La princesse endormie...*
Group Blog
 
All blogs
 

Audrey Hepburn

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์มาเขียนบล็อกวันนี้ถึงไอดอลอีกคนที่เราชื่นชอบ
แต่คราวนี้ขอข้ามฝั่งมาที่ฮอลลีวูดกันบ้าง หลังจากที่สองคนที่ผ่านมาเป็นเอเชียทั้งคู่

สำหรับคนนี้แค่เอ่ยชื่อคงยากที่จะมีใครไม่รู้จัก
ต่อให้ไม่เคยดูผลงานหรือไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แต่ก็น่าจะต้องเคยได้ยินชื่อกันบ้างละน่า
เอาเป็นว่ายิ่งถ้าเกิดทันในยุค 50's 60's 70's แล้วละก็ น่าจะคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี

.
.
.

Biography

Name
Audrey Kathleen Hepburn-Ruston

Date Of Birth
4 May 1929

Date of Death
20 January 1993 (Aged 63, interred in Tolochenaz, Switzerland)

Birthplace
Ixelles, Belgium

Height/Weight
170 cm/ 49 kg

Language Capabilities
English, Dutch, French, Italian, Spanish

Family
Mother - Baroness Ella Van Heemstra
Father - Joseph Hepburn-Ruston
Spouses - Mel Ferrer (1954-1968)
Andrea Dotti (1969-1982)
Partner - Robert Wolders (1980-1993)
Sons - Sean Hepburn Ferrer & Luca Dotti

Hobbies
Gardening, Playing with her dogs, Cooking

.
.
.

Audrey Hepburn



ออเดรย์ เฮพเบิร์น: ผู้หญิงที่เป็นไอดอลของคนมากมายบนโลกใบนี้ รวมถึงตัวเจ้าของบล็อกเองด้วย
ไม่ใช่แค่เพราะบุคลิก หน้าตา ความสามารถ ที่ใครๆก็ยอมรับและยกให้เป็น หนึ่งใน icon ของศตวรรษที่20
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น เราว่ามันคือจิตใจที่ดีงาม ที่ทำให้เราหลงรักเธอได้อย่างไม่มีข้อแม้

.
.
.

ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ จำได้เลยว่าได้ยินชื่อนี้อยู่หลายครั้ง เพราะแม่เป็นเซียนดูหนังต่างประเทศตัวยง
ออเดรย์ เฮพเบิร์น, เกรซ เคลลี่, มาริลีน มอนโร, อลิซาเบธ เทเลอร์, อินกริด เบิร์กแมน, จูลี่ แอนดรูว์ ฯลฯ
เหล่านี้คือนักแสดงหญิงชื่อดังแห่งยุค ที่ดังเปรี้ยงปร้างในรุ่นคุณยาย แล้วก็กลายเป็นไอค่อนในรุ่นแม่
เมื่อมาถึงรุ่นเรา บุคคลเหล่านี้ก็กลายเป็น legend ไปโดยปริยาย

แต่เมื่อเราเป็นเด็กกลางยุค 80's
ยุคที่อะไรๆก็เป็นสีสัน ภาพยนตร์ขาวดำจึงเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากกกกกกก
หรือต่อให้มันเป็นสี แต่ถ้าทั้งเรื่องร้องเพลงอย่างเดียว มันก็ชวนให้ง่วงนอนสุดๆ
จำได้เลยว่าที่บ้านจะเปิด The Sound Of Music บ่อยมากกกกกกกกก
ทุกครั้งที่ไปบ้านอาม่า อาปักจะต้องเปิดวีดีโอหนังเรื่องนี้ให้ดู ฉากบนภูเขา ฉากเล่น puppet และอื่นๆที่ในความรู้สึกของเด็กประถมต้นอย่างเราในตอนนั้น มันชวนให้หลับสิ้นดี มั่นใจว่าดูไปไม่เคยเกิน intermission พักครึ่งของหนังเลยซักครั้งเดียว

เพราะฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องอื่นๆที่เป็นอมตะเช่นกันอย่าง
Gone with the wind, Casablanca, Ben Hur หรืออภินิหารขนแกะทองคำ อะไรเทือกๆนี้ทุกเรื่อง
เราก็ไม่เคยพลาดที่จะหลับเลยซักครั้งเดียว

ชีวิตบัวใต้น้ำดำเนินไปเป็นปกติ ด้วยการตามกระแสบอยแบนด์ เกิร์ลแบนด์ต่างๆ
เริ่มจาก domestic สมัยประถม แล้วก็ค่อยๆลามไปเป็น western สมัยป.5 ป.6 จนเข้ามัธยมฯ
ต้องขอบคุณกระแสวงดนตรีต่างชาติที่ทำให้ภาษาอังกฤษเราพัฒนาไปแบบก้าวกระโดด
ด้วยหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนภาษาให้ได้ผลคือ การฟังเพลงและดูหนัง

ช่วงหลังจากที่ภาษาอังกฤษเริ่มกลายร่างจากมนุษย์ต่างดาวมาเป็นญาติสนิทสำหรับเราแล้วนี่เอง
ที่เราบ้าดูหนังชนิดไม่ลืมหูลืมตา และบอกลาหนังต่างชาติพากษ์ไทยไปโดยปริยาย
อรรถรสที่ได้จากการดูหนังซาวด์แทรคซับไทย มันเริ่ดกว่าพากษ์ไทยเป็นไหนๆเมื่อฟังรู้เรื่องกับเค้าบ้างแล้ว
ร้านเช่าวีดีโอแถวบ้านคือสถานที่วิเศษสำหรับเรา ด้วยความที่ดูหนังเยอะมาก และบ่อยมาก
ทำให้หนังใหม่ออกไม่ทันสปีดที่เราดู หนังเก่าๆคลาสสิกๆเลยกลายเป็นทางเลือกที่สองอย่างช่วยไม่ได้

จำได้เลยว่าเรื่องแรกที่หยิบมาดูอีกครั้งคือ The Sound Of Music เพื่อนยากที่คุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดี
แต่หนนี้ดูตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่หลับ และเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คมาก
เราหลงรักหนังเรื่องนี้แบบสุดๆ ต้องเก็บเงินค่าขนมไปหาซื้อเทปซื้อซีดีเพลงประกอบมาเก็บในคอลเลคชั่น
เพลงในเรื่องนี่ร้องได้ทุกเพลงแบบไม่ต้องดูเนื้อ และประหลาดมากที่ยังร้องได้มาจนถึงทุกวันนี้
หลังจากดูเรื่องนี้จบ ก็เลยตกหลุมรักหนังคลาสสิก ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นภาพสีหรือขาวดำ ดูหมด
และได้มาดูเยอะขึ้นตอนเข้ามหาลัยแล้ว เพราะเป็นอะไรที่เลี่ยงไม่ได้ด้วยวิชาเรียนทำให้ต้องดูหนังในชั่วโมงด้วย
และร้อยละแปดสิบ เป็นหนังคลาสสิก(โคดๆ)ทั้งนั้นเลย ขาวดำนี่มาเป็นชุด

แต่สำหรับออเดรย์...



พอโตมาก็ได้เห็นหน้าคนๆนี้ในหนังสือก่อนที่จะได้เห็นบทบาทการแสดงในหนัง
เรารู้จักเธอในฐานะที่เป็นแฟชั่นไอค่อนมากกว่านักแสดงในตอนแรก
แฟชั่นไอค่อนที่เป็น the legend of something classy

เรียกว่าเห็นลุคของเธอใน Breakfast at Tiffany's ก่อนที่จะได้ดูตัวหนังซะอีก

แต่ก่อนหน้าที่จะได้เห็นหน้า เห็นลุคของเธอ
เราเคยได้ยินเสียงของเธอมาก่อน จากเพลงประกอบหนังเรื่องข้างบนนี่เอง
Moon River ที่แต่งโดยเฮนรี่ แมนชินี่ เพลงโปรดของใครๆหลายคน รวมถึงเราด้วย
ได้ยินมาก่อนนั้นหลายปี เพราะแม่ชอบเปิด เปิดบ่อยมากจนร้องได้
แต่กลับกลายเป็นว่าหนังเรื่องแรกของออเดรย์ที่เราได้ดูคือ Roman Holiday ซะงั้น



เราได้ยินแม่พูดถึงหนังเรื่องนี้สมัยเด็กๆ แต่ก็ไม่เคยได้ดูกับเค้า จะหาเช่าก็ไม่มี
เพิ่งจะได้มาดูตอนเรียนมหาลัยนี่เอง จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าไปเจอแผ่นที่ไหน
รู้แต่ว่าพอเห็นหน้าปกออเดรย์กับเกรกอรี่ซ้อนเวสป้าก็รีบพุ่งตัวไปสอยมาเลย
กลับถึงบ้านปุ๊บ เปิดดูปั๊บ แล้วตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็หลงรักนางเอกคนนี้ไปโดยปริยาย

จะว่าหลงรักนางเอกอย่างเดียวก็คงไม่ใช่
เรียกว่าหลงรักหนังเรื่องนี้จะดีกว่า
Roman Holiday เป็นหนังคลาสสิกเรื่องโปรดอันดับหนึ่งในใจ
ไม่นับ The sound of music เพราะเราขอจัดอันนั้นเข้าไปอยู่ใน musical แทน
Roman Holiday เป็นหนังคลาสสิกขาวดำ เรื่องที่เราชอบที่สุด รักที่สุด
ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่หยิบมาดูก็ทำให้รู้สึกประทับใจเหมือนเดิมได้ทุกครั้งไป
วันไหนอารมณ์ขุ่นมัวมา ได้ดูหนังเรื่องนี้ จะรู้สึกดีทันที

ชอบบรรยากาศหนัง สถานที่ถ่ายทำ บท นักแสดง ทุกสิ่งอันในเรื่อง
เราได้ดูเรื่องนี้หลังจากที่ดู Notting Hill
แล้วก็พบว่า Notting Hill หนังที่เราชื่นชอบ มันแอบเนียนๆก็อปพล็อต Roman Holiday มาบางส่วนนี่หว่า? หืมมมม...
เปลี่ยนจากเจ้าหญิงไปเป็นซุปเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด เปลี่ยนพระเอกจากนักข่าวไปเป็นเจ้าของร้านหนังสือ
แต่ไอฉากจบเนี่ย ก็อปชัดๆ ฮ่าๆๆ ดูไปก็ขำไป

ต่อกันที่ออเดรย์
หลังจากโดนมนต์สะกดเจ้าหญิงแอนน์ใน Roman Holiday ไป
เราก็ไปเสาะแสวงหาเหยื่อรายต่อไปคือ Breakfast at Tiffany's มาดู
ตอนนั้นหาแผ่นจริงไม่ได้ แต่ไปได้แผ่นก็อปมาจากพันทิพ ก็ยังดีกว่าไม่ได้ดู หึหึ
ดูจบปุ๊บ เอาอีกละคะ
มาสไตล์เดิม ปลื้มมาก คอสตูมเริ่ดสุด คลาสสี่มีระดับมากๆ
มันใช่เลย นี่แหละออเดรย์ เฮพเบิร์น
คนนี้แหละที่ชั้นได้ยินแม่พูดถึงบ่อยๆถึงความสวยคลาสสี่
ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว
ตั้งแต่ Roman Holiday แล้ว เจ้าหญิงมากๆ
มาเรื่องนี้ก็เอาอีก ดูดีจริงจัง
แถมเพลงประกอบก็เพราะโคด Moon River ของชั้น
ฉากที่ฮอลลี่ เกากีต้าร์อยู่บนขอบหน้าต่างกับเพลงนี้นี่ทำเอาเราเคลิ้มสุดฤทธิ์
หืม...เพราะจริงจังนะคะ
พระเอกก็น่ารักด้วย George Peppard มีเคมีเข้ากับออเดรย์ได้ดีทีเดียว
แต่ยังไงก็ตามเราก็ยังยกให้ Gregory Peck มาเป็นอันดับหนึ่งในหมู่พระเอกที่เคยประกบคู่กับออเดรย์

แต่ช่วงเวลา 23 ปีในเมืองไทย
เรามีโอกาสได้ดูหนังของออเดรย์ไปแค่ 2 เรื่อง
เกือบๆจะได้ดู My Fair Lady ที่แม่พูดถึงนักหนาว่าดีมาก สนุกมาก แต่ก็หาไม่ได้
แต่ถึงจะได้ดูไปแค่สองเรื่อง
เราก็ยกออเดรย์ขึ้นหิ้ง ให้เป็นนักแสดงจากยุคที่เราเกิดไม่ทัน ที่เราชอบที่สุด
ชนะขาดคนอื่นๆไปอย่างขาดลอย
บอกไม่ถูกว่าทำไม เป็นความชอบส่วนตัวล้วนๆ

จนมาเรียนต่อที่เมกา
วันดีคืนดีเราก็นึกขึ้นได้
เออ หาหนังเก่าๆของออเดรย์มาดูอีกดีกว่า
ค้นไปค้นมาใน imdb โอ้วแม่เจ้า มีอีกตั้ง 18 เรื่องเหรอนี่ที่ชั้นพลาดไป??
แต่ก็ยังโอเค เมื่อเทียบกับดาราในยุคนั้นคนอื่นๆที่เล่นกันเป็น40เรื่องอัพ ถ้าเป็นแบบนั้นคงหาดูกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

ไปๆมาๆเราก็หามาดูได้จนครบ
ตั้งแต่เรื่องแรกของออเดรย์ในฮอลลีวูด จนถึงเรื่องสุดท้าย
20 เรื่องนี่จิ๊บๆฮ่ะ ว่าไปก็เสียดายอยากให้มีซัก 30-40
แต่จนแล้วจนรอด เราก็ยังยกให้ Roman Holiday เป็นที่สุดในทุกเรื่อง
จริงๆก็ชอบเกือบทุกเรื่องที่ได้ดู มีที่เฉยๆแค่เรื่องสองเรื่องด้วยตัวพล็อตและนักแสดงร่วม
แต่ถ้าไม่นับอย่างอื่น ถือว่าได้ดูออเดรย์คนเดียวก็คุ้มแล้วนี่ก็ไม่มีเรื่องที่ไม่ชอบซักกะเรื่องเดียว ฮ่าๆ

เรื่องที่เราว่าออเดรย์ดูดีสุด
Roman Holiday
Sabrina
Funny Face
Breakfast at Tiffany's

เรื่องที่ฝีมือการแสดงท็อปฟอร์มมากๆ
Roman Holiday
The Nun's story
Breakfast at Tiffany's
Two for the road
Wait until dark

หลังจากที่เราได้ดูผลงานการแสดงครบหมดเท่าที่จะหาดูได้
ที่พลาดไปก็ broadway 2 เรื่องที่ออเดรย์เคยแสดง
Gigi กับ Ondine
น่าเสียดายจริงจังที่เกิดไม่ทัน
โดยเฉพาะ Ondine ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม Tony Award มาด้วย

ไม่แปลกใจเลยด้วยประการทั้งปวงที่ทำไมคนทั่วโลกถึงได้หลงรักผู้หญิงคนนี้
ทำไมออเดรย์ถึงดังระเบิดในยุคนั้น และกลายมาเป็นเลเจนด์ไปแล้วในยุคเรา
หลายๆอย่างที่นักแสดงดังๆในยุคนั้นมี ที่เราว่าหาไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้
หน้าตาที่ไม่ได้ศัลยกรรม ฝีมือการแสดงสุดยอด บุคลิก การวางตัวและอื่นๆ เป็นปัจจัยสำคัญทั้งนั้น
ที่ทำให้ชื่อเสียงที่ได้มาไม่ได้เป็นแค่ชั่วครู่ชั่วคราว แต่ข้ามขั้นไปถึง life-long popularity
แม้แต่ตอนที่จากโลกนี้ไปแล้ว ก็ยังมีแต่คนพูดถึงอย่างชื่นชม

เราเองยอมรับในฝีมือการแสดง หน้าตา และบุคลิกของออเดรย์อย่างไม่มีข้อแม้มานานแล้วก็จริง
แต่มารู้สึกชอบจริงจังแบบสุดๆก็ตอนได้จับหนังสือ biography ของออเดรย์ที่เขียน,รวบรวมโดย Barry Paris นี่แหละ
ถึงได้ประจักษ์แจ่มแจ้งว่า ทำไมคนถึงได้รักผู้หญิงคนนี้ ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นไอดอลในดวงใจใครหลายๆคน ทั้งที่เกิดทันและเกิดไม่ทัน?

.
.
.

สำหรับเรา ออเดรย์ เฮพเบิร์น ไม่ได้เป็นแค่ดารานักแสดง
แต่ตัวตนและจิตใจของผู้หญิงคนนี้พิเศษและวิเศษมากๆ
จากที่ได้อ่านหนังสือหลายๆเล่ม หาไม่ได้ที่จะมีคนพูดถึงออเดรย์ในแง่ลบ
เกือบทุกคนที่เคยรู้จัก ได้สัมผัสและใกล้ชิดออเดรย์ ไม่มีใครซักคนที่ไม่รักเธอ
เราว่าออเดรย์สามารถเป็นแบบอย่างให้ผู้หญิงทุกคนได้อย่างดีและเหมาะสมที่สุด
การวางตัว ความคิด การพูดจา การให้เกียรติคนอื่น การใช้ชีวิตในทุกๆด้านทั้งการทำงาน ความรัก ครอบครัว ฯลฯ
สามารถที่จะเอามาเป็นแบบอย่างที่ดีได้หมดเลย

แน่นอนว่าออเดรย์เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็คในหลายๆด้าน และน่าจะมีชีวิตที่เพอร์เฟ็คแบบในนิยาย
แต่เอาเข้าจริง ชีวิตมักไม่ได้สมหวังไปทุกเรื่อง ชีวิตของออเดรย์ก็เหมือนกัน
อย่างที่เค้าว่าว่าคนที่ lucky in game มักไม่ lucky in love
แต่ออเดรย์ก็ฝ่าฟันผ่านจุดนั้นมาได้ถึงสองครั้งสองคราว

เราว่ามันคือหัวใจของออเดรย์นี่แหละที่น่าชื่นชมที่สุด นอกเหนือไปจากหน้าตาและองค์ประกอบอื่นๆ

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรู้สึกชื่นชม celebrity คนไหนแบบที่รู้สึกกับออเดรย์ เฮพเบิร์นมาก่อนเลยจริงๆ
ยังไม่เคยเจอคนที่เรื่องราวชีวิตสามารถสร้าง foundation ที่ดีให้กับคนอื่นๆได้มากขนาดนี้มาก่อน
ไม่แปลกใจ ที่หลังจากอ่านหนังสือ เราหลงรักผู้หญิงคนนี้ไปแบบไม่มีเงื่อนไขเลยจริงๆ
มากกว่าตอนที่ได้ดูผลงานหนัง
มากมายชนิดที่เทียบกันไม่ได้



.
.
.

ขอบคุณออเดรย์ เฮพเบิร์น อย่างที่สุด
สำหรับผลงานหนังดีๆทุกเรื่อง ที่ดูแล้วมีความสุขทุกครั้ง
และขอบคุณเป็นพิเศษ
สำหรับเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิต ที่ให้ข้อคิดดีๆเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วน
ขอบคุณที่โลกใบนี้มีคนแบบออเดรย์ เฮพเบิร์น
ที่ทำให้เรารู้สึกว่า Genuinely beautiful people do exist
เป็นบุคคลที่งามทั้งข้างนอกข้างในอย่างแท้จริง

ขอบคุณค่ะ







 

Create Date : 29 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 23:55:07 น.
Counter : 1217 Pageviews.  

Kim Ha-neul




Biography

Name
Kim Ha-neul (김하늘, ภาษาไทย: คิมฮานึล)

Baptist name
Cecilia

Birthday
21 February 1978

Birthplace
Seoul, South Korea

Height/Weight
167 cm/ 47 kg

Religion
Roman Catholic

Education
Bachelor's of Arts in Motion Pictures from Seoul Arts University (서울예술대학교) in 2000

Language Capabilities
Korean, Little bit of English and Japanese

Family
Parents and younger brother

Hobbies
Watching movies, Listening to music, Traveling






คิมฮานึล เป็นนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ ที่ไม่ได้ดังมากมายในเมืองไทย ว่ากันจริงๆ อาจจะมีคนรู้จักเจ๊ฮานึลเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น รวมไปถึงกลุ่มแฟนคลับ ที่นับไปนับมานับมานับไป ไม่ว่าจะนับยังไงก็มีไม่เกิน 30 คนแน่ๆ (อันนี้นับแบบเผื่อคนที่ไม่ชอบแสดงตัวไปแล้วด้วยนะ ฮ่าๆ)

แต่สำหรับเรา คิมฮานึล ไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาราเกาหลี ที่เราชอบเพราะอยากจะเกาะกระแสบันเทิงเกาหลี เหมือนกับกระแสดาราเกาหลีรุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยกันเข้ามาดังในเมืองไทย ทยอยกันเข้ามาเยอะซะจนเรางงไปหมดละว่าใครเป็นใครกันมั่ง โดยเฉพาะรุ่นจูเนียร์ๆ ประมาณนักร้องบอยแบนด์ เกิร์ลแบนด์ต่างๆนานา

เอาเป็นว่า เจ๊ฮานึลเนี่ย ขอยกขึ้นหิ้งไว้คนเดียวเท่านั้น สำหรับดาราเกาหลีที่เราชื่นชอบ มีเจ๊คนเดียว ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ คนเดียวจริงๆ

มาว่ากันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ๊เลยดีกว่า สมัยนั้นอยู่มอปลาย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นม.6... ชีวิตก็เนี่ยละ บ้าน โรงเรียน อ่านหนังสือเอนท์ วนไปวนมา จนกระทั่งวันนึงที่ itv เอาละครเกาหลีมาฉาย ก็ยังไม่ได้สนใจ แถมออกแนวแอนตี้ซะอีก ก็ตอนนั้นใครๆเค้าก็ฮิตหนังดังแดนมังกรของวิก3 นี่นา จะมาเกาหลงเกาหลีอะไร ไม่รู้จักเว้ย 555 แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิต (ว่าไปโน่น) วันนึงที่กำลังเบื่อๆ เปิดทีวีสลับช่องไปมา ก็มาเจอะเอากะหน้าผู้หญิงคนนึง ท่าทางเชยแหลก แบบ...ไม่ไหวนะ ทรงผมก็ผิดมากๆเหอะ เป็นผู้หญิงท่าทางบ้านนอกมากๆคนนึงในจอทีวี ผมสั้นดัดหยิก แต่แปลกวุ้ย... เพราะไม่รู้ว่าทำไม เราถึงหยุดดูเธออยู่ตั้งนาน... ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ภาพผู้หญิงในจอ ก็เปลี่ยนเป็นผู้ชายใส่ชุดไว้ทุกข์ กำลังคร่ำครวญร้องไห้กับของในมือ...

นั่นเป็นครั้งแรก วินาทีแรก ที่เราได้เห็นเจ๊ฮานึล กับผลงานละครเรื่องแรกของเจ๊ที่เราได้ดู Romance หรือชื่อไทย "19x25 สูตรคูณหัวใจ" แค่ชื่อก็น่าจะพอรู้ล่ะว่าไอ 19x25 นี่คงไม่ใช่อะไรอื่นไกล นอกจากอายุของตัวละครในเรื่อง และก็อีกเช่นเคย 25 ที่ว่า คงจะเป็นอายุของใครอื่นไปไม่ได้นอกจากของเจ๊ฮานึลนะค่ะ 555

หลังจากวันนั้น เราก็ติดละครเรื่องนี้งอมแงม ทั้งๆที่มานึกดูแล้ว เห้ย ชั้นติดเข้าไปได้ไงเนี่ย นางเอกหน้าแบบว่า...อืมมม... แต่ความจริงก็คือ หน้าตาของนางเอกไม่ได้มีผลกับอรรถรสที่ได้รับจากละครเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย มันสนุกมากกกกกกกกก และยิ่งดูไปๆ นางเอกที่แสนจะเชยเฉิ่ม ก็ค่อยๆเพิ่มดีกรีความน่ารักขึ้นเรื่อยๆๆ จนพุ่งปรี๊ดชนิดที่เราต้องลองไปสืบค้นในเน็ตดูว่าเค้าคนนี้คือใคร... ในที่สุดก็รู้ชื่อว่า she คือ "คิมฮานึล" ฮ่าๆๆ คนอะไรชื่อแปลกๆ ชื่อเกาหลี อึนๆนึลๆ ไม่คุ้นหูเอาซะเลย แต่ก็เอาวะ ลองหาผลงานเรื่องอื่นๆของเธอมาชมดูดีกว่าว่าจะเจ๋งซักแค่ไหน... แล้วก็ไปเจอกับผลงานหนักของเจ๊ ที่ดีวีดีเพิ่งวางตลาดที่เกาหลี My tutor friend แล้วเราก็ยอมเสียตังค์ทุ่มทุนสร้าง สอยดีวีดี ลิมิเต็ดเอดิชั่น ของเรื่องนั้นมาครอบครอง... แล้วก็ไม่อยากจะบอกเลยว่า...พอดู My Tutor Friend จบ...

"ชั้นหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าให้แล้วววววววววววววววววววว"

คือหน้าตาที่เคยเห็นว่าเชยเฉิ่มใน Romance แล้วก็มาแนวเดิมอีกใน My Tutor Friend กลับกลายเป็นความน่ารักในสายตาเราไปโดยสิ้นเชิง หลังจากที่ได้สัมผัสฝีมือการแสดงของเจ๊...

ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ คือสารภาพได้เลยว่า ขนาดเราเป็นผู้หญิง ให้ชั้นตัดผมสั้น ดัดหยิกทรงเจ๊ในเรื่อง Romance (โดยเฉพาะในครึ่งหลังของละครเรื่องนั้น) ให้ตังค์ชั้นจ้างให้ไปตัด ชั้นก็ไม่ยอมมมมมมมมมมมมมม...
สรุปได้ว่า ผมทรงนั้น ถ้าหน้าตาไม่ดีจริง ตัดไม่ได้แน่ๆ ขนาดเจ๊ฮานึลตัดออกมาแล้วยังอยู่ในสภาพนั้น...

หลายคนที่เป็นแฟนละครเกาหลี ช่วงล่าๆมานี่คงได้ดูละครชื่อ On Air ไป และก็มีเสียงร่ำลือกันมาหนาหูมาก ว่านางเอกเรื่องนี้สวย ย้ำค่ะ "สวย" อยากจะบอกว่านางเอกผู้นั้นก็คือ เจ๊ฮานึลของเดี๊ยนนี่ล่ะคะ จริงๆแล้วเธอเป็นคนสวย แต่ถ้าไม่เชื่อว่าทรงผมเปลี่ยนคนได้จริงๆ ก็อยากลองแนะนำให้ไปหยิบไปสอย Romance ละครเมื่อหกปีที่แล้วมาดู แล้วจะพบว่านางเอกของเรื่องนั้น กับเรื่องนี้ คือคนๆเดียวไม่ผิดแน่นอน...

อืม... ถ้าจะบอกว่าเราหลงรักเจ๊ที่หน้าตาก็คงจะไม่ใช่ เพราะ First impression ที่เรามีให้เจ๊ มันมาจากละครที่เจ๊หน้าตาแย่ที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา ฮ่าๆๆ... แต่มันคงจะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้ นอกจากบุคลิกของเจ๊นั่นแหละ ที่โคดจะน่ารัก... รวมถึงฝีมือการแสดงที่ไม่เป็นรองใคร (อ่ะๆ ชมกันเข้าปายยยยยย)

นับจากวันนั้นถึงวันนี้
เกือบ 7 ปีแล้ว ที่เราเป็นแฟนคลับเจ๊มา...
ไม่มีวันไหนซักวันที่จะรู้สึกเบื่อ ไม่ว่าเจ๊จะเปลี่ยนไปในบทบาทแบบไหน จะสวยเช้ง จะเปรี้ยวจี๊ด แต่สำหรับเรา... เจ๊ก็ยังคงเป็นเจ๊ ที่จะยังโก๊ะๆเหมือนเดิม เหมือนตอนแรกที่เราเริ่มชอบเจ๊ (เพราะจริงๆนั่นคือตัวตนของเจ๊ ฮ่าๆ รุ้นะ)

หลายๆคนมาชอบเจ๊จากที่เจ๊เล่น On Air เพราะเห็นว่าเจ๊สวย
ก็จริง...เราก็ว่าเจ๊สวย
แต่สำหรับเรา เราชอบเจ๊ที่ความเป็นธรรมชาติ และตัวตนของเจ๊มากกว่า
เพราะผู้หญิงคนนี้ คิมฮานึล มีอะไรมากกว่าความสวยที่เห็นภายนอก...

มันเป็นเรื่องที่พิเศษมากสำหรับเรา
เพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยโปรดาราคนไหนแบบแสดงตัวขนาดนี้มาก่อนเลย เจ๊ฮานึลเป็นคนแรก คนอื่น (อย่างเจส) ก็ยังแค่แอบๆปลื้ม ชื่นชมผลงานไปเงียบๆ แต่เจ๊ฮานึล เป็นดาราคนแรกที่เราอยากจะทำนู่นทำนี่ให้ อยากทำเว็บให้ อยากรวมกลุ่มแฟนคลับในเมืองไทย จริงจังกันมากขนาดมีมีตติ้งบอร์ดเจ๊ฮานึล... บ้าน popcornfor2 ที่เราไปสิงสถิตตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่เกาหลียังไม่บูมในเมืองไทยด้วยซ้ำ บ้านที่มีสมาชิกอยู่กันแค่ไม่ถึงสิบคน เข้าๆออกๆหน้าเก่าไปหน้าใหม่มา แต่รวมแล้วรวมอีกก็ยังไม่เคยเกินสิบคนซักกะที...

แล้วก็เป็นดาราคนแรกอีกนั่นแหละ ที่เราชอบแล้วได้เจอตัวเป็นๆ...
นอกจากเจส แล้วก็มีเจ๊เนี่ยแหละ ที่เราโปรมากๆ อยากเจอตัวเป็นๆ แต่สองสาวก็หาได้อยู่เมืองไทยไม่... ก็เลยช่างเถอะ ไม่เจอก็ไม่เจอ ชั้นจะชอบของชั้นไปแบบนี้เนี่ยละ...

แต่แล้วมาวันนึง บุพเพก็จับพลัดจับพลูพาให้เราได้ไปเจอเจ๊ไกลถึงเกาหลี...
ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม...แต่น่าจะเรียกว่าความบังเอิญ...
การได้ไปเจอเจ๊ตัวเป็นๆครั้งนั้น ก็ทำให้เรายิ่งชอบเจ๊มากขึ้นไปอีก...
ถ้ามีคนถามเราว่านางฟ้าหน้าตาเป็นยังไง เราคงอยากจะรีบโชว์รูปเจ๊ให้คนๆนั้นดูโดยเร็ว...ฮ่าๆๆ

เจ๊งาม งามแบบไม่ artificial และที่ยิ่งทำให้เราโคดภูมิใจในตัวเจ๊ เห็นจะหนีไม่พ้นการที่เจ๊เป็นดาราเกาหลี 1 ในไม่กี่คนที่ไม่เคยผ่านมีดหมอ ศัลยกรรมเปลี่ยนจากหน้าเดิมเป็นหน้าที่สวยกว่าเดิมเหมือนสวมหน้ากาก...

หน้าเจ๊ฮานึลเป็นยังไงตอนเป็นเด็ก ตอนเรียนมัธยม ตอนเริ่มเข้าวงการ ตอนเป็นอาจารย์คิมใน Romance หรือแม้กระทั่งตอนเป็นดาราสาวใน On Air มันก็คือหน้าเดิมของเจ๊ขนานแท้ออริจินัล...

นี่อาจจะเป็นบล็อคที่เขียนถึงเจ๊ที่ยาวที่สุด ตั้งแต่เคยเขียนมา...
แต่ความชื่นชมที่เรามีในตัวเจ๊ มันยังเยอะกว่าจำนวนตัวอักษรในบล็อคนี้ที่อุทิศให้เจ๊อีกนะจ้ะ ฮ่าๆ...

ขอบคุณเจ๊ฮานึลสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
ประสบการณ์ชีวิตในเกาหลี เพราะถ้าไม่มีเจ๊ ก็คงไม่เริ่มอยากจะเรียนเกาหลีกะเค้า และในที่สุดก็คงไม่ได้ไปเกาหลี

ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้อยากเรียนเกาหลี จนตอนนี้ไปสอนคนอื่นเค้าได้แล้วนะเจ๊นะ อิอิ

ขอบคุณที่ทำให้วันแย่ๆ กลายเป็นวันดีๆได้ เมื่อได้เปิดดูคลิปฮาๆของเจ๊ซักหนึ่งอัน หรือได้เห็นรูปที่เจ๊ทำหน้าตาตลกๆ หรือยิ้มจนตาปิด

ขอบคุณที่เจ๊ชวนคุยหลายอย่างตอนเจอกัน ทำให้ความประทับใจในวันนั้น ยังติดอยู่ในใจถึงทุกวันนี้ แม้มันจะผ่านมาหลายปีแล้ว... แต่ก็นั่นล่ะเจ๊ เค้าว่ากันว่า First impression มันยากที่จะลบเลือน...

ขอบคุณที่เจ๊เป็นเจ๊ ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และผลงานการแสดงดีๆที่มีออกมาให้ได้ดูอยู่เสมอ


รักเจ๊จ้ะ สู้ๆจ้ะเจ๊*







 

Create Date : 10 ธันวาคม 2551    
Last Update : 10 ธันวาคม 2551 3:46:17 น.
Counter : 1425 Pageviews.  

Jessica Hester Hsuan



Biography

English name
Jessica Hester Hsuan

Chinese name
宣萱, Suen Huen (in Canto), Xuan Xuan (in Mando)

ชื่อภาษาไทย
ซวนซวน

Birthday
18 August 1970 (Tuesday & The year of Dog)

Birthplace
Hong Kong

Origin
Shanghai, PRC

Height/Weight
171 cm/ 49 kg

Education
Bachelor's Degree in Material Science & Engineering from Imperial College,
University of London, UK in 1992

Language Capabilities
English, Cantonese, Mandarin, A little bit of French & Learning Japanese

Family
Parents and elder brother

Hobbies
Car-washing, Listening to music, Watching her dogs sleep


The Most of Jessica

Favourite Colours
Green, Black and White

Favourite Season
Winter

Favourite Singers
Jacky Cheung, Faye Wong

Favourite Actresses
Meg Ryan, Julia Roberts

Favourite Cartoon Character
Snoopy

Favourite Sports
Swimming

Favourite City
London, England
(She had spent 9 years there for her study from Secondary school to University)

Most Memorable Character
Mo Qiu Kwan - The psychiatrist in Detective Investigation Files 4





เจสสิก้า เฮสเตอร์ ซวน หรือที่เมืองไทยรู้จักกันในชื่อ "ซวนซวน" เป็นนักแสดงคนนึงที่เราชื่นชอบมากๆๆ ได้ดูผลงานของเธอมาหลายเรื่องตั้งแต่ยังเรียนมัธยม (555 ไม่ได้ว่าเจ๊แก่นะจ้ะ) บทบาทที่ทำให้เราปลื้มเธอมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น บทจิตแพทย์สาวจากเรื่อง Detective Investigation Files 4 เพราะนอกจากเจ๊เจสจะเล่นประกบกะเฮียกู่แล้ว เรื่องนี้เราก็ชอบคาแรคเตอร์ของเจ๊เป็นพิเศษ แถมฉากทำร้ายจิตใจที่โรงพยาบาลตอนใกล้จบก็นะ... ทำเอาเราเสียน้ำตาไปหลายอยู่...

จริงๆเมื่อก่อนก็แค่แอบชอบ แอบปลื้มอยู่ลึกๆ จนผ่านมาสิบปีเข้าให้แล้ว ก็เลยออกมาแสดงตัวเป็นสาวกเจ๊บ้างเป็นครั้งคราว เข้าเว็บบอร์ดนู่นนี่บ้าง สูบเก็บรูปเจ๊ตามประสา แต่ด้วยตอนนี้ทำงานแล้ว เวลาจะเย้วๆบ้าดาราเหมือนสมัยเด็กๆก็เลยไม่ค่อยจะมีกะเค้า ก็เอาเป็นว่า รักน้อยๆแต่รักนานๆละกันนะจ๊ะเจ๊ อิอิ

อืม...ถ้าจะถามว่า ทำไมถึงชื่นชอบเจสได้ขนาดนี้... คงจะตอบลำบาก เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์ที่ต่างกันไป แต่บังเอิญว่าสไตล์ที่เจสเป็น ดันมาถูกใจเราก็เท่านั้นเอง... จริงๆ เจสเป็นดาราจากฮ่องกงคนแรก ที่เราชื่นชอบ...และก็ยังชอบมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะผ่านมาสิบกว่าปีแล้วก็ตาม...

ว่าไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้สวยแบบโดดเด้งเลย ถ้าจะเทียบกันจริงๆ เรายอมรับว่าดารา TVB รุ่นก่อนๆสมัยหลินชิงเสีย หวังจู่เสียน และรุ่นก่อนๆกว่านั้นอย่าง เจ๊หวังหมิงฉวน สวยกว่าเจสเยอะ (แต่ถ้าเทียบกับรุ่นๆเดียวกัน เจสของเดี๊ยนก็ไม่แพ้ใครนะวุ้ย ฮ่าๆ) แต่เจสมีอะไรบางอย่างที่อยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น ถ้าจะถามเราว่ามันคืออะไร สำหรับเรา เราขอเรียกว่า "กึ๋น" จะดีกว่า... เจสเป็นผู้หญิงที่สวย แต่ไม่ได้มีแค่ความสวยอย่างเดียว เหมือนดาราอีกหลายๆคน เธอมีความคิด ฉลาด และเป็นตัวของตัวเองสูงมากกกกก อันนี้ก็เป็นไปได้ว่า การที่ไปเรียนไปอยู่เมืองนอกคนเดียวตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เจสมีความเป็นตะวันตกสูง แต่ขณะเดียวกันก็ผสมความเป็นเอเชียเข้าไปด้วย และนั่นทำให้เรารู้สึกว่า เจสเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆ...

จะมีผู้หญิงซักกี่คน ที่อ้าปากหัวเราะได้ดังโดยไม่ห่วงสวย คนธรรมดาคงมีเยอะ แต่สำหรับดาราดังๆ เจสเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เราเห็นมา... เจสยิ้มได้กว้าง หัวเราะได้ดัง ปล่อยมุขโดยไม่อาย ทำหน้าตลกโดยไม่ห่วงสวย คิดอะไรก็พูดแบบนั้นไปเลย ไม่ต้องมาเฟคกันให้เมื่อย... และอีกหนึ่งอย่างที่เราประทับใจกับผู้หญิงคนนี้ เห็นจะหนีไม่พ้น เรื่องที่เจสรักสุนัข... อืม...มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็คงใช่ แต่คงเพราะเราก็เป็นคนที่รักสัตว์เหมือนกัน โดยเฉพาะสุนัข ก็เลยยิ่งปลื้มเจสเข้าไปใหญ่ ผู้หญิงอะไรกันนี่...โคดน่ารัก


เอาเป็นว่า ตราบใดที่เจสยังมีผลงานออกมาให้เราได้ติดตามชมกันเรื่อยๆ เราก็จะคอยสนับสนุน และชื่นชมเป็นปลื้มในตัวเจสอยู่ห่างๆแบบนี้ล่ะ... หรือถ้าวันนึงในอนาคตได้มีโอกาสเจอตัวเป็นๆ ก็คงเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เพราะได้ข่าวมาว่าเจสตัวจริงงามยังก๊ะนางฟ้า ฮ่าๆ...

ขอบคุณเจส สำหรับแรงบันดาลใจ และข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิตหลายๆอย่าง อย่างน้อยเจสก็ทำให้เรารู้ว่าโลกนี้ ผู้หญิงที่หัวเราะออกมาได้อย่างเปิดเผยมันน่ารักขนาดไหน และเหนือไปกว่านั้น...สำหรับเรา ผู้หญิงเอเชียที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง british ได้ sexy ที่สุด...มีแค่เจสคนเดียว ฮ่าๆๆๆ


รักเจ๊เจสนะจ้ะ*




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2551    
Last Update : 10 ธันวาคม 2551 2:27:20 น.
Counter : 463 Pageviews.  


pampoentjie
Location :
San Francisco United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pampoentjie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.