|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
บทเกริ่นนำ อุบัติวเหตุรัก
 เรื่องยาว ผมและหมู่คณะออกเดินทางเพื่อจัดงานสัมมนาในภูมิภาคต่างจังหวัด ที่แรกคือ จ.ขอนแก่น หรือ ขามแก่น ในสมัยอดีตกาล บริษัทของเรา ( จริงๆไม่ใช่ของเราหรอก แต่สมอ้างไป )มีสาขาที่นี่ พนักงานที่นี่ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย มีธุรการที่เป็นผู้หญิง อยู่คนเดียว ซึ่งเคยรู้จักผ่านโลกไซเบอร์มาพอสมควรแต่ยังไม่เคยคุยเป็นกิจลักษณะ จนเมื่อได้เห็นหน้า และทราบพอเลาๆ ว่าชื่อ ส้ม
เมื่อแรกพบมองส้มช่างสมส่วน กระอักอ่วนหัวใจใคร่สอบถาม เจ้าเป็นภูตินางฟ้าน่างดงาม คำนิยามรักล้นปนความนัย อันตัวพี่หนีช้ำระกำจิต มิเคยคิดนึกฝันอันสดใส ได้พบเจ้าซาบซึ้งตรึงตราใจ เพ้อเป็นไข้จับสั่นวันพบเธอ
คืนแรกของขอนแก่นและคืนต่อๆไป เราพักกันที่ต้นหว้ารีสอร์ต แต่กว่าจะหลับตาหัวถึงหมอนได้ก็ล่อเข้าไปเกือบ 3 ยาม
วันแรกของการสัมมนาผ่านพ้นไปด้วยดี ผมเริ่มสนทนาปราศรัยกับส้มมากกว่าพนักงานของสาขาขอนแก่นท่านอื่นๆ อาจเพราะต้องส่ง Mail ที่สำคัญไฟล์งานบางประเภทดันเปิดกับระบบเครื่องของที่นั่นไม่ได้ ยิ่งทำให้ผมต้องติดต่อสื่อสารกับส้มมากยิ่งขึ้น ( ดู๊....ดูขนาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยังรู้เห็นเป็นใจช่วย ) ผมเปิด Mail ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่ทราบมาก่อนว่า เจ้าของ Mail ที่ส่ง Mail มาหาอยู่เรื่อยๆ คือ ส้ม ผมยังทึกทักไปว่า เป็น Sale ของโรงแรม The star ( สาบานว่าเป็นชื่อของโรงแรมจริงๆ ไม่ใช่โครงการอเคเดมี่ประกวดนักร้องอะไรนั่นเลย ) ที่เคยไปจัดสัมมนาใน จ.ระยอง ด้วยซ้ำไป จนเมื่อมาถามกับ ส้ม นั่นล่ะถึงทราบว่าแท้ที่จริง เจ้าของ Mail ประหลาด ก็คือ ส้ม นี่เอง หาใช่ใครอื่น นั่นหมายความว่า เรารู้จักผ่านทาง E-mail มาก่อนหน้านี้หลายอาทิตย์ โอ้ว...พระเจ้า กล้วยทอด ให้ตายหอมตายกระเทียมเถอะ ผมมันช่างโง่บัดซบสิ้นดี เหมือนนั่งขี้ริมทะเล แล้วคลื่นก็ถาโถมซัดเข้าหาฝั่งทลายกองขี้ลงไปในพริบตา ( อาการนี้เพิ่งจะมาสำนึกได้ในภายหลัง ) ชีวิตตลอดการสัมมนาทั้ง 2 วัน ก็ยังคงเป็นไปแบบเรื่อยๆ จะพูดคุยกับ ส้ม ก็เฉพาะเวลาต้องเปิด Mail ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับเรื่องงานแทบทั้งหมด ไม่เคยถามตั้งแต่เรื่องใกล้ตัว อาทิ เช่น ขนตามีกี่เส้น หรือเรื่องไกลตัว เช่น ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกกี่ล้านปีแสง ที่เลวร้ายไปกว่านั้นผมยังพยายามหาทางแชทกับสาวๆ เหมือนไม่ใส่ใจสายตาคนอื่น โดยเฉพาะกับส้ม ( จริงๆแล้วมันมีที่มา ว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น แต่ขออุบไว้ก่อนเพราะเกี่ยวพันกับบุคคลที่สามหลายท่าน ที่อาจไม่มีโอกาสได้เข้ามาแก้ต่าง ) ยิ่งอีตอนถ่ายรูปหน้าสำนักงาน ผมกลับมัวแต่คุยโทรศัพท์ทำให้ไม่มีรูปในอัลบั๊มดังกล่าว ช่วงเย็นหลังจากการสัมมนาในวันสุดท้าย เราไปเที่ยวยังบึง..........( จำไม่ได้ หรือไม่คู่ควรแห่งการจดจำก็ไม่อาจทราบได้...เนื่องจากไม่มีส้มไปด้วย ......ฮิๆๆๆ ) เสร็จแล้วจึงไปต่อกันที่ร้านอาหารใกล้ๆกับริมบึงชื่อร้าน.......??? จำไม่ได้เหมือนกัน ( แม้จะมีส้มมาด้วยก็ตามที....แถมยังคุยบอกทางเสร็จสรรพ ) สมบัติเพื่อนร่วมคณะที่เป็นผู้หญิงคนเดียว เอ่ยถามอยากชวน ส้ม มานั่งร่วงวงรับประทานอาหารด้วย ผม เออ.....ออ...ห่อหมกในทันที เพราะการมีดอกไม้งามอีกดอกมานั่งประดับบารมีในโต๊ะ ย่อมมีผลดีมากกว่าผลเสียแน่นอน ผมคิดคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
ส้มไม่ใช่ดอกกุหลาบน่ะครับท่าน ส้มไม่ใช่แจกันหรือขวดใส ส้มไม่ใช่ที่ใส่น้ำได้ตามใจ ส้มไม่ใช่ของใสใส่น้ำทาน
หลังจากพูดคุยเรื่องร้านและจุดสังเกต จนคิดว่าน่าจะมาถูก ผ่านไปไม่เกิน 20 นาที ส้มก็มาถึงในชุดราตรีเปิดอก ( เวอร์....แล้วไม่ใช่ !! ) ส้มเลือกนั่งตรงระหว่าง สมบัติกับผม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมพูดคุยกับส้มอย่างที่ควรจะเป็น เหมือนดอกพิกุลจะร่วงออกมาจากปากด้วยซ้ำไป และที่สำคัญ ผมต้องกำหนดบทเฉพาะกาลของหัวใจไว้ให้สูงส่ง เพื่อไม่ให้ไปประมาทเลินเล่อกับใบหน้าขาวๆของสตรีนางใดเป็นอันขาด เพราะมันรักใครง่ายจนน่าถีบ นอกเสียจากว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวยงามทั้งรูปธรรมและนามธรรมจริงๆ หลังจากเหล้าพร่องไปจนเกือบหมด ส้มกับสมบัติก็นัดแนะเพื่อจะไปต่อยังร้านตะวันแดง โดยเชื้อเชิญผมไปด้วยตามมารยาท ส่วนอีกฝั่งก็พยายามชักจูงไปท่องแดนโลกีย์ต่อ ตอนนี้ผมอยู่ระหว่างนรกกับสวรรค์ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมนึกถึงคำพระที่ว่า ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์ และสุดท้ายก็ได้คำตอบในใจ ก็คือ ไปมันทั้ง นรก และ สวรรค์ โดยเลือกจะไปสวรรค์ที่ตะวันแดงก่อน เรามากันทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 3 หญิง 2 บรรยากาศในขณะไป ช่างเงียบเหงาสิ้นดี ผู้คนบางตา ที่นั่งแทบจะไม่มี......มีแต่ที่นอน จังหวะนั้นเอง ส้มก็ขัดขึ้นมาในทันใด คนที่นี่เค้านิยมเที่ยวกันประมาณ 4 ทุ่มค่ะ มันช่างเป็นคำพูดที่หวานซึ้ง เหมือนพระพุทธเจ้าชี้ทางสว่างให้กับองคุลีมารก็วางดาบในบัดดล ซึ่งก็ตามที่สาวเจ้าบอกไว้จริงๆ ไม่ถึงชั่วโมง โต๊ะก็เต็มเกือบทั้งหมด ร้านตะวันแดงสาขาขอนแก่น การตกแต่งในสไตล์ร้านเพื่อชีวิตก็เหมือนกันแทบจะทุกที่ คือโต๊ะนั่งมักเป็นไม้ มีรูปของบรรดา ศิลปิน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในการเรียกร้องอิสรภาพให้เห็นละลานตา เรานั่งตรงบริเวณโต๊ะเกือบด้านหน้าสุด ทั้งโต๊ะดูเหมือนจะเทคแคร์ผมเป็นพิเศษ คงกลัวผมเหงา ยิ่งดูอากัปกิริยาด้วยแล้ว อาจคิดเลยเถิดไปกันยกใหญ่ว่าผมไม่ Happy กับการมานั่งร่วมโต๊ะ ทั้งๆที่ความจริง ผมฟอร์มไปงั้นๆเอง ด้วยความที่ไม่คุ้นเคย แถมยังเป็นการเจอกันครั้งแรก ผมมักจะประพฤติตนน่ารังเกียจเช่นนี้เสมอ เสียงดนตรีดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณร้าน ทุกๆ โต๊ะ เริ่มส่ายสะโพกโยกย้ายไปมา ไม่เว้นแม้แต่โต๊ะที่ผมนั่ง หน้าตาอย่างพี่....จีบได้อยู่แล้ว ชัย พนักงานศูนย์แอบกระซิบบอกให้ผม เล็งๆหาจีบโต๊ะข้างๆ ผม งง !! และอึ้งกับคำพูดนั้นอยู่ชั่วครู่ หัวใจหล่นไปสู่ตาปลาวิ่งขึ้นสู่สมองแล้วกลับไปอยู่ที่อกซ้ายตามเดิม เพราะด้วยวิสัยแห่งชาย ผมไม่ชอบความรักหรือความใคร่ หรือความชอบ อะไรก็สุดแล้วแต่จะเรียก ที่มาจากอารมณ์หื่นกระหาย ชั่วครู่ชั่วยาม โดยเฉพาะในสถานที่อโคจรแบบนี้ ผมเคยนึกฝันว่า ตัวเองจะไปเจอคนรักในวัดวาอาราม ขณะที่เธอไปทำบุญศุลธาร ส่วนผมเข้าวัดไปขอข้าวหลวงพ่อทาน หรือเดินชนกับผู้หญิงตรงมุมตึกของมหาวิทยาลัย ในขณะที่เธอหอบหนังสือพะรุงพะรัง ผมเก็บหนังสือให้เธอ แล้วเราก็สลับหนังสือของกันและกัน หรือไม่ก็เธอกำลังถูกจิ๊กโก๋ วัยรุ่น เด็กแว่น ลวนลาม แล้วผมเข้าไปช่วยให้เธอรอดพ้นจากวิบากกรรมตรงนั้นมา นี่คือความเพ้อฝันที่ผมพึงตระหนักมาตลอดชีวิต อีกอย่างการไปจีบผู้หญิงในชั่วข้ามคืน ถ้าหน้าตามไม่ละม้าย มาริโอ้ เมาเรอ หรือ ฟิลม์รัฐภูมิ ก็ไม่ควรไปเสนอหน้าเด็ดขาด ที่สำคัญ ความหล่อผมเข้าข่ายขุดมาจากหลุม เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงขอนั่งอยู่ที่โต๊ะแบบสุภาพชน สงบเสงี่ยม ดูการแสดงด้านหน้าเวทีจะดีกว่า แต่คำพูดเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ใจผมหวั่นไหวไม่น้อย ผมเริ่มกวาดสายตามองหาไปบริเวณรอบๆ มีหนึ่งน้องนางใดสวยเตะตาต้องใจบ้างไหมหนอ พลันก็มาสะดุดตรงโต๊ะที่ผมนั่ง ส้มตรงเป็นเป้าหมายที่ผมต้องพินิจพิเคราะห์ น่าแปลก ผมเพิ่งมองส้มชนิดเต็มตาก็ครานี้ เรานั่งตรงกันข้ามกันในตอนแรก ต่อจากนั้นเธอก็มานั่งพักหายเหนื่อยจากการเต้นข้างๆผม ไม่นานนักหลังจากนั้น ส้มก็มาในทำนองเดียวกัน คือเลียบๆเคียงๆถามผมเรื่อง เหล่สาวข้างๆโต๊ะ ผมยิ้มตอบ ไม่มองข้างๆโต๊ะหรอก แต่จะมองในโต๊ะแทน ประโยคนี้ผมคิดในใจ เพราะคิดนอกใจไม่เป็น บรรยากาศในร้านเริ่มสนุก มีการลุกขึ้นโต๊ะบนโต๊ะ บนเก้าอี้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการกระทำอย่างนี้คงไม่สามารถนำมาใช้ที่สาขาในกรุงเทพฯได้ ถือเป็นข้อห้ามอย่างร้ายแรง ดีไม่ดีจะถูกอับเปหิออกไปนอกร้านด้วยการ์ดหุ่นน้องๆตัวคุมปีกในอเมริกันฟุตบอล ส้มลุกขึ้นส่ายสะโพกอย่างต่อเนื่อง จนผมแอบสงสัยว่าเธอคงเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของตู้ดิเรก มนุษย์ไร้กระดูก หรือไม่ก็ เอ็มซี่ แฮมเมอร์ เป็นแน่แท้ ( ไม่ต้องตกใจทำไมเอ่ยถึงบ่อย เพราะตัวเอกมีแค่ 2 คน ) ตรงกันข้ามกับผมที่ลุกขึ้นเป็นครั้งคราวเพราะทนแรงคะยั้นคะยอของส้มไม่ไหว และในขณะที่เต้นข้างๆกัน ผมกับส้มก็มีโอกาสคุยกันมากขึ้น ( ตอนที่ไม่มีเสียงดนตรี เสียงเพลง ดังๆ ดันไม่คุย ) ด้วยพลังเสียงประมาณ 85 เดซิเบล ผ่านร่องเสียงของลำโพงภายในร้านขนาด 3500 วัตต์ มันทำให้การคุยออกรสชาติมากยิ่งขึ้น แม้จะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเนื่องจากเสียงเพลงดัง แต่ผมก็พยายามจะคุย เพราะมันเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ใกล้ชิด ( เริ่มคิดไม่ดี....!!! ) เมื่อเห็นสวรรค์อยู่รำไร โดยมีส้มเป็นลำธารแห่งแสงสว่าง ผมรีบบอกปัดข้อเสนอของอีกฝั่ง ( นรก ) ที่โทรศัพท์เข้ามาให้รีบไปหาโดยด่วน แม้จะผิดต่ออุดมการณ์ ผิดต่อเพื่อน แต่ผมจะไม่ฝืนลิขิตผิดต่อหัวใจโดยเด็ดขาด บางช่วงในขณะที่ส้มพักเหนื่อย ผมแทบอยากเอื้อมมือสากๆของตัวเองไปเกาะกุมมือเธอไว้ แต่อารมณ์นั้นไม่รู้ส้มจะเข้าใจผมหรือป่าว เผลอไผลอาจคว้าขวดเหล้า ขวดโซดามาตีกะบาลผมแทน ส้มไม่ใช่ผู้หญิงที่สวย หรือน่ารัก แต่ดูดีมีเสน่ห์ ยากต่อการค้นหา นี่....ผมแอบชอบหล่อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเริ่มหาคำตอบให้กับหัวใจของตัวเอง ไม่บ่อยครั้งนักที่ความรู้สึกเช่นนี้จะเข้ามาในมโนสำนึก ชีวิตวัยหนุ่มของผมสึกกร่อนไปกับการกินเหล้า และจีบผู้หญิง เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ดูเหมือนการกินเหล้าจะเกินไปร่วมๆ 80 % ชีวิตผมเสียรักเพราะจน เสียคนเพราะเหล้า มันเป็นอย่างนี้มาจนชาชิน เหมือนคำบอกไว้ว่า ผู้หญิงชอบคนหล่อ รักคนเลว แต่งงานกับคนรวย เราออกจากร้านประมาณตี 2 กว่า โดยมาส่งผมที่ต้นหว้ารีสอร์ต ทุกคนเข้าไปในห้องของสมบัติกันหมด ส่วนผมกำลังง่วนกับการหาบุหรี่สูบ พร้อมๆกับรอที่จะเข้าไปในห้อง ผมหลับพร้อมๆกับในใจที่สับสนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เรื่องราวทั้งหมดต้องตามไล่อ่านตามหมายเลขที่แสดงไว้หน้าหัวเรื่อง เชิญทัศนาได้ตามใจชอบครับ
| Create Date : 03 ตุลาคม 2552 |
| Last Update : 3 ตุลาคม 2552 19:18:37 น. |
| |
1 comments
|
|
|
|
| | |
โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) 3 ตุลาคม 2552 20:37:12 น. |
|
|
|
|
|
|
|
สวัสดีจร้า...ตาเดชหลานที่น่ารัก...
ป้ามาอ่านแล้วจ่ะ...เอ...แล้วสมบัติเนียะ เป็นหญิงหรือชายกันแน่จ๊ะ?...
ไปอ่านต่อดีกั่ว...