วันนี้แปลนิยายค่ะ เฮ้อ ความฟุ้งซ่าน
นิยายเล่มนี้มีต้นฉบับจากภาษาญี่ปุ่น ถูกสร้างเป็นอนิเม แล้วก็ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษถึงเล่ม 2 แล้ว วางขายวันที่ 1 พ.ค. แต่คิโนะยังไม่เอาเข้ามา ซึ่งก็ดีแล้ว เพราะไม่อยากเสียตังค์ แหะ แหะ
แปลนิยายเป็นเล่มแรก...มั้ง แปลไปได้หน้านึงก็คิดได้ว่าเลือกผิดซะแล้ว ทำไมไม่เลือกเล่มที่ใช้ภาษาธรรมดา อ๊ากกกก อ่านๆไปแล้วเจออะไรแปลกๆช่วยติด้วยนะคะ m(_ _)m
MORIBITO: Guadian of the spirit
แต่ง: Nahoko Uehashi
แปลเป็นอังกฤษ: Cathy Hirano
แปลเป็นไทย: inxni
---------------------------------------------------------------------------------------
กรุณาอย่าเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
---------------------------------------------------------------------------------------
บทที่ 1 ดักแด้
ตอนที่ 1 บัลซ่ากู้ชีวิต
ในยามที่ขบวนของราชสำนักเคลื่อนมาถึงสะพานยามาคาเกะ ชะตาของบัลซ่าก็พลันพลิกผัน
นางกำลังข้ามสะพานสามัญชนทางปลายน้ำ แม่น้ำอาโอยูมิปรากฏให้เห็นผ่านช่องระหว่างไม้กระดาน ภาพอันไม่ชวนเพลินเพลินชั่วกาลนั้น วันนี้ยิ่งน่าสะพรึงกลัวเป็นพิเศษ ท่วมท้นจากฝนใบไม้ร่วงอันยาวนาน น้ำสีน้ำตาลโคลนถูกปกคลุมด้วยฟองขาวที่หมุนวน สะพานง่อนแง่นแกว่งอย่างน่าหวาดเสียวกลางแรงลม
ทว่า บัลซ่ากลับก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล ผมยาวกร้านของนางถูกผูกไว้ที่ต้นคอ ใบหน้าที่ไม่ได้ประทินเป็นสีคล้ำและเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆปรากฏอยู่ นางพาดหอกสั้นไว้บนไหล่ ห้อยถุงผ้าอยู่ตรงปลายหอก ร่างกระชับใต้ผ้าคลุมเดินทางกะรุ่งกะริ่งนั้นยืดหยุ่นและแข็งแกร่งด้วยกล้ามเนื้อ ผู้ชำนาญศิลปะการต่อสู้จะรู้ได้ทันทีว่านางเป็นคู่ต่อสู้อันน่าเกรงขาม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาอย่างแท้จริงกลับเป็นดวงตา ทั้งดำอย่างที่สุด แข็งกล้าจนชวนผวา ดวงตานั้นบอกอย่างชัดเจนว่านางไม่ใช่ผู้ที่จัดการได้โดยง่าย
ดวงตาคู่นี้กำลังมองไปทางต้นน้ำในขณะที่เท้าก้าวยาวๆข้ามสะพานอย่างกระฉับกระเฉง ใบเมเปิ้ลย้อมสันเขาตระหง่านเป็นสีแดงเข้ม ห่างออกไปมองเห็นรถเทียมวัว มีเครื่องผูกสีทองเปล่งประกายในยามอาทิตย์ลับฟ้าเคลื่อนข้ามสะพานยามาคาเกะ เหล่านี้ บัลซ่ารู้ว่าจำกัดไว้เฉพาะสำหรับราชวงศ์ ผู้รับใช้ 20 คนร่วมทางมากับคันรถ ธงสีแดงที่นำหน้าบ่งบอกยศของผู้เป็นเจ้าของ
"เจ้าชายอันดับ 2 คงจะกลับมาเมืองหลวงจากคฤหาสน์ของราชวงศ์ในภูเขาเป็นแน่" บัลซ่าคิดในใจ นางหยุดมอง ดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันงดงาม ล่องลอยในกาลเวลาเหมือนม้วนกระดาษที่แขวนไว้ นางทราบว่าในระยะห่างเช่นนี้ แม้ไม่หมอบกราบก็ไม่นับว่าเป็นความผิด บัลซ่าไม่ใช่ชาวพื้นเมืองของประเทศนี้ และด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อาจลืมเลือน นางจึงมีความเคารพในผู้ปกครองทุกประเภทน้อยยิ่งกว่าน้อย
แต่แล้ว ฉับพลันจากนั้น ช่วงเวลาอันสงบสุขก็แตกสลายเมื่อวัวสลัดหลุดจากจากข้ารับใช้ที่ถือเชือกโยง ตะกายเท้าและพุ่งชนอย่างบ้าคลั่ง มันพุ่งไปทางนั้นทีทางนี้ที เตะกีบเท้าและเหวี่ยงเขาไปมา ผู้รับใช้นั้นไร้กำลังที่จะหยุดมันเอาไว้ เจ้าสัตว์ตัวนี้ดูราวกับว่าได้บ้าคลั่งไปแล้ว บัลซ่าจ้องมองในยามที่รถค่อยๆล้มลงทางด้านข้าง
จากนั้นร่างเล็กๆในชุดแดงก็ถูกเหวี่ยงออกจากคันรถ แขนขาปัดป่ายขณะที่ดิ่งลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่าง
กว่าน้ำจะกลืนเขาลงไป บัลซ่าก็ทิ้งสัมภาระ สลัดเสื้อคลุมออก เกี่ยวขอเกี่ยวโลหะจากเชือกเข้ากับปลายหอก แล้วพุ่งหอกทะยานไปทางตลิ่ง มันพุ่งตรงและแม่นยำ จมลึกลงไปที่พื้นระหว่างหินสองก้อน จากหางตา บัลซ่าเห็นข้ารับใช้ 3 หรือ 4 คนพุ่งตัวตามเจ้าชายลงไป ในขณะที่นางกระชับเชือกไว้ในมืออย่างมั่นคงและกระโจนลงไปในน้ำขุ่นคลั่กเบื้องล่าง
แรงกระแทกเมื่อสัมผัสผิวน้ำแรงราวกับถูกกระแทกลงกับพื้นหินจนนางแทบหมดสติ กระแทกกระทั้นด้วยกระแสน้ำเร็วแรง นางสาวเชือกแล้วปีนขึ้นไปบนหินที่ใกล้ที่สุด นางดึงปอยผมให้พ้นใบหน้าแล้วเพ่งมองไปที่น้ำจนเห็นบางสิ่งขนาดเล็กสีแดงผลุบโผล่ตามน้ำ มือข้างหนึ่งตีไปมาบนผิวน้ำ จมลง แล้วตีอีก
"หมดสติไปเถอะ ได้โปรดให้เขาหมดสติไปด้วยเถอะ" นางภาวนา เมื่อหาที่ยันได้ นางก็กระโจนกลับเข้าไปในแม่น้ำที่หมุนวน แล้วว่ายทวนกระแสไปยังจุดที่จะสวนกับเจ้าชาย น้ำเย็นเยียบกรีดผิวราวกับมีดและไหลโกรกเข้าไปในหู นางแทบจะไม่เห็นสีแดงจากชุดของเจ้าชายในกระแสน้ำทมึน จากนั้นจึงรู้สึกว่ามีผ้าลื่นผ่านมือที่เอื้อมออกไป
บัลซ่าสบถอย่างขัดใจ แต่ในตอนนั้นเอง สิ่งแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น ชั่ววินาที ไม่เกินกว่าเวลาที่ใช้กระพริบตา นางรู้สึกว่าตัวลอยขึ้น แม่น้ำที่เกรี้ยวกราดพลันหยุดนิ่ง ทุกเสียงจางหายไป ทุกสิ่งหยุดลงในห้วงสีฟ้าใสที่ราวกับจะยืดยาวไปไม่สิ้นสุด มีเพียงเจ้าชายที่ปรากฏชัดเจนแปลกแยก แม้ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น บัลซ่าก็เอื้อมไปคว้าชุดของเจ้าชาย
ทันทีที่มือของนางรวบผ้าผืนนั้นไว้ได้ แรงน้ำก็กระแทกมาอย่างรุนแรงจนนางคิดไปว่าแขนจะถูกบิดให้หลุดออก ราวกับว่าช่วงจังหวะเวลาที่แปลกประหลาดนั้นเป็นเพียงความฝัน และอย่างสุดความสามารถ นางดึงเจ้าชายเข้ามาหาและเกี่ยวเข็มขัดของเขาเข้ากับขอเกี่ยวโลหะที่ปลายเชือกอีกด้าน เมื่อยึดเชือกเอาไว้ในมือที่หมดความรู้สึกข้างหนึ่งแล้ว นางก็ว่ายกลับเข้าฝั่ง และอย่างหมดเรี่ยวแรง สาวเจ้าชายเข้าหาฝั่ง
เขาดูเหมือนอายุแค่ 11 หรือ 12 ปี ใบหน้าอ่อนวัยขาวราวกับกระดาษ นับเป็นโชคที่หมดสติไปจากความตกใจตอนร่วงหล่นอย่างที่บัลซ่าหวังไว้ ท้องก็ไม่บวมด้วยน้ำ นางดำเนินการช่วยให้ฟื้นจนกระทั่งเขาสำลักและเริ่มหายใจอีกครั้ง
"นับว่าโชคดีไป" นางทอดถอนในใจ
ไม่ระแคะระคายว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้น
--------------------
ปาดเหงื่อ เหนื่อยเจ้าค่ะ แต่เพื่อเจ๊บัลซ่าสุดเท่ห์ หนูทำด้ายยยยยย
ปล. ถ้ามันมีลิขสิทธิ์แล้ว ช่วยกระซิบบอกด้วยเน้อ
ไว้จะมาอีกค่ะ