เจ้าของบล๊อคชื่อ ยุ้ย ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ

ภาพจากงาน Workshop Dove Damage Therapy สูตรใหม่

เมื่อเสาร์ที่11 กันยาที่ผ่านมายุ้ยได้เข้าร่วมWorkshop กับทาง โดฟ ซึ่งมีการเปิดตัวสูตรใหม่ สดใสกว่าเดิม ซึ่งงานครั้งนี้เป็นงานแรกของยุ้ยเลย ที่ได้เจอBlogger ชื่อดังหลายท่าน ตอนแรกก็งงๆ เหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเป็นงานเล็กๆที่เป็นกันเองขนาดนี้ ยุ้ยยังเกร็งๆ ยังไม่กล้าคุยกับใครเท่าไหร แต่งานในครั้งนี้ได้ความรู้เรื่องเส้นผมกลับมาเพียบเลยค่า

มาดูรูปกันก่อนดีกว่า



บรรยากาศในงาน จะมีน้องๆมาตรวจสภาพเส้นผมให้เรา ว่าผมของเราแห้งเสียเท่าไหร ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจนะคะ เข้าไปฟังบรรยายกันก่อน
ก็จะมีคุณกิ๊ฟ แบรนด์เมเนเจอร์ พี่ไก่ จากร้าน The Lounge แล้วก็ R&D อีกท่าน จำชื่อไม่ได้ขอโทษด้วยนะคะ

พี่ไก่ให้ความรู้กับเราในเรื่องของการดูแลเส้นผม เพราะตอนนี้ผู้หญิงทั่วโลก 8 ใน 10 คนกำลังมีปัญหาผมแห้งเสีย อันเนื่องมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา เช่น ทำสี ยืด ย้อม ดัด เป่า เซต ไดร์ แม้กระทั่งการใช้ผ้าขนหนูซับผมไม่ถูกวิธีก็ล้วนแล้วแต่ทำลายเส้นผมทั้งนั้น

ตัวยุ้ยเอง เคยดัดผม ทำสีด้วย โอ้ ผมเสียเกินเยียวยาเเลย เลยต้องตัดทิ้งซะ เป็นบ๊อบเท พี่ไก่บอกเราว่า มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูก เราควรดูแลเส้นผมเราจากแกนผมดีกว่า เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆจากพี่ไก่ว่า เวลาเราสระผมด้วยน้ำอุ่นเสร็จ เราควรใช้น้ำเย็นซ้ำเพื่อเป็นการล๊อคความชุ่มชื่น และทุกครั้งหลังสระควรลงทรีตเม้นท์ เพราะแชมพูกับทรีตเมนต์จะทำหน้าที่ต่างกัน ควรใช้ทุกครั้งหลังสระ แต่คนผมมันง่าย ให้ลงห่างโคนผมสักประมาณสองนิ้ว อย่าติดหนังศรีษะจนเกินไปจะช่วยได้


รูปต่อมา


ออกมาแช๊ะภาพกันสักเล็กน้อย หลังจบการบรรยาย



รูปนี้Blogger แต่ละท่านก็ขอถ่ายรูปกับพี่ไก่ ซึ่งเราก็ไม่พลาด
ในรูปบนจะมี พี่โอ๋(ชฎาแหลม) คุณปูเป้ คุณฟ้าคุณฝน แล้วก็พี่เก๋ OhLa (หน้าเก๋สมชื่อเลย)

ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนที่เรารอคอย คือการตรวจสภาพเส้นผมแล้วก็ไปทดลองผลิตภัณฑ์กันเลย

เครื่องตรวจนี่เรียกว่าเจ้า DADI ซึ่งถ้าค่าสูงก็จะเสียมาก ยุ้ยอยู่กลางๆค่ะ เครื่องนี้จะได้ผลมาก เมื่อวัดค่าก่อนและหลังใช้โดฟ แต่วันนั้นหลังใช้ไม่ได้ลอง เอาเป็นว่าใช้ไปสักระยะ ก็รู้สึกได้ด้วยตัวเองค่ะ ว่าผมสุขภาพดีขึ้น

สารภาพตามตรงว่าเมื่อก่อน ตอนโดฟออกมาใหม่ๆ เคยลองใช้ปรากฏว่าเหนียว คันหัวมากเลยเลิกใช้ไป แต่พอได้ลองสูตรนี้แล้ว รู้สึกว่าไม่ค่อยเหนียวแล้ว ผมดีขึ้นด้วย แต่โดฟยังไงก็คือโดฟกลิ่นไม่เปลี่ยนค่า


อันนี้เป็นรูปที่ไปลองสระผม สบายหัวจริงๆ ผมสวยแล้วก็มาแช๊ะภาพกันต่อสักหน่อย


รูปสุดท้ายเป็นตอนแต่ละท่านรับผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ต่อที่บ้านค่ะ จะได้ผมสวยไปนานๆ




งานครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทีมงานโดฟทุกท่าน ที่ดูแลเราอย่างดี มีทั้งขนม ทั้งน้ำ การเดินทาง แล้วยังเผื่อแผ่มาถึงตากล้องที่หนีบไปด้วย รู้สึกดีมากๆ ที่ได้ไปงานนี้ ประทับใจมาก ขอบคุณจริงๆค่ะ




 

Create Date : 17 กันยายน 2553    
Last Update : 17 กันยายน 2553 21:15:44 น.
Counter : 579 Pageviews.  

Review Biore Perfect Cleansing Milk / Cotton / Oil

สวัสดีเพื่อนๆBlogger ทุกท่านที่หลงเข้ามาในบ้านน้อยๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลาจัดการกับบ้านนี้สักเท่าไหร แต่วันนี้ต้องขอมารีวิว ของดี ราคาสบายกระเป๋าสักหน่อย เนื่องจากว่า ได้ทดลองคลีนซิ่ง ที่ออกใหม่ล่าสุด ของ Biore แล้วชอบมากๆ ทั้งกลิ่มหอม ผ่อนคลาย แล้วยังสามารถล้างเมคอัพได้หมดจดอีกด้วย เดี๋ยวมาดูเปรียบเทียบทั้งสามชิ้นกันเลยดีกว่า

เริ่มจาก
Biore Cleansing Milk





ตัวนี้เป็นโลชั่นน้ำนมล้างเครื่องสำอางค์ โดยปกติแล้ว เราจะนวดแล้วก็เช็ดออกด้วยสำลี แต่ตัวนี้ไม่ต้องค่ะ นวดไปๆ สักประมาณ 1 นาที ก็ได้ เพราะตัวนี้ไม่เสียดสีกับผิวหน้า ค่อนข้างอ่อนโยน แล้วเราก็ล้างน้ำออก ง่ายๆ เครื่องสำอางค์ก็หลุดแล้ว แต่ถ้าแต่งเยอะ เช่นปัดมาสคาร่าหนา แนะนำว่า ตอนนวดตา หลับตาให้สนิทนะคะ มิเช่นนั้นจะแสบตามาก ถ้าครั้งแรกออกไม่หมด ไม่ต้องห่วง ล้างน้ำแล้วนวดเบาๆอีกรอบ ออกแน่นอนค่ะ สะดวกดี ไม่ต้องใช้ eye and lip remover เลย
ขนาด 180 มล. ราคา 220 บาท

สรุป : คุ้มค่า คุ้มราคา เหมาะกับคนทาแค่ครีมกันแดดอย่างเดียวด้วย เพราะบางทีการล้างโฟมล้างหน้าเพียวๆ อาจทำให้เกิดการสะสม แล้วกลายเป็นสิวอุดตันได้ ครีมกันแดดกันน้ำเนี่ย ต้องใช้คลีนซิ่งล้างก่อนทุกครั้งนะคะ




ตัวต่อมาโล้ด

Biore Perfect Cleansing Cotton





แผ่นคอตตอน เช็ดเครื่องสำอางค์ เปิดมาเป็นหน้าตาแบบนี้


อารมณ์เหมือนกับใช้ Baby Wips คือนุ่มมากเวลาเช็ด แล้วยังทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างเรา แบบว่า ง่วง เหนื่อย เพลีย ก็ใช้ผ้านี้แหละเช็ด ปาดๆ ก็หมดจดแล้ว ก็ยังเหมาะพกไปต่างจังหวัดด้วย เวลาหาน้ำล้างหน้าไม่ได้ ก็เอามาเช็ดเพิ่มความสดชื่นได้ด้วย

ขนาด มี3 คือ กล่อง แบบนี้ 48 แผ่น 380 บาท รีฟิล 270 บาท แบบพก 10 แผ่น 75 บาท

สรุป ใครชอบสะดวก สอยตัวนี้ได้เลยค่า




สุดท้าย ฟินนาเล่

Biore Perfect Cleansing Oil




เป็นคลีนซิ่งออยล์คุณภาพดี ราคาถูกโฮกกกก เว่อร์ไปนั่น
ปกติใช้ DHC อยู่ค่า สารภาพตรงๆว่ารัก DHC ที่สุด แต่ว่าขวดนึง พันอัพ เฮือกกกกก ก็เลยมองๆหาคลีนซิ่งออยล์ดีๆ ที่คุณภาพใกล้ๆกัน

ก็เลยมาจบที่ Biore เนื่องจากได้ตัวอย่างมาใช้จากสปอนเซอร์ผู้ใจดี ขอบคุณทาง บ. คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)มากๆ ที่ให้ทดลองออยล?ดีๆ ตัวนี้ดีตรงที่แม้มือเปียกก็ใช้ได้ เพราะปกติจะล้างมือด้วยคิเรอิ คิเรอิก่อน แล้วก็ต้องเช็ดมือให้แห้ง ถึงล้างหน้าด้วยออยล์ได้ ตัวนี้ไม่ต้องค่ะ ล้างเลย กลิ่นก็หอมสดชื่น พอถูกกับน้ำก็จะกลายเป็นน้ำนมขาวๆขุ่นๆ สรุปชอบมากกกกกกก ใช้ต่อแน่นอนค่ะ ตอนนี้มีอยู่ที่บ้านสองขวดแระ

ขนาด 150 มล. ราคา 380 บาท

สุดท้าย

รูปจากงาน workshop Biore Yoga แต่ทว่า ไปไม่ทัน ไม่เป็นไรค่ะเก็บภาพมานิดนึงก็ยังดี

ปล. ขอบคุณน้องอุ้ม PR.สุดน่ารักนะคะ ที่เชิญไปร่วมกิจกรรมในวันนั้น
คราวหน้าจะไม่พลาดแน่นอน




 

Create Date : 15 กันยายน 2553    
Last Update : 17 กันยายน 2553 19:48:03 น.
Counter : 5583 Pageviews.  

นวดให้ผิวสวย

เมื่อวานได้มีโอกาสไปนวดหน้า หลังจากที่ห่างหายไปเป็นเดือน เพราะการสอบ รู้ว่าการนวดหน้ามีผลดี ช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง ขจัดของเสียที่สะสม แล้วก็เพิ่งรู้ว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย แถมยังผ่อนคลายสุดๆ
มารู้จักการนวดเพื่อผิวสวยขึ้นอีกนิดดีกว่า

นวดผิวให้สวย
การนวดมีทั้งการนวดเพื่อความผ่อนคลาย การนวดจับเส้น การนวดน้ำมัน การนวดฝ่าเท้า ฯลฯ แม้แต่ละแบบจะมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน แต่ก็เป็นการใช้แรงจากมือ (หรือ ศอก เข่า และเท้า) ไปกด บีบ คลึง และนวดกระตุ้นร่างกายแต่ละส่วนให้เกิดความผ่อนคลาย


รู้ระบบภายใน
การนวดที่ถูกต้องนั้น ผู้นวดจะต้องรอบรู้เรื่องระบบภายใน เรื่องกล้ามเนื้อและเอ้นเป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าจับส่วนไหนก็รู้ได้ทันทีว่าเรามีปัญหาอะไร การนวดจึงรักษาโรคได้ (และกินสมุนไพรประกอบ) เพราะโรคหลายๆ โรค เกิดจากลมปราณทำงานผิดปกติ หรือการไหลเวียนภายในไม่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ตอนที่ร่างกายเราเป็นปกติ เราก็สามารถนวดได้ เพราะการนวดยังไปเสริมการทำงานของต่อมน้ำเหลืองและการไหลเวียนของเหลว การนวดจึงช่วยป้องกันโรค และให้ประโยชน์ในเรื่องผิวพรรณด้วย
หลังนวดใหม่ๆ เราคงรู้สึกเหมือนกันใช่ไหมว่า เกิดความสึกสบายตัว ผ่อนคลาย และยังรู้สึกได้เลยว่าผิวดูเลือดฝาด ชุ่มชื่นขึ้น ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะการไหลเวียนภายในของเราดีขึ้น และยังได้ผู้ช่วยอย่างน้ำมันนวดมาเพิ่มความเปล่งปลั่งด้วย ทำ ให้ผิวเราทั้งนุ่มและนวลเนียนกว่าเคย แถมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยในน้ำมันนวดตัวที่หอมกรุ่นนี้ พอได้สูดดมแล้วก็ยิ่งเพิ่มความรู้สึกสงบ สบายอีกต่างหาก

รู้เรื่องผิว
สาเหตุ ที่ผิวเราสวยขึ้นได้จากการนวด ก็เพราะผิวได้กำจัดสารพิษที่ฝังอยู่ให้ออกไปจากแรงนวด ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิผิวที่ร้อนขึ้น รูขุมขุนจึงเปิดออก สิ่งที่สะ
สมอยู่จึงสามารถหลุดออกไปได้ หรือผ่านการถ่ายเบาหลังจากที่ได้นวดกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง และยิ่งถ้าได้ใช้น้ำมันมาร่วมการนวดด้วยแล้ว ผิวก็ยิ่งได้รับคุณค่าจากการนวดไปพร้อมๆ กันด้วย
การนวดผิวบ่อยๆ ยังช่วยชะลอเรื่องริ้วรอยได้ด้วย เพราะแรงนวดจะไปกระตุ้นการสร้างซีบัม (sebum) หรือน้ำมันที่ผิวสร้างขึ้นตามธรรมชาติให้เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวดูเงางาม ไม่เหี่ยวแห้งเร็ว
นอกเหนือจากนี้ น้ำมันนวดตัวยังช่วยเรื่องผิวได้ไม่น้อย เพราะน้ำมันบริสุทธิ์ (Virgin Oil) ทำให้ผิวได้รับตามธรรมชาติ นั่นเพราะน้ำมันเหล่านี้เป็นน้ำมันจากพืชที่สามารถซึมลงบนชั้นผิวได้ง่าย และด้วยความที่สกัดมาแบบหีบเย็น (Cold Press) จึงยังเต็มไปด้วยอาหารผิวมากมาย และยังเป็นสารอาหารที่ผิวต้องการ ไม่เกิดการต่อต้าน และไม่เกิดผลข้างเคียงด้วย

รู้แบบนี้แล้วหาโอกาสไปนวดผ่อนคลายบ้างก็คงจะดีไม่น้อย

เครดิตจาก
http://www.sabai-arom.com/get_massage_good_for_skin.html




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 13:54:15 น.
Counter : 710 Pageviews.  

นอนเพื่อความสวยกันดีกว่า

ช่วงนี้เครียดกับการสอบมากมาย ผิวหน้าก็แย่ดูไม่สดใส แถมตายังเป็นแพนด้าอีก นอกจากความเครียดแล้ว สาเหตุหลักก็นอนน้อยนี่แหละ

วันนี้ก็เอาบทความดีๆมาอัพกันอีกแล้ว
เรื่องการนอนนี่แหละ มาดูกันดีกว่าว่านอนเพื่อสวยเป็นยังไง

การนอน
การนอนหลับพักผ่อน เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่เราจำเป็นต้องใช้เวลานี้ในการฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย และเติมพลังให้สดชื่นสำหรับวันใหม่

นอนไม่หลับ
คนยุคนี้มีปัญหาเรื่องการนอนไม่น้อยเลย คุณเป็นคนหนึ่งด้วยไหมที่ก่อนนอนจะต้องอ่านหนังสือสักนิด เขียนไดอารี่ ฟังเพลงสักหน่อย ดูทีวีจนง่วง หรือกินไม่หยุดจนกว่าเข้านอน ที่พูดเช่นนี้เพราะเราจะบอกว่านี่คือส่วนหนึ่งของปัญหาที่ว่า
นอกจากนี้ความเครียดก็เป็นสาเหตุสำคัญ เพราะทำให้เราหลั่งสารอะดรีนาลีนที่ทำให้ร่างกายตื่นตัวเสียจนนอนไม่หลับ การนอนไม่หลับเลยฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแปลได้ว่าเราต้องดูแลตัวเองแบบครบวงจรเลยทีเดียว ตั้งแต่การกินอยู่ และความคิดต่างๆ เพื่อให้นอนหลับของคืนนี้มีแต่ความสุข

นอนดี มีคุณภาพ
คนไทยโบราณบอกต่อมาว่า ให้ตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ความรู้ที่แฝงอยู่ก็คือว่า เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการตื่น คือนอนระหว่างเวลา 21.00 – 22.00 น.และตื่นระหว่าง 03.30 – 04.00 น. หรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ไม่จำเป็นเลยว่าเราจะต้องนอนครบ 8 ชั่วโมงตามที่ได้ยินกันมา บางคนอาจต้องการ 6 – 7 ชั่วโมง บางคนอาจแค่ 4 – 5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับธาตุและวัยของเรา แต่ 8 ชั่วโมงอาจเป็นตัวเลขเฉลี่ยที่เหมาะสมเท่านั้น รู้อย่างนี้แล้ว ลองมาสังเกตตัวเองอีกที ว่านอนกี่ชั่วโมงถึงจะรู้สึกสดชื่นเต็มที่ และกี่ชั่วโมงจะรู้สึกปวดศีรษะ หรืออ่อนแรงทุกที

ระหว่างวันก็สำคัญ
ลองถามตัวเองดูสิว่า แต่ละวันได้ดูแลตัวเองตามนี้บ้างหรือเปล่า เช่น ได้ออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน กินอาหารที่ดี ดื่มน้ำประมาณ 1.5 ลิตรต่อวันหรือยัง และได้พักผ่อนรูปแบบอื่นๆ อย่างการนวด การฟังดนตรีสบายๆ ฯลฯ บ้างด้วยไหม คำตอบเหล่านี้ส่งผลกับการนอนไม่น้อยเลย เพราะถ้าเราหักโหมกับตัวเองมากๆ ร่างกายเราอาจตื่นตัวตลอดคืนแทนที่ถึงเวลานอนแล้วจะอยากหลับ หรือบางที ก็รู้สึกง่วงไปทั้งวัน แต่กลางคืนกลับตาสว่าง
จริงๆ แล้วถ้าเราได้งีบระหว่างวันด้วยก็จะดีไม่น้อย เพราะแค่ 10 – 15 นาทีในช่วงบ่าย จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นจนถึงช่วงเย็นเลยทีเดียว


หลังตื่นก็ด้วย
หากรู้จักเคล็ดลับก่อนนอนแล้ว เวลาตื่นก็ควรให้ความสำคัญด้วย เพราะเป็นช่วงขณะที่บอกอารมณ์ของวันนั้นๆ ได้เลย ลองเปลี่ยนการตื่นใหม่ ที่ไม่ต้องรีบลุกจากเตียง แต่ลุกขึ้นนั่งช้าๆ นั่งนิ่งๆ สักครู่ เพื่อเรียกความรู้สึกให้ตื่นตัวเต็มที่ก่อน และเมื่อร่างกายตื่นดีแล้วก็ค่อยๆ นวดตัวเบาๆ อย่างนวดใบหน้า นวดใบหู คอ และมือทั้งสองข้าง จากนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงไปทำธุระต่างๆ
สิ่งสำคัญที่ทำให้การตื่นสมบูรณ์ที่สุด นั่นก็คือการหายใจให้เต็มปอดกับอากาศยามเช้าได้ดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิปกติสักแก้ว (ล้างพิษไปในตัว) จากนั้นค่อยทำความสะอาดร่างกาย ก่อนเริ่มวันใหม่ที่สดใส


เฮ่อ...เย็นนี้ก็มีสอบอีกสงสัยกลับไปงีบตอนบ่ายหน่อยดีกว่าจะได้สดชื่น

ขอบคุณบทความดีๆจาก
http://www.sabai-arom.com/natural_beauty_sleep.html




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2552    
Last Update : 23 มิถุนายน 2552 11:11:49 น.
Counter : 383 Pageviews.  

7 ไอเดีย ช้อปเครื่องสำอางช่วยโลก

โดยปกติ จขบ. ชอบใช้เครื่องสำอางค์ ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งเห็นยิ่งวิ่งเข้าใส่ แต่ก็ไม่รู้วิธีเลือกว่าจะเลือกยังไง ถึงจะเป็นประโยชน์กับตัวเราแล้วก็กับธรรมชาติด้วย ยิ่งเรื่องของภาวะโลกร้อน ถ้ามาเป็นสาวลดโลกร้อนได้นี่ก็อินเทรนด์สุดๆ
วันนี้ก็ไปเจอบทความดีๆมา เลยอยากเอามาบอกต่อเพื่อนๆค่ะ

7 ไอเดีย ช้อปเครื่องสำอางช่วยโลก
ยินดีด้วยคน ที่คุณอยากช่วยสิ่งแวดล้อมโดยการเปลี่ยนมาช้อปเครื่องสำอางสีเขียว แต่เอ...งานนี้หลายคนคงยังคิดสะระตะอยู่ว่าจะดูกันที่ตรงไหน เอาเป็นว่าพกไอเดียเหล่านี้ไปที่เคาน์เตอร์ดูสิ จะได้ช้อปกันแบบสมาร์ทๆ และยังดูดีเก๋ไก๋ สมกับกับเป็นคนรุ่นใหม่ตัวจริง





1. ต้องมีส่วนผสมจากธรรมชาติ และใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม
เครื่องสำอางเหล่านี้มักใช้สารสกัดที่นำมาจากธรรมชาติ และปลอดภัยต่อผิวของคุณ เช่นใช้สมุนไพรไทย ใช้พืชพันธุ์ที่ปลูกแบบออร์แกนิก เป็นต้น และหากใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยโลก ก็จะแสดงให้เห็นเลยว่าผ่านกรรมวิธีอย่างไร เช่นการใช้คำว่า Eco, Biodynamic และ Organic เป็นต้น

2. บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้จะใช้คำว่า Biodegradable เพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ หรืออย่างน้อยๆ ก็ผลิตจากแก้วที่สามารถรีไซเคิลได้ และบางผลิตภัณฑ์ก็เสนอไอเดียแบบรีฟิล หรือซื้อชิ้นย่อยมาเติมได้

3.มีช่องทางกล่าวถึงสิ่งแวดล้อม
หากผลิตภัณฑ์มีความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่พลาดเลยที่เครื่องสำอางเหล่านี้จะเสนอไอเดีย และให้แนวทางข้อมูลไว้ในช่องทางของสื่อต่างๆ รววมทั้งเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์ด้วย (หรือมีรางวัลการันตีอีกต่างหาก)

4. สนับสนุนวัตถุดิบที่ดี
เครื่องสำอางที่ดีจะเริ่มต้นจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ หากแสดงให้เห็นว่านำวัตถุดิบมาจากแหล่งใด หรือสนับสนุนกลุ่มชุมชนใดที่เน้นความใส่ใจในการคัดสรรด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าสนับสนุนเข้าไปใหญ่

5. ไม่ทดลองกับสัตว์
ถึงจะฟังดูเป็นเรื่องจริธรรม แต่ถ้าประเด็นนี้ไม่มาพร้อมกับการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยแล้ว คุณคงรู้สึกไม่สบายใจแน่ๆ จริงไหม หากผลิตภัณฑ์ดีจริง แต่ยังมีการทดลองกับสัตว์อยู่

6. ขั้นตอนการผลิตไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ
เบื้องหลังการทำงานนี่ล่ะสำคัญ เพราะการใส่ใจสิ่งแวดล้อมต้องดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต การบรรจุ การทดลอง และการกำจัดของเสีย การผลิตที่ดีจะไม่ทำลายระบบนิเวศน์แต่เป็นการส่งเสริมเสียด้วยซ้ำ

7. ต่อต้านสิ่งสังเคราะห์
โดยเฉพาะเมกอัพ และสกินแคร์ทั้งหลาย ที่จะเลี่ยงส่วนผสมที่เป็นสารสังเคราะห์ อาทิ น้ำหอมสังเคราะห์ แต่งกลิ่นสังเคราะห์ การย้อมสี หรือใช้ปิโตรเคมี พร้อมกันนั้นก็เลือกใช้แพ็คเกจที่เป็นมิตรกับธรรมชาติไปพร้อมๆ กันด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.sabai-arom.com/green_cosmetic.html




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2552    
Last Update : 9 มิถุนายน 2552 16:50:29 น.
Counter : 306 Pageviews.  

1  2  3  

ทานตะวันสีฟ้า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่หลงเข้ามาชมบล็อคน้อยๆ
ของยุ้ยนะคะ ใครเข้ามาก็อย่าลืมให้กำลังใจ
กันคนละ 1 คอมเม้นท์ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ทานตะวันสีฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.