.....เรามาถึงสนามบินเช้ามากเกือบตี 5 ได้สิ่งที่พวกเรากลัวกันก็มาถึง นั่นคือการผ่านเข้าเมืองของประเทศเกาหลีเค้าว่าเคี่ยวกับคนไทยมากเพราะคนไทยที่มาไม่ต้องขอวีซ่าแล้วก็เลยหนีมาทำงานเยอะทุกไฟท์ส่งกลับอย่างน้อย 2-3 คน ก่อนหน้านี้บนเครื่องจะมีใบให้กรอกใบขอเข้าเมือง ตรงช่องที่ต้องกรอกที่พักในเกาหลี พวกเราไม่รู้ว่าที่พักคือที่ไหนเพราะไม่ได้ถามมาจึงขอความช่วยเหลือจากแอร์ และเธอคนนั้นได้แนะว่าให้ใส่เบอร์โทรลงไปก็ได้พวกเราก็เลยใส่แต่เบอร์ลงไป
สมาชิกของเรามีกันสี่คน ซึ่งตั้งแถวกันดังนี้
1.หมวยเกาหลีก๊อป (พาสปอร์ตใหม่มากๆ เป็นจุดอ่อนของทีมที่สุด)
2.เรย์หนุ่มเวียดนาม (ลุยมาหลายที่รวมทั้งเกาหลีแล้ว)
3.เซ้งตี๋จีน (พกความมั่นใจมาพร้อม Visa อเมริกา เป็นตัวเก็งที่จะเข้ารอบ)
4.วุธนายแบบสุดเซอร์ (มี Visa ของจีนเป็นตัวชูโรงเป็นจุดอ่อนอันดับสอง เพราะสีผิวที่สะดุดสายตาใครต่อใคร..)
.....มีความกังวลกันพอสมควร ก็แน่สิที่อยู่ยังไม่มีแล้วใครจะเชื่อว่าไม่ได้มาทำงาน เราเลยเลือกแถวที่คนตรวจหน้าใจดีๆ(เกี่ยวไรวะ) แล้วพวกเราก็ผ่านมาได้ทั้งสี่คนโดยที่คนสุดท้ายหนุ่มโคราชโดนยิงคำถามจากเจ้าหน้าที่นิดหน่อยแต่ก็ผ่านมาได้

ตี๋จีนห้อยปากออกมาด้วยความมั่นใจคล้อยหลังมีนายแบบสุดเซอร์ที่ขึ้นเขียงอยู่
เซ้ง(สบายๆ ไม่เห็นหน้ากลัวตรงไหน)
วุธ(อวดดีน่า เดี๋ยวจะผ่านให้ดู)

นายแบบสุดเซอร์ กำลังรอชำแหละ
พนง.<จะมาหางานทำหรือวะ>
วุธ<เดี๋ยวโดนไอ้กิมจิ มาหาหญิงเว้ย>

สีหน้าดีใจของคนที่ผ่านแล้ว
เซ้ง(ทำไมตรวจไอ้วุธนานนักวะหรือว่าไม่ผ่าน)
ก๊อป(งั้นพวกเราหนีเถอะเดี๋ยวจะโดนไปด้วย)
.....เวลาตอนนั้นเป็นเวลาเช้าตรู่เลย ตี 5 ได้ หลังจากพวกเราออกมากันครบก็มารับกระเป๋าแล้วก็ไปรอเพื่อนเราด้านนอก รออยู่ซักพักเดินหาก็แล้วนั่งรอก็แล้วก็เริ่มกังวลว่าเพื่อนทำไมไม่มาซักทีวะ คิดไปต่างๆนาๆว่านัดผิดวันรึเปล่าเพราะภาษาอังกฤษไม่แข็งอย่างมาก หรือเค้าลืมรึเปล่า เราก็ไปหาซื้อของที่มินิมาร์ทเพื่อเอาเศษเหรียญมาโทรศัพท์หาเค้า ได้ความว่าตื่นสาย พวกเราก็เลยนั่งรอต่อไปด้วยความสบายใจ

ถึงเกาหลีแล้วครับผม
ก๊อป<ถึงเกาหลีแล้วค่า>
เซ้ง<เฮ้ยตกลงเจ้าหน้าที่เค้าถามอะไรวะ>
วุธ<ไม่รู้เดะแต่ปากมันเกือบแตกแล้ว>
เจ๋งสุดๆ อ่ะ
.....ในที่สุดเพื่อนก็มาถึง เพื่อนมาแล้วหลังจาคุยแนะนำตัวและทักทายกันแล้วสรุปได้ว่า เราจะไปเที่ยวกันก่อนเลยที่นึงเพราะใกล้สนามบิน และที่นั่นก็คือบ้านที่ใช้ถ่ายทำ Full House อยากจะบอกว่าผมเองไม่เคยดูเรื่องนี้แต่แล้วเพื่อนที่มาอีกคนก็ด้วย แต่ได้ความว่าบ้านสวยและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยก็เลยอยากไป ส่วนอีกสองคนที่ดู แน่นอน! อยากไปมาก ๆ

เพื่อนมาแล้ว กำลังรอข้ามเรือไปเกาะที่ท่าเรือ
วุธ(เฮ้ย!พูดไม่ต้องใส่ท่า นิ้วจิ้มตาเลย เดี๋ยวปั๊ด)
จินจู(บียาเนโย=ขอโทษ)
เซ้ง(จะเลิกพล่ามได้ยังรอนานแล้วนะ)
ก๊อป(ยังไม่ตื่นดี)
.....การเดินทางไปเราจะต้องข้ามไปเกาะชื่อ ชิน โด (คำว่า โด คือ เกาะ) หรือ เกาะชิน โดยการโดยสารข้ามเรือไปต้องเอารถข้ามไปด้วยเพราะต้องขับต่อไปอีกหลายกิโล

ขณะอยู่บนเรือ
วุธ(ขอใกล้หน่อย)
จินจู(อึดอัดจัง)
ก๊อป(ทำไมเบียดจังวะ)
เซ้ง(ถ่ายกูหล่อๆนะเว้ย)

ถึงสถานนีที่เกาะ ชินโด
เซ้ง(จินจูหายวะ)
เรย์(ไปทางไหนดีวะ)
ก๊อป(รอด้วย ต้อก! ต้อก! เสียงกีบกระทบพื้น)
.....หลังจากเรือถึงเกาะเราก็ขับรถต่อจนไปถึงบ้าน Full House ไกลเหมือนกันนะวนไปวนมา
แล้วก็ถึงบ้านในฝันของใครหลายๆคน บ้านสวยมากอยู่ติดริมทะเลแต่ทะเลที่นี่ไม่สวยเท่าของไหร่ รายละเอียดของบ้านสีสันเยอะตั้งแต่รองเท้าให้เข้าบ้านการตกแต่งบางอย่างดูง่ายแต่ทำแล้วออกมาเป็นไอเดียที่ดีมากเช่น พื้นบ้านที่ทำเอาดอกไม่ไปโรยไว้แล้วเคลือบทับพื้นไป ตามด้วยห้องพระเอกนางเอก(ฟังจากคนที่ดูหนัง) ตัวบ้านดูโปร่งๆ อากาศถ่ายเทดีมาก ห้องน้ำ,ห้องครัว,หอคอยดูดาว ถ่ายรูปมาหมดเห็นว่าในหนังห้องพวกนี้สำคัญมากต้องชักรูปมาให้หมด ตอนที่เราไปถึงเป็นเวลาเช้ามากยังไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนไปถึงเลย(ใครจะบ้ามาเที่ยวซะเช้าฟะ)
เข้าไปดูบรรยากาศภายในบ้านกันเลยนะครับ

ทางเข้าบ้าน
พวกเรา(เฮ้ พี่ ตื่นๆ ขายตั๋วพวกผมก่อนแล้วค่อยนอนต่อ)
คนขายตั๋ว(มาทำ...อะไรแต่เช้าวะ)

ประภาคารในตำนาน

รองเท้าให้เปลี่ยนก่อนเข้าบ้านน่ารักดีทีเดียว

พื้นบ้านฝังดอกไม้ในห้องรับแขกไอเดียดีมากๆใครนำไปใช้ได้นะครับเก๋ไก๋ทีเดียว

ห้องนอนพระเอก

ห้องนอนนางเอก

ห้องครัว

ห้องน้ำ

ทางขึ้นชั้น 2
เซ้ง<เมื่อเช้ายังไม่ได้อาบน้ำเลย>
เรย์<ของตูฟันยังไม่แปรง>

จักรยานตรงทางเข้าบ้าน

ชิงช้านอกบ้าน

เดินไปเดินมาเจอดาราซะงั้น

ภายนอกบ้าน
.....และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางไปที่พัก บนรถของพวกเราบรรทุกสัมภาระเยอะมากและตอนนี้ทุกคนก็หิวด้วย อาหารการกินบนเกาะแทบจะไม่มี ขับรถวนอยู่นานก็ไปเจอร้านอาหารเป็นร้านที่เรนนักร้องชื่อดังเกาหลีเคยมากินด้วย(ไม่รู้เพราะมีร้านเดียวเปล่า) พวกเราก็เลยได้กินร้านเดียวกับเรนไปด้วย ร้านจะเป็นแบบนั่งกับพื้นเหมือนกินกันเองเป็นครอบครัวเพราะเหมือนเค้าทำให้เรากินแล้วเค้าก็กินด้วย พอกินกันไม่หมดเค้าก็เอาของพวกเราไปกินต่อ อาหารที่ลงโต๊ะก่อนใครเลยเป็นกับแกล้ม และ แน่นอนนั่นคือ กิมจินั่นเอง(ไม่มีสิแปลก) มาทีไม่ใช่แค่ถ้วยเล็กๆเหมือน ฟูจิ(ร้านอาหารญี่ปุ่น)แต่มากันเป็นไหเลย ถ้าอยากดื่มน้ำหรือเบียร์ สามารถลุกหยิบเองได้เลย

รถและสัมภาระ
เรย์<เบียดไหมไอ้เซ้ง>
เซ้ง<สบายๆ (เอ็งลองเป็นข้าสิวะ<--คิด)>
วุธ<อย่าตดนะเว้ยเซ้ง>
ก๊อป<อ่อนซ้อมน่าแค่นี้นั่งไม่ได้กัน>

บรรยากาศในร้านอุ่นสบาย สะอาดดีทีเดียว
ทุกคน<หิวแล้วยังมัวมาถ่ายรูปอีก>

รูปที่ถ่ายคู่กับเจ้าของร้านเป็นหลักฐานว่าเคยมาร้านนี้
<ก่อนกลับเราก็เลยเอารูปพวกเราแปะทับรูปเรนไป>

นี่อะไรกันเนี่ย ??
ถามเพื่อนที่เป็นเกาหลียังไม่รู้จักเลยเลยหลังจากเห็นในหลายๆร้านมันคือที่ทิ้งแก้วกระดาษแล้วเค้าจะเอาไปใช้ใหม่

ที่นี่เค้าใช้กรรไกรตัดกิมจิกันเลยตัดกันจนเลือดสาด
.....อีกจานคือ ชิจิมิ (มันคือเกาหลีโอโคโนมิยากิ คล้ายๆ ไข่เจียวแต่เป็นแป้งเอามาปิ้ง)กินกับซอสดำๆ เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย มาถึงอาหารหลักกันแล้ว อูด้งทะเล(เราเรียกเอง) เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวของเกาหลีในน้ำซุปเมื่อตอนได้สัมผัสปากครั้งแรก ความนุ่มของเส้นละลายลงมาที่ลิ้น ก่อนกลิ่นของน้ำซุปที่หมักไว้นานสามวันกระจายไปทุกโสตสัมผัส....(โอเว่อร์และ -_-!) เป็นแค่เส้นก๋วยเตี๋ยวเกาหลีใส่เนื้อหอย ผัก แล้วก็อะไรแปลก ๆไม่รู้ลงไป เส้นจะเหนียวๆ น้ำซุปก็กลมกล่อมกำลังดี แต่อาจเป็นเพราะหิวกันมากมายก็ได้เลยทำให้อาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ

กิมจิ กับ ชิจิมิ

ป้าเจ้าของร้านกำลังทำอูด้งให้อยู่
พวกเรา<หิวแล้วนะป้า>
ป้า<เรียกป้าก็รอไปก่อน>
พวกเรา<พี่สาวสุดสวยหิวแล้วครับ>

อาหารมาทันทีเลย
พี่สาว(คือป้าน่ะแหละ)<อาหารมาแล้วค่ะ(เสียงเด็กทันที)>
....พออิ่มหนำสำราญกันแล้วก็เริ่มง่วง พวกเราเลยไปรอที่จะขึ้นเรือกลับเพื่อเข้าไปในตัวกรุงโซลกลับบ้านที่พักกันระหว่างทางก็หลับกันหมดไม่มีใครช่วยเพื่อนเกาหลีคุยแก้ง่วงเลย ไปตื่นกันหมดตอนที่จะถึงบ้าน

พวกเราไปรอเรือเพื่อที่จะกลับบ้าน
วุธ<เริ่มง่วงแล้วจินจูจะขับรถไหวไหมเนี่ย>
จินจู<เดี๋ยวชวนคุยแก้ง่วงด้วยนะ>
ก๊อป<ชัวร์ รับรอง(แต่มันหลับคนแรกเลย)
เซ้ง<เดี๋ยวช่วยนอนเผื่อเอง>
ต่อตอน 3.ยังวันแรกอยู่ (ถึงบ้านแล้ว - หิมะแรก)