** ขอเก็บเธอเอาไว้ทั้ง 2 คน **





อันนี้เบื้องหลัง อิอิ








Create Date : 26 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2554 17:33:52 น.
Counter : 252 Pageviews.

3 comment
เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มี
มีเพื่อน FB ต่างชาติ เค้าไป Link บทความนึง
เราก็เลยได้โอกาสเข้าไปอ่าน นั่งน้ำตาไหลเลย คิดถึงพ่อกับแม่



A Letter from "Mom n Dad"...

My child,

When I get old, I hope you understand 'n have patience with me
In case I break the plate, or spill soup on the table because I’m losing my eyesight, I hope you don’t yell at me.
Older people are sensitive, always having self pity when you yell.
When my hearing gets worse 'n I can’t hear what you’re saying, I hope you don’t call me ‘Deaf!’
Please repeat what you said or write it down.

I’m sorry, my child.
I’m getting older.
When my knees get weaker, I hope you have the patience to help me get up.
Like how I used to help you while you were little, learning how to walk.
Please bear with me, when I keep repeating myself like a broken record, I hope you just keep listening to me.
Please don’t make fun of me, or get sick of listening to me.

Do you remember when you were little 'n you wanted a ballon? You repeated yourself over 'n over until you get what you wanted.
Please also pardon my smell. I smell like an old person.Please don’t force me to shower.
My body is weak.
Old people get sick easily when they’re cold. I hope I don’t gross you out.

Do you remember when you were little? I used to chase you around because you didn’t want to shower.
I hope you can be patient with me when I’m always cranky. It’s all part of getting old.
You’ll understand when you’re older.
'n if you have spare time, I hope we can talk even for a few minutes.
I’m always all by myself all the time, 'n have no one to talk to.
I know you’re busy with work.
Even if you’re not interested in my stories, please have time for me.

Do you remember when you were little? I used to listen to your stories about your teddy bear.
When the time comes, 'n I get ill 'n bedridden, I hope you have the patience to take care of me.
I’m sorry if I accidentally wet the bed or make a mess.
I hope you have the patience to take care of me during the last few moments of my life.
I’m not going to last much longer, anyway.
When the time of my death comes, I hope you hold my hand 'n give me strength to face death.

'n don’t worry..
When I finally meet our creator, I will whisper in his ear to bless you. Because you loved your Mom 'n Dad.
Thank you so much for your care.
We love you. ! ♥

"Just Like This Status If You Love It & You Will Never Leave Your Parents At Any Cost"






Create Date : 12 ตุลาคม 2554
Last Update : 12 ตุลาคม 2554 9:34:35 น.
Counter : 261 Pageviews.

0 comment
T-T อ่านแล้วเศร้า แต่ทำให้เข้มแข็งนะ T-T
สวัสดีอีกครั้งค่ะ หลังจากหายไปนาน
ขอเก็บบทกวีดีๆ ไว้ ขอบพระคุณคุณเนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ ผู้เขียนกลอนบทนี้ และครอบคุณ ข้อมูลดีๆ จาก Blog ตาม link ด้านล่างนะคะ

http://www.oknation.net/blog/pen/2007/03/12/entry-3

บทกวี "กระทุ่มแบน" เขียนโดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์เมื่อ พ.ศ.2518 เพื่อระลึกถึงคุณสำราญ คำกลั่น กรรมกรหญิงวัย 17 ปีของโรงงานกระเบื้องเคลือบที่กระทุ่มแบน ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเพราะร่วมประท้วงนายจ้างที่ส่งอันธพาลเข้าคุมโรงงาน

คุณสุวิทย์ วัดหนู ร่วมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณสำราญและกรรมกรในครั้งนั้นด้วย

คุณเนาวรัตน์ได้นำบทกวีดังกล่าวไปรวมไว้ในหนังสือรวมบทกวี "เพียงความเคลื่อนไหว" พิมพ์ในปี 2523

บทกวีฉบับเต็มซึ่งต่อมาเป็นเพลงชื่อเดียวกัน บรรเลงและขับร้องด้วยทำนองแขกลพบุรีสองชั้น (ด้นสองไม้) โดยวงดนตรีไทย "ต้นกล้า" บรรเลงครั้งแรกในงานศพคุณสำราญ คำกลั่น

มีเนื้อหาดังนี้

เมื่อความเลว ความร้าย เข้าครองโลก
ความวิโยค ก็จะเยือน ทุกหย่อมหญ้า
คนกับคน ที่เคยอยู่ คู่กันมา
คนกับคน ก็หันหน้า ฆ่ากันเอง

อำนาจ ความเลวร้าย ในวันนี้
อัปยศ กดขี่ และข่มเหง
เหมือนยักษ์มาร ไม่เคยกลัว ไม่เคยเกรง
คอยแต่เร่ง ให้ร้อนรุ่ม ทุ่มให้แบน

เธอตาย เพื่อจะปลุก ให้คนตื่น
เธอตาย เพื่อผู้อื่น อีกหมื่นแสน
เธอคือดิน ก้อนเดียว ในดินแดน
แต่จะหนัก และจะแน่น เต็มแผ่นดิน

เราจะยืน หยัดเหยียด ขึ้นเสียดฟ้า
เราจะลุก ขึ้นท้า ภูผาหิน
กระชากฟ้า ห่าโหด โขมดทมิฬ
ฉีกเป็นชิ้น กระทุ่มขยี้ ให้บี้แบน


บันทึกไว้ด้วยความนับถือและอาลัยอย่างยิ่งต่อคนธรรมดาสามัญผู้มีหัวใจยิ่งใหญ่ซึ่งเดินทางไปก่อนแล้วทุกท่าน

I cried when you passed away. I still cry today. Although I loved you dearly, I couldn't make you stay. A golden heart stopped beating, hard working hands at rest. God broke my heart to prove to me he only takes the best.
Keep this rose going for anyone in heaven that you've loved and lost - but never forgot
_____/)___/)______./¯"""/')
¯¯¯¯¯¯¯¯¯)¯¯)¯¯¯'_„„„,)




Create Date : 21 มิถุนายน 2554
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2554 19:51:44 น.
Counter : 1457 Pageviews.

1 comment
*-*ฺBlog นี้ขอรำลึกถึง Knut หมีขั้วโลก *-*
วันนี้ไม่รู้ทำไม รู้สึกเศร้าๆ คิดถึง Knut
ทั้งๆ ที่ข่าวเรื่องที่ Knut จากไปจะผ่านมา 2 - 3 วันโดยที่เราก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าอะไรมากนัก
แต่วันนี้ สงสัยคงว่างจัด เราคิดถึง Knut มาก มากๆ ด้วย
ตอนแรกที่สนใจน้องตั้งแต่ตอนเป็นข่าวดัง เพราะชื่อน้องคล้ายกับขื่อเรา
ต่อมาก็พบว่า ความผูกพันของน้องกับคนที่เก็บน้องมาดูแล
มันชั่งยิ่งใหญ่กว่าตัวเ้จ้าหมียักษ์มากมาย... เขียนไม่เก่ง ไม่รู้จะเขียนอะไร
แต่รู้ว่าข้างในรักและคิดถึง Knut และ คุณ Thomas Doerflein มาก



ตอนนี้น้องคงได้พบกับคุณพ่อขายาวของน้องแล้ว
ทั้งสองคงมีความสุขด้วยกันบนสวรรค์
ไม่ว่า การที่คุณ Thomas ช่วย Knut ให้รอดจากความตายและดูแลเค้า
จะเป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่ แต่เรารู้และมั่นใจว่า Knut รักคุณ Thomas
และคุณ Thomas ก็รัก Knut มากมาย



ตอนที่คุณ Thomas จากไป คงไม่มีโอกาสรำลา Knut
น้องคงสงสัยและเสียใจ เพราะไม่รู้ว่า พ่อสุดที่รักของน้องไปไหน
ทำไมทิ้งน้องไว้กับ คนและสัตว์ที่แปลกหน้า น้องคงกลัว
แต่ถ้าน้องรู้ว่า ไม่ว่าเมื่อไหร่ คุณ Thomas ก็อยู่กับน้องเสมอ
เพียงแต่ไม่สามารถจะปรากฏตัวให้น้องเห็นได้



หลับให้สบายนะ Knut และคุณ Thomas สุดท้ายคุณทั้งสองก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

จากป้าแมวอ้วนและพี่พาย เพื่อนของคุณ










Create Date : 21 มีนาคม 2554
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2554 22:24:04 น.
Counter : 582 Pageviews.

3 comment
เทวรูปที่อยู่ที่บ้าน
กลับมาอัพ Blog อีกครั้ง คราวนี้เอารูปเทวรูปที่อยู่ที่บ้านมาอวด

จริงๆ เรื่องบูชาเทวรูปซึ่งเป็นเทพเจ้าของศาสนาฮินดูนั้น เริ่มตอนที่เข้าทำงานที่ออฟฟิศล่าสุดที่ทำให้เราว่างงานนานเนี้ยหละ คือก่อนได้งานนี้เราเองก็กำลังมองหางานใหม่ วันนึงลูกน้องเก่าก็โทรฯเข้ามาบอกว่า "พี่ หนูอยากให้พี่กลับมาเป็นหัวหน้าหนูอีกคะ" เราก็ "ค่ะ แต่ทำยังไงดีตอนนี้พี่ก็กำลังหางานใหม่อยู่" น้องสุดที่รักก็ตะโกนผ่านโทรศัพท์ด้วยความดีใจว่า "ได้ซิคะพี่ หนูขอเชิญพี่มาเป็นหัวหน้าหนูที่บริษัท xxx เลยคะ เดี๋ยวหนูนัดให้พี่คุยกับ Country Manager เลยนะคะ" เราก็คิดในใจว่า เฮ้ย บริษัท xxx เค้าจะเอาเราไปทำงานด้วยทำไม เพราะเค้าไม่มีธุรกิจที่เราจะทำได้เลย แต่ก็นะ อุตส่าห์มีคนแนะนำงานให้ก็ลองคุยซะหน่อยก็แล้วกัน ก็เลยได้คุยกับเจ้านายทางโทรศัพท์ก่อน แต่พอฟังงานแล้วเราคิดว่ามันไม่น่าจะใช่เรา ก็เลยแนะนำเพื่อนอีกคนไป (รู้สึกว่าอาชีพนี้จะอยู่ในสายเลือดซะแล้วไอ้เรื่องแนะนำคนอื่นเนี้ย แต่ตัวเองไม่มีคำแนะนำให้สำหรับตัวเอง) เพื่อนได้เข้าไปคุยแล้วก็ได้งาน ระหว่างนั้น เรากับเพื่อนก็เลยไปหาหมอดูเจ้าประจำ เค้าก็ทักเราว่า "อ้าวจะได้งานแล้วนี้" เราก็บอก "คงไม่ได้แล้วเพราะเพื่อนที่มาด้วยได้งานนั้นไปแล้วเพราะเราแนะนำเอง" เค้าก็ตอบกลับว่า "ได้สิ ไปไหว้พระพิฆเนศซะ ท่านหางานไว้ให้แล้ว แล้วท่านก็รอเราอยู่นะ" ตอนฟังเราก็มึนๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พอออกมาก็เล่าให้เพื่อนฟัง เค้าก็ทำหน้าตกใจแล้วบอกว่า "เฮ้ย! แก่ไม่เคยขึ้นไปดูออฟฟิศนี้เหรอ เค้ามีเทวรูปพระพิฆเนศ ทุกแห่งเลยแล้วเค้าก็บูชากันด้วย" เนื่องจากเวลาคุยกันเราคุยทางโทรศัพท์หรือไม่ก็ตามร้านอาหารร้านกาแฟ ก็เราไม่เคยเห็นออฟฟิศจริงๆ พอเพื่อนบอกอย่างนั้นเราก็ "เฮ้ย แต่แกได้งานนี้ไปแล้วนี้" เพื่อนก็ "เฮ้ย จริงดิ" แล้วก็หัวเราะกัน ชิวชิว

ไม่นานหลังจากนั้น เจ้านายก็โทรศัพท์มาอีกบอกอยากให้เราเข้ามาทำงานด้วย เค้าจะแยกงานจากส่วนของเพื่อนออกมา เพื่อให้เราทำ เพราะธุรกิจเนี้ยเป็นของใหม่สำหรับบริษัทนี้ การจะลดขนาดเพิ่มขนาดสามารถทำได้ ดังนั้นการเปลี่ยนโครงสร้างจึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร สรุปเราก็เลยได้งานที่นี้

เข้าไปออฟฟิศวันแรก เค้าพอเดินแนะนำตัวทั่่วออฟฟิศ ก็เห็นเลยว่ามีเทวรูปพระพิฆเนศทั่วบริษัทจริงๆ ช่วงแรกๆ เราก็เอาพวงมาลัยกับนมสดไปถวายตรงส่วนที่เรานั่งทำงานอยู่ พอเริ่มสนิทสนมกับผู้จัดการส่วนธุรกิจอื่นๆ ก็เลยเห็นว่าเค้ามีบูชากันในห้องทำงานเลย แล้วเค้าก็พาไปดูร้านที่เค้าบูชามา เพราะคนขายเป็นร่างทรงเองด้้วย เราก็ไปดูแต่ใจยังไม่รู้สึกอยากบูชา เพราะเกรงว่าจะบูชาไม่ถูกวิธี ไปถึงก็ไปปิ้งๆ กับเทวรูปพระพิฆเนศองค์เล็กๆ เดินไปจับดูแต่ก็ยังไม่ซื้อ เราใช้เวลาตัดสินใจเป็นเดือนเหมือนกัน เพราะไปกับเพื่อนคนนี้บ่อยๆ ที่แวะไปดู ใจก็อยู่กับองค์นี้ตลอด พระพิฆเนศจึงเป็นองค์แรกที่เอาเข้ามาบูชาในห้องทำงาน ก่อนนำท่านเข้า ก็ไปไหว้ พระตรีมูลติด้านหน้าตึกเพื่อบอกกล่าว ไหว้พระพิฆเนศในออฟฟิศเพื่อบอกกล่าว ต่อมาไม่นานไปที่ร้านนั้นแล้วเจอองค์ขนาดเท่าๆกับองค์เดิม แต่เป็นพระแม่ลักษมีเทวี และพระแม่สรัสวดีเทวี ก็เลยบูชามาอีก ตั้งไว้ด้วยกันเค้าบอกว่าจะทำให้ทำมาค้าขึ้น

เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปีระหว่างนั้นการทำงานก็มีทั้งสุขและทุกข์แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ แต่เพื่อนเราคนที่มาพร้อมๆกันถูกให้ออกตั้งแต่เดือนที่ 8 แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราก็เรียนที่จุะรู้จักเจ้านายเราคนนี้มากขึ้น อะไรที่คิดมักจะเป็นอย่างที่ตรงกันข้ามเสมอ เจ้านายจะเป็นคนที่เชื่อข่าวลือในบริษัท หรือบางครั้งก็จะเป็นคนที่ปล่อยข่าวลือเอง มันเป็นวิธีบริหารคนของเค้าเอง เพราะใครที่ทนข่าวลือผิดๆ ไม่ได้ หรือไม่มีหลักฐานมาหักล้างข่าวลือมักจะอยู่ที่นี้ได้ไม่ทน แต่เราทำงานแบบมืออาชีพดังนั้นเราไม่ค่อยกลัว เคยโดนลองดีก็หลายครั้งแต่ทุกครั้งเราสามารถตอบและมีหลักฐานมายืนยันตลอด หลังๆ เราก็เลยทำงานสบายๆ เพราะทำตามที่เค้าต้องการบนหลักการแห่งความถูกต้อง จนกระทั่งเข้าปีที่ 2 เพื่อนที่ทำงานมาตั้งแต่บริษัทเปิดและเป็นคนที่ทำรายได้สูงสุดของบริษัทและเป็นคนที่แนะนำร้านเทวรูปให้ ก็มีอันต้องระเห็ดไปอย่าง งงๆๆๆๆ แต่พวเราเหมือนจะเตรียมใจกันแล้วหละ ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าเพื่อนคนนี้จะต้องออก พวกเราก็แวะไปเยียมเยือนร้านขายเทวรูปอีกครั้ง คราวนี้เราปิ้งๆ อย่างแรก กับองค์พระแม่ทุรคา แต่ก็ทำเฉยๆ เพราะไม่อยากให้เจ้าของร้านเค้าโมเมอีก (ตามปรกติของคนขายของเนอะ) แต่พอเห็นหน้าเรา เค้าก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นมาว่า "อ้าววว เจ้าของเค้ามารับแล้ว" เราก็นึกว่าเค้าพูดกับเพื่อน เราก็เลยเฉยๆ ทำเป็นไม่สนใจองค์พระแม่ทุรคาดูโน้นนี้นั้นไป พอมายืนรอเพื่อนที่หน้าตู้ เจ้าของร้านก็ยกองค์พระแม่มาไว้ตรงหน้าเรา แล้วยิ้มไม่พูดอะไร (โอ้ววว จิตวิทยาล้ำลึกจริงๆ อ่านใจเราได้ด้วย) เราก็จับๆ แล้วเราของร้านก็บอกว่าเห็นองค์นี้แล้วคิดถึงเราแต่เราไม่ได้แวะที่ร้านนานมากแล้ว มีคนมาดูมาสนใจหลายคน แต่ก็ไม่ได้ไป จนกระทั่งเรามาวันนี้ แต่ใจเราิคิดว่าคงต้องแพงแน่เลยเพราะองค์ใหญ่ ปรากฏว่าราคาไม่ต่างจากองค์เล็กของเราเท่าไหร่ เราก็เลยได้มีโอกาสบูชาท่านที่ห้อง มีวันหนึ่งเราได้เข้าไปคุยกับเจ้านายที่ห้องทำงาน ก็เห็นว่าท่านมีองค์ืพระแม่อุมาเทวีขนาดใหญ่อยู่ในห้องด้วย ซึ่งคนขายก็บอกเราแล้วแหละว่าเจ้านายมาสั่งไว้แล้วมารับไปแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะเอามาไว้ที่ห้องทำงาน นึกว่าจะเอากลับบ้าน หรือเอาไปไว้ที่ออฟฟิศอื่น เราก็คุยเรื่องท่านนิดหน่อย คราวนี้พอเพื่อนโดนให้ออก เราก็เลยมาคุยล้อเล่นกันว่า "พี่ไม่เป็นอะไรหรอกเพราะว่ามีพระแม่ทุรคา คุ้มครอง" ก็หัวเราะกันไปไม่ได้คิดอะไรมาก

แต่ไม่มีใครฝืนอะไรได้ เราเองก็ต้องออกมาด้วยเหตุผล แคลสสิค ว่า เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ว่าธุรกิจของเราจะไม่กระทบมากนัก แต่ก็อยากให้คุณคิดว่าเราต้องมองไปข้างหน้าเพื่อเตรียมตัว หวังว่าคุณคงเข้าใจนะ (ถ้าพูดแค่นี้แล้วเข้าใจ คงมีเราคนเดียวแหละ คนอื่นที่ไม่รู้จักเจ้านายเรา จะไม่มีคนเข้าใจ) เราก็จัดการทุกอย่าง อธิบายลูกน้องจัดการให้น้องได้รับสิ่งที่เขาจะต้องได้ เมื่อทุกอย่างเสร็จ เราก็ออกมา แต่สำหรับเราตอนวันสุดท้าย เค้าทำกับเราได้แย่มากแย่อย่างที่ไม่คิดว่าคนเหล่านี้เคยเป็นเพื่อนเรา แต่ก็อโหสิกรรม กันไป

และเรื่องราวเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงมีเทวรูปบูชาอยู่ที่บ้าน เรานำท่านเข้ามาบ้าน โดยจัดให้ท่านอยู่บนหลังตู้บริิเวณ ประตูทางเข้าคะ


---

---



Create Date : 11 ธันวาคม 2552
Last Update : 11 ธันวาคม 2552 11:26:31 น.
Counter : 1041 Pageviews.

1 comment
1  2  

<< FatCatSlimDog -GG >>
Location :
อุดรธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Single old lady who love to travel and nature. She is searching for her destiny all her life and still searching.. don't know when will she stop and have a happy peaceful world..