|
|
|
ประตูสู่ความสำเร็จของนักไอทีหน้าใหม่
ขอต้อนรับน้องใหม่ในวงการเช่นคุณ หากคุณคือหน้าใหม่ แต่ใฝ่ฝันอยากทำงานด้านนี้ ถ้าไม่มีความรู้อะไรสักอย่างเลยหล่ะ อย่าท้อเพราะมีเทคนิคการเตรียมตัว เพื่อเป็นหนทางที่ช่วยสานฝันให้เป็นจริง หาทางอบรมหลักสูตรทางด้านไอทีหรือเทคนิค ระยะสั้น เป็นการเริ่มต้นที่ดีและง่ายที่สุด โดยการไปหาหลักสูตรที่คุณสนใจหรืออยากเรียนอะไรก็ได้ อย่างน้อยก็เป็นหลักสูตรปูพื้นฐานด้านนี้ ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาทั้งในมหาวิทยาลัย และโรงเรียนเฉพาะทางมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งโรงเรียนและหลักสูตรเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีมากสำหรับคนที่สนใจ ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานมาเลยหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม การเลือกสถานที่และหลักสูตรในการอบรม คุณก็ควรตรวจสอบดูให้ละเอียดก่อนเล็กน้อยว่า เป็นสถาบันที่ไว้ใจได้หรือไม่ คุณภาพด้านการเรียนการสอนเป็นอย่างไร และได้รับการรับรองจากหน่วยงานหรือองค์กรใดหรือไม่ ทางที่ดีคุณอาจสอบถามเอาจากเพื่อนฝูงของคุณเองอีกทางหนึ่งดูก็ได้ รู้จักขายตัวเองให้เป็น ความจริงแล้ว การรู้จักโฆษณาตัวเองเพื่อให้องค์กร หรือบริษัทที่คุณอยากร่วมงานสนใจในตัวคุณเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าคุณจะทำงานในสายอาชีพไหน แต่สำหรับคุณ สิ่งที่จำเป็นต้องโชว์ให้คนอื่น เห็นก็คือทักษะและความสามารถทางด้านเทคนิคที่คุณมี แต่หากคุณไม่มี ก็อาจจะทำให้หนทางฝันของคุณเป็นเรื่องลำบากอยู่บ้าง ทุกคนต้องมีคอนเน็คชั่น แล้วตัวคุณหล่ะ การรู้จักคนเยอะๆ จะช่วยคุณได้มากทั้งในการหางานและการทำงาน เพราะคุณจะได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น เพื่อช่วยให้คุณมีประสบการณ์และเรียนรู้อะไรแบบคีย์ลัดได้เยอะทีเดียว เป็นนักอาสาที่ดีเสมอ หากคุณไม่มีทักษะหรือความชำนาญงาน แต่สิ่งหนึ่งที่คุณและทุกคนมีแน่ๆ ก็คือ การมีน้ำใจและยินดีที่จะอาสาในการช่วยเหลืองานทุกเรื่อง ซึ่งข้อดีก็คือนอกจากคุณได้รับความเห็นใจและเมตตาจากคนอื่นแล้ว การที่คุณได้ลงมือทำงานจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเอง เพราะประสบการณ์คือสิ่งที่คุณจะได้รับมาเต็มๆ ทำตัวให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ การทำงานเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยี แน่นอนว่า คุณต้องมีความตื่นตัวและเปิดรับกับเหตุการณ์ ความเป็นไปของโลก และวิทยาการต่างๆ ที่ทันสมัยที่เกิดขึ้นทุกๆ วัน เพื่อที่จะได้มีความรู้รอบตัวอยู่เสมอและรับรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ และสามารถเข้าใจในโลกธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านนี้ เชื่อมั่นในตัวเอง เรื่องนี้สำคัญที่สุดจริงๆ เพราะถ้าคุณไม่เชื่อตัวเอง แล้วใครจะเชื่อถือคุณ ว่ากันว่าการมีความเชื่อมั่นจะทำให้อะไรที่คุณตั้งเป้าหมายไว้ก็สำเร็จทุกอย่าง ซึ่งการที่คุณเชื่อมั่นตัวเองว่าสามารถทำได้จริงๆ จะช่วยเป็นแรงที่ผลักดันให้คุณกล้าที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จที่คุณตั้งเป้าไว้ในเร็ววัน
| Create Date : 28 สิงหาคม 2550 | | |
| Last Update : 28 สิงหาคม 2550 15:11:35 น. |
| Counter : 572 Pageviews. |
| |
|
|
|
|
|
ยางลบ
ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนทุกคน คนส่วนมากมักพบความผิดพลาดหลายครั้ง สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้นและรวบรวมสติเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ธรรมชาติของความผิดพลาด คือ การที่มันเกิดขึ้นแล้วและจะคงอยู่อย่างถาวร มีคุณสมบัติที่น่ารักอย่างหนึ่ง ของระบบปฏิบัติการ Windows XP นั่นก็คือคุณสมบัติ System Restore คุณสมบัตินี้มีสรรพคุณ "...Will keep you from accidentally deleting important files, and will return your computer to its previous state if something goes wrong" คือจะช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาจากการทำงานผิดพลาด เช่นลบไฟล์ที่สำคัญออกไปจากระบบโดยไม่ตั้งใจ หรือลงโปรแกรมใหม่แล้วทำให้เครื่องทำงานผิดพลาด รวมทั้งอาจติดไวรัสคอมพิวเตอร์ จนคอมพิวเตอร์ทำงานช้ามาก ๆ หรือหยุดการทำงาน และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้การใช้งานไม่เป็นปกติ ด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้เราสามารถสั่งให้เครื่องย้อนเวลา กลับไปเริ่มทำงานยังวันและเวลาก่อนหน้า ที่เครื่องยังทำงานเป็นปกติ แล้วเลือกให้เครื่องทำการ Restore เพื่อเริ่มใช้งานตั้งแต่จุดนั้น ก็จะสามารถเรียกสิ่งที่เสียหายไปกลับคืนมาได้ หรือทำให้เครื่องใช้งานได้ตามปกติ เสมือนหนึ่งว่าไม่เคยเกิดปัญหานั้นขึ้นมาเลย (โดยกดแป้น F8 ขณะเครื่อง Boot เพื่อเข้าสู่ Safe Mode, เมื่อปรากฏหน้าต่างแสดงคำเตือนว่าอยู่ใน Safe Mode ให้คลิกที่ปุ่ม No จะเข้าสู่หน้าต่าง System Restore) ในชีวิตจริง ถ้าเรามีคุณสมบัติ System Restore ได้ หลายคนคงอยากย้อนเวลากลับไปตั้งต้นชีวิตใหม่ แล้วเลือกวิธีการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม เราก็อาจจะไม่ต้องเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางความคิดเช่นในวันนี้ แต่ก็ไม่ต้องกลัวแม้จะรู้ว่าสักวันหนึ่ง เราอาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้างเพราะถึงอย่างไร เราเชื่อว่า ถ้าสมองและหัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่ ภาพชีวิตของเราก็งดงามได้ โดยไม่ต้องใช้ System Restore
| Create Date : 28 สิงหาคม 2550 | | |
| Last Update : 28 สิงหาคม 2550 15:10:53 น. |
| Counter : 258 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
ประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์
สิ่งประดิษฐ์ต่างๆส่วนใหญ่พัฒนามาโดยการเอาคนเป็นต้นแบบ คอมพิวเตอร์ก็เหมือนกันนะ ลองดูดีๆ แล้วจะรู้ว่ามันก็เหมือนกับคนเรานี่แหล่ะ เริ่มจากคนเรามีร่างกาย คอมพิวเตอร์ก็มีตัวคอมพิวเตอร์ คนเรามีหัวคิด คอมพิวเตอร์ก็มี CPU คนเรามีสมองเอาไว้จดจำ คอมพิวเตอร์ก็มี Hard disk เอาไว้เก็บข้อมูล คนเรามีปาก มันก็มีลำโพง แต่คนเราไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตรงที่เรามีหัวใจที่รู้จักรัก โลภ โกรธ หลง นั้นเองว่าไหม
จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มรู้จักกับคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เมื่อไร และไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอนาคตของเราต้องอยู่กับมันเกือบตลอดเวลา เริ่มมาชอบคอมพิวเตอร์มากขึ้นเมื่อสมัยหลายปีก่อน ตอนนั้นได้เรียนวิชาการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยภาษา Pascal และวิชานี้ทำให้หลงใหลในเสน่ห์ของการเขียนโปรแกรม
จริงๆ แล้ววิชาการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยภาษา Pascal ก็ไม่ใช่วิชาการเขียนโปรแกรมจริงๆ แต่เป็นการใช้ฟังก์ชันเกี่ยวกับกราฟิกในการวาดรูปบนดอสมากกว่า แต่ก็ได้ลองเขียนโปรแกรมจริงๆ ไปด้วยในคาบ บางครั้งก็แกล้งเขียนโปรแกรมง่ายๆ ให้คอมพิมพ์ตัวอักษรออกมาไม่รู้จบ พอรันทิ้งไว้ก็ดูคล้ายในหนังเดอะแมททริกซ์เลยพอดีช่วงนั้นกำลังฮิต แล้วก็เริ่มเขียนเว็บโดยพยายามเขียนโค๊ด HTML เอง เพราะรู้สึกว่าควบคุมมันได้ดีกว่าใช้โปรแกรมช่วยเขียน ตอนนั้นก็พยายามหาเนื้อหาหลายอย่างมาใส่ในเว็บ แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า คำคม
ทำไมถึงเป็นคำคม เหตุผลตอนนั้นก็คือชอบ แต่พอเวลาผ่านมาผมก็ได้เหตุผลที่ดีกว่า คือ คำคมไม่มีวันตาย มันไม่ต้องตามกระแส และบางครั้งก็เอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตเราได้ด้วย ตอนนั้นเก็บคำคมได้เป็นร้อย มาถึงตอนนี้ก็ยังเล่นคอมพิวเตอร์ในสาย Software เหมือนเดิม เริ่มศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต
| Create Date : 28 สิงหาคม 2550 | | |
| Last Update : 28 สิงหาคม 2550 15:09:57 น. |
| Counter : 394 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
ภาษาที่ไม่เคยวิบัติ
ถ้าโปรแกรมเมอร์คือจอมยุทธ์ ภาษาก็คือกระบี่ จอมยุทธ์เด็กๆ มักยึดมั่นไขว่คว้าหากระบี่วิเศษขณะที่พระเอกของเรื่องมักเมินสิ่งเหล่านี้ฝึกตัวเองให้กระบี่อยู่ที่ใจ มือไร้กระบี่ เจอศัตรูระหว่างทาง ก็หยิบกิ่งไม้ข้างทางขึ้นมาสู้ได้ซึ่งหมายถึง ไม่ต้องจำ Syntax เพื่อให้เชี่ยวชาญภาษาใดๆ แค่รู้หลักการ ถึงเวลาต้องเขียนด้วยภาษาใด ก็เปิดโครงสร้างดูคร่าวๆ ภาษาคอมพิวเตอร์ก็เหมือนภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน โปรแกรมจะดีไม่ได้อยู่ที่ภาษา แต่อยู่ที่คน มีความรู้มากพอที่จะเขียนโปรแกรมด้านนั้น ๆ ได้หรือเปล่า ไม่ใช่ภาษานั้นจะทำได้หรือไม่ เพราะทุกภาษาสามารถนำไปเขียนงานได้ทุกด้าน หลักการของภาษาคนกับภาษาคอมพิวเตอร์ก็ไม่ต่างกันมากนัก ไม่ใช่เรื่อง Syntax ไม่ใช่ว่าจะพูดเรื่อง วิทยาศาสตร์ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษ หรืออยากจะพูดเรื่องวิศวกรรม ต้องไปศึกษาภาษาเยอรมัน หรือจะพูดเรื่อง ศาสนาพุทธต้องพูดภาษาบาลี-สันสกฤต ใช้ภาษาไทยก็พูดเรื่องวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม หรือศาสนาได้เหมือนกันพูดง่ายๆคือภาษาอะไรก็เป็นเรื่องเดียวกันได้ ถ้าเป็นยุคต้น ๆ ของคอมพิวเตอร์ก็อาจจะมีภาษาที่ตายตัวอยู่แล้ว คือ ถ้าจะเขียนโปรแกรมด้านธุรกิจก็ต้องไปใช้ ภาษา Cobol หรือเขียนโปรแกรมด้านวิทยาศาสตร์ก็ต้องหันไปใช้ภาษา Fortran ปัจจุบันนี้ทุกภาษาที่มีอยู่สามารถเขียนโปรแกรมได้ทุกด้าน แต่ก็เห็นด้วยที่ควรศึกษาภาษาหนึ่งภาษาใดให้แตกฉานไปเลย เพื่อสามารถใช้ภาษานั้นได้คล่อง แต่ด้วยนิสัยของโปรแกรมเมอร์หรือ ผู้ดูแลระบบ คงหายากที่จะศึกษาเพียงภาษาเดียว เพราะคนในแวดวงนี้มักจะสนใจสิ่งใหม่ๆเสมอ เมื่อมีอะไรใหม่ก็อยากรู้อยากเห็น อยากลอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร อย่างไรก็ตามควรมีภาษาใดภาษาหนึ่งที่เก่งเป็นพิเศษ ปัจจุบันการเลือกภาษาคอมพิวเตอร์ไม่ได้เลือกกันตรงที่จะเขียนงานด้านไหน แต่เลือกกันตรงระบบที่ใช้มากกว่า เช่น ถ้าจะทำเว็บแล้วบอกว่าเป็นระบบปฏิบัติการ Linux คงไม่มีใครไปนึกถึง .net แน่นอน แต่ php ต่างหากที่จะผุดขึ้นมาบนหัวก่อนใคร แต่ถ้าจะเขียนโปรแกรมต่างๆ ก็คงนึกกันหลากหลายหน่อย ไม่ว่าจะเป็น Java, C#, C++, VB.Net ก็แล้วแต่ว่าใครมารู้จักอะไรบ้าง แล้วที่ปัจจุบันงานด้านกราฟิกส่วนใหญ่จะเขียนด้วยภาษา C (ไม่ว่าจะเป็น C++ หรือ C# ก็ตาม) โดยเฉพาะโปรแกรมพวกเกมทั้งหลาย ไม่ใช่เพราะว่ามันเก่งด้านนี้เป็นพิเศษ (ภาษาอื่นก็ทำได้) แต่เป็นเพราะภาษา C สามารถโยกย้ายไปรันได้หลากหลายระบบ โดยปรับแต่งโค้ดน้อยมาก สรุปแล้วก็คือ จะเลือกภาษาอะไร ไม่ได้เลือกจากงานที่จะเขียน แต่เลือกว่างานนั้นนะจะไปรันบนระบบอะไร แล้วจึงค่อยมาเลือกว่าจะใช้ภาษาอะไรดี ดาต้าเบสอะไรดี หรืออะไร ๆ อื่นเพิ่มเติมดี คนที่พูดไม่ได้ นั้นคือคนใบ้แต่อย่างไรก็ตามยังมีคนคิดค้นภาษามือให้สามารถสื่อสารได้ นั้นก็เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าภาษามีความสำคัญต่อมนุษย์มากถึงกับนำมาเป็นตัวกำหนดการสร้างโปรแกรม ภาษาของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้มากมายแต่ภาษาคอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงให้ผิดเพี้ยนไม่ได้หากผิดเพี้ยนโปรแกรมนั้นจะไม่สมบูรณ์
| Create Date : 17 กรกฎาคม 2550 | | |
| Last Update : 17 กรกฎาคม 2550 9:42:26 น. |
| Counter : 320 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
|
ช่งวนี้ชี้แนะข้อคิดก่อนซื้อโน้ตบุ๊ค
เราได้รวบรวมข้อคิดเห็นและประสบการณ์ตนเองเกี่ยวกับการซื้อเครื่องโน้ตบุ๊คมาไว้ใช้งาน เพื่อให้ท่านพิจารณาก่อนการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าท่านจะซื้อเอง หรือใช้เงินหลวงซื้อก็เถอะ น่าจะพิจารณาไว้เป็นหลักเกณฑ์ ...เพื่อความคุ้มค่าและความสบายใจในภายหลัง ให้เวลากับการซื้อมันหน่อย เดินๆ และก็เดินๆ เข้า-ออกหลายๆ ร้าน สอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์กับศูนย์เยอะๆ เข้าไว้ และนี่อีกอย่างหนึ่งที่ควรรู้ ยี่ห้อที่บริการดีขั้นยอดเยี่ยมตอนนี้มีโน้ตบุ๊คยีห้อดังที่คนนิยมใช้มากๆโดยเฉพาะรุ่นที่มีกล้องเว็บแคมแถมมาด้วยนั้นแหล่ะสร้างความหนักใจให้ผู้ใช้มากๆ เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับไม่ทราบว่า Q.C.ไม่ได้มาตรฐานหรืออย่างไรกัน ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาควรตรวจสอบบริการหลังการขายที่ดีน่าสนใจ ถ้าซื้อแบบมี จ่ายภาษี
เรื่องบิลก็สำคัญ ควรตรวจสอบ ชื่อ วันที่ซื้อ และราคาให้ตรงกับความเป็นจริง แนะนำให้ต่อราคาก่อน ตรวจเยอะๆถ้าไม่โดนคนขายไล่ ซะก่อน อย่าลืมตรวจดูการทำงานของลำโพง คีย์บอร์ด ทุกปุ่ม ลองเปิด โปรแกรม เวิร์ด ดูแล้วลองพิมพ์ดูว่าขึ้นทุกปุ่มหรือไม่ การยุบ-เด้งเป็นปกติหรือเปล่า เปิด โปรแกรม หลายๆ โปรแกรม เช่น Photoshop(ตัดต่อภาพ) ACDSee(ดูภาพ) Winamp(ฟังเพลง) Word ลองเล่นสลับไปมาดูว่า คอมมีอาการค้างหรือเปล่า
ควรตรวจ จุดเสียที่หน้าจอ โดย ตั้งค่าวอล์เปเปอร์ ให้เป็นสีตามต้องการ อาจจะดูแม่สีให้ครบก็พอใช้ได้ แดง/เหลือง/น้ำเงิน/ขาว/ดำ ดูว่ามีจุดสีแบบไหนโผล่มาแปลกๆ หรือเปล่า ในส่วนของแบตเตอรี่ ให้ลองใส่ดูและลองเสียบสายชาร์จดูว่าไฟเข้าหรือเปล่า ลองเล่นไปสักพักแล้วลองดึงสายไฟออกขณะเปิดเครื่องอยู่ ถ้ายังใช้งานได้ตามปกติถือว่าอยู่ในขั้นดี ภายใน 7 วันรีบลองใช้งานให้ครบทุกแบบ อย่าลืมขอสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่ายอมให้เปลี่ยนเครื่องได้ถ้ามีปัญหาภายใน 7 วันไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
ขั้นตอนต่อมาอย่าลืมให้ช่างลองเปิดแรมดู สังเกต Void หรือสติ๊กเกอร์สินค้า ที่ติดบนแรมว่าเป็นที่เดียวกับเครื่องหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ใช้ได้ สาย AC คือสายชาร์ท ที่ บรรจุอยู่ในกล่องมีการเก็บที่เรียบร้อยหรือเปล่า ลองเอามาเสียบใช้งานดู ลองขยับบริเวณตรงก้อนๆ สีเหลี่ยมและบริเวณหัวเสียบทั้งค้านหัวและด้านท้าย สังเกตดูว่าการชาร์จไฟยังปกติหรือเปล่า ถ้าปกติก็ใช้ได้ ลองดูบริเวณขั้วเสียบแบตเตอรี่และบริเวณปุ่มยางรองใต้เครื่องว่ามีร่องรอยมากหรือเปล่า ลองพลิกดูรอบๆ เครื่องๆ ด้วย ถ้าเป็นแบบมี โปรแกรมวินโดว์ส XP มาด้วยอย่าลืมขอแผ่น CD มาด้วย ลองตรวจสอบดูว่าที่ลงในเครื่องเป็นตัวของเราจริงๆ และต้องมี sticker licence หรือสติ๊กเกอร์รับประกันสินค้า มาด้วย
ก่อนซื้อโทรไปศูนย์ตรวจสอบข้อมูลเครื่องที่จะซื้อ ดู serial numberหรือหมายเลขโปรแกรม ได้ที่ใต้เครื่อง ในคู่มือที่แถมมาในกล่องจะบอกว่าแถมอะไรมาบ้าง ลองตรวจดูให้ครบ หรือ ตรวจสอบ ได้จาก เว็บไซต์ ของแต่ละยี่ห้อก็ได้ ลองเปิดเครื่อง เปิดเครื่องทิ้ง ไว้ซัก 1-2 วันดู อาจจะทำการ defragmenter หรือจัดเรียงข้อมูล ไปพร้อมๆ กับเล่น Win amp ก็ได้ ส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหาจะพบในช่วงนี้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วตัดสินใจให้ดีก่อนที่คิดจะซื้อโน้ตบุ๊คซักตัว จะซื้อทั้งทีขอให้ใจเย็นๆ ของเกือบแสนบาทไม่ใช่บาทสองบาท
| Create Date : 25 มิถุนายน 2550 | | |
| Last Update : 25 มิถุนายน 2550 21:03:56 น. |
| Counter : 364 Pageviews. |
| |
|
| |
|
|
| |
|
|