาไม่ไกล

เราใส่เกียร์หมารีบวิ่งไปคว้ามา

ใช่แล้วมันคือ ประวัติการรักษาของแมวเรา(ครั้งนี้เราช่วงชิงทั้งประวัติการรักษาและสิทธิมนุษยชนมาได้พร้อมกัน)

หมอพ.ตกใจ อึ้งในความไวของเรา

มือซ้ายเรายังคงกอดศพแมวร้องไห้ต่อไป แต่มือขวาเราค้นหากระดาษและปากกามานั่งลอกประวัติการรักษา

ตัวเราขี้มูกก็ย้อยไม่มีใครเช็ดให้ เพราะไม่มีใครมีทิชชู่ น้ำตาก็ร่วง จดไปสั่นไป สภาพอเน็จอนาถ ใครมาเห็นภาพนี้ไม่สงสารก็ใจแข็งเกินไป

หมอพ.ยังมีความเมตตาอยู่ หมอพ.บอกเราว่า "เอาประวัติการรักษามานี่เถิดครับ ผมจะเอาไปถ่ายเอกสารให้"

เรายื่นประวัติการรักษาให้หมอพ. หมอพ.ถือเดินจากลงไปถ่ายเอกสารข้างล่างแล้วเอาสำเนาประวัติการรักษามาส่งให้เราครบทุกแผ่น เราเช็ค โอเคครบ ผ่าน

หมอพ.บอกเราว่า "อย่าฟ้องนะครับ อย่าให้ใครรู้ว่าผมถ่ายเอกสารให้นะครับ เดี๋ยวผมโดนไล่ออก"

เราบอกว่า "ไม่ฟ้องหรอกค่ะ แมวคงไม่อยากให้ฟ้อง"

หมอพ.ยังชี้นำ "ถ้าจะฟ้องให้ไปฟ้องที่สภาโจ๊ก(นามสมมติ)นะครับ"

"สภาโจ๊ก"(นามสมมติ)เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน แล้วเราก็ขอบคุณหมอพ.

เราพาศพแมวกลับบ้านพร้อมฮิคารุ เอามานอนกอดร้องไห้

ตอนเช้าเราก็พาศพแมวไปเผา ทำพิธี มองเข้าไปในเตาเผาทางกล้องส่องเตา

เห็นร่างแมวที่รักมากโดนเผา เห็นโครงกระดูก เจ็บปวดใจ แต่เรามองต่อไป จดจำความเจ็บปวดครั้งนี้ไว้

ทุกวันนี้เราตั้งกระดูกไว้บนหัวเตียง บางทีก็เอามาที่ทำงานด้วยเพื่อเตือนใจเรา

ตอนเที่ยงเผาแมวเสร็จเรากลับไปรพ.เพื่อรับลูกแมว 4 ตัว เจอหมอผู้หญิงหน้าไทยๆ สมมติให้ชื่อว่า "หมอแม่นาค"

เราสอบถามเรื่องเลี้ยงลูกแมวกับหมอแม่นาค หมอแม่นาคอธิบายและขายไซลิ้งค์ 1 ซีซีให้เรา 3 อัน 150 บาท เอาไว้ป้อนนมแมว

หมอบอกว่าลูกแมวไม่มีแม่ไม่น่าจะรอด เรายิ่งใจเสีย สิ่งสุดท้ายที่แมวสุดรักของเราเหลือไว้ให้ เราต้องรักษาชีวิตลูกแมวให้ได้

เราลงมาเคลียร์ค่าใช้จ่าย ถามประชาสัมพันธ์ว่า "เท่าไหร่คะ"

ประชาสัมพันธ์ตอบ "5xxx บาท ครับ"

(เรานึกในใจเชือดแมวเราแล้วยังมาเชือดเราต่ออีก)

เราต่อราคาว่า "เป็นสมาชิกรพ.ลดรึยัง"

ประชาสัมพันธ์ "ลดให้เหลือ 4xxx บาท ครับ"

เรา "ขอบคุณค่ะ อ้อ ขอเจอหมอคนที่ผ่าตัดหน่อยค่ะ"

ประชาสัมพันธ์บอก "หมอเข้าบ่ายครับ"

เราบอก "ไม่เป็นไร รอได้"

บ่ายโมงกว่า หมอเวรเดินมาหาเรา ถามว่ามีอะไร เราขอแผ่นเอ็กเรย์คืน

หมอเวรเอาแผ่นเอ็กเรย์มาคืนแล้วเดินหันหลังกลับ เราเดินตาม

เราเรียกหมอ "เดี๋ยวก่อน!! ขอคุยเรื่องแมวด้วยหน่อย"

เรากับหมอเวรหยุดยืนคุยกันกลางรพ.

เราเริ่มยิงคำถาม "ทำไมแมวเราเลือดออกมากขนาดนั้นไม่ยอมแจ้งเรา ทั้งๆที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์ตั้งหลายครั้ง"

หมอเวรตอบ "เลือดไม่ได้ออกเยอะอะไร รอดูได้ ออกนิดเดียวแล้วจะหยุดไหลเอง"

เราเริ่มพูดเสียงดังให้คนได้ยินทั้งรพ. "ออกนิดเดียวแล้วทำไมแมวถึงตาย"

หมอ "เพราะไม่รู้วันผสมพันธุ์แมว แมวเลือดออกมากน้อยต่างกัน" (เราเริ่มงงคำตอบหมอละ)

เราต่อว่าต่อ "แล้วผ่าตัดนานมากเลยนะเอาขึ้นไปตั้งแต่ 6.50น.จนถึง8.30น. ปล่อยให้แมวเลือดออกนานขนาดนี้ได้ไง ทำไมไม่ให้ข้อมูลข่าวสารอะไรเราเลย ทั้งๆที่เราก็รอตลอด"

หมอตอบ "ตอนที่หมอโทรมา 8.00น.หมอเพิ่งเริ่มผ่า ผ่า10กว่านาทีก็เสร็จแล้ว" (เราฟังดูเหมือนมือโปรเหลือเกิน ใช้เวลา10กว่านาที)

เราอัดอั้นตันใจ ร้องไห้ออกมา ถามอะไรไป หมอตอบมาเราไม่เคลียร์ซักอย่างแล้วเราก็โวยวายต่อ ระหว่างนั้นก็มีลูกค้ารพ.2-3คน นั่งฟังเราโวย

เรา "แล้วปล่อยให้แมวเลือดไหลไม่หยุดได้ไง"

หมอ "หมอก็ผ่าซ่อมให้แล้ว ตอนผ่าซ่อมหมอก็ให้ยาห้ามเลือดแล้ว"(เอ๊ะ เราสะดุดกึก แล้วตอนผ่าตอนแรกล่ะ ไม่ได้ให้ยาห้ามเลือดหรือไง"

เราถามต่อ "แล้วทำไมไม่ให้ยาห้ามเลือดตั้งแต่ผ่าครั้งแรก"

หมอ "...."(เงียบ ไม่ตอบ) แล้วก็พูดต่อว่า "เลือดออกนิดเดียว รอดูได้"

เหตุการณ์ต่อจากนี้ก็เริ่มจะแดจาวูแล้ว เราก็ถามเหมือนเดิม หมอก็ตอบเหมือนเดิม

รพ.เห็นลูกค้าเริ่มมาเยอะขึ้น เลยให้คนมาเรียกหมอออกไป เราเลยต้องกลับบ้านไปเลี้ยงลูกแมวต่อไป

วันนั้นเราไม่ได้ถามเรื่องการให้เลือดเพราะไม่มีความรู้
แต่ทุกวันนี้เราก็ได้ถามหมดแล้วแหละ แต่หมอบอกคนอื่นว่า เราไม่ยอมให้หมอทำการให้เลือด ทั้งๆที่หมออยากจะทำการถ่ายเลือดแมวมาก(เอ่อ แล้วเราจะเสียเวลา ขับรถเสี่ยงตาย ไปยืมแมวคนอื่นและไปขนแมวอีก 4 ตัว แถมเสียเงินค่าครอสแมทอีก750-5000บ. เพื่ออะไรกัน)

เหตุการณ์ที่เล่ามาเกิดในปี2548

หลังจากเราเลี้ยงลูกแมวเราจนแข็งแรงแล้ว(ตาย1รอด3) เรายังคาใจเรื่องเลือดแมว

เลยเดินทางไปรพ.เกษตร ถามหมอว่าแมวเราถ้าต้องให้เลือด รับตรวจกรุ๊ปเลือดแมวมั้ย

หมอที่ทำการรักษาบอกว่า ที่นี่ไม่มีการตรวจกรุ๊ปเลือด จะครอสแมท ถ้าเลือดเข้ากันได้ก็ให้เลือดเลย

เราบอก เรามีเงิน ขอซื้อที่ตรวจกรุ๊ปเลือดแมวแล้วให้หมอตรวจได้มั้ย

หมอตอบ ต้องสั่งจากต่างประเทศอาจต้องรอเป็นเดือน(เราก็เลยเก็ททุกอย่าง)

เราไม่ได้ถามหมอคนเดียวเรื่องตรวจกรุ๊ปเลือด ถามหลายคน หลายรพ.ทุกคนตอบเหมือนกันหมด ว่าไม่มีที่ตรวจกรุ๊ปเลือด จะครอสแมทอย่างเดียว

คราวนี้เป็นค่าpcv ..8...

เราเดินทางไปคลินิกแถวเสนาเป็นหมออดีตผอ.รพ.รัฐ เราถามว่า ถ้าแมวเราค่าpcvก่อนผ่าตัด 31 หลังผ่าตัดเหลือ 8 จะต้องทำยังไงกับแมว

หมอตอบเข้าใจง่าย "เตรียมตัวขุดหลุมฝังได้เลย"

เราอึ้ง แต่ก็รู้สึกว่าปริศนาไขกระจ่างแล้ว

เรายังคาใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าคนที่มาผ่าตัดให้แมวเราเป็นหมอจริงหรือหมอเก๊ เพราะที่รพ.ไม่ยอมติดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหมอซักคน

เราเลยให้ตัวแปรสำคัญ"นักสืบแมวเหมียว"(นามสมมติ)ช่วยสืบเรื่องหมอเวรให้

นักสืบแมวเหมียวสืบมาทั้งรพ.เรื่องสถาบันการศึกษา ที่ทำงาน ชู้สาว

สรุปหมอเวรไม่ใช่หมอเก๊แต่เป็นหมอจริงๆ เพิ่งจบไม่นาน แถมยังจบเกรดสูงได้เกียรตินิยมจากมหาลัยดัง

ส่วนเจ้าของรพ.(หุ้นส่วน)ก็เป็นคณะกรรมการใน"สภาโจ๊ก"(นามสมมติ) แล้วกับกรรมการคนอื่นเค้าก็ต้องเป็นเพื่อนๆกันอยู่แล้ว

เอ่อ เราควรฟ้องสภาโจ๊กดีมั้ยนะ เหมือนจะรู้ผลตั้งแต่ยังไม่ฟ้องเลยอ่ะ

แต่สุดท้ายเราก็ยื่นฟ้องไปเพราะยังไงเราก็มีประวัติการรักษาแมวเราในคืนนั้น โดยหวังว่าคณะกรรมการคนอื่นที่ดีๆจะตัดสินด้วยความถูกต้องก็คงมีมั่งแหละ

เกือบ 1 ปีผ่านไป ปรากฏ เงียบ สภาโจ๊กเงียบหายไปเลยเราโทรไปถามผลก็บอกอยู่ระหว่างดำเนินการ

สถานการณ์กำลังบีบบังคับ อีก 10 วันคดีแมวเราจะหมดอายุความ เราเลยโทรหาเพื่อนสนิท ชื่อเพื่อนก.

เพื่อนก.(นามสมมติ)เป็นทนายความเป็นผู้จัดการมรดกให้บ้านเรา(ในหนังจะเรียกว่าทนายประจำตระกูล) คราวนี้เราคุยให้ว่าความคดีเลือดแมวเปอร์เซียให้ และตั้งให้เป็นทนายในคดีนี้

ทนายรีบมาทำคดีเราก่อนหมดอายุความ

ทนายเรายืนเรื่องไม่น่าจะเกิน 4 วันก่อนคดีหมดอายุความ

ทนายเราว่าความให้ฟรี แต่เราบอกไม่ต้องให้เก็บค่าทนายได้เลย

เราสั่งทนายให้ฟ้องหมอเวร แต่ไม่ได้ให้ฟ้องรพ.ไฮโซ

พอทนายเอาเอกสารที่ส่งฟ้องมาให้ดู กลายเป็นฟ้องทั้งหมอเวรทั้งรพ.

เราถาม "ฟ้องรพ.ทำไมฟะ รพ.เป็นแค่เพียงสถานที่ ไม่เห็นเกี่ยวเลย ไปถอนฟ้องให้ด้วย ฟ้องหมอเวรคนเดียวพอ"

ทนายตอบ "ต้องฟ้อง เพราะรพ.เป็นนายจ้าง หมอเป็นลูกจ้าง ต้องฟ้องไปพร้อมๆกัน"

เรา "เหมือนพวกร้านค้าเหล้าเลย ซื้อเหล้าต้องพ่วงเบียร์"

และแล้วเมื่อฟ้องไปเรียบร้อย สภาโจ๊กก็ได้ข่าวเรื่องนี้ และเชิญเราไปให้ถ้อยคำซะทีหลังจากเรื่องผ่านมาเกือบปีครึ่ง

มีกรรมการ 9 คน หมอม.เป็นหัวหน้ากลุ่ม

เราก็เล่าๆไปตามเรื่องที่เกิดขึ้น

มีกรรมการผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "หมอได้ให้ยาห้ามเลือดแล้ว"(เชอะ)

เราสวนตอบพร้อมกางประวัติการรักษา "เนี่ย ผ่าครั้งแรกเขียนไว้ว่าเลือดออกจากเยื่อบุมดลูกเยอะมากๆ หลังผ่าเสร็จเลือดออกจากจิ๊มิเยอะ ไม่มีบันทึกว่ามีการให้ยาห้ามเลือดในการผ่าครั้งแรก"(อย่ามามั่ว)

ผู้ชายคนเดิมไม่ยอม ชี้ประวัติพร้อมพูด "นี่ไงให้ยาห้ามเลือด"

เราชี้ตาม "ตรงนี้มันหลังจากการผ่าซ่อม"(เป็นบรรทัดที่เขียนว่าให้ยาห้ามเลือดหลังมีการผ่าซ่อม)

กรรมการทุกคนอ่าน อืมๆใช่ๆ

หัวหน้ากลุ่มถามเรา "สมมติทางสภาจะลงโทษหมอเวรให้ถึงที่สุดแล้วคุณจะกรุณาถอนฟ้องได้มั้ย"

เราตอบเลียนแบบคำพูดในหนังสือการ์ตูน "ดิฉันเป็นคนเดินหน้าแล้วไม่ถอยหลัง จะดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตามขอปรึกษาทนายก่อน"

แล้วเราพูดต่อ "อ้อ แต่หมอเวรยังเด็กอยู่ ถ้าลงโทษแค่ตักเตือนหมอดิฉันก็พอใจแล้ว"

เราให้ถ้อยคำประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วก็จบ

อีกหลายวันต่อมา เราโทรศัพท์ถามผลกับหมอหัวหน้ากลุ่ม ว่าผลการพิจารณาเป็นยังไง

หัวหน้ากลุ่มตอบ "ตกลงผลจากการประชุม หมอผิดจริง เห็นเลือดออกไม่ยอมให้ยาห้ามเลือดในเวลาที่เหมาะสม มีปัญหาในการผ่าตัดไม่ยอมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ปล่อยให้แมวเสียเลือดนานเกินไป"

แล้วหัวหน้ากลุ่มพูดต่อ "ผลการพิจารณาอย่างไม่เป็นทางการ ทางกรรมการเห็นว่าควรจะลงโทษภาคทัณฑ์หมอเวร แต่ยังไงก็ตามผมขอความกรุณาให้คุณถอนฟ้องเถิดนะครับ คนไทยเหมือนกัน ตัวหมอเวรเองก็สำนึกผิดแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ"

เรา "ขอบคุณค่ะ" แล้วก็วางสายไป แล้วโทรหาทนายต่อ

เรา "ทนายเหรอ ผลไม่เป็นทางการ ทางสภาโจ๊กเค้าจะลงโทษหมอเวรภาคทัณฑ์ แต่เค้าขอร้องเราให้ถอนฟ้อง เราว่าเราจะถอนฟ้องหมอแล้วล่ะ"

ทนาย "ถอนฟ้องเหรอ ก็ได้ ตามใจ แต่รอผลให้ชัวร์ก่อนก็ได้นะ"

อีกไม่กี่วันต่อมา เราโทรไปหาหัวหน้ากลุ่มอีกว่าผลเป็นทางการออกมารึยัง

หัวหน้ากลุ่ม "ผลอย่างไม่เป็นทางการกลับตาลปัตร หมอไม่ผิด หมอไม่ประมาท แมวตายเพราะเหตุสุดวิสัย แมวอาจจะเป็นโรคมาก่อน"

เราถาม "โรคอะไร"

หัวหน้ากลุ่ม "แมวอาจจะเป็นโรคฮีโมฟีเลีย"(โรคฮีโมฟีเลียคือโรคเลือดไหลไม่หยุดเกิดในราชวงศ์อังกฤษ พอดีเราอ่านการ์ตูนมาเลยรู้จักโรคนี้ แต่ตามกฎเมนเดลซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ม.ต้น แมวเราซึ่งเป็นตัวเมียต้องไม่เป็นโรคพันธุกรรมนี้ เพราะพ่อแม่แมวไม่ได้เป็น)

เราบอก "ตัดสินกันแบบนี้คิดดีแล้วเหรอ เดี๋ยวดิฉันเอาเรื่องนี้เผยแพร่ทางสื่อนะ"

หัวหน้ากลุ่มบอก "ผลยังไม่เป็นทางการ ถ้าจะตัดสินออกมาแบบนี้แล้วคุณไม่พอใจก็ให้ไปร้องเรียนหน่วยงานที่ดูแลสภาโจ๊กต่อไป"(มีท้าด้วย)

เราถาม "ไปร้องเรียนศาลที่ดูแลสภาโจ๊กนะเหรอ"(น่าคิด)

หัวหน้ากลุ่มพูดต่อ "อย่างไรก็ตามการพิจารณายังไม่เสร็จ ให้คุณกรุณามาให้ถ้อยคำอีกครั้งวันศุกร์หน้า"

แล้วก็วางสายกันไป




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552    
Last Update : 21 สิงหาคม 2552 19:58:13 น.
Counter : 242 Pageviews.  

สืบคดีเลือดแมวเปอร์เซีย...byนักสืบแมวเหมียว ภาค 3

เราไปรับแฮร์รี่ซึ่งอยู่แยกวังหินแล้ว เราก็กลับมาบ้านเราที่อยู่แถวเรียบทางด่วน

เรามาถึงบ้าน ใจร้อน ไม่เลือกแมววิ่งขึ้นบ้านชั้น 2 จับใครได้ก็จับมา

ได้มา 4 ตัวคือ ฮิคารุ เป็นผู้ชาย(ใครที่มาบ้านเราก็คงรู้ว่าฮิคารุเป็นแมวยักษ์ขนาดไหน ฮิคารุเป็นลูกของริชชี่เหมือนกัน)
ยูกิ เป็นผู้ชาย เป็นพี่น้องกับฮิคารุ ตัวเท่าๆกัน
ขนมแมวที่ตัวเล็กสุดที่จะพาไปเพราะเป็นตัวเมีย โดนทิ้งมา
ปิ๊ง ญาติๆกัน

เอามาใส่ตะกร้า แค่นี้ก็เต็มรถแล้ว

ทำไมเราถึงต้องเอาแมวมาให้เลือดถึง 5 ตัว ก็เพราะแมวเราเลือดออกมาก คิดว่าคงให้หมอดูดเลือดแมว 5 ตัวนี้ ตัวละนิดตัวละหน่อย รวมๆกัน 5 ตัวก็เยอะ ก็น่าจะมากพอกับเลือดแมวเราที่เสียไป(ตอนนั้นยังโง่อยู่ นึกว่าให้ยังไงก็ได้)

ถัดจากบ้านเราไปประมาณ 5 หลังเป็นบ้านของหมอฟัน ชื่อหมอตุ้ม(คนที่ยกไอ่ม้าวให้เรา)
หมอฟันก็เลี้ยงแมวเปอร์เซียอยู่สิบกว่าตัวเหมือนกัน
ส่วนไม่ไกลกันนักก็เป็นคลินิกหมอแต๊กที่เลี้ยงแมวเปอร์เซียอยู่ประมาณ 20 ตัวเหมือนกัน

ตอนเราย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ เรางงมากที่ตัวเองมาอยู่ในดงแมวเปอร์เซีย

มาต่อ เรากับแฟนรีบออกจากบ้าน(เพราะแมวต็มรถแล้ว) เร่งความเร็ว ซิ่งสายฟ้า ขากลับไปรพ.รอบนี้รถไม่ติดใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ถึง(หรือว่าตรีนผีกันนะ)

มาถึงรพ. 10โมง 15นาที เราขึ้นไปดูแมวเรา แมวเรานอนอยู่ในกรง

คราวนี้เราได้เจอหมอผู้ชายใส่แว่น เรียกว่า"หมอแว่น"ละกัน มาดูแมวที่เราพามาให้เลือด เราเล่าประวัติแมวให้เลือดให้หมอแว่นฟัง แมวเราแข็งแรงดี หยดยาครบ วัคซีนครบ อื่นๆ

เราบอกหมอว่าเอาเลือดตัวละนิดละหน่อยนะ 5 ตัวพอมั้ย

หมอแว่นบอกว่า "การให้เลือดแมว เลือกใช้เลือดแมวแค่ตัวเดียวพอครับ"(ตรูเพิ่งรู้นี่แหละนึกว่าเอาเลือดหลายๆตัวมามิกซ์ๆกันซะอีก)

หมอแว่นฟันธง ว่าน่าจะเอาเลือดแฮร์รี่พี่น้องท้องเดียวกับแมวเรา
หมอแว่นให้ผู้ช่วยมาอุ้มแฮร์รี่ไปชั่งน้ำหนักโดยมีเราเดินตามไปด้วย ในส่วนของแมวเรา เราจับชั่งเอง ขนมตัวเล็กสุดที่พาไปหนัก4.5กก. ส่วนตัวอื่นก็หนักเพิ่มขึ้นมาอีก หนักสุดก็ฮิคารุ5กก.กว่า

10โมง 30 นาที สรุป หมอแว่นเจาะเลือดแฮร์รี่ดูว่าเข้ากันมั้ย
ถ้าเลือดไม่เข้ากันจะใช้เลือดขนมซึ่งหมอให้เหตุผลว่า เป็นแมวตัวเมียเหมือนกัน (อยากได้เลือดแมวตัวเมียก็ไม่บอก จะได้เลือกแต่ตัวเมียมาให้)

แล้วเรากับแฟนก็มานั่งรอต่อที่เก้าอี้ตัวเดิม(เฝ้าแมวทั้ง 5 ตัวด้วย กลัวคนขโมย)

หมอเวรเดินเข้ามาบอกเราว่า "ค่าเลือดpcvของแมวก่อนทำการผ่าตัด 31 แต่พอผ่าเสร็จเหลือ 15 แล้วก็ตอนนี้เหลือ 8"

เราไม่เข้าใจว่าท่อpvcคืออะไร แต่ตัวเลขของท่อpvcที่ลดลงก็ทำเราใจหาย แต่ก็นะแมวเรากำลังจะได้รับเลือดแล้ว เดี๋ยวท่อpvcก็คงขึ้นมั้ง

ต่อมาเวลา12.30น. หมอเวรเดินมาบอกเราว่า "เลือดแฮร์รี่ตกตะกอน ใช้ไม่ได้ ต้องใช้เลือดขนม"

แล้วเราก็ให้หมอเวรเจาะเลือดขนมไปตรวจว่าเข้ากันได้กับแมวเรามั้ย

เรานั่งรออีก ระหว่างนี้เราบอกให้แฟนเรากลับไปบ้าน เผื่อว่าเลือดเข้ากันไม่ได้ทั้ง 5 ตัว จะได้พาแมวตัวอื่นมาให้เลือดได้เร็วกว่าเดิม และบอกให้เอาแฮร์รี่ไปคืนพี่ฝนด้วย

พี่ฝนโทรกลับมาถามอาการแมวเรา เราเริ่มร้องไห้ คุมสติไม่อยู่ พี่ฝนบอกว่าให้มาเอาเลือดแมวบ้านเค้าอีกได้นะ
เราขอบคุณแล้วบอกว่าไม่เป็น ยังเหลืออีก 4 ตัว

13.30น. หมอเวรเดินมาหาเราที่นั่งสะอึกสะอื้นอยู่(ร้องไห้ไม่หยุดเลยตรู)

หมอเวรบอกว่าจะใช้เลือดขนมให้เลือดเพราะเลือดเข้ากันได้บางส่วน เมเจอร์เข้ากันได้

เราถามต่อว่า แล้วส่วนที่เข้ากันไม่ได้ล่ะ ถ้าให้ไปแมวจะเป็นยังไง

หมอเวรบอกว่า แมวอาจจะช็อคตาย

เราขอร้องหมอ "ขอร้องคุณหมอล่ะค่ะ ช่วยเช็คเลือดแมวฮิคารุอีกตัวได้มั้ย เค้าเป็นพี่น้องลายแท็บบี้เหมือนกัน เลือดน่าจะเข้ากันได้มากกว่าขนม" (เราพูดเราก็พยายามไม่ให้ร้องไห้แล้วนะ กลัวจะพูดกันไม่รู้เรื่อง)

หมอเวรเอามือล้วงกระเป๋าทำท่าเซ็ง หน้าเบ้ นิ่ง ไม่ยอมตอบเรา

เรายิงมุข "ขอให้เช็คฮิคารุอีกตัวนะคะ ถ้าใช้ไม่ได้เราก็ค่อยกลับมาใช้เลือดขนม"(ในใจก็คิดจะยอมมั้ยว้า หมอใจแข็งจริงๆ)

เรารีบไปเปิดตะกร้าหยิบฮิคารุยื่นให้หมอเวร

หมอเวรไม่ตอบ แต่ก็ยอมมาเจาะเลือดฮิคารุให้ ไม่ยอมมองหน้าเราอีก

เราทำอะไรผิด เราไม่รู้ตัวเลย วินาทีนั้นถ้าบอกให้กราบเท้าก็จะกราบนะ ช่วยแมวเราก็พอ ลูกสาวคนนี้เรารักที่สุด

แล้วเราก็มานั่งร้องไห้รอผลเลือดแมวเราต่อ

14.00น. หมอเวรเดินไปมาในรพ. เรางง แล้วการทดสอบเลือดแมวเราล่ะ

แล้วหมอเวรก็เดินขึ้นชั้น 2 เราเลยเดินขึ้นตามไปติดๆ

หมอเวรเปิดประตูห้อง พวกผู้ช่วยแซวหมอ น้ำเสียงเย้ยหยัน "อ้าวยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ ฮะๆๆๆ"

หมอเวรตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "ก็เจ้าของนะสิ จะให้เช็คเลือดแมวอีกตัว"

พวกผู้ช่วยสะกิดให้หมอเวรมองดูข้างหลัง(ซึ่งมีเรายืนฟังอยู่)

วงแตกกันสิคราวนี้ก็เรายืนฟังอยู่ด้วย เงียบกริบกันไปเลย

เราเดินต่อมาดูแมวเราซึ่งโดนย้ายเข้าตู้อ๊อกซิเจนแล้ว

แล้วเราก็มาร้องไห้รอต่อจนเวลา 15.30น. หมอเวรเดินมาบอกเราว่าเลือดแมวฮิคารุเข้ากันได้ทุกส่วนทั้งเมเจอร์และไมเนอร์

เราดีใจมาก

หมอเวรพูดต่อ "แต่แมวอาการดีขึ้นแล้ว ค่าpvcยังคงเหลือ 8 เท่าเดิม แมวฉี่แล้ว 1 ครั้ง ไม่ต้องให้เลือดก็ได้ รอดูอาการไปก่อนก็ได้"

เราเหวอ

เราถามเลือดเข้ากันได้ทำไมไม่ให้เลือด

หมอเวรตอบ "แมวตัวผู้กับตัวเมียกรุ๊ปเลือดไม่เหมือนกัน ให้เลือดไปแมวจะตายได้"

เราอึ้ง งงว่าที่เราพาแมว 5 ตัวมารพ.เพื่ออะไร พามาเที่ยว?

เราถามต่อแล้วจะรู้กรุ๊ปเลือดได้ยังไง

หมอเวรบอกว่า "ต้องพาไปตรวจที่เกษตร"

เราเงียบ ใช้ความคิด เราคิดๆ ว่าจะเรียกรถรพ.คน จะเสียค่าใช้จ่ายกี่บาทนะ(เพราะแมวต้องได้อ๊อกซิเจนระหว่างย้ายรพ.)

หมอเวรย้ำคำเดิม "ให้รอดูอาการไปก่อน ยังไม่ต้องให้เลือด แมวอาการดีขึ้นแล้ว"

เรางง(โดนต้มแล้วยังไม่รู้ตัว) แต่ในเมื่อหมอเวรบอก แมวเราอาการดีขึ้นแล้ว เราก็จะกลับไปอาบน้ำที่บ้านหน่อย นั่งเน่าอยู่ในรพ.ตั้ง 10 ชั่วโมงแล้ว

แต่เราก็ยังห่วงแมวเราอยู่ เลยถามว่า "จะเจาะเลือดแมวฮิคารุเก็บไว้มั้ยคะ"

หมอบอกไม่ต้อง

เราเลยบอกหมอว่าจะกลับบ้าน จะมารพ.อีกทีประมาณ1ทุ่ม หรือ 2ทุ่ม ถ้ามีอะไร ต้องการใช้เลือดฮิคารุติดต่อได้ 24 ชั่วโมงเราจะมาทันที





















 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552    
Last Update : 26 สิงหาคม 2552 3:14:15 น.
Counter : 201 Pageviews.  

สืบคดีเลือดแมวเปอร์เซีย...byนักสืบแมวเหมียว ภาค 2

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ภาพนั้นที่เราได้เห็นติดตาอยู่ในความทรงจำไม่ลบเลือน

เราตกใจสุดขีด

แมวเรานอนจมกองเลือด ผ้าผ่าตัดที่เต็มไปด้วยเลือดกองอยู่ด้านล่างของโต๊ะผ่าตัด

ต้นขาแมวเราอาบเลือดสีแดงสด เต็มไปหมด

มีหมอใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ คอยอุดจิ๊มิแมวเราเป็นจังหวะ พอหมอดึงผ้าออกเลือดสีแดงสดก็ไหลออกมาอีก หมออุด ดึงผ้าออก เลือดไหล ทำซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

เรามือเย็นเฉียบ แขนขาอ่อนแรง ปากคอสั้น น้ำตาคลอ เจ็บปวดหัวใจ

รวบรวมสติปั้นคำพูดออกมา "ทำไม ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเลือดไหลไม่หยุด" เราพูดเสียงสั่น ร้อนรน

หมอ "......" (เงียบไม่ตอบเรา)

เราหาทางออกสุดชีวิต ถามกลับไปอีก "ทำยังไงเลือดถึงจะหยุดไหล"

หมอตอบ "หมอขอผ่าซ่อม ตัดมดลูกทิ้ง ทำหมันเลย"

เราน่ะ ยังไงก็โอเคอยู่แล้ว ทำเถอะ จะทำอะไรก็ทำ อย่าทำอย่างนี้ อย่าให้ลูกเราเลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ลูกเราจะตายนะถ้าเลือดไหลจนหมดตัว

หมอให้เราลงไปรอข้างล่างที่เดิม ก่อนออกจากห้องเรารวบรวมสติถามหมอว่า "ต้องให้เลือดแมวมั้ยคะ ที่บ้านมีแมวที่เป็นพี่น้องเค้าเกือบ 20 ตัว"

หมอตอบ "ไม่ต้องค่ะ ไม่จำเป็นต้องใช้เลือด"

แล้วเราก็ลงมารอข้างล่าง เรากับแฟนคุยกัน กังวลว่าทำไมเลือดมันถึงออกมากขนาดนั้น เนี่ยจากสภาพเลือดท่วมขนาดนั้น หมอเวรต้องทำแมวเราเลือดไหลไม่หยุดมาพักใหญ่ๆแล้วแหละ

พอ 9 โมงเช้าก็เริ่มมีพวกนักศึกษาฝึกงานมาถึงรพ. เราก็กังวลใจไม่หาย แมวเราจะปลอดภัยมั้ยนะ ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจแม้แต่จะมองดูลูกแมวเลย

แต่หมอบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้เลือด เราก็คิดว่าหรือว่าแมวเราไม่เป็นไรมาก แต่ แต่ว่าเลือดแมวเราออกเยอะมากเลยนะ คิดๆไปก็สับสนในชีวิต

9 โมง 15 นาที เอาอีกละ เงียบอีกละ เราไม่รอขออนุญาติใครแล้ว รีบวิ่งขึ้นไปดูชั้น 2 เปิดประตูเข้าไปในห้องผ่าตัด

ภาพที่เราเห็นคือนักศึกษากำลังเป่าขนแมวเรา เอาหวีหวีขนแล้วก็เป่าไปเรื่อยๆ โดยแมวเรานอนซีดอยู่บนโตะผ่าตัดที่เดิม

เราลูบตัวแมวเรา แมวเราไม่มีคราบเลือดหลงเหลือบนตัว เลือดก็หยุดไหลจากจิ๊มิแล้ว แต่ตัวแมวเรายังไม่แห้งดี ยังเปียกน้ำหมาดๆอยู่

ใช่แล้วล่ะ แมวเราโดนเอาไปล้างน้ำเรียบร้อยแล้วเพื่อขจัดคราบเลือดอย่างหมดจด เราปล่อยให้นักศึกษาฝึกงานเป่าขนแมวเราให้แห้งต่อไป

หมอรีบชิงพูดว่า "หมอเพิ่งผ่าตัดเสร็จเมื่อกี้ เลือดหยุดไหลแล้ว ตอนที่ผ่าซ่อมแมวหยุดหายใจไปพักหนึ่งแต่ช่วยขึ้นมาได้ กระเพาะปัสสาวะบอบช้ำมาก"

เราลูบหัวแมวเราต่อไปจนนักศึกษาเป่าขนแมวเราแห้ง แต่เราไม่กล้าลูบที่ตัวแมวอีกเพราะกลัวแมวเราจะเจ็บ

แล้วเราก็เรียกชื่อแมวเรา แมวเราได้ยินเสียงเรียกของเรา

แมวเราลืมตาโพรง นัยย์ตาแมวแสดงถึงความกลัวและตกใจอย่างที่สุด และกรีดร้องเสียงดังแหลมโหยหวนบาดใจเรา

แขนขาแมวเราพยายามลุกขึ้นยืนตะเกียกตะกายตามมาทางเสียงเรา มาหาเรา

แต่แมวเรามาไม่ถูกทาง แมวเราตามองไม่เห็น

เราเข้าไปคอยประคองแมวเราที่ยังตะเกียกตะกายไว้

เพียงไม่กี่วินาทีแมวเราก็สลบกลางอากาศ เรารองรับร่างแมวไว้ไม่ให้ล้มลงกระแทกโต๊ะผ่าตัด

แมวเรานอนแน่นิ่ง.........

เราตกใจที่สุดในชีวิต ครั้งนี้เราหันหน้าไปหาหมอ แล้วพูดแกมบังคับหมอว่า "จะกลับบ้านไปเอาแมวที่บ้านมาเตรียมไว้ให้เลือด!!"

หมอบอก "ไปเตรียมมาเผื่อไว้ก็ได้"

แล้วเรากับแฟนก็รีบออกจากรพ.

ระหว่างทางมีรถติดเพราะเป็นช่วงประมาณ 9 โมวครึ่ง แต่การจราจรก็ยังพอไปได้เรื่อยๆ

เราสั่งให้แฟนเราขับรถให้เร็วที่สุด ปาดซ้ายปาดขวา ซิกแซกไปตลอดทาง คิดว่าถ้ารถชนกันเมื่อไหร่ก็จะโยนบัตรประจำตัวประชาชนทิ้งไว้ให้

เรารวบรวมสติคิดจะหาแมวที่เป็นพี่น้องกับแมวเรา(เหมือนคนที่ต้องเรียกญาติมาให้เลือด)
เราโทรไปหาบ้านพี่ฝนที่เลี้ยงพี่น้องครอกเดียวกับแมวเราไว้ เพื่อขอเลือดแมว

พี่ฝนเป็นห่วงแมวเรา เค้ายอมให้ยืมแมว เราไปถึงบ้านพี่ฝนเราขอยืม"แฮร์รี่"แมวนายแบบที่เป็นพี่น้องกับแมวเรา

พี่ฝนซึ่งเลี้ยงแมวอยู่ 7 ตัว ถามเราว่าเอาไปอีกมั้ย ริชชี่ด้วยมั้ย(ริชชี่เป็นพ่อของริชชิล่า เป็นแมวสายประกวด)

เราบอกพี่ฝนว่า "ไม่ต้องหรอกพี่ แมวเรามีเกือบ 20 ตัวก็มากพอแล้ว"





 

Create Date : 18 สิงหาคม 2552    
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 14:38:10 น.
Counter : 183 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

aikochan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขี้เกียจพิมพ์
[Add aikochan's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com