อุจจาระพิสูจน์หมา เงินตราพิสูจน์คน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
16 กันยายน 2549
 
All Blogs
 

ปฐมบทแรก

...ผมเริ่มหัดมวยครั้งแรกเพราะทนต่อการถูกกลั่นแกล้งรังแกไม่ไหว สมัยนั้นผมกับไอ้ดำเราตัวเท่าๆกัน แต่ดันเล็กกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียว จึงมักโดนกลั่นแกล้งจากพวกเด็กโข่งอยู่บ่อยๆ “ เราต้องทำอะไรซักอย่าง “ ดำเอ่ยกับผมในตอนเย็นหลังเลิกเรียน “ มึงจะสู้พวกนั้น “ ผมคาดการณ์ “ เปล่า กูว่าเราต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัว “ ดำเฉลย แต่ทำให้ผมมึนงงหนักกว่าเดิมพาลนึกเลยเถิดไปถึง ปืนผา หน้าไม้ แส้ เครื่องช็อตไฟฟ้า สเปรย์พริกไทย “ กูจะไปหัดชกมวย เพื่อให้พวกมันยำเกรงศักดิ์ศรี “ ดำชี้ช่องทาง “ เฮ้ย....ไม่ได้กูเป็นคนกลัวเลือด เกิดชกคู่ต่อสู้เลือดอาบ
แต่ตัวเองกลับต้องมาเป็นลมล้มพับเพราะเห็นเลือดไม่ได้จะอายเค้า “ ผมแย้ง ดำพยักคอหงึกๆ แล้วหันมามองผมด้วยท่าทีสมเพช หลังจากตกลงกันโดยได้ฉันทามติเรียบร้อย ผมกับดำก็ทดลองซ้อมมวยจนต้นกล้วยละแวกบ้านหมดไปหลายป่า ก็ค้นพบว่าเราสองคนมีความเก่งกาจ สามารถโยกหลบต้นกล้วยไม่ให้ต่อยสวนกลับมาได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว จึงเดินเข้าไปในค่ายมวยแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ “ มาทำอะไรว่ะ ไอ้หนู “ ผู้ชายหุ่นน้องๆตัวคุมปีกในอเมริกันฟุตบอลถามผมสองคน “ จะมาฝึกซ้อมมวยไทยครับ “ ดำบอกเจตนา “ เคยต่อยมวยมาก่อนหรือไหม “ แกถามพร้อมเบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่ใส่ใจ “ ยังไม่เคยครับ เคยแต่ซ้อมต้นกล้วย กับโดนเพื่อนซ้อม” ผมโชว์แสนยานุภาพของตัวเอง “ ถ้างั้นเดือนหน้ามีมวยขาดพอดี พวกเอ็งสองคนขึ้นชกได้เลย ตอนเช้าเริ่มซ้อมตอนหกโมงครึ่ง ตอนเย็นเริ่มสี่โมงครึ่ง ชกลมสามสิบนาที ซ้อมปล้ำสามสิบนาที ซ้อมกระสอบสามสิบนาที
ลงนวมวันเว้นวันครั้งละสามยก เตะเป้าวันละห้ายก “ พี่แกเล่าแจ้งแถลงไขให้ผมฟังถึงขั้นตอนหฤโหดสุดของชีวิตนักมวย
ผมเริ่มซ้อมมวยกับดำตามโปรแกรม โดยวันแรกเราต้องหัดเตะให้ได้ตามแบบอย่างคือการเตะแบบพับแข้ง เล่นเอาผมแทบจะเป็นฤษีดัดตน เพราะมันยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ ถัดจากการเตะก็มาถึงเรื่องมือที่จะต้องปิดไว้ที่กกหูเสมอยามเตะ กว่าจะได้ตรงตามสเต็ปเล่นเอาเป็นอาทิตย์ การซ้อมปล้ำ การเล่นเชิง เหลี่ยมหัก
ก็ต้องทำให้ได้ ยิ่งลงนวมยิ่งแล้วใหญ่ ผมถูกจับให้ลงนวมกับดำ จนมาระยะหลังถูกแยกคู่ เพราะเราถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกันมากจนเกินควร ผมถูกจับให้ต่อยกับนักมวยรุ่นพี่ในค่ายที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าผมประมาณ 5กก. ผลคือน่วมครับ ไม่ใช่เค้าแต่เป็นผม ส่วนชะตากรรมของดำก็ไม่ต่าง เจอมวยสร้างของค่ายบอบช้ำไม่แพ้ผม
แต่เราทั้งสองก็เริ่มจะได้รับการยอมรับจากหัวหน้าค่ายและครูมวย ในน้ำอดน้ำทน และความขยัน
“ คืนนี้พวกเอ็งสองคนไปกับพี่ จะพาไปดูมวยในตัวจังหวัด มีนักมวยเอกของค่ายเราขึ้นชกด้วย” พี่ชัยผู้ควบคุมดูแลการฝึกซ้อมของนักมวยในค่ายบอกผมในตอนเย็น ผมหันมายิ้มกับดำพร้อมแววตาที่ส่องประกาย วาดหวังถึงค่ำคืนทื่จะมาถึง
เราเข้ามาในสนามมวยด้วยสิทธิพิเศษตามที่นั่งที่ผู้จัดฯตกลงกับทางค่าย เวทีใหญ่อลังการมาก แสงสว่างของหลอดไฟกลางเวทีสร้างความสว่างไสว เด่นชัด จนทำให้นึกไปว่า ใครก็ตามที่ขึ้นไปยืนอยู่บนนั้นเปรียบเสมือนวีรบุรุษ เวทีมวยแถบบ้านนอก บริเวณรอบๆเวทีด้านล่างออกไปติดขอบผ้ายางที่กั้นพื้นที่จะถูกจับจองจากบรรดานักมวยที่จะขึ้นชกเพื่อทำการนวดน้ำมัน และวอร์มก่อนขึ้นเวทีจริง ผมกับดำเตร็ดเตร่โดยการไปดูนักมวยเหล่านั้นก่อนขึ้นเวที การเรียงลำดับในการขึ้นชกจะมีมวยคู่ก่อนเวลา มวยคู่ที่1................จนถึงคู่เอกเป็นการปิดท้ายรายการ มวยคู่แรกเริ่มชก เสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวก ชี้ไม้ชี้มือกันพัลวัน มวยต่อยกันจนมาถึงคู่เอกที่มีนักมวยในค่ายทีผมกับดำร่วมซ้อม มีการวางเงินเดิมพันถึงหนึ่งพันบาท ( สมัยนั้นถือว่าเยอะ ) มวยคู่นี้จบเร็วกว่าที่คิดไว้ มีกรรมการคว้าไมค์พูดว่าฝ่ายแดงชกไม่สมศักดิ์ศรี พี่ชัยที่เป็นพี่เลี้ยงตบกบาลนักมวยของค่ายที่ถูกไล่ลง เสียงโห่ ไล่ตามหลัง “ มันบวชแน่นอน “ เสียงคนดูพูดอย่างหนาหูซึ่งผมไม่รู้เหมือนกันว่าหมายถึงอะไร ???
ย้อนกลับมาถึงเรื่องที่โรงเรียน หลังจากที่ผมแพร่ข่าวเรื่องการซ้อมมวยให้เป็นที่โจษจัณฑ์ พวกอัธพาลในคราบนักเรียนก็ไม่มีใครกล้าคิดแหยมกับผมและดำอีก แถมผลพลอยได้อีกอย่างคือสาวๆเริ่มจะหันมามองผมกับดำมากขึ้น ทั้งๆที่เมื่อก่อนแม้แต่หางตาหล่อนก็ไม่เคยเหลือบแล
และแล้ววันขึ้นชกจริงก็มาถึง ผมต่อยเป็นคู่ก่อนเวลาคู่แรก ส่วนดำต่อยในคู่ที่สอง พวกเรามาถึงสนามมวยตอนทุ่มครึ่ง ผมกับดำถูกจับรีดน้ำมันและพันมือโดยใช้ผ้าเหลืองที่ขอมาจากหลวงพี่คนหนึ่งที่โดนจับสึกเพราะข้อหามั่วกับสีกา นัยว่าน่าจะขลังเป็นพิเศษ ใจผมเต้นตึกตั๊ก มันระรัวจนจับจังหวะแทบไม่ได้
“ ยกแรกให้ดูท่าทีไปก่อน ฝ่ายโน้นเค้าเคยต่อยมาแล้วสามครั้ง เรายังไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวระหว่างพักยกพี่จะบอกอีกที “ พี่ชัยกระซิบบอกผม วินาทีที่รอคอยมาเกือบทั้งชีวิตก็มาถึงผมใส่กางเกงมวยสีขาวซึ่งหยิบยืมจากนักมวยในค่ายมา มีแองเกิ้ลสีดำสวมที่เท้า ผมก้าวขึ้นเวทีอย่างมาดมั่น คู่ชกไปรออยู่ก่อนแล้ว เสียงเพลงดังแว่ว ผมไม่รอช้ารีบรูดเชือกเพื่อไหว้ครูทันที ทุกคนลุกยืนขึ้นตะลึงงันในความสง่างามของผม ผมรูดเชือกไปได้เกือบครึ่งก็มีเสียงตะโกนบอก “ ไม่ใช่ไหว้ครูโว๊ย.....นั่นมันเพลงสรรเสริญฯ “ เพล้งๆ ผมผิดพลาดมหันต์ เนื่องจากต่อยเป็นคู่แรกจึงมีการเปิดเพลงสรรเสริญฯเพื่อทุกคนยืนตรงถวายความเคารพ ผมแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมใส่เกียร์ถอยหลังกลับไปยังมุมเดิมของตัวเอง การต่อสู้บนผืนผ้าใบครั้งแรกในชีวิตของผมเริ่มต้นอย่างทุลักทุเล
ยกหนึ่งและสองรวมกัน ผมโดนทักทายโดยการเตะบริเวณขาและย้ำตรงจุดนั้นอยู่เรื่อยๆ ผมเริ่มรู้สึกเจ็บ ระหว่างพักยกพี่ชัยบอกให้อยู่ติดๆ และหันมาใช้เข่า ยกสามผมโดนเตะขาที่เดิม พอจะเข้าตีเข่าก็เจอหมัดสวนเข้าอย่างจังจนเลือดกำเดาแตก นั่นงัย เอาแล้วซิ เลือดสิ่งเดียวในชีวิตที่ผมเห็นแล้วอยากจะเป็นลมล้มพับ หูตามันอื้อไปหมด
แต่ยังแข็งใจทน ระหว่างพักยกพี่ชัยถามว่า”ไหวไหม ยกนี้เอ็งต้องจับเข้าให้ติด จำไว้เลือดมันสีแดง แตงโมก็สีแดง
แบ็งค์ร้อยก็สีแดง เลือกเอาอยากอะไรกับชีวิต “ เริ่มยกสี่ผมเดินหน้าแบบวัวกระทิงแทงเข่าสะเปะสะปะ คู่ชกเริ่มถอยหลังกรูด เสียงเชียร์ในฐานะมวยรอง เริ่มดังกระหึ่ม ฉับพลันวินาทีทองของผมก็มาถึง เมื่อได้จังหวะกระชากคอพร้อมหักเหลี่ยม แทงเข่าเข้าหน้าท้องคู่ชกอย่างจัง จนถึงกับร่วงผลอย ให้กรรมการนับแปด ผมได้ทีรุกไล่ สืบเท้าเข้าหาอย่างไม่ลดละ เลือดกำเดาเริ่มหยุดไหล มีแต่แรงใจจากด้านล่างที่ส่งเสียงเชียร์ ผล็อก เสียงดังสนั่นพร้อมๆกับสติสัมปัญชัญญะของผมที่วูบหายไป มารู้สึกตัวอีกทีที่ศาลาวัด พี่ชัยบอกถ้ายังไม่ฟื้นเค้าจะหาบเข้าเมรุให้รู้แล้วรู้รอด ( เวทีมวยตั้งอยู่ในงานวัด ) ผมแพ้น็อคในยกที่สี่นี่เอง ส่วนดำชนะน็อคคู่ต่อสู้ ผมไม่เสียใจกับความพ่ายแพ้ในครั้งแรก มันกลายเป็นบทเรียนให้รู้ถึงรสชาติของชีวิต และนี่คือปฐมบทแรกของการก้าวเข้าสู่เวทีผืนผ้าใบ




 

Create Date : 16 กันยายน 2549
12 comments
Last Update : 19 เมษายน 2556 15:26:41 น.
Counter : 2396 Pageviews.

 

เยี่ยมค่ะ

 

โดย: alinta IP: 203.151.140.118 19 กันยายน 2549 22:04:44 น.  

 

ดีครับเเม้ครั้งเเรกจะเเพ้แต่ครั้งต่อไปก็ทำให้ดียิ่งขึ้น

 

โดย: พิสุทธิ์ IP: 125.27.142.222 5 กันยายน 2552 10:46:14 น.  

 

ผมอยากเป็นนักมวย ทำไงบ้าง

 

โดย: ฟลุ๊ค IP: 58.11.37.16 2 มกราคม 2554 22:20:23 น.  

 

ไงสหาย จำผมได้บ่..สมัยหนึ่งเรา3คนคือลี้ถ้าฮวย นายและผม ไปนั่งกินลาบ/น้ำตก/ต้มยำใส้หมู แถวๆไอร์แลนด์ แล้วไปมีตติ้งต่อที่13เหรียญกับยี่หร่า

082-0662819

 

โดย: ปวดตับจริงๆ IP: 124.121.110.118 25 เมษายน 2555 12:59:32 น.  

 

สวัสดีจ่ะพ่อเดช หลานรักสุดหล่อของป้าหู้

จำได้ซีจ๊ะ ดีใจที่หลานยังไม่ลืมป้านะจ๊ะ ระยะนี้ป้าไม่ค่อยได้เข้าblogอ่ะจ่ะ

เพราะถ้าไม่ไปป้วนเปี้ยนที่facebook ป้าก็จะ ไปป้วนเปี้ยนที่เวป ลุงหมอสวนโพธิ์ละจ่ะ

พักนี้ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษหน่อย เพราะก่อนหน้านี้ สุขภาพไม่ไหวเลย

พ่อเดชสบายดีนะจ๊ะ ว่างก็ไปเจอป้าได้น้าที่fb.อ่ะจ่ะ...พิมพ์ว่าpornkamol chooyord

 

โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) 28 กันยายน 2555 23:59:59 น.  

 

เขียนได้น่าติดตามดีครับ

ตกลง ไปบวช คืออะไรครับ --"

 

โดย: อะแนท IP: 61.19.228.158 22 ตุลาคม 2555 17:34:37 น.  

 

สวัสดีปีใหม่2556 และสุขสันต์วันคริสต์มาส แด่ทุกท่าน ในบอร์ดนี้
พบแต่สิ่ง ดีๆ สนุกสนาน
จิตเบิกบาน กายแข็ง- แรงทุกกาล
แม้คืนวัน ผันผ่าน มิร่วงโรย ให้เจริญๆอยู่กับประเทศไทยตลอดไป


 

โดย: Borkum_Monet 27 ธันวาคม 2555 13:22:15 น.  

 

ขอบคุณครับ ป้าหู้ จะเข้าไปแวะเวียน
ใน FB อย่าลืมแอดผมเป็นเพื่อนด้วยล่ะ

 

โดย: ดาราเดช 29 ธันวาคม 2555 11:51:29 น.  

 

คุณ อะแนท
คำว่า บวช หรือ บวด หมายถึงล้มมวยครับ

 

โดย: ดาราเดช 29 ธันวาคม 2555 11:52:34 น.  

 

คุณ Borkum_Monet ขอบคุณมากๆครับ พรอันใดที่อวยพร ขอให้ย้อนกลับไป มากทวีคูณครับ

 

โดย: ดาราเดช 29 ธันวาคม 2555 11:53:42 น.  

 

เจ๋งมากๆเลยเพื่อน ดูขลัง ดี

 

โดย: ouanoy 19 เมษายน 2556 15:51:11 น.  

 

โคตรชอบเลย น่าจะเอารูปมาให้ดูตอนอยู่ที่ทำงาน

 

โดย: ouanoy 24 เมษายน 2556 11:55:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ดาราเดช
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]












Google



นักรบจากที่ราบลุ่มแม่น้ำตากใบ
Friends' blogs
[Add ดาราเดช's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.