Group Blog |
ถ้าคุณท้อ...อ่านตรงนี้...มีคนแย่กว่าคุณ
ผมเคยลำบากมาก่อน...ลองอ่านดูครับ
ใครที่ท้อแท้...เผื่อมีแรงสู้ต่อไป... ตอนที่เริ่มทำงานเป็นลูกจ้างตอนผมอายุ 20 กลาง ๆ ผมเริ่มต้นชีวิตช้ากว่าคนอื่น เพราะผมเป็นนักมวยไทย ชกตามเวทีลุมพินี ราชดำเนินจนถึงอายุ 25 ปี เลิกชกมวยไม่เหลือเงินสักบาท เงินก้อนสุดท้ายหัวหน้าค่ายมวยก็ไม่ให้... ผมตัดสินใจเลิกมวยตอนอายุ 25 ปี กับความรู้ มัธยมปลาย กศน. เกรดเฉลี่ย 1.87 ผมไม่รู้จะทำอะไรดี จะมีบริษัทไหนจะจ้างผมเข้าทำงานมั๊ยเกรดแบบนี้... พอดีมีนักมวยรุ่นน้อง ไปได้งานทำที่บิ๊กซี ผมเลยไปสมัครบ้าง...โชคดีเหลือเกินผมได้งานกับเกรด ห่วยแตกนั้น... เงินเดือน 4,900 ไม่มีโอที...เป็นพนักงานซัพ ฯ ทดลองงาน 6 เดือน... มันจะไหวมั๊ย กับเงินเดือนนี้....แล้วอนาคตล่ะจะเป็นยังไง.... ผมอยากเรียนต่อ ปวส. จะได้มีเงินเดือนสูง ๆ ... แต่จะไปเรียนที่ไหนได้ อายุ 25 แล้ว... แก่กว่าครู ซะอีก... แต่ถ้าไม่หาที่เรียน อนาคต...ชีวิต คงได้เป็นภารโรงแน่... ผมคิดการใหญ่ จะเรียนทั้งทีก็ต้องโรงเรียนมีชื่อเสียงหน่อย... แต่อนิจจา...สาขาวิชาไหนก็เรียนไม่ได้ วิชาช่าง วิชาวิทยาศาสตร์ไม่มีพื้น เรียนได้แค่พานิชย์...โอ้ว...พระเจ้าสามขา...จะเรียนดีมั๊ยวะ... จบมาคงอายุ 28 เป็น ปวส จบใหม่...สายพานิชย์... แล้วกูจะไปหางานทำที่ไหนวะเนี๊ย....??? อนาคตยังไม่รู้ แต่ถ้ากูไม่เรียน กูก็ต้องเป็นภารโรง...!!! ไม่สนละ กูจะเรียน... ผมสมัครเรียนทันที กับโรงเรียนพานิชย์ที่ดังที่สุดในจังหวัด ในสมัยนั้น... ค่าเทอม 14,000 ไม่รวมค่า โน่น นี่ นั่น.............. ทำไงได้ ก็ชีวิตมันห่วยแตกมาแล้ว... ต้องแก้ทีละเปราะ... เงินเดือนแค่นี้ 4,900 x 3 = 14,700 ค่าเทอมยังเกือบไม่พอ... ต้องหาวิธีประหยัด ...แบบ พ่อเรียกปู่... ผมต้องทำ..................................ถ้าไม่ทำ....ภารโรง..... ผมประหยัดโดย ซื้อถั่วลิสงสด มาทอดเอง โลละ 36 บาท เดือนละ 2 โล ประมาณ 72 บาท ใส่เกลือบ้าง น้ำตาลบ้าง คลุกกับข้าวสวยกินได้ 1 เดือน... ต้นทุนประมาณ 80 บาท ประหยัดแบบ...ให้นรก!!!อายไปเลย... ---- เงินเดือนทั้งหมดผมใช้เป็นทุนเรียนต่อปวส... ตอนนั้นทำงานที่บิ๊กซี เงินเดือน 4,900 ไม่มีโอ เลิกงานจากบิ๊กซี ตอนบ่าย 3 กลับห้องเช่ากินข้าวกับถั่วลิสงทอดทุกวัน...อิ่มแล้วออกไปขับรถวินมอไซต์ถึง 6 โมงเย็น...ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ยังดี... 6 โมงเย็นไปเรียน ปวส.ภาคค่ำ เรียนถึง 4 ทุ่ม กลับห้องทำการบ้าน ทำรายงาน นอนตอนเที่ยงคืน ตื่นตีห้าไปทำงาน.... ผมอดทนเรียนปวส. 2 ปีครึ่ง ตั้งใจเรียนแบบไม่กระพริบตา ตามติดครูเป็นเงา...เหมือนเหาติดหัวครู... มีปัญหา ถาม ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็ถาม จนครูเบื่อ.... เห็นหน้าผม...ครูจะเป็นลม...เมิงจะถามอะไรนักหนา... ก็ผมโง่นี่ครับ.... ครูคงคิด แก่แล้วยังโง่อีก...(ครูจบใหม่ อายุ 22-23 เอง สวย ๆ หล่อ ๆ ทั้งนั้น) ความยากจน ความลำบาก เป็นอุปสรรคของทุกเรื่อง.... มีครั้งหนึ่ง น้องวิ...พีซีแล็ตตาซอย...ผมชอบเธอ...เธอสวย น่ารัก สวยระดับเคยประกวดนางงามลอยกระทง และนางงามนพมาศ เธอมาทำงานที่ห้างบิ๊กซีทุกวันอังคาร และพฤหัส...ผมแอบมองเธอมานาน หลายเดือน ไม่กล้าคุย... ถึงแม้จะทำงานแผนกเกี่ยวข้องกันคือ เครื่องดื่ม ผมก็ไม่กล้า... รูปชั่ว ตัวดำ ความรู้ต่ำ แถมฟรี...จนแทบไม่มีจะกิน... ใครไปจะสน.... แต่ความดี ทำให้เราได้คุยกัน สนิทสนมกัน...รู้จักกันมากขึ้น... เริ่มกินข้าวพักเที่ยงพร้อมกัน เริ่มสั่งข้าวในห้องพักพนักงานให้กันและกันกิน... เริ่มนัดกันไปเที่ยวหลังเลิกงาน... หัวใจผมลิงโลด ตื่นเต้นดีใจ...เรากำลังจะได้น้องวิ เป็นแฟนหรือนี่... น้องวิ คนสวย ใคร ๆ ก็อยากได้เป็นแฟน...เรากำลังจะรักกันใช่มั๊ย... วันหนึ่งหลังเลิกงาน ...น้องวิ ซื้อชุดใหม่มา เธอเรียกให้ไปดูชุดที่ห้องของเธอ... เธออวดชุดสวย ด้วยจริตของผู้หญิง ดูน่ารักยิ่งนัก เราคุยกันสนิทสนม...ชุดเธอน่ารักมาก...เธอใส่ให้ดู แล้วบอกว่าคราวหน้าไปตลาด จะซื้อให้พี่นะ... แล้วน้องวิ ก็บอกอีกว่า...วันนี้ วิทำปลานึ่ง พี่อยู่กินด้วยกันนะ... ????.... ผมรู้เลยว่า...ผมได้ครองหัวใจของน้องวิแล้ว.... ผมดีใจ...จนพูดไม่ออก.... ผมอยากกอดเธอ อยากหอมเธอ ให้สมกับที่ผมหลงรักเธอมานาน... แต่เวลานั้น ผมกลับเสียใจมากเสียยิ่งกว่า มันเกินที่จะหาคำมาบรรยายความเสียใจนี้ได้... เพราะความจน...ผมจะดูแลเธอยังไง... ......... ... นี่ก็สายมากแล้ว...ผมต้องกลับไปห้องเช่า...ไปกินถั่วทอด.... ไปวิ่งมอร์ไซค์ .... ไปเรียน.... ผมจะยอมทนเห็นคนที่ผมรัก กินข้าวกับถั่วทอด ประหยัด ปู่เรียกพ่อ กับผมได้อย่างไร...??? ผมยิ้ม และร้องไห้ในแววตาของผม... ผมขอตัวน้องวิ กลับอย่างกระทันหัน...โดยไม่บอกเหตุผลกับเธอ... กลับมาห้อง...ผมนั่งกินถั่วทอด คลุกกับข้าว...และน้ำตา... ผมร้องไห้ จนถึง 6 โมงเย็น...... แล้วก็ไปเรียนต่อ... ตั้งแต่นั้นผมทำตัวก็ห่างเหินเธอ.... ผมรักเธอ...แต่ผมไม่อยากให้เธอลำบากกับผม...ชีวิตผมมันสุโค่ย ยอดติ่งของความห่วยแตก... ................... แต่............ใครเล่าจะอดทนเห็นคนรักทุกข์ใจ งอน เสียใจ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ผิดได้ลงคอ... เธอคงอึดอัด....วันหนึ่งเธอเข้ามาถามว่า พี่เป็นอะไร หายเงียบไป เป็นอะไร... นัยตาเธอเริ่มแดง...ผมสงสารเธอมาก... ผมบอกความจริงเธอว่า..."พี่ต้องไปเรียน 6 โมงเย็น" แต่ผมไม่กล้าบอกว่า ผมมันจน ผมไม่มีจะ-...ผมกั๊กไว้... ไม่รู้กั๊กไว้ทำไม...ทำเป็นเท่...ทำเป็นไม่มีปัญหาอะไร... โถ่...ไอ้ควาย... น้องวิ ยิ้มดีใจ ... รอยยิ้มของเธอน่ารักยิ่งนัก... "นึกว่ารีบกลับไปหาเมีย" พูดพร้อมเอากำปั้นดันแขนผมกับยิ้มอาย ๆ ......น่ารักเหลือเกิน.... "ไป ๆ ทำงานได้แล้ว" ...แล้วเธอก็ไล่ผมไปทำงานแก้เก้อ ซะงั้น... แต่ความจริง ก็คือความจริง... ผมคบน้องวิ แบบ ค่อย ๆ ถอยห่าง ... ผมมักบอกน้องวิว่า ทำไมน้องไม่เรียนต่อ ... หน้าตาก็ดี ... โหงวเฮ้งก็ดี...อย่าทำงานอย่างนี้ไปตลอดชีวิตเลย... ผมพูดแบบนี้กับน้องวิ บ่อย ๆ เจตนาก็อยากให้น้องได้ดี มีอนาคต เพราะครอบครัวพ่อแม่ของน้องวิ ไม่ใช่คนลำบากอย่างผม พ่อแม่เธอ คนชลบุรี มีที่ทางเยอะ...ฐานะดี... น้องวิก็ฟัง จ้า ๆ ๆ ไปวัน ๆ ... แต่คำพูดเหล่านี้ มันเหมือนพี่ชาย สอนน้องมากกว่า.... และมันก็ค่อย ๆ ห่างไป เพราะผมไม่ได้เติมเชื้อเพลิงความรักให้เธอเลย... เติมให้แต่ความเคลียด... สำหรับเธอ...ฟังดูเหมือนผลักไส เธอไปทุกวัน ๆ มากกว่า... ผมจน...ผมโง่...แล้วผมก็ยังทำร้ายหัวใจตัวเอง.... จะมีใครบัดซบ เท่าผมกับอีก.... ผมไม่รู้ว่า ตัวเองทำถูกหรือป่าว... แต่เราก็เลิกกันในที่สุด และผมก็ยังคงเรียนต่อจนจบ ผมจบด้วยเกรดสูงที่สุดในห้อง... หางานทำใหม่ ได้เงินเดือนบวกสวัสดิการ ประมาณ 10,700 ดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็วิ่งมอร์ไซต์รับจ้างเหมือนเดิมตอนหยุดวันเสาร์ อาทิตย์ .... ผมมองอนาคตที่เงินเดือนแค่นี้ไม่มีทางพอกิน... มีผู้หญิงที่รัก ก็ไม่กล้า เพราะผมมันจนเกินกว่าใครจะรับได้... ผมเรียนเก่ง ตั้งใจเรียน สาว ๆ ชอบ...แต่พอคบเป็นแฟน ทุกคนเลิกหมด เพราะผมมันจน.... หรือถ้าไม่มีใครเลิก ผมก็สงสารเธอกว่าจะยอมให้เป็นแฟนจน ๆ อย่างผมได้... เหมือนอย่างน้องวิ.... ผมทำงานอยู่ 1 ปี สมัครเรียนต่อ เสาร์ อาทิตย์ ในราชภัฏแห่งหนึ่ง... ความฝันผมอยากเป็นผู้จัดการให้ได้ เงินเดือนเยอะ ๆ ....คนที่ไม่เจียมกะลาหัว ไม่สนใจกำพืดตัวเอง...อยากเป็นผู้จัดการ.... ใครจะว่า ดูถูกยังไงผมไม่สน...ผมตั้งใจเรียน ตั้งใจประหยัดอีกครั้ง ครั้งนี้ดีหน่อย ไม่ต้องกินถั่วทอดทั้งเดือนเหมือนเมื่อก่อน เพราะเงินเดือนมากขึ้นนิดหน่อย ค่าเทอมก็ไม่แพงเท่าโรงเรียนเอกชนระดับ ปวส....แต่ก็ต้องประหยัด เพราะกิจกรรมเยอะ รายงานเยอะ... ผมอดทนเรียน 2 ปีกว่า จบปริญญาเกียรติ นิยมอันดับ 2 ... ออกหาสมัครงานใหม่ คราวนี้ผมมีปริญญา....สมัครตำแหน่ง ซุปเปอร์ไวเซอร์เลย.... ความพยายาม + ประสบการณ์ และที่สำคัญ ภาษาอังกฤษที่เรียนเอง ท่องเอง อ่านเอง...มันได้ผล... ผมรับเงินเดือนเกือบ 3 หมื่น...ผ่านมา 5 ปีกว่า ผมเป็นผู้จัดการแล้ว...เงินเดือนเกือบแสน... มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก มีภรรยาที่ไม่สวย (ไม่ได้ใกล้เคียงน้องวิเล้ย) แต่นิสัยดี จิตใจดี ... มีเงินตอบแทนค่าน้ำนมแม่... ชีวิตมันก็สุโค่ยแบบนี้สำหรับคนมาจากศูนย์ แต่ถ้าคุณขยัน อดทน สู้ และไม่ท้อ ต่อโชคชะตาชีวิต จงฝัน...และทำความฝันนั้นให้เป็นจริง ... ด้วยตัวคุณเอง แล้ว....สักวันคุณจะสำเร็จแน่นอน... ติดตามอ่านบทความที่เป็นประโยชน์กับชีวิตได้ที่ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=easylife2change2rich และ //easylifeeasyricheasychange1.blogspot.com/ ชีวิตลิขิตเอง
ชีวิตของคนเราเป็นไปตามโชคชะตากำหนด...??? วันหนึ่ง...ในชีวิต...สำหรับบางคนอาจผ่านมาแล้ว... แต่เชื่อเถอะว่า...สักวันคุณจะถามกับตัวเองว่า... โชคชะตากำหนดให้เรามาตรงนี้หรือ...??? ความจริงแล้วชีวิตคนเราในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเช่นนั้น... แต่อิสระภาพในชีวิตของคน...ในอดีต... ในอดีตมนุษย์ติดบ่วงของการเกิดเป็นทาสไม่กล้าไปไหน... ปัจจุบันมนุษย์ติดบ่วงของสภาพการเงิน...ที่หาทางออกอื่นไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะมนุษย์ยุคไหน...แต่ละคนย่อมมีทางเลือกของตัวเองเสมอ... ถ้ามีใครที่บอกคนอื่นว่า ตัวเองไม่มีทางเลือกนั้น .... เมื่อมองดูสัญลักษณ์แห่งโชคชะตาจากไพ่ยิปซี เมื่อเราพอใจ เชื่อในสิ่งที่ปิศาจมันบอก... ความสบาย ความสุข...มาครู่เดียว... แต่ถ้าเรามีจิตใจที่มั่นคงเด็ดขาด... เห็นสิงโต... ที่อยู่บนวงล้อไหม... ไม่มีใคร...หรือปิศาจตนใด มากำหนดชีวิตคุณ... ทำวันนี้ให้ดี จะมีบางอย่างที่ดีรอเราอยู่ในวันข้างหน้า
คุณพร้อมจะเปลี่ยนชีวิตหรือยัง ติดตามอ่านความรู้ เพิ่มคุณภาพให้กับชีวิตที่
รู้ทัน AEC
ด่วน!! กับดักยุคศิวิไลซ์ ท้องฟ้าสีเหลืองอร่าม สว่างไสวเบื้องหน้า ดูวิจิตรตระการตาสวยงาม บุคคลผู้ไม่รู้ เฝ้ามองด้วยความตื่นตาตื่นใจและชื่นชมว่า... เป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่ง... พลางรู้สึกภาคภูมิใจกับตัวเอง ที่มีโอกาสได้เห็น
แต่ทว่า บุคคลผู้ที่รู้...ย่อมตระหนักได้ว่า นั่นคือ สัญญาณแห่ง มหันตภัย!!...จากพายุ!!
----
เราเคยได้ยินว่า...เรากำลังก้าวสู่ยุคศิวิไลซ์... นั่นเป็นคำทำนายจากหลาย ๆ คน หลาย ๆ สำนัก ถึงความเป็นอยู่ในอนาคตของพวกเรา ชาวสยามประเทศ เรื่องจริง...เราอาจไม่รู้ว่ายุคศิวิไลซ์จะมีจริง หรือ จะมาถึงจริงหรือไม่ เพราะถ้าพิจารณาอย่างถ่องแท้ จะเห็นว่า ทุกปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ในยุคสมัยนี้ หันไปทางไหนก็แหล่งกำเนิดความทุกข์ทั้งสิ้น ชื่อเสียง...สุขภาพ...หนี้สิน...หน้าที่การงาน...ครอบครัว...การเมือง ฯลฯ ยุคที่เงินเป็นพระเจ้า!!!...มันผลักดันให้ชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้... ปากกัด.....ตีนถีบ...หยิกผม...ดมรักแร้...ทำมันหมดทุกอย่าง... ถึงกระนั้นหลาย ๆ คนก็ยังรู้สึกว่า... ชีวิตและอนาคต ค่อย ๆ จมลง ๆ ๆ ในทรายดูดที่มีแรงขมิบอันมหาศาล ปานจะกลืนกินทั้งชีวิต ให้มืดมิดหมดหนทาง...
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของรัฐบาล ที่ต้องการช่วยประชาชนให้อยู่ดีกินดีมากขึ้น คือการร่วมทำสัญญาประชาคมอาเซียน กับกลุ่มประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นต่อมเศรษฐกิจขนาดใหญ่...
ความหวังที่มอบให้คนไทยและประเทศ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีฐานะการเงินอันมั่นคงสมบูรณ์...พัฒนาไปสู่อาริยะสังคม...
แดนศิวิไลซ์ถูกจุดประกายแล้วที่ปลายอุโมงค์นั้น
ประชาคมอาเซียน
การร่วมมือผนึกกำลังกับอีก 9 ประเทศในภาคพื้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันจะต้องยิ่งใหญ่ล้นฟ้ามหาแผ่นดิน... มันจะฉุดดึงทั้ง 10 ประเทศ ให้ก้าวกระโดดสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก... เป็นดาวเจิดจรัสทัดเทียมกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในโลกยุคปัจจุบัน... อย่างอเมริกาและยุโรป...
ดูดีและสวยงามจริง ๆ ...ราวกับผู้ชนะเลิศนางงาม...ที่คว้าเอาขวัญใจช่างภาพไปครองอีกรางวัล?? สัญญาประชาคมอาเซียน มีต้นแบบความสำเร็จ จากการร่วมมือทางการค้าของสหภาพยุโรป ที่ร่วมมือกันเปิดเสรีการค้า เสรีการจ้างงาน และอื่น ๆ จนทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปดูแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างฉับพลันทันที... แค่วันแรกของการเปิดการค้า...ค่าเงินยูโรก็ทำความขายหน้าให้ค่าเงินดอลล่าร์เสียแล้ว... เพราะค่าตัวของเงินยูโรมีค่าสูงกว่าค่าเงินดอลล่าร์ตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย... จวบจนทุกวันนี้...
ประชาคมอาเซียนกำลังจะเจริญรอยตาม...
ความสวยงามทางเศรษฐกิจเหมือนสหภาพยุโรป...อย่างนั้นหรือ???
มโนภาพที่คาดหวัง...วิมานความสำเร็จที่สวยหรู มันจะต้องเป็นอย่างนี้แน่นอน ใช่มั๊ย...???
กับระยะเวลาอีกไม่ถึงปีนี้ หลายคนเฝ้ารอให้ถึงวันนั้น....
แต่...หลาย ๆ คนอาจลืมคิดไปว่า...ทุก ๆ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นบนโลก
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ดี ทุก ๆ การสร้าง ล้วนเริ่มต้นจากการทำลายทั้งสิ้น
การสร้างบ้านหลังใหม่ ==> ต้องทุบบ้านหลังเก่าทิ้ง
การสร้างถนนคอนกรีต ==> ก็ต้อง ขุด เจาะ ไถ ถนนเก่าทิ้ง
การสร้างความสำเร็จ ==> ต้องแลกด้วยความบ้าและอุตสาหะ..
การเข้าสู่เสรีการค้าประชาคมอาเซียนก็เช่นกัน...ศิวิไลซ์ไม่ได้มาง่าย ๆ...
เมื่อมนุษย์หลายร้อยล้านคน จะต้องปรับตัว เข้าสู่วิถีทางแห่งประชาคมอาเซียนพร้อม ๆ กัน
มีไม่กี่คนที่รู้ถึงผลกระทบด้านลบของ AEC
พลังด้านลบของ AEC มันเหมือน มหาพายุ ที่ รุนแรง
และพร้อมทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง...ที่ขวางหน้า...
คนที่ไม่รู้...คนที่ไม่พร้อม!!...คือคนที่ต้องรับหายนะไปเต็ม ๆ!!! กับพลังทำลายของ AEC
โดยเฉพาะประชาชนระดับกลางและระดับล่าง
ซึ่งเป็นประชากร 95%!!! ของประเทศไทย...
ติดตามอ่านต่อเร็ว ๆ นี้
ชีวิตดี ๆ เริ่มต้นที่นี่....เรียนรู้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
คุณค่าอยู่ที่ขนาด ....ใช่หรือไม่ ??? ถ้าใช่.... ทำไมต้นไม้ใหญ่บางต้น มีค่าน้อยกว่า "บอนไซ" ต้นเล็ก ๆ ทำไมราคาถึงต่างกันลิบลับ... หรือเพราะ ของเล็ก ๆ มันมีคุณค่ากว่า หรือ มันสวยกว่า ??? หรือเรามองผิดไป... บางทีเราอาจมองได้ 2 มุม คือ 1. คุณค่าทางกายภาพ (ขนาด) 2. คุณค่าทางจิตใจ แต่ไม่ว่าจะทางไหน... "คน" เป็นผู้ตัดสิน คุณค่าของมันเสมอ... เพราะ "คน" คือผู้ที่รับผลประโยชน์จากมัน... แม้บางครั้ง สิ่งของบางอย่างใหญ่โตมโหฬาร...และโคตรมีค่า กับคนบางคน... แต่กับบางคนที่ไม่ได้ประโยชน์ กลับคิดว่า "นั่นมันไร้ค่า" และถ้ามันไร้ค่า ในความคิดของเขา... เขาก็พร้อมจะทำลายมันอย่างง่ายดาย... ความเป็นอยู่ของมนุษย์ ในสังคมทุกวันนี้... คบกับที่ "ค่าของคน" เชื่อหรือไม่... "นายจ้าง" รับเราเข้าทำงาน เพราะเรามีค่ากับงานของเขา "ครู" สอนเราในโรงเรียน เพราะมันเป็นงานของเขา...เราจึงมีค่า "หนุ่ม+สาว" คบกันเพราะ........................ มีคุณค่าต่อกัน พ่อแม่เลี้ยงดูเราเพราะ.............................เรามีคุณค่าต่อความรู้สึกของพ่อแม่ แล้ววันใดวันหนึ่ง.... ถ้าเราหมดค่า จากงานที่ทำล่ะ...... นายจ้างจะยังจ้างเราไหม ??? ถ้าเราไม่มีค่าพอที่จะเรียนต่อล่ะ....โรงเรียน ครู ยังจะให้เราเรียนอยู่ไหม ???? ถ้าคนรักของเรามองว่า แค่ความรักมันกินไม่ได้ล่ะ... เราจะยังมีค่าสำหรับเขาอยู่ไหม???? ถ้าเราเกเร ขี้เหล้า เมายา...เราจะยังมีคุณค่าต่อ เล็กหรือใหญ่ จึงไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงที่เรามองเห็น.... ไม้ขีดก้านเล็ก ๆ เผาเมืองได้ฉันใด.... ความยิ่งใหญ่ของคนจึงไม่ใช่ขนาดของร่างกาย...ไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่การงาน..ฉันนั้น แต่ความยิ่งใหญ่ของคน ของคุณ...ของผม...ขึ้นอยู่กับความคิด...และจิตใจ หากความคิด และจิตใจ ของคุณมีคุณค่ากับคนจำนวนมาก... คุณก็จะยิ่งใหญ่และร่ำรวย... แต่ถ้าความคิดและจิตใจของคุณ ไม่ได้คิดทำเพื่อ ใครคนใด...เลย... สิ่งที่คุณมีอยู่ก็จะค่อย ๆ หมดไป...และสุดท้ายคุณจะไม่เหลือใคร... เพราะคุณไม่มีคุณค่าต่อเค้าไงล่ะ... มาเถอะ...พี่น้องทั้งหลาย... มาร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับชีวิตของตัวเอง.... ด้วยการสร้างตัวเองให้มีคุณค่า เพื่อผู้อื่น... |
Plasure
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() Link |












ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [