เทวรูปที่อยู่ที่บ้าน
กลับมาอัพ Blog อีกครั้ง คราวนี้เอารูปเทวรูปที่อยู่ที่บ้านมาอวด

จริงๆ เรื่องบูชาเทวรูปซึ่งเป็นเทพเจ้าของศาสนาฮินดูนั้น เริ่มตอนที่เข้าทำงานที่ออฟฟิศล่าสุดที่ทำให้เราว่างงานนานเนี้ยหละ คือก่อนได้งานนี้เราเองก็กำลังมองหางานใหม่ วันนึงลูกน้องเก่าก็โทรฯเข้ามาบอกว่า "พี่ หนูอยากให้พี่กลับมาเป็นหัวหน้าหนูอีกคะ" เราก็ "ค่ะ แต่ทำยังไงดีตอนนี้พี่ก็กำลังหางานใหม่อยู่" น้องสุดที่รักก็ตะโกนผ่านโทรศัพท์ด้วยความดีใจว่า "ได้ซิคะพี่ หนูขอเชิญพี่มาเป็นหัวหน้าหนูที่บริษัท xxx เลยคะ เดี๋ยวหนูนัดให้พี่คุยกับ Country Manager เลยนะคะ" เราก็คิดในใจว่า เฮ้ย บริษัท xxx เค้าจะเอาเราไปทำงานด้วยทำไม เพราะเค้าไม่มีธุรกิจที่เราจะทำได้เลย แต่ก็นะ อุตส่าห์มีคนแนะนำงานให้ก็ลองคุยซะหน่อยก็แล้วกัน ก็เลยได้คุยกับเจ้านายทางโทรศัพท์ก่อน แต่พอฟังงานแล้วเราคิดว่ามันไม่น่าจะใช่เรา ก็เลยแนะนำเพื่อนอีกคนไป (รู้สึกว่าอาชีพนี้จะอยู่ในสายเลือดซะแล้วไอ้เรื่องแนะนำคนอื่นเนี้ย แต่ตัวเองไม่มีคำแนะนำให้สำหรับตัวเอง) เพื่อนได้เข้าไปคุยแล้วก็ได้งาน ระหว่างนั้น เรากับเพื่อนก็เลยไปหาหมอดูเจ้าประจำ เค้าก็ทักเราว่า "อ้าวจะได้งานแล้วนี้" เราก็บอก "คงไม่ได้แล้วเพราะเพื่อนที่มาด้วยได้งานนั้นไปแล้วเพราะเราแนะนำเอง" เค้าก็ตอบกลับว่า "ได้สิ ไปไหว้พระพิฆเนศซะ ท่านหางานไว้ให้แล้ว แล้วท่านก็รอเราอยู่นะ" ตอนฟังเราก็มึนๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พอออกมาก็เล่าให้เพื่อนฟัง เค้าก็ทำหน้าตกใจแล้วบอกว่า "เฮ้ย! แก่ไม่เคยขึ้นไปดูออฟฟิศนี้เหรอ เค้ามีเทวรูปพระพิฆเนศ ทุกแห่งเลยแล้วเค้าก็บูชากันด้วย" เนื่องจากเวลาคุยกันเราคุยทางโทรศัพท์หรือไม่ก็ตามร้านอาหารร้านกาแฟ ก็เราไม่เคยเห็นออฟฟิศจริงๆ พอเพื่อนบอกอย่างนั้นเราก็ "เฮ้ย แต่แกได้งานนี้ไปแล้วนี้" เพื่อนก็ "เฮ้ย จริงดิ" แล้วก็หัวเราะกัน ชิวชิว

ไม่นานหลังจากนั้น เจ้านายก็โทรศัพท์มาอีกบอกอยากให้เราเข้ามาทำงานด้วย เค้าจะแยกงานจากส่วนของเพื่อนออกมา เพื่อให้เราทำ เพราะธุรกิจเนี้ยเป็นของใหม่สำหรับบริษัทนี้ การจะลดขนาดเพิ่มขนาดสามารถทำได้ ดังนั้นการเปลี่ยนโครงสร้างจึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร สรุปเราก็เลยได้งานที่นี้

เข้าไปออฟฟิศวันแรก เค้าพอเดินแนะนำตัวทั่่วออฟฟิศ ก็เห็นเลยว่ามีเทวรูปพระพิฆเนศทั่วบริษัทจริงๆ ช่วงแรกๆ เราก็เอาพวงมาลัยกับนมสดไปถวายตรงส่วนที่เรานั่งทำงานอยู่ พอเริ่มสนิทสนมกับผู้จัดการส่วนธุรกิจอื่นๆ ก็เลยเห็นว่าเค้ามีบูชากันในห้องทำงานเลย แล้วเค้าก็พาไปดูร้านที่เค้าบูชามา เพราะคนขายเป็นร่างทรงเองด้้วย เราก็ไปดูแต่ใจยังไม่รู้สึกอยากบูชา เพราะเกรงว่าจะบูชาไม่ถูกวิธี ไปถึงก็ไปปิ้งๆ กับเทวรูปพระพิฆเนศองค์เล็กๆ เดินไปจับดูแต่ก็ยังไม่ซื้อ เราใช้เวลาตัดสินใจเป็นเดือนเหมือนกัน เพราะไปกับเพื่อนคนนี้บ่อยๆ ที่แวะไปดู ใจก็อยู่กับองค์นี้ตลอด พระพิฆเนศจึงเป็นองค์แรกที่เอาเข้ามาบูชาในห้องทำงาน ก่อนนำท่านเข้า ก็ไปไหว้ พระตรีมูลติด้านหน้าตึกเพื่อบอกกล่าว ไหว้พระพิฆเนศในออฟฟิศเพื่อบอกกล่าว ต่อมาไม่นานไปที่ร้านนั้นแล้วเจอองค์ขนาดเท่าๆกับองค์เดิม แต่เป็นพระแม่ลักษมีเทวี และพระแม่สรัสวดีเทวี ก็เลยบูชามาอีก ตั้งไว้ด้วยกันเค้าบอกว่าจะทำให้ทำมาค้าขึ้น

เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปีระหว่างนั้นการทำงานก็มีทั้งสุขและทุกข์แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ แต่เพื่อนเราคนที่มาพร้อมๆกันถูกให้ออกตั้งแต่เดือนที่ 8 แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราก็เรียนที่จุะรู้จักเจ้านายเราคนนี้มากขึ้น อะไรที่คิดมักจะเป็นอย่างที่ตรงกันข้ามเสมอ เจ้านายจะเป็นคนที่เชื่อข่าวลือในบริษัท หรือบางครั้งก็จะเป็นคนที่ปล่อยข่าวลือเอง มันเป็นวิธีบริหารคนของเค้าเอง เพราะใครที่ทนข่าวลือผิดๆ ไม่ได้ หรือไม่มีหลักฐานมาหักล้างข่าวลือมักจะอยู่ที่นี้ได้ไม่ทน แต่เราทำงานแบบมืออาชีพดังนั้นเราไม่ค่อยกลัว เคยโดนลองดีก็หลายครั้งแต่ทุกครั้งเราสามารถตอบและมีหลักฐานมายืนยันตลอด หลังๆ เราก็เลยทำงานสบายๆ เพราะทำตามที่เค้าต้องการบนหลักการแห่งความถูกต้อง จนกระทั่งเข้าปีที่ 2 เพื่อนที่ทำงานมาตั้งแต่บริษัทเปิดและเป็นคนที่ทำรายได้สูงสุดของบริษัทและเป็นคนที่แนะนำร้านเทวรูปให้ ก็มีอันต้องระเห็ดไปอย่าง งงๆๆๆๆ แต่พวเราเหมือนจะเตรียมใจกันแล้วหละ ก่อนหน้าที่จะรู้ว่าเพื่อนคนนี้จะต้องออก พวกเราก็แวะไปเยียมเยือนร้านขายเทวรูปอีกครั้ง คราวนี้เราปิ้งๆ อย่างแรก กับองค์พระแม่ทุรคา แต่ก็ทำเฉยๆ เพราะไม่อยากให้เจ้าของร้านเค้าโมเมอีก (ตามปรกติของคนขายของเนอะ) แต่พอเห็นหน้าเรา เค้าก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นมาว่า "อ้าววว เจ้าของเค้ามารับแล้ว" เราก็นึกว่าเค้าพูดกับเพื่อน เราก็เลยเฉยๆ ทำเป็นไม่สนใจองค์พระแม่ทุรคาดูโน้นนี้นั้นไป พอมายืนรอเพื่อนที่หน้าตู้ เจ้าของร้านก็ยกองค์พระแม่มาไว้ตรงหน้าเรา แล้วยิ้มไม่พูดอะไร (โอ้ววว จิตวิทยาล้ำลึกจริงๆ อ่านใจเราได้ด้วย) เราก็จับๆ แล้วเราของร้านก็บอกว่าเห็นองค์นี้แล้วคิดถึงเราแต่เราไม่ได้แวะที่ร้านนานมากแล้ว มีคนมาดูมาสนใจหลายคน แต่ก็ไม่ได้ไป จนกระทั่งเรามาวันนี้ แต่ใจเราิคิดว่าคงต้องแพงแน่เลยเพราะองค์ใหญ่ ปรากฏว่าราคาไม่ต่างจากองค์เล็กของเราเท่าไหร่ เราก็เลยได้มีโอกาสบูชาท่านที่ห้อง มีวันหนึ่งเราได้เข้าไปคุยกับเจ้านายที่ห้องทำงาน ก็เห็นว่าท่านมีองค์ืพระแม่อุมาเทวีขนาดใหญ่อยู่ในห้องด้วย ซึ่งคนขายก็บอกเราแล้วแหละว่าเจ้านายมาสั่งไว้แล้วมารับไปแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะเอามาไว้ที่ห้องทำงาน นึกว่าจะเอากลับบ้าน หรือเอาไปไว้ที่ออฟฟิศอื่น เราก็คุยเรื่องท่านนิดหน่อย คราวนี้พอเพื่อนโดนให้ออก เราก็เลยมาคุยล้อเล่นกันว่า "พี่ไม่เป็นอะไรหรอกเพราะว่ามีพระแม่ทุรคา คุ้มครอง" ก็หัวเราะกันไปไม่ได้คิดอะไรมาก

แต่ไม่มีใครฝืนอะไรได้ เราเองก็ต้องออกมาด้วยเหตุผล แคลสสิค ว่า เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ว่าธุรกิจของเราจะไม่กระทบมากนัก แต่ก็อยากให้คุณคิดว่าเราต้องมองไปข้างหน้าเพื่อเตรียมตัว หวังว่าคุณคงเข้าใจนะ (ถ้าพูดแค่นี้แล้วเข้าใจ คงมีเราคนเดียวแหละ คนอื่นที่ไม่รู้จักเจ้านายเรา จะไม่มีคนเข้าใจ) เราก็จัดการทุกอย่าง อธิบายลูกน้องจัดการให้น้องได้รับสิ่งที่เขาจะต้องได้ เมื่อทุกอย่างเสร็จ เราก็ออกมา แต่สำหรับเราตอนวันสุดท้าย เค้าทำกับเราได้แย่มากแย่อย่างที่ไม่คิดว่าคนเหล่านี้เคยเป็นเพื่อนเรา แต่ก็อโหสิกรรม กันไป

และเรื่องราวเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงมีเทวรูปบูชาอยู่ที่บ้าน เรานำท่านเข้ามาบ้าน โดยจัดให้ท่านอยู่บนหลังตู้บริิเวณ ประตูทางเข้าคะ


---

---



Create Date : 11 ธันวาคม 2552
Last Update : 11 ธันวาคม 2552 11:26:31 น.
Counter : 1061 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีครับ ผ่านเข้ามาเห็นแท่นบูชาเทพของคุณโดยบังเอิญ เทวรูปสวยมาก และคิดว่าน่าจะดีกว่า ถ้าคุณได้ลองปรับเปลี่ยนตำแหน่งการตั้งเทวรูปดูซักหน่อย เป็นคำแนะนำเล็กๆน้อยๆ นะครับ

- เทวรูปพระทุรคาเป็นองค์ประธานของหิ้ง เพราะองค์ใหญ่ที่สุด ให้หาโต๊ะตั่ง ตัวเตี้ยๆ มาหนุนพระทุรคาให้สูงหน่อย

- ขนาบซ้าย-ขวาพระทุรคาด้วย พระลักษมี กับพระคเณศ เยื้องมาข้างหน้าเล็กน้อย

- ด้านหน้าพระทุรคา ให้ตั้งพระสรัสวตี

-โถกำยานตั้งหน้าพระลักษมี พระคเณศ(?) องค์สีขาวตั้งหน้าพระคเณศทองเหลือง

- หาแจกันใส่ดอกไม้วาง 2 ข้างซ้ายขวา
- ถวายน้ำใส่ถ้วย หรือแก้วใบเล็กๆ เพิ่มเป็น 4 ใบ (1 ใบ ต่อเทพ 1องค์ คุณมีพระทุรคา พระสรัสวตี พระคเณศ และพระลักษมี จึงต้องถวายน้ำ 4 แก้ว )
- หากระถางธูป 1 ใบ กับเชิงเทียน 1 คู่ มาตั้งด้านหน้า
- ยันต์พระลักษมีถือว่าเป็นมงคลมาก หากตั้งหรือแขวน ไว้ด้านหลังแท่นบูชาได้จะเป็นการดี
** กระถางธูป เชิงเทียน และแจกัน ควรเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน เช่น ถ้าเป็นทองเหลืองก็ควรเป็นทองเหลืองทั้งหมด หรือถ้าเป็นเซรามิกก็ต้องมีสีเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกันจะดีกว่า

ลองปรับเปลี่ยนขยับดูนะครับจะได้เป็นมงคล และโชคดี
ขอบคุณครับ
- ผู้ผ่านมาพบ-
โดย: ผู้ผ่านมาพบ IP: 58.136.65.71 วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:20:08:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

<< FatCatSlimDog -GG >>
Location :
อุดรธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Single old lady who love to travel and nature. She is searching for her destiny all her life and still searching.. don't know when will she stop and have a happy peaceful world..