The UK Trip (17 Dec 10 - 2 Jan 11) - เก็บตก

เรื่องไปเที่ยวหมดแล้วค่า วันที่เหลือก็เตรียมตัวจะกลับบ้านแล้ว มีได้ไปทะเลแถวบ้านเจ้านายนิดหน่อย ไปกิน Fish & Chip ริมทะเล ตามแบบฉบับคนอังกฤษกัน

ที่เหลือก็เป็นเรื่องเก็บตก ที่ไม่รู้จะเอาไปใส่ตรงไหนดี


เรื่องที่ 1

พูดไปแล้ว ก่อนจะไป เราวางแผนทริปนี้ไว้อย่างดีเลย เราวางแผนจะไป Scotland กับ York ด้วย.. แต่แผนดันล่ม เพราะเจ้านายไม่ให้รถใช้ (เค้าบอกไว้ว่าจะให้ยืมขับ แต่ไปๆมาๆเกิดเหตุขัดข้องบางประการ เลยไม่ได้ให้ยืม)

ประกอบด้วย หิมะเยอะมากๆปีที่แล้ว เลยโดนทุกคนท้วงว่า ถ้าจะขับรถไปมันอันตราย ขนาดคนอังกฤษเองเค้ายังไม่แนะนำ ถ้าไม่เคยขับบนหิมะจริงๆก็อย่าเสี่ยงดีกว่า ขับตั้ง เก้าชั่วโมงกว่าจะถึงสก็อตแลนด์

และที่สำคัญกว่านั้นคือ โรงแรมที่ York ส่งอีเมลล์มายกเลิกจอง เพราะท่อส่งน้ำ (หรืออะไรซักอย่าง) แข็งจนใช้การไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้

แม่เจ้า …งั้นก็ยกเลิกดีกว่า อย่าได้ไปมันเลย ที่พักก็ไม่มี เดินทางก็ไม่สะดวก รถไฟก็แพง ราคามากกว่า 100 ปอนด์



เรื่องที่ 2

สรุปว่า ใช้ชีวิตอยู่ใน Bridgend ซะส่วนใหญ่ ไปทำงาน ไปในเมือง บางวันก็มีเพื่อนร่วมงานมาหา บางคนก็รู้จักกันก่อนจะไป บางคนก็เพิ่งรู้จัก ก็แวะเวียนกันมาไม่ให้เบื่อ

แต่ก็มีวันที่ไม่มีใครอยู่บ้านเลย ต่างคนต่างออกไปเที่ยวเอง เราก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนั้นทุกคนออกบ้านกันหมดเลย คาดว่าเข้าไปในเมืองเพื่อไปซื้อของฝากกัน เราก็เลยออกบ้างดีกว่า ลุยเดี่ยวไปเที่ยว Cardiff คนเดียว จริงๆที่อังกฤษ อะไรหลายๆอย่างคล้าย ออสเตรเลียเลย ต้องบอกว่า ออสคล้ายอังกฤษมากกว่าเนอะ ทำให้เราเข้าใจอะไรง่ายขึ้นดี :)


ก็เลยไปซื้อตั๋วไปกลับ แล้วก็ออกเดินทาง

วันนั้นเราเดินได้เยอะกว่าตอนที่มากับทุกคนอีก ได้อะไรหลายๆอย่างกลับบ้านด้วย ฮาๆ ตอนนั้นที่มาด้วยกัน เดี๋ยวคนนั้นก็แวะนั่น คนนี้ก็แวะนี่ มาคนเดียวก็สะดวกแบบนี้แหล่ะ จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องรอใคร เราก็เลยเดินไปถึง Cardiff Castle เลย แต่ไม่ได้เข้าไปอ่ะ เสียตัง ไม่อยากเข้า เลยดูและถ่ายรูปแต่ข้างนอกพอ ฮ่าๆๆ


Cardiff Castle



จริงๆที่เราอยากไปคือ Cardiff Winter Wonderland ซึ่งมันจะมีแค่ช่วงเดือนธันวา-มกรา มีลานสเก็ตแล้วก็คงเป็นเหมือนประมาณ งานวัด(?) ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าไม่อยากเข้าไปคนเดียว คนที่อยากให้ไปด้วยก็ไม่ชวน เศร้าๆ เลยหันหลังกลับบ้านดีกว่า


เรื่องที่ 3

นอกจากอะไรๆก็ไม่เป็นตามแผนแล้วเนี่ย กล้องเรายังดันมาพังที่นี่อีก กล้องไม่ยอมจับโฟกัส จากที่เห็นรูปบางรูปก็เบลอ บางรูปก็มืด ไม่ว่าจะตั้งค่าแบบไหนก็ไม่ได้ รูปออกมาเสียหมด ดีเป็นบางวัน และบางสถานที่ ตอนหลังเอาเข้าศูนย์เค้าก็บอกว่า กล้องมันไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ทนอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศานี่นา มันก็เลยพังสิครับ.. แต่ตอนนั้น ที่เราจะเอาไปซ่อม มันกลับใช้งานได้เฉยเลย


เรื่องที่ 4

มาที่นี่ทำให้เราได้รู้ว่า คนแถวนั้นเค้าไม่ชอบ แมนฯยู กัน เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่ว่า เพื่อนร่วมงานที่นู่นบ้ามาก ชอบลิเวอร์พูลมาก แล้วก็เกลียดแมนยูมาก คนส่วนใหญ่ที่นู่นก็เป็นกัน ไม่รู้ทำไม แต่เห็นว่าไม่ชอบ เวย์น รูนี่ย์ ก็เป็นส่วนมาก เจอหลักฐานทั้งใน Facebook ทั้งเจอกับตัว (หนุ่มๆบนรถไฟที่ไปเชียร์ลิเวอร์พูล กัน แล้วก็ บรรดาเพื่อนร่วมงาน)


เรื่องที่ 5
ตอนเปลี่ยนเครื่อง ทั้งขาไปและขากลับต้องไปแวะที่ Mumbaiค่ะ เป็นสนามบินที่น่ากลัวใช้ได้เลย มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยถือปืน หน้าตาดุๆ แต่เราก็แอบประทับใจพนักงานที่นู่นนะ

ขาไป มีปัญหานิดหน่อยก่อนขึ้นเครื่อง เพราะเพื่อนร่วมเดินทางชาวฟิลิปปินส์โดนพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่อง เรียกถามหาจดหมายเชิญ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี เพราะเค้าเห็นว่าเรามาด้วยกัน เลยปล่อยไป

ขากลับตอนเราผ่านตรวจกระเป๋ากับตรวจก่อนเข้าเกท พนักงานหญิงเค้าก็ชวนคุยดี ถามว่า มาเที่ยวหรอ จะกลับบ้านแล้วหรอ แล้วก็ยิ้มแย้มให้ ชอบ รู้สึกดีจัง


เรื่องสุดท้าย

มาอยู่ได้สองสามวัน ก็ได้เรียนรู้ว่า ภาษา Welsh ที่เขียนและมีป้ายอยู่ทั่วไปตามถนน และสิ่งก่อสร้างนี้ ไม่มีใครอ่านออกเลย โดยเฉพาะคนใน South Wales คาดว่า ถ้าเป็นคนในพื้นที่อื่นๆอาจจะอ่านออก

คน South Wales เค้าอ้างว่า คน South Wales พูดภาษาอังกฤษกัน ไม่ใช่ภาษาเวลช์หรอก และภาษาเวลช์เนี้ยมันสำหรับคนเพี้ยนๆที่นี่เท่านั้นแหล่ะที่จะอ่านออก (เค้าประชดนะคะ คนนี้เค้าชอบประชดและพูดติดตลก) สรุปแล้ว เค้าบอกว่า เค้าอ่านตาม phonetically เอา เคยได้ยินมายังไงก็พูดตามนั้น บางคำไม่เคยได้ยินก็สะกดให้ฟังเอา

แต่ที่นี่ก็มีโรงเรียน Welsh นะ สอนภาษาเวลช์ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครเรียน เพราะมันไม่ได้ใช้ คนเดิมเค้าบอกว่า เนี่ย จะเรียนไปทำไม ในเมื่อไอ้ที่ฉายในทีวีเนี้ย มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้น (พูดติดตลกอีกนั่นแหล่ะ) ภาษาเวลช์ก็เลยไม่จำเป็น

จะว่าไปก็เหมือนกับ ภาษาล้านนาเนอะ เราก็สามารถเห็นตัวอักษรล้านนาได้ทั่วไป ตามวัดและสถานที่ท่องเที่ยวปูชนียสถาน และโบราณสถาน แถวๆภาคเหนือ แต่ก็มีน้อยคนที่อ่านออก

ตอนเรากลับมาทำงาน (ย้ายมาแผนกใหม่) ต้องดูแลพวกเอกสารลูกค้าที่อังกฤษ ทำให้เรารู้ว่า ชื่อถนน ชื่อคน หรือ นามสกุลชาวเวลช์เนี่ย มันอ่านไม่ออกเลยนะเนี่ย แถมยังมีเยอะอีกตะหาก โดยเฉพาะชื่อถนน ชื่อเมือง จะเจอบ่อยมาก คือ ก็ใช้กันทั่วไปในประเทศ แต่อ่านกันไม่ออกหรอกรึเนี่ย แปลกดีแท้ๆ



จบทริปนี้แล้วค่า

เป็นทริปที่ยาวนานมาก ร่วม 2อาทิตย์ที่อยู่ที่นู่น ได้ไปเที่ยวไม่ค่อยเยอะ แต่ก็รู้สึกดีที่มีเวลาได้พักผ่อนอยู่บ้าน ปล่อยอารมณ์(และอาการไข้) ไปกับบรรยากาศคริสมาสต์ และ อากาศอุ่นๆในบ้าน

หลังจากนั้นก็กลับไปทำงานตามปกติวัน ถึงเชียงใหม่คืนวันที่ 2 มกรา ไปทำงานเช้าวันที่ 3 มกรา อาการเจ็ทแล็กนี่ไม่เจอเลย เพราะบนเครื่องก็นอนตลอด กลับถึงห้องก็ยังง่วง เลยนอนถึงเช้าเลย




 

Create Date : 09 เมษายน 2554
1 comments
Last Update : 9 เมษายน 2554 15:59:01 น.
Counter : 3239 Pageviews.

 

 

โดย: linglingkame9 25 กันยายน 2554 19:03:51 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Charming Girl
Location :
New York United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Group Blog
 
 
เมษายน 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
9 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Charming Girl's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.