\ * \ * \ เมื่อวานไปดู "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ" ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เจอเหตุการณ์ที่ทำให้ลืมไม่ลง -*-

เมื่อวานโทรจองตั๋ว ได้รอบ 15.30 น. จอง 2 ที่ ที่นั่งตรงกลาง มีที่ยืดเท้า
ซื้อน้ำไป 1 แก้ว ก่าเลย์ 1 ห่อ เดินเข้าก่อนหนังฉาย 5 นาที
ถึงที่นั่ง เจอแล้วที่นั่ง แฟนนั่งข้างซ้ายผมนั่งขวาจะวางขวดน้ำข้างขวามือผม เอ้า...พี่คนข้าง ๆ วางแก้วจองซะหล่ะ -*- (ในใจก็คิด พี่เค้าถนัดซ้ายรึไงหว่า)
เอ้าไม่เป็นไรเอาวางไว้ข้างซ้ายมือผมก็ได้ จะได้อยู่ขั้นกลางกับแฟน
ก็ไม่ได้คิดอะไร นั่งดูหนังไปเรื่อย ๆ หยิบเลย์กิน อืม ๆ หนังสนุก ๆ พอหนังไปถึงฉากพี่บุญทิ้งจูบปากกันกับเลอขิ่น คอแห้ง ๆ มือขวาก็เลยหยิบน้ำมากิน ซู๊ดดดดดดดดดดด.....
อา ชื่นจาย ๆ ....แต่ รู้สึกเหมือนมีรังสีอำมหิต แผ่ซ่านมาข้าง ๆ....
พี่คนข้าง ๆ หันหน้ามามองที่ผม ปากผมคายหลอดออกจากปาก ....
พร้อมพูดออกไปว่า






"เอ่อ ขอโทษครับพี่ ผมหยิบแก้วผิด (-_-" )"






อายมากกกกกกครับพี่น้อง พี่คนนั้นก็บอกไม่เป็นไรครับน้อง มันหมดแล้วนี่ เง้ออออ ....
พอหนังจบ เปิดไฟ ผมก็ขอโทษพี่ไปอีกครั้ง พี่แก ก็ยิ้ม ๆ ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร
แฟนพี่เค้าก็แอบอมยิ้ม เขินมาก อายมากครับ




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550   
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2550 16:21:27 น.   
Counter : 166 Pageviews.  

\ * \ * \ รักสามเส้าในที่ทำงาน มีใครเจอแบบนี้กันบ้างครับ ((คิดไม่ตกจริง ๆ (-_-"))

รักสามเส้าในที่ทำงาน มีใครเจอแบบนี้กันบ้างครับ<


ผมมีเรื่องกลุ้มใจอยากให้เพื่อนๆ ช่วยคิดหน่อยว่าผมจะทำยังไงดี
คือผมไปชอบรุ่นน้องในบริษัทอยู่คนนึงจริงๆอายุก็ปูนนี้แล้วไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เลยแล้ว ก็พยายามเลิกนิสัยแบบนี้แต่ก็เลิกไม่ได้ซักที
อย่างว่าละครับอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดน้องเค้าอายุ 20 เอง เดินผ่านหน้าห้องทุกวันมองกันไปมองกันมาอยู่หลายวันแต่งตัวก็ดี ใครเห็นต้องชอบ วันดีคืนดีก็เลยเรียกเข้ามาคุยในห้องทำงานก็ถามนู่นถามนี่ไปเรื่อยลองส่งสายตาดูแล้ว ท่าทางจะเล่นด้วยผมก็ปฎิบัติการทันที
ชวนคุยหยอกเล่นทุกวัน ในที่สุดก็เริ่มนัดไปกินข้าว ดูหนังได้จับไม้จับมือเริ่มได้โอบ หอมแก้มแต่ยังไม่ถึงขั้นนั้นแต่ก็คงใกล้แล้วละ
ก็ดันมีเรื่องเข้ามาจนได้ดันมีรุ่นน้องอีกคนในบริษัทมาชอบผมระหว่างที่จีบคนแรกอยู่คนนี้ก็ใช่ย่อย ถึงอายุจะมากกว่า 3 ปี หุ่นก็สูสีแต่ข้างบนโค ตะ ระ ให้แถมชอบใส่เสื้อคอลึกๆ ด้วย
ก็ไม่รู้มันหลงมันรักอะไรนักหนาชอบหาโอกาสมาคุยกับผมเวลาเข้ามาในห้องก็ไม่ค่อยจะชอบก้มๆเงยๆอยู่นั่นแหละ
มาต่อครับ
เค้าคงชอบที่ผมเป็นผู้ใหญ่ อารมณ์ดี ใจดีอะไรทำนองนี้ เวลากลับก็ขอกลับด้วยบอกว่าบ้านอยู่ใกล้บ้านผม
คราวนี้มีช่วงนึงงานเยอะมาก กว่าจะเสร็จงานก็ค่ำๆน้องเค้าก็รอขอกลับด้วยบางวันก็หิวก็ต้องแวะกินข้าว พอกินเสร็จมันก็ง่วงใช่มั๊ย
ง่วงก็ต้องหาที่นอนซิผมก็เลยพาเข้าโรงแรม น้องเค้าก็ทำเป็นตกใจผมก็ไม่สนใจรวบหัวรวบหางซะเลยเค้าก็ไม่ยอมอยู่พักเดียวในที่สุดก็อ่อนเป็นขี้ผึ้ง
ลนไฟแล้วเรื่องแบบนี้มันมีครั้งเดียวที่ไหนผมก็หาโอกาสกลับกับน้องเค้าบ่อยๆ
ในที่สุดวันซวยก็มาถึงน้องคนแรกดันเปิดมาเจอผมจูบปากกับคนที่ 2 ในห้องทำงาน
หลังจากนั้นเค้าก็ร้องไห้ขอเลิกกับผมแล้วบอกว่า

"....จะไปบวชเป็นพระไม่สึกตลอดชีวิต"

ส่วนคนที่ 2 ก็ดันจับได้ใบแดง ต้องไปเป็นทหารตั้ง 2 ปี

ผมละกลุ้มใจจริงๆ เพื่อนๆ คิดว่าผมควรทำยังไงดี - -"




ปล. อย่าคิดมากนะครับ เป็นเรื่องที่ผมได้จาก Fd Mail ครับ
ใครโดนหลอกบ้างยกมือขึ้นนนนน ขำ ๆ นะครับ(^.^)v




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2550   
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2550 16:53:54 น.   
Counter : 153 Pageviews.  

แฟน VS กิ๊ก...(ขำขำ)

แฟน VS กิ๊ก...(ขำขำ)
1. มีแฟน - ไปไหนมาไหนได้ทุกที่ตั้งแต่ ดูหนัง ฟังเพลง
กินข้าว จตุจักร ชัอปปิ้ง วิ่งเปี้ยว เปิดผับ จ่ายค่าน้ำค่าไฟ
พาหมาไปตัดขนเอารถไปเข้าอู่ ไปสอบ gmat งานศพอาก๋ง อาม่า งานแต่ง
  มีกิ๊ก - ส่วนใหญ่ก็ไปกันแค่ห้าง ดูหนัง แดนซ์
มอมเหล้า ไม่มีหรอกจะมาเดินแดดร้อนลำบากๆ ต่อคิวคนเยอะๆแถมยังออกได้บางเวลาเพราะบางกิ๊กต้องแอบแฟนมาเที่ยวกับเรา
 2. มีแฟน - สุขภาพจิตดี สบายใจ พาไปไหนไม่ต้องระแวง
หลบซ่อน
มีกิ๊ก - เสียสุขภาพจิตเพราะกลัวเจอกิ๊กอีกคน หรือแฟนเขาจับได้ ไปเที่ยวด้วยความหลอน
3. มีแฟน - ไม่สับสน ปะป๋า มะม้า จำได้เพราะพามาอยู่คนเดียว
มีกิ๊ก - เพื่อนๆ งง พามาหน้าไม่ซ้ำ ปะป๋า มะม้าเรียกชื่อผิดชื่อถูกเรียกแอ๋ว เป็นเอ๋ เรียกเอ๋ เป็นอุ้ม ทรมานคนแก่
4. มีแฟน ไม่ต้องเอาใจมาก เพราะรู้ใจกันดี อยากทำอะไรก็ทำใส่แตะไปดูหนังก็ไม่ด่า เพราะปลงๆ กันแล้ว
มีกิ๊ก - ต้องเอาใจสารพัด แต่งตัวต้องเนี้ยบ ทำบุคลิคดีๆ
พาไปแต่ที่ดีๆ พาไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางอาจโดนด่าแม่ได้
5. มีแฟน - ได้รับนับถือจากเพื่อนหญิง เพื่อนชาย  ได้เครดิตว่าเป็นคนมั่งคง ภาพพจน์ดี อกหักทีมีแต่คนเห็นใจ
มีกิ๊ก -ได้ภาพพจน์ความเป็นคาสโนว่า  พาสาว พาหนุ่ม คนไหนๆ มาก็โดนเพื่อนเผายำเละ สรุปเผ่นหมดเพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยไว้ใจ เวลาอกหักมีแต่คนสมน้ำหน้า
6. มีแฟน - เปรียบเหมือนกินมันเผา อาจไม่ค่อยมีรสชาติ
แต่ยิ่งกินยิ่งมันทำให้ท้องอิ่ม มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
  มีกิ๊ก - เหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง หวานซ่าตอนแรกพอหมดรสก็คายทิ้ง เหลือแต่ยางยืดๆ เคี้ยวไปก็เมื่อยปาก




 

Create Date : 05 มกราคม 2550   
Last Update : 5 มกราคม 2550 8:26:22 น.   
Counter : 132 Pageviews.  

"ข้อดีของการไม่มีแฟน"

"ข้อดีของการไม่มีแฟน"

50 ข้อนี้ คุณ ว่าจริงไหม!?

1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์ งอน ง้อ

2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น

3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร

4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน

5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ไม่ต้องคอยซื้อของขวัญอะไรให้ใคร

6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ มันในอารมณ์อย่างสุดๆ

7.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น

8.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก

9.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา

10.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)

11.ไม่ต้องคอยหึงหวง ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกเยอะ

12.ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า

13.มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่

14.ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของเราและรักแท้"

15.ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก


16.ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีถึงจะถูกใจเขา

17.ไปหาเพื่อนน่ะแต่งตัวแบบไหนก้อได้

18.ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้วยังไม่ได้ส่งกลับ (เฮ้อออ....เปลืองอ่า)

19.อยากหิ้ว อยากจิก ใครก็ได้ไม่มีคนคอยตามประกบ

20.พ่อแม่จะรักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน

21.ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเอาใจเขา

22.ไม่ต้องรอคำสัญญาที่มันไม่เป็นความจริง

23.ไม่ต้องคิดมาก

24.มีทางเลือกให้กับชีวิตเพิ่มขึ้น

25.........ไม่ต้องร้องไห้.........

26.ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงเขา

27.คิดถึงคนหลายๆ คนพร้อมกันได้

28.คิดถึงตัวเองมากขึ้น

29.ชินกับการอยู่บ้าน เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว

30.เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ม่ายมีใครหวง

31.มีเวลาดูละครน้ำเน่าช่อง 7 ช่อง3 ช่อง 5 และ ITVมากขึ้น

32.เข้าถึงพระธรรมได้ง่ายขึ้น (แต่ไม่ยักกะทำ)

33.ไม่ต้องคอยโทรศัพท์

34.ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา


35.จะเหล่ใครก็ไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ

36.ไม่ต้องคอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆ จะเป็นใคร

37.จะทำอะไรก็ได้

38.ไม่โดนเพื่อนด่าว่า "ลืมเพื่อน"

39.คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด

40.ไม่ต้องโบ๊ะหน้าสวย, หล่อทั้งวัน

41.ไม่ต้องปกปิดด้านชั่วของตัวเอง

42.ไม่ต้องดัดเสียงให้ไพเราะและฟังดูน่ารัก

43.จะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจแฟน

44.ใครจะจีบก็จีบไปเพราะเรา "ไม่มีแฟน"

45.ร่างกายแข็งแรงเพราะเอาเวลาไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย

46.สามารถคุยกับสาวๆ สนใจได้โดยไม่รู้สึกผิดเพราะไม่มีแฟน

47.ไม่ต้องร้องเพลงอกหัก

48.ประหยัดนํ้าตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น

49.ไม่ต้องคอยไปรับไปส่งใคร

50.ไม่ต้องเสียเวลาเขียนไดอารี่ตอนอกหักหรือตอนถูกทิ้ง






 

Create Date : 23 ธันวาคม 2549   
Last Update : 5 มกราคม 2550 8:20:02 น.   
Counter : 138 Pageviews.  

เราเลิกกับแฟนแล้ว ... แต่เรื่องทำไมมันเน่าแบบนี้ ?

\ * \ * \ ผมเลิกกับแฟนครับ แล้วผมเป็นคนผิดใช่ไหมครับ ? / * / * /

http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4865025/L4865025.html

ปรกติผมไม่เคยที่จะเอาเรื่องของตัวเองมาโฟสกันแบบนี้ แต่ครั้งนี้ความรู้สึกของผมแย่เอามาก ๆ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนครับ
แฟนผมกับผมเราคบกันมา 4 ปีครับ เค้าชื่อ อ. เรื่องมันเกินวันที่ พฤหัสบดี 2 พฤษจิกายน 2549 ที่ผ่านมานี่เอง โดยที่ แฟนผมเค้าจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด โดยที่จะกลับวันเดียวกับวันที่ผมจะต้องไปหาหมอ ซึ่งปรกติทุกครั้งผมจะต้องไปส่งเค้าที่หมอชิต หรือ ถ้าผมกลับเค้าก็ต้องมาส่งผมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้แปลกกว่าทุกครั้งครับ ผมบอกว่าจะไปหาหมอ โดยที่หมอนัดผมทุกวันพฤหัสต้นเดือนอยู่แล้ว เค้าก็รู้เรื่องนี้ดี ผมบอกไปส่งไม่ได้นะ เค้าก็บอกไม่เป็นไร ตัวเองต้องไปหาหมออยู่แล้ว แล้วอีกอย่างมันก็ไกล กว่าจะมาถึงรถเค้าก็ออกไปแล้ว (ผมทำงานอยู่บางพลี)
อ. : เค้ามีตั๋วกลับบ้าน รถออก 20.30 น.
ผม : เอ้าหรอ ? (แต่ผมโทรไปเช็คแล้วว่ารถไม่มีออกในเวลา 20.30 น.) ไม่เป็นไรเค้าไม่ไปก็ได้
อ : อืมเค้าไปเองได้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ
ผม : อืมดูแลตัวเองด้วยนะ
แต่ไม่เป็นแบบนั้น เค้าโกหกผมแน่เรื่องแรก คือตั๋ว ผมเลยวางแผนว่าหมอโทรเลื่อนนัดแล้วผมไปส่งเค้าได้ เลยโทรไปหา
ผม : เออ หมอเค้าโทรมาเลื่อนนัดเป็นอาทิตย์หน้าหน่ะ เค้าไปส่งตัวเองได้นะ
อ : เงียบ... ทำไมหล่ะหมอไม่มาหรอ?
ผม : ใช่ผมจะไปส่งที่หมอชิตนะ
อ : (ออกอาการลนลาน) อืม ๆ
บ่าย 4 โมงครึ่งเค้าโทรมาหาผมบอกว่า
อ: ตัวเอง ไม่ต้องมาส่งเค้าหรอกนะ
ผม : ทำไมหล่ะ
อ : รถมันติดมาก ๆ เค้าเป็นห่วงตัวเอง กลัวมาไม่ทันแล้วจะทำให้เสียความรู้สึกนะ
ผม : ไม่เป็นไรเค้าจะไปให้ทัน เค้ามีวิธีของเค้าน่า อย่าเป็นห่วงเลย (ตอนนั้นผมยังคิดไม่ออกว่าจะไปทันได้ยังไง)
อ : ไม่ต้องมา (เสียงแข็ง) ตัวเองเชื่อในความหวังดีเค้าหน่อยสิ
ผม : เสียงอ่อย ๆ ทำไมหล่ะเราไม่ได้ไปไหนเลยนะ
อ : ก็ไม่เป็นไรไง ไม่ต้องมาส่งหรอกนะ เชื่อเค้านะ อย่ามาเลย เสียเวลา มาไม่ทันอีก ตัวเองก็งอนอีก
ผม : ก็ได้ ไม่เป็นไรเค้าไม่ไปหล่ะ
อ : (เสียงดีใจ) เค้าไปเองได้สบายมาก
แต่เค้าไม่รู้หรอกว่า แผนการผมมันเริ่มขึ้นมาในหัวแล้ว....
+
+
ผมขอหัวหน้าออกก่อนเวลา ออกมาตั้งแต่ 16.40 น. ผ่าดงรถที่ โคด ติด ๆ จุดหมายคือหมอชิตใหม่ มีโทรศัพท์เข้า ใช้แล้วแฟนโทรมาหน่ะเอง
อ. อยู่ไหน เค้ายังไม่เลิกเลยอ่า ว่าจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวไปหมอชิตหน่ะ
ผม. อืม
อ. แล้วตัวเองอยู่ไหน
ผม.อยู่ที่ทำงาน ยังไม่ได้ไปไหน วันนี้มีงานเลี้ยงนิดหน่อย (แต่จริง ๆ แล้วผมอยู่บนรถเมล์)
อ. เอ้าแล้วกัน อย่ากินให้มากนะ เป็นห่วง
ผม. อืม (ตอบให้เงียบที่สุด)
รถติดมาก ๆ เลยครับพ่อแม่พี่น้อง กว่าจะถึงสำโรงก็ 6 โมงกว่า ๆ แล้ว พอถึงสำโรงผมเลยลง เลยรอรถตู้ที่จะไปหมอชิตใหม่ อ่ามาแล้วกระโดดขึ้นเลยมีโทรศัพท์มาอีกครั้ง
อ. อยู่ไหนหรอ?
ผม. อ๋อตอนนี้ออกมาซื้อกับแกล้มให้พี่ ๆ (ทุกสายตาบนรถตู้หันมามองผม ประมานว่าไปซื้อที่ไหนวะ?)
อ.อ๋อ เค้าถึงห้องแล้วนะ จะอาบน้ำแต่งตัวหล่ะ
ผม. อืมถ้าถึงแล้วโทรหาผมด้วยนะ
อ. จ้า
รถตู้ที่ผมนั่งไปขึ้นทางด่วน ลงดินแดงรถก็ติดโคด ๆ ก็นั่งหลับไปกว่าจะถึงหมอชิตก็ ทุ่ม ครึ่งเข้าไปหล่ะเอาหล่ะรอให้ซัก 2 ทุ่มผมก็เลยโทรเข้าเครื่องคุณแฟน...
ผม. โย่อยู่ไหนแล้วจ๊ะ
อ. ก็แต่งตัวอยู่หน่ะ เป็นไงบ้างงานสนุกไหม?
ผม. อ๋อตอนนี้อยู่หมอชิตใหม่...
อ. เงียบ.... จริง ๆ หรอ?
ผม.อืม รีบ ๆ มานะจะ 2 ทุ่มครึ่งแล้ว
อ.เงียบ.....
+
+
พอ 20.20 น. ไร้วี่แววโทรศัพท์จากเธอ ผมก็เอ๊ะยังไง ก็เลยโทรไปหา ครั้งที่ 1 ไม่รับ ครั้งที่ 2 ก็เงียบ ครั้งที่ 3 ก็ไม่รับ ? ผมก็งงสิผมก็คิดในแง่ดี อืมสงสัยอยู่บนรถมั้งไม่ได้ยินเสียงมั้ง โอเค...
ผมก็โทรจนเค้ารับ
ผม. อยู่ไหนเนี่ย ใกล้เวลารถออกแล้วนะ
อ. อยู่รถแท็กซี่
ผม.ถึงไหนแล้วอ่า
อ.กำลังเข้าไปแล้ว แค่นี้ก่อนนะ.... วาง
ผม. ???? ไรว้า ไม่พอใจเรารึไงเนี่ย งง
ผมก็เลยยืนรออยู่ชั้น 3 ที่จอดรถรับส่งผู้ โดยสาย ยืนดูแท็กซี่ทุกคัน เปิดเพลงฟังสบายใจ ก็เลยเวลา 2 ทุ่มครึ่งแล้วหล่ะ ผมก็คิดว่าว่าแล้วโกหกเรื่องตั๋วแน่ ๆ ซักพักเค้าก็มาถึง เดินลงรถมา ผมก็ยิ้มรับ แต่ว่าเค้าไม่ได้มาคนเดียวนี่หว่า....
+
+
คนที่มากับเค้าคือเพื่อนผู้ชายในกลุ่มเค้า มันชื่อ ต. คนนี้ผมรู้จักดี เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามันชอบแฟนผมมาตลอด และเป็นมันที่ ตอนผมกับแฟนเริ่มคบกัน ชอบพูดดันผมทุกอย่าง ผมก็ไม่ชอบมันเท่าไหร่หรอก แต่แฟนผมบอกว่า เค้าเป็นเพื่อนนะ เค้าไม่ได้มามีอะไรเกินกว่านั้นหรอก ตลอดเวลาเค้าก็พูดแบบนี้ แต่ วันนี้มันไม่ใช่ เค้าถือกระเป๋ามาคนละใบ ไอ้นั่นมันเดินผ่านหน้าผมไปแล้ว แสยะยิ้มให้ ...-*- ผมก็ยิ้มแห้ง ๆ เพลงตอนนั้นไม่ฟังแล้ว ขาไม่มีแรงแทบจะยืน เพราะทุกอย่างมันโดยเฉลยออกมาแบบนี้ มันมาเป็นช๊อต ๆ ตั้งแต่วันอังคาร ที่มีสายโทรเข้ามาตอนที่เราอยู่ด้วยกัน เค้าตัดสายตลอด ผมถามว่าใครโทรมา เค้าก็โมโห เพื่อนโทรมา ผมก็ถามว่าทำไมต้องโมโหด้วย ผมก็เลยแอบดูเบอร์เอ้านี่มันของไอ้ ต. นี่หว่า ? ผมก็เก็บเอาไว้คิดในแง่ดี ผมคิดมากไปเองแหล่ะน่า ผมยืนเหมือนคนไม่มีอะไรแล้ว โมโห รู้สึกอยากร้อง แต่ก็เดินเข้าไปหาแฟนผม ที่ถือกระเป๋าใบใหญ่ ๆ มาด้วย ผมยิ้มให้แต่ .... เธอหน้างอ ผมจะขอถือกระเป๋าให้ เค้าไม่ให้ผมถือ เค้ารีบเดินเข้าไปข้างใน เค้าหันมองหาเหมือนหาไอ้หมอนั่น ผมก็ได้แค่เดินตาม แต่ปากผมพูดอะไรไม่ออก ... เค้าก็กดโทรศัพท์ ไม่ต้องแอบฟังยังได้ยิน
อ. อยู่ไหนหรอ ไม่มาซื้อตั๋วไปคันเดียวกันหล่ะ
เอ่อ แล้วผมเป็นอะไรหล่ะครับ ตอนนี้ ผมยืนไม่อยู่ของจริงแล้ว ผมทรุดลงนั่งลงพื้นเลย เค้าหันมาทางผมแล้วบอกว่า เค้าจะไปซื้อตั๋วนะ ผมถามเอ้าแล้วไหนบอกว่ามีตั๋วแล้วไง เค้ายิ้ม ๆ เค้าบอกยังไม่มี อ๋อ กระจ่างอีกเรื่อง เค้าก็หายไปเลยร่วม 15 นาที ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออก หัวตื้อไปหมด สิ่งแรกที่ผมคิดถึงคือแม่ของผม ผมโทรไปหาแม่ ตอนแรกก็คุยทั่วไป จากนั้นผมก็เล่าเรื่องที่เจอมากับแม่ แม่ผมเงียบอึ้ง เค้าบอกให้ผมรีบกลับบ้านมาเดียวนี้ ไม่ต้องอยู่แล้ว ผมบอกขอคุยให้รู้เรื่องก่อนครับแม่ ผมก็นั่งร้องไห้แบบไม่อายชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเลยครับ ซักพักเค้าเดินมา เป็นอะไรหรอ? เค้าถามผม ผมบอกเปล่า ไม่มีอะไร ผมถามเค้าว่าได้ตั๋วรึยัง แล้ว ตงหล่ะกลับด้วยกันหรอ? เค้าบอกว่าเปล่า เค้าไปโคราช อ๋อ เค้าบอกว่ากินอะไรไหม? ผมบอกอืมก็ดี ผมวางโทรจากแม่ ซักพักคนที่บ้านคงรู้เรื่อง น้องชาย ผมโทรมา บอกให้รับกลับ ทุกคนโทรมากันหมด แสดงว่าแม่ไปกระจายเสียงแล้วนั่นเอง
พอไปที่ Food Center ผมก็ไปนั่งกับเค้าผมก็เงียบ เค้าก็นิ่ง แล้วถามผมว่าผมมีอะไรในใจ (ผมถามหน่อยเถอะเค้าก็น่าจะรู้ว่าผมอยากให้เค้าพูดอะไร) ผมบอกเปล่านี่ เค้าบอกโกหกเมื่อกี้เห็นร้องไห้ ผมบอกเปล่า เมื่อกี้เพื่อนโทรมาเล่าให้ฟังว่าหมาที่บ้านมันตายเลยเศร้า -*- ก็เงียบกันทั้งคู่ ก้ไม่คุยอะไรเลย ข้าง ๆ มีตู้เพลงผมเลยเดินไปกดเพลง 2 เพลง เพลงแรก อย่าร้อนตัว
เพลงที่ ความเจ็บปวด เพลงแรกจบ เค้าก็ลุกขึ้นบอกว่ารถจะออกแล้วไปรอที่ท่ารถดีกว่านะ ผมก็อืมเอาดิ ผมได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่เค้าตั้งสั่น แต่เค้าไม่รับ เดินไปพร้อมกันคราวนี้ผมดึงกระเป๋าเค้ามาถือเองเลย เดินไปโดยที่ไม่คุยกัน แล้วเค้าก็หายไปเอ้าไปไหนแล้วอ่ะ...
+
+
ขอโทษครับ นั่งปั่นงานไปด้วย...
ไม่จบแค่นั้น ผมหันกลับไป เอ้า แฟนผมยืนคุยกันกับ ต. ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ ๆ แต่เค้าจบการสนทนาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ไปกว่านั้นคือ แฟนผมเค้ายิ้มให้แล้วโบกมือ บาย ๆ ให้กับไอ้นั้น พอเห็นมาทางผมแล้วทำหน้าบึ้ง ผมอยากจะฟาดกระเป๋าใส่ทั้ง 2 คนนี้มากครับ แต่ทำไม่ลง ผมเลยเดินเข้าไปแบบใจดีสู้เสือ ยิ้ม ๆ ให้แล้วถาม ต. ว่าไปไหนหรอ? ต. บอกว่าจะไป บุรีรัม ไปงานแต่งน้อง..(กรำ แฟนผมบอกไปโคราช ก็เอ้าใกล้ ๆ กันแหล่ะ) ผมเลยเดินไปส่ง แต่ ต. มันนั่งกินน้ำของมันอยู่ ผมก็เดินไป กัดปากตัวเองจนเลือดออกเพราะผมทำอะไรไม่ได้เลย ผมเก็บมันเอาไว้ ทำไมเค้าไม่พูด ถึงเรื่องนี้เลย ทำไมไม่บอกว่ามากับมัน ผมเลยถามแฟนผมว่า ทำไมไม่บอกว่า ต. มาด้วย เค้าบอกว่า ไม่เห็นเป็นเรื่องจำเป็นที่บอก เอ้า แล้วทำไมบอกว่ามีตั๋วแล้ว เค้าบอกก็... เงียบไม่พูดออกมา เค้าก็ร้องไห้ ผมเลยถามว่ามีอะไรจะบอกเราไหม? บอกมาเถอะ เค้าไม่พูด แล้วก็รับโทรศัพท์ไอ้นั่นก็โทรมา ผมเลยดึงโทรศัพท์มาคุย ผมบอกมาคุยกันหน่อยสิ มันบอกไม่เอาจะคุยทาง โทรศัพท์ผมเลยบอก มรึงเดินออกมานี่เลยไม่ชอบคุยทางโทรศัพท์ อย่าหลบหน้า มันก็โอเค มา... ผมคิดในใจจะเอายังไงดี จะต่อยมันเลยดีไหม? จะเตะดี ? คิดทุกเรื่อง แฟนผมก็ได้แต่ร้องไห้ ไม่มองหน้าผมเลย ต.มันก็เดินเข้ามา มันพูดกับผมคนแรกเลยว่า มันอยากจะบอกผมมาตั้งนานแล้ว แต่ อ.ไม่ให้พูด มันดูแล อ.มาตลอด องมาปรึกามันทุกเรื่อง รู้เรื่องของผมกับแฟนผมเป็นอย่างดี ผมเงียบ ผมเลยบอกว่าอยากได้นักใช่ไหม? งั้นก้ดูแลเค้าด้วย มันบอกว่ามันดูแลมาตลอดแหล่ะ ผมก็บอกทั้ง 2 คนว่าโชคดีนะ ขอให้รักกันนาน ๆ ผมหันหลังเดินออกมาโดยที่ ปล่อยโฮออกครั้งใหญ่ไม่เคยร้องไห้อะไรมากขนาดนี้ ผมโทรหาแม่ โทรหาเพื่อน ผมร้องไห้จนผมผมรู้สึกว่าทำไม ? ผมมันโง่มากใช่ไหม? เค้าแอบคบกันมานานแล้วใช่ไหม? เรื่องของเราคนอื่นที่เป็นคนปรึกษาทำไมต้องคนอื่น ทำไมไม่ใช่ผม ? ....
+
+
ผมนั่งรถตู้ จากหมอชิด-สำโรง รถ NGV คงมีเพื่อน ๆ เคยนั่งกันมาบ้าที่คันใหญ่ ๆ ระหว่านั้นผมกำลังร้องไห้หนักมาก ๆ ไม่เคยจะร้องอะไรแบบนี้เลย มาก่อนเลย นั่งร้องไห้ในรถตู้ครับพี่น้อง พี่ที่ทำงาน เพื่อนก็โทรมาเกิดอะไรขึ้น ... ผมร้องแบบไม่อายคนในรถเลยครับ (เพราะทั้งคันมี 2 คนรวมคนขับ ) นั่งร้องไปตลอดทาง ก็คุยกับเพื่อน กับ พี่แล้วนั่งย้อนคิดถึงเรื่องหลาย ๆ อย่างที่ทำด้วยกันมา ไม่มีอีกแล้ว ทำไมถึงทำแบบนี้กับผม เค้าปิดผมมาตลอดใช่ไหม? ผมถามตัวเองผมลบรูปลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเค้าทั้งหมด ไม่ว่าในมือถือ ในคอมลบทุกอย่าง แล้วคืนนั้นทั้งคืน ผมไม่ได้นอนเลยครับคืนนั้น (จะว่ามันเวอร์ผมก็ไม่เถียงครับ) พอเช้าผมก็อาบน้ำมาทำงาน เพราะวันนี้น้องที่งานผมลา จะไม่มีคนดูแลงานให้ ผมก็มาแต่เช้าเลย พี่ ๆ ที่ทำงานที่รู้ข่าวก้ไม่มีคนเชื่อ ว่ามันเกิดขึ้น ว่าผมเลิกกับแฟน เพราะว่าที่ผ่านมาไม่มีลางบอกอะไรมาก่อน เลย ทุกคนเห็นรักกันดี จนออกนอกหน้าเลยหล่ะ ... ตอนเย็นเพื่อน ๆ ชวนกินเหล้าก็โอเคไป แฟนผมโทรศัพท์เข้ามา...
+
+
เค้าอยู่บ้านต่างจังหวัด ...สิ่งแรกที่เค้าถามผมคือ ผมเป็นยังไงบ้าง ? ผมก้นิ่ง ๆ แล้วบอกว่าไม่ค่อยเป็นอะไรมากหรอก (แต่ในใจแล้วผมเจ็บมาก ๆ โดยที่ไม่กล้าพูดออกไป) เค้าบอกว่า เค้าขอโทษ ผมเลยถามว่าคบกันนานรึยังเค้าบอกว่า ตั้งแต่เดือน ก. ค ที่ผ่านมา ผมถามว่ามีคนอื่นรู้เรื่องไหม ? เค้าบอกอาเค้าที่รู้ ผมเงียบเลย อาเค้าคือคนที่รู้เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเค้า แล้วอีกอย่าง เค้าสนิทกันมาก ๆ ผมเลยปากพล่อยพูดไปว่าไม่เป็นไรหรอก ถ้า ต. ต้องการมากนักก็เอาไปเถอะ .... เค้าย้ำคำพูดของผม 2 -3 ครั้งแล้วก็ร้องไห้ เค้าบอกว่าแค่นี้นะไม่อยากคุยอะไรแล้ว แล้วก็วาง... พวกเพื่อน ๆ บอกเอ๊ยทำใจเถอะหว่ะ แสดงว่าเค้ารู้ตัวว่าเค้าผิดแล้ว อืมผมก็นึกอยู่ในใจว่าคงไม่ต้องเจ็บอีกแล้วสินะเราคงหายจากอาการบ้า ๆ ตอนนี้ซะที ... แต่ไม่เลย ผมกลับเข้ามานั่งร้องไห้ต่ออีกที่บ้านโดยที่ผมรู้สึกว่า ทำไมเค้าทำแบบนี้ เค้าเห็นผมเป็นอะไรหรอ? ไม่เคยมีจะบอก ไม่เคยที่จะแสดงอาการมีพิรุธเลย หรือถ้าผมสงสัย ในตัวเค้าสิ่งแรกที่เค้าเป็นเลยคือ โมโห งอน ไม่ให้เช็คนั่นเช็คนี่ ผมก็ไม่ได้โทรหาเลยจนถึงวันอังคารที่ผ่านมา มีเมล์เค้าส่งมาให้ผม....
+
+
ผมอ่านข้อความใน E-mail ตอนแรก ผมเจ็บแปล๊บขึ้นมาเลย ข้อความประมานว่า ผมผิดที่ยกเค้าให้ ต. ไป บอกว่าผมเป็นคนที่ยกเค้าให้คนอื่น ที่สำคัญ ผมเป็นคนผิดที่ผมเดินจากเค้าไป ทุกอย่างเค้ายังไม่อธิบายเลย มาถึงตอนนี้เค้าไม่มีค่ากับผมเลย... เอ้าสรุปนี่เป้นผมใช่ไหมครับที่ผิด ? ผมไม่ได้ฟังเค้าอธิบายใช่ไหม? ทั้ง ๆ ที่ผมให้เค้าพูดออกมา อธิบายมาหน่อยวันนั้นก้ไม่พูด แล้วก็บอกว่า สิ่งที่ผมคิดนั่นแหล่ะใช่แล้ว ผมผิดใช่ไหมครับ ที่ผมไม่ได้ฟังในวันนั้นซึ่งเค้าไม่เล่ามาเลย... ผมเลยตัดสินใจโทรไปหาเค้าเค้าก็บอกว่า เค้าไม่กลับมาอีกแล้ว เอ๊ยผมไม่ได้โทรมาให้กลับมานะ ผมแค่อยากถามว่าทำไมพิมพ์มาแบบนี้ วันนั้นทำไมไม่พูด ก็คุยกันไปจนเค้าร้องไห้หนักมาก ๆ เค้าบอกว่า คนอื่นที่รู้เรื่องก็คิดว่าเค้าเลวไปแล้ว (ก็ใช่ไหมหล่ะครับ) เค้าบอกว่าผมผิด ที่ยกเค้าให้คนอื่น (ยังยืนยันคำเดิม) ผมเลยถามเค้าว่าแล้วทำไมวันนั้นไมพูดหล่ะ ผมจับมือยังสบัดหนีเลย แล้วไอ้ ต. มันพูดมาแบบนั้น แล้วตอบแทนบ้างไหม? ทำไมเอาแต่ร้องไห้ จะกอดยังไม่ยอม แล้วเค้าเรียกอะไรหล่ะ ที่โกหกไม่ยอมให้ไปเจออีกหล่ะ ไม่ให้ไปส่งหน่ะ ไม่ยอมบอกว่ามาพร้อมมัน ไม่รู้ว่าไปด้วยกันรึเปล่า ทำไมไม่คิด วันที่โทรมาก็ยอมรับเองนี่ว่าคบกันมาตั้งแต่เดือน ก.ค แล้วจู่ ๆ วันนี้ก็บอกมาว่าเราผิด อะไร (วะ) ทำเอาผมเสียความมั่นใจไปเลย แทนที่ผมจะเป้นถูกแต่เค้าทำให้ผมคิดเลยว่าผมผิดเอง ให้ทำยังไงหล่ะครับ ผมก็เลยเปลี่ยนความคิดที่เกลียดแล้วโมโหเค้า กลายเป้นว่า ผมต้องกลับไปง้อเค้ากลับมาคืนดีด้วย และวันพุธนั่นเองที่ผม จะไปหาเค้าที่บริษัทโดยที่ไม่บอกเค้าก่อน...
+
+
วันพุธผมโทรบอกพี่ที่ทำงาน บอกว่าผมลากิจ 1 วันนะไม่เข้า บริษัททั้งวันเลยเลยนะ ผมก็นั่งรถไฟฟ้าไปที่ ชิดลม เค้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง แถว ๆ นั้นผมก็กะเวลาให้ถึงในเวลา 11.30 น.เพราะเค้าจะออกมานั่งที่เค้าเตอร์โอเปอร์เรเตอร์ โอเคพอถึงสถานี ชิดลมผมก็เลยหาอะไรติดมือไปด้วยซะหน่อย ก็เลยซื้อขนมที่เค้าชอบกิน2-3 อย่าง เดินไปที่ Office พอไปถึงทุกคนที่ Office มองผมเหมือนผมจะมาปล้นเค้าซะงั้น มองกันทุกคน ผมก็เอ่อ อ. อยู่ไหมครับ ? เค้าบอกอยู่ชั้น 2 เดินขึ้นไปก็เจอเลย พูดห้วน ๆ (เอ่อ..) ขอบคุณครับ ผมเดินขึ้นไป เห็นเค้าแล้วหล่ะเค้ามองเห็นผมเค้าอึ้ง...เค้าถามว่ามาได้ยังไง ทำไมไม่โทรมาบอกกันก่อน ผมบอกอยากออกมาหา ทำอะไรอยู่หรอ ? (ผมไปแบบว่าจะง้อเต็มที่เลยนะ) เค้าบอกทำงาน แป่ว ๆ ไม่น่าถามโง่ ๆ เลยเรา โอเคผมเลยบอกว่า จะชวนไปกินข้าว ว่างไหม? เค้าก็อืม...เงียบเค้าบอกนั่งรอก่อนนะเค้าทำงานอยู่ก็โอเค เค้าพัก 13.30 น. ก็นั่งรอ ตอนนรอเค้าก็โทรหาคนในออฟฟิตบอกว่าผมมา โทรหา 2 -3 คนแหล่ะ เค้าก็ร้องไห้ แต่อีกคนซุบซิบ ๆ ผมไม่ได้ยินก้ไม่สนใจ รอเวลาให้พักก่อนค่อยคุยหล่ะกัน...
พอพักกลางวันก้ไปหาอะไรกินที่ Central ชิดลม เค้าก็ถามก่อนเลยคำแรกว่ามาทำไม ? แล้วก็ยิ้ม ๆ กูพูดว่ามาหาแฟนสิ (หน้าด้านเล่นมุข) แทนที่จะยิ้มกลับไม่ใช่ เค้าหน้าบึ้งแล้วก็พูดว่า มันกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ .... เอ้าทำไมหล่ะ ก็คนที่บ้านเค้ารู้เรื่องแล้วเค้าไม่อยากกลับไปอีก ไม่อยากเจ็บเหมือนเดิม (เอ่ออยู่กับผมนี่เจ็บปวดหรอเนี่ย ? เพิ่งรู้) เค้าก็พูด ๆ จนผมรู้อยู้แล้วว่ามันไม่เหมือนเดิมแน่ ๆ กลับไม่ได้ แล้วยังต้องมาเป็นคนผิดซะอีก อะไรว้า พอถึง 14.30 นงเค้าต้องกลับมาทำงานผมเลยบอกว่า อยากเจออีกที่ MBK เค้าบอกไม่แล้วไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว มันจบแล้ว ตัวเองมอบเค้าให้คนอื่นเองนะ (เอ้าไหนบอกว่าเค้ากันมาก่อนหน้านี้) ผมพูดจนเค้าโอเคเจอก็เจอ ผมรู้ว่ามันต้องเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ก็เลยไปหาเดินดูนั่นดูนี่ที่ MBK รอจนถึง 17.00 น. ช่วงนั้นก็เข้าเน็ตคาเฟ่ เพื่อเข้ามาคุยกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ทำงานรอเวลาที่เค้าเลิกงาน...
+
+
พอจะถึง 17.00 น. โทรศัพท์ผมก้แบตจะหมดหล่ะ เค้าก็โทรมาบอกว่าไปนั่งคุยที่สวนจตุจักรแล้วกัน ก้ได้ผมเลยบอกว่าจะรอที่สยามนะนั่งรถไฟฟ้าไปด้วยกัน ตอนนั่งไปด้วยกันเค้าไม่คุยกับผมเลย คนเบียดกันแน่นมาก ผมก็กอดเค้าเอ้าไว้ มือก็ลูบหัวเบา ๆ เค้าร้องไห้ สอึกครั้งใหย๋เลยตอนที่ผมพูดไปว่า คงไม่ได้กอดตัวเองแบบนี้ที่รถไฟฟ้าอีกแล้วนะ เค้าร้องไห้ จนคนว่าง ๆ เค้าก็นั่งโดยที่ผมยืนมองเค้าไปตลอดทาง ในหัวคิดครั้งนี้ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เราจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ถึงจตุจักร ผมก็เดินไปหาที่นั่งข้างสระน้ำ ที่ ๆ เราเคยมานั่งด้วยกันบ่อย ๆ ตอนนั้น 18.00 หล่ะก็นั่งคุยกันปรกติ โดยที่ผมก็หยอดไปตลอดว่ากลับมาได้ไหม ?เค้าก็ยืนยันคำเดิมตลอดว่า ไม่กลับมาแล้ว ไม่มีโอกาสอีกแล้ว แต่ที่รู้สึก ๆ ดี ๆ ก็ตอนที่ผมหอมแก้มเค้า โดยที่เค้ายังเหมือนเดิม เค้าก็หอมกลับ เค้าก็ร้องไห้ ผมก็นั่งร้องไห้ เรานั่งจับมือกันตลอด แล้วเค้าก็บอกว่าขอกอดผมได้ไหม ? ก็เอาสิผมบอกเค้ากอดเค้าก็ร้องไห้ แต่คำที่เค้าพูดตอนนั้นคือ เค้าขอโทษ... ผมก็ร้องผมบอกไม่เป็นไร มีอะไรก็โทรหาเค้าได้เสมอ นะ ส่งเมล์มา สัญญาว่าถ้ามีอะไรที่รู้สึกไม่สบายใจ ก็ให้โทรหาผมคนแรก เค้าก็บอกว่าเค้ายังรักผมอยู่เหมือนเดิมนะ แต่เค้ากลับไปเหมือนเดิม มันเป็นไปไม่ได้ กลับไม่ได้แล้ว ผมก็บอกไม่เป้นไร ผมจะรอยู่ตรงนี้ ถ้าจะกลับมาก็มาได้เลย ...แต่มีโทรศัพท์เข้าที่เครื่องแฟนผม....
+
+
ต.โทรเข้ามา เค้าก็รับ อ.บอกว่าอยู่กับผม ได้ยินแค่ว่าจะอยู่ถึงสวนปิด แล้ว ถามว่า ต. อยู่ไหน? ผมเลยอยากคุยด้วยก็คุยกัย ต. มันก็พูดกับผมว่าเอ๊ยเรื่องของนายจบแล้วนะ ยังจะมายุ่งอะไรกับ อ. อีก ผมก็อึ้งผมก็บอกไปว่าในถานะแฟนไงพวก เราเป็นแฟนเค้า ต. บอกว่านั่นมันอดีต เราเป็นห่วง อ. เพราะอยู่กับนาย... เอ้าไอ้นี่ ผมเลยบอกว่าไม่ต้องกลัวเราทำอะไรหรอก เรากับเค้าก็ยังเหมือนเดิม ... มันเงียบแล้วบอกจะขอคุยกับ อ. โอเค ตอนนั้นผมโมโหมาก ๆ ใกล้เวลา สวนจตุจักรปิดแล้ว (ปิด 3 ทุ่ม) เราก็ยังนั่งคุยกันต่อ ผมก็บอกว่าไม่มีอีกแล้วนะที่จะเจอกันแบบนี้ เค้าก็พูดออกมาคำนึงดัง ๆ พร้อมทั้งตบที่ขาผมว่า ทำไมยกเค้าให้คนอื่น...(เอ้าตอนนี้ผมมาทวงคืนไง แล้วทำไมไม่กลับมาหล่ะ) แล้วก็นั่งกอดกันจนพี่ยามมาไล่ ผมก็เดินจูงมือกันเดินออกมา ผมพูดเล่น ๆ ว่าเอ๊นคนอื่นจะรู้ไหมนะว่าตอนนี้ คนที่เดินจูงมือกัน จะเพิ่งเลิกกันเนี่ย เค้าก็ร้องไห้จนถึงป้ายรถเมล์ ... มันจบลงแล้ว ผมบอกกับตัวเอง แต่ อาการเดิมตั้งแต่วันแรกที่รู้สึกว่าโมโหกลับเป็นผมผมผิดในสายตาเค้าใช่ไหมครับ ? หรือเค้าเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อลดความผิดที่เค้าทำ เพื่อที่จะเป็นข้ออ้างในการเลิกในครับนี้
ขอบคุณมากครับที่ทนนั่งอ่านเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ ของผม...
ผมแค่อยากรู้ว่าผมผิดหรอ ? ที่ผมทำอะไรไม่ได้มากวันนั้น...
หรือผมไม่ยอมฟังเค้า (ทั้งที่เค้าไม่เคยบอก)
คุณคิดว่าเค้าจะกลับมาไหม?
ผมยังจะต้องรอเค้าอีกไหม?
ผมจะทำตัวให้เหมือนเดิมตั้งทำยังไงครับ ?
ผมรู้สึกแย่มาก ๆ ตอนนี้ โดประชุม จนเจ้านายเข้ามาหาว่าเป็นอะไร ?
มันเจ็บปวดทุกครั้งที่เค้าโทรมาเมื่อวาน และเมล์มา บอกว่า ยัง รัก และคิดถึง...
แต่เค้ากลับมาไม่ได้ มันหมายถึงอะไรครับ ?
ขอคุณมาก ๆ ครับที่กรุณาชี้แนะ .....





 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2549   
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2550 16:57:44 น.   
Counter : 173 Pageviews.  


JccK
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โย่ หลงเข้ามาอ่าน ชิมิๆ ๆ (^.^)v

[Add JccK's blog to your web]