ปีหนึ่ง...เพื่อนกัน และวันอัศจรรย์ของผม
Group Blog
 
All Blogs
 

คุณยายของ...ศรีธนญชัย...555+

หญิงชรานางหนึ่งถือถุงใบเขื่องเดินเข้าไปในธนาคาร
และกล่าวกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ ว่าต้องการ
ฝากเงินสามล้านบาทแต่ขอคุยกับผู้จัดการโดยตรง



พนักงานเห็นว่าหญิงชรามีเงินจำนวนมาก


เลยพาไปห้องผู้จัดการเมื่อไปถึง
ผู้จัดการเกิดความสงสัยว่า
หญิงชราไปเอาเงินมาจากไหนเลยถามขึ้นว่า
ผู้จัดการ - คุณยายเอาเงินมาจากไหนมากมายครับ ?
คุณยาย - ยายชนะพนันมาจ้ะ
ผู้จัดการ - ยายไปพนันอะไรมาเหรอครับ ?
คุณยาย - ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพ่อหนุ่ม....อยากรู้ใช่ไหม ?
เรามาลองพนันกันก็ได้สักแสนนึง เอาไหมล่ะ ?


ว่าก่อนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้ไข่ของพ่อหนุ่ม
จะกลายเป็นสี่เหลี่ยม
ผู้จัดการ - ฮ่าฮ่าฮ้า ล้อเล่นน่า จะพนันกันจริงๆเหรอ ?
คุณยาย - จริงๆซิ ยายมีเงินไม่เห็นเหรอนี่ไงตั้งสามล้าน

คุณยายเปิดถุงเงินให้ผู้จัดการดู
ผู้จัดการเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ไข่ของตนจะกลายเป็นสี่เหลี่ยมเลย
ตอบตกลงรับคำท้าและนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้เช้าเก้าโมงจะมาพบกันอีกที
ตลอดวันนั้นผู้จัดการไม่เป็นอันทำงาน


เฝ้าแต่คอยคลำไข่ตัวเองว่ายังกลมๆรีๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า


รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาผู้จัดการก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบลูกน้อยทั้งสองใบว่ายังกลมอยู่เหมือนเดิมจริงๆ
เมื่อคลำดูแล้วก็ยังกลมๆดีอยู่ ผู้จัดการเลยรู้สึกกระหยิ่มใจว่าวันนี้รวยแน่



เวลาเก้าโมงตรงหญิงชรามาที่ธนาคารและตรงไปที่ห้องผู้จัดการทันทีพร้อมกับชายอีกคน
ผู้จัดการ - สวัสดีครับคุณยาย อ้าว...พาใครมาด้วยละนี่ ?
คุณยาย - อ๋อ … ทนายน่ะ ยายเห็นเงินพนันมันมากเลยพาทนายมาด้วย
ผู้จัดการ - ฮุฮุ … คุณยายผมเสียใจด้วยนะคุณยายแพ้พนันผมแล้วหละไข่ ผมยังกลมอยู่เลยนี่ไง


ว่าแล้วผู้จัดการก็จัดแจงปลดกางเกงลงและเรียกให้หญิง ชรามาตรวจสอบน้องชายได้


หญิงชราจึงเดินเข้าไปแล้วก็ลูบๆคลำๆไข่ผู้จัดการอยู่ สักพักแล้วพูดขึ้นว่า
คุณยาย - อืมมมม ยังกลมอยู่จริงๆ ยายยอมแพ้แล้ว
ขณะที่คุณยายกำลังคลำไข่ผู้จัดการอยู่นั้น...
ผู้จัดการเหลือบไปเห็นทนายที่มากับหญิงชรา


กำลังเอาหัวโขกกำแพงอย่างแรงติดๆกันหลายครั้ง


เลยถามคุณยายว่า
ผู้จัดการ - ยายๆ ทนายของยายเขาเป็นอะไรเหรอ ?
คุณยาย - อ๋อ … เขาแพ้พนันยายน่ะ
ยายบอกเขาว่า ภายในเที่ยงวันนี้ยายจะได้คลำไข่ผู้จัดการแบ็งค์ใน
office ของผู้จัดการเองเลย
ทนายเขาไม่เชื่อ เราเลยพนันกันสองแสน....อิอิอิ..................


5 5 5 5
... กำไรเห็น ๆ ....


มอบรอยยิ้มให้คนอื่นบ้างนะขอรับ . . ..





 

Create Date : 27 เมษายน 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2553 21:42:03 น.
Counter : 283 Pageviews.  

การเมืองในความเข้าใจของเด็ก...555+

...เอามาฝาก พ่อสอนการเมืองลูก ... โดนใจจริงๆ.....

เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่ง ซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งในครอบครัวมีด้วยกัน ทั้งหมด 5 คน

วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร

เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดูข่าว TV เกี่ยวกับการ เมือง '

พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ ' เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย

พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า

'อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบง่ายๆนะลูก '

- เปรียบ พ่อเป็น พ่อค้านายทุน ก้อคอยหาเงินไง
-
เปรียบ แม่เป็น รัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง !
-
เปรียบ ตัวลูกเองเป็น ประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล
-
เปรียบ น้องชายของลูกเป็น อนาคตของชาติ
-
เปรียบ พี่แจ๋ว (พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน

เด็กน้อยทำหน้า งง ก่อนจะปล่อยให้ ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้ง-วันจนเมื่อ
ถึงเวลาตกดึกของวันนั้น
ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ ' แงๆๆๆๆๆ ' เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น


เด็กน้อยเดินไปดูที่เปลจึง
ได้รู้ว่าน้อยชายของเค้า ขี้แตก

เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง
ขณะเดินไปตามแม่เด็กน้อย ได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย
ด้วยความสงสัยจึงแง้ม ประตูดูพบว่า พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของพี่แจ๋ว

เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่ พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ ไม่ยอมตื่น เด็กน้อยท้อใจเดินกลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย


ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า


เด็กน้อยเห็นพ่อของเค้า


' พ่อๆ ผม รู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง '
เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ
' แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก '


พ่อถามด้วยความอยากรู้


' การเมืองก็คือ
.....
การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!!

ในขณะที่รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน

แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!! ......โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!!!




 

Create Date : 27 เมษายน 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2553 21:37:58 น.
Counter : 91 Pageviews.  

...30ข้อคิด ความรักดีๆ...

ขอบคุณ FW Mail ครับ


----------------------------------------------------------------------


1. ถ้าแผ่น VCD คือ "ความรัก" คงจะไม่มีเทคโนโลยีใดๆบนโลกที่จะ อ่านมันได้เข้าใจที่สุด


2. "ความรัก"จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ถ้าเอามาเป็นตัวแทนของคำโกหก


3. "ความรัก"เป็นบ่อเกิดของความเกลียด แต่จงจำไว้ ถ้าไม่มีเกลียด ก็จะไม่มีรัก


4. ถ้าสเตอริโอ เป็น"ความรัก"ของคนคนหนึ่งที่มีให้คุณ จงจำไว้ว่า ถ้าตราบใดที่คุณยังไม่เปิด Volume คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าจริงๆแล้วเขารักคุณหรือไม่


5. ทุกครั้งที่คุณด่าคนที่แอบรักคุณว่า "โง่" คุณรู้ไหมว่า คุณโง่กว่าเขา 10 เท่า


6. 99.99% ของผู้หญิงบนโลก ที่จะไม่รักผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย ให้เธอ


7. 99.99% ของผู้ชายบนโลก รักผู้หญิงที่ภาพรวม ไม่ใช่ความรู้สึกและนิสัย หรือรูปร่างเพียงอย่างเดียว


8. โชคชะตา กับ พรหมลิขิต เป็นแค่สองสิ่งที่มารวมกัน เพื่อให้คนสองคนได้เจอกันเท่านั้น


9. "คนรักกัน" ก็เหมือนไม้บรรทัด ที่ ทั้งสองด้านมี เรา และ เขายืนอยู่ ถ้าไม่ลองเดินเข้าหากัน มันก็เป็นแค่ "คนที่เห็นหน้ากัน" เท่านั้น


10. ถ้า"ความรัก"เปรียบได้ดั่งไม้บรรทัด ที่ทั้งสองด้านมี เราและ เขายืนอยู่ จงเดินเข้าหากันในระยะที่เท่ากัน อย่าทำให้ความสมดุลของความรัก ต้องหักลง


11. ในช่วงเวลาที่คุณยืนอยู่คนละด้านของไม้บรรทัดแห่ง"ความรัก"... จงตะโกนใส่เขาเสียบ้าง ให้เขาได้รู้ว่าคุณยังอยู่ตรงนี้ อยู่บนไม้บรรทัดแห่งความรักของกันและกัน


12. ในห้องนอนห้องหนึ่ง ถ้าคุณผู้ชายบอกเหล่าคุณผู้หญิงว่า "รักแล้วให้ไม่ได้หรอ?"
จงจำไว้ว่า มัน "อาจ" จะเป็นการให้"ความรัก"ของเขา กลับคืนสู่เขาตลอดไปก็ได้


13. หัดเชื่อในลมปากของคำโกหกที่เบาๆ ดีกว่าต้องมาเจอการกระทำที่ร้ายแรง


14. ชีวิตที่ยังมีความหวัง ก็เปรียบได้กับ กลีบดอกไม้ ที่ยังล่องลอยอยู่ในอากาศได้ เพราะสายลมที่ชื่อว่า "รัก"


15. ทุกครั้งที่ผู้หญิงคนหนึ่งเสียความบริสุทธิ์ให้แก่ผู้ชาย จงจำไว้ว่า ได้เกิดการสูญเสียของสิ่งที่ชื่อว่า "ความไม่ไว้วางใจ" ไปแล้ว และ "ความไว้วางใจ" ได้เข้ามาแทนที่ในหัวใจของผู้หญิงคนนั้นแล้ว


16. และถ้าเมื่อไหร่ ที่ความ "ไว้วางใจ" นั้นถูกหักหลังลงอย่างร้ายกาจ... สิ่งสุดท้ายที่จะเข้ามาแทนที่ คือ "ความเสียใจอย่างสุดจะหามิได้" นั่นเอง


17. คนที่คุณรัก อาจไม่ใช่คนที่รักคุณมากที่สุดบนโลกใบนี้


18. ในช่วงเวลา 1 วินาทีที่คุณคิดจะนอกใจ... เท่ากับคุณกำลังจะให้คนที่รักคุณคนหนึ่งต้องเสียใจไป 1 ปี


19. "ความรัก"ไม่มีนิยามที่ตายตัว ตั้งแต่วันแรกที่มันกำเนิดขึ้นมาบนโลกแล้ว


20. ถ้าใครที่บอกว่า มันผู้นั้นคือผู้ที่เข้าใจใน"ความรัก"มากที่สุด คนผู้นั้นไม่เคยเข้าใจในอะไรเลย


21. "ความรัก"ไม่มีนิยาม แต่มีความหมาย หลากร้อยหลายพัน Species ถ้าใครบอกคุณว่า เขามีความรักเท่า ดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ให้คุณ น่ะ.. มันไมได้รวมถึง ดาวหาง กับ ดวงอาทิตย์ ที่จะเก็บไว้ให้คนอื่นด้วย (แถมใหญ่กว่าตั้งหลายเท่า )
(ชอบข้อนี้จัง  ฮาดี  และมันก็เป็นจริง 555+)



22. จงเชื่อใน"ความรัก" ก่อนที่จะ เชื่อในเหตุผล


23. การอกหักคือประสบการณ์แห่งชีวิต


24. การอกหัก 1 ครั้งดีกว่า การต้องเก็บซ่อน"ความรัก"ไว้ในใจ ถึง 1 แสนสองหมื่น 4 พัน เท่า


25. คนที่มี"ความรัก" ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีคู่ครอง แต่ทุกคนมีความรัก ได้เหมือนกัน


26. ค่ายเพลงแห่ง"ความรัก"ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ Bakery Music


27. จุดอ่อนที่สุดของผู้หญิงในเรื่องความรักคือ "คิดมาก"


28. จุดอ่อนที่สุดของผู้ชายในเรื่องความรักคือ "การพยายามใช้โทรจิตบอกเหตุผล แทนคำพูด"


29. ผู้หญิงไม่ได้มาจากดาวศุกร์ และผู้ชายไม่ได้มาจากดาวอังคาร เพราะ"ความรัก"ของมนุษย์ เกิดขึ้นบนโลก


30. สุดท้าย ความรักไม่ใช่สิ่งที่สวยงามหรือไม่สวยงาม
ไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือไม่ดี
ไม่ใช่ดอกไม้
ไม่ใช่ภูเขา
ไม่ใช่ท้องฟ้า
ไม่ใช่สายลมและพายุ
ไม่ใช่ใครสักคน
ไม่ใช่หนังสือ
ไม่ใช่ซีดี
ไม่ใช่คำพูด หรือ การกระทำ
ไม่ใช่ชีวิต
ไม่ใช่สิ่งของ และไม่ใช่โลกใบนี้..


แต่มันเป็น เพียง 'ความรู้สึก.. สำหรับ คนที่คุณรัก..เท่านั้น..





 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552    
Last Update : 20 ตุลาคม 2552 13:28:46 น.
Counter : 234 Pageviews.  

ทำอย่างไร ให้ผู้หญิงมีความสุข

ทำอย่างไรให้ผู้หญิงมีความสุข
มันไม่ยากหรอกที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขเพียงแต่ผู้ ชายต้องเป็น..........



1. เป็นเพื่อน
2. เป็นคนรัก
3. เป็นพี่ เป็นน้อง
4. เป็นพ่อ
5. เป็นอาจารย์
6. เป็นพ่อครัว
7. เป็นช่างไฟ
8. เป็นช่างไม้
9. เป็นช่างประปา
10. เป็นช่างซ่อมรถ
11. เป็นสถาปนิก
12. เป็นดีไซเนอร์
13. เป็นคนเก่งในเรื่อง sex
14. เป็นคนรอบรู้เรื่องผู้หญิง
15. เป็นนักจิตวิทยา
16. เป็นผู้ฟังที่ดี
17. เป็นผู้จัดการที่ดี
18. เป็นพ่อที่ดี
19. เป็นคนสะอาดเรียบร้อย
20. เป็นคนเข้าใจความรู้สึกคน
21. เป็นนักกีฬา
22. เป็นคนอบอุ่น
23. เป็นคนดูแลเอาใจใส่
24. เป็นห่วงเป็นใย
25. เป้นคนกล้าหาญ
26. เป็นคนฉลาด
27. เป็นคนสนุกสนาน
28. เป็นคนสร้างสรรค์
29. เป็นคนอ่อนโยน
30. เป็นคนเข้มแข็ง แข็งแรง
31. เป็นคนเข้าใจโลก
32. เป็นคนที่มีความอดทน
33. เป็นคนรอบคอบ
34. เป็นคนทะเยอทะยาน
35. เป็นคนมีความสามารถ
36. เป็นคนเก่ง
37. เป็นคนมุ่งมั่น
38. เป็นคนจริง
39. เป็นคนที่เชื่อถือได้
40. เป็นคนกระตือรือร้น
41. เป็นคนเห็นใจคน


และต้องห้ามลืม


42. ให้ของขวัญอย่างสม่ำเสมอ
43. พาไป shopping
44. ซื่อสัตย์
45. พยายามรวย
46. ห้ามอยู่นอกสายตา
47. ห้ามมองผู้หญิงอื่น



และในเวลาเดียวกัน คุณต้อง
48. ให้ความดูแลอย่างเต็มที่
49. ให้เวลาอย่างเต็มที่
50. ต้องไว้ใจและมีช่องว่างอย่ากังวลว่าจะไปไหน
และนีคือสิ่งสำคัญที่สุด
ห้ามลืมวันเกิด
ห้ามลืมวันครบรอบต่างๆ
ห้ามลืมนัด
---------------------------------------------


ทำอย่างไรให้ผู้ชายมีความสุข
1. แก้ผ้า
2. เตรียมอาหารให้
 
 
 





 

Create Date : 16 ตุลาคม 2552    
Last Update : 16 ตุลาคม 2552 15:17:40 น.
Counter : 151 Pageviews.  

วิธีใส่บาตรพระ

ขอบคุณ FW Mail
อ่านเอาขำ+มีสาระนะครับ


1. นิมนต์พระ
 
หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา
การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่
ไม่ใช่ว่าไปรอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี
รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน
การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า  "นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน"  แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว
ตอนเป็นพระเคยเดินบิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ" ( ใช้คำไฮโซมาก)
มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์ " ( เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)
การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ
โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิ โมนน!!" (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย - -")
การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย
ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษามากก็เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ
อย่างฉันปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า "นิมนต์ค่ะ หลวงลุง " ทำเอาเสีย self จนอยากสึกออกไปทำ baby face
โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมาทำท่ากวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์
หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ
---------------------------------------------------



2. จบ

อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจบแล้วนะ
การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน
การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป
เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอเราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก นานจนรู้สึกได้ นานจนอดคิดไม่ได้ว่า " โยมขออะไรเราน้า ?"
-+---------------------------------------------------------------

3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า

จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือเป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่งมีหลายประเภทเหมือนกัน เช่น
บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อยแต่ยืนบนรองเท้า - -" ( สูงกว่าเดิมอีก)
บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น ( หนักกว่าเก่า)
เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมไปว่า
พระ : "โยม อาตมาว่าโยมควร ถอดรองเท้าใส่บาตร นะ"
โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า
โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ
พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม
โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า
โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ
อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร
อันนี้เป็นเรื่องที่หลวงน้าท่านนึงเล่าให้ฟังระหว่างฉันเพล ( เรื่องขำขันขณะฉันเพล)
พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่
------------------------------------------------


4. ใส่บาตร

อันนี้ถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของการใส่บาตร
สิ่งสำคัญที่ทุกคนมองข้ามก็คือควรดูว่าของที่นำมาใส่บาตรนั้น เสียรึเปล่า
บางคนมีเจตนาอยากทำบุญดี แต่ดันไปซื้อของเสียมาใส่บาตร
พระฉันไป เข้าห้องน้ำไป
พวกร้านค้าก็จริงๆ บางครั้งเอาของค้างคืนมาขายเอากำไร ไม่สนใจพระเจ้า เห็นแก่ตัว หากินกับพระ
ก็ฝากด้วยนะครับ เดี๋ยวทำบุญจะได้บาปเปล่าๆ
นอกจากนี้ ของที่นำมาใส่ ถ้าเพิ่งปรุงสุกเสร็จ ควรดูด้วยว่ามันร้อนมากรึเปล่า
เคยมีโยมใส่แกง ร้อนมากๆๆ บาตรเกือบหล่น ทั้งนี้เพราะบาตรทำจากโลหะ นำความร้อนได้ดี
ปริมาณไม่ควรมากจนเกินไป
เคยมีโยมใส่บาตรด้วย "กล้วย ๓ หวี"
กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ อาตมาไม่ว่า
แต่นี่ใส่ "กล้วยหอม" ( อันนี้เกิดกับตัวเองจริงๆ)
คิดดู "กล้วยหอม ๓ หวี" อยู่ในบาตร หนักมากกกก จนอยากบอกโยมว่า "โยม อาตมาไม่ใช่ช้าง"
การใส่ก็ควรวางในบาตรด้วยอาการสำรวม
โยมผู้หญิงบางคนกลัวโดนพระจัด พอถุงกับข้าวถึงแค่ปากบาตร ก็ปล่อยลงมา ตุ๊บ!! นึกว่ากาลิเลโอกลับชาติมาทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก (วางดีๆก็ได้ 55)

*--------------------------------------------*
ขั้นตอนต่อไปคือ


5. รับพร

หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์ส่วนมากก็จะให้พร
เราเป็นญาติโยม ก็ประนมมือรับพรกันตามระเบียบ โดยอาจยืนหรือนั่งยองๆ ก็ได้ ก้มหัวแต่พองาม
เคยมีโยมยืนประนมมือ แต่ก้มหน้ามาแทบชนพระ ห่างจากหน้าพระประมาณคืบเดียว (ไม่ต้องใกล้ชิดศาสนาขนาดนั้นก็ได้โยม ( ตอนนั้นให้พรเบาๆ เพราะไม่มั่นใจเรื่องกลิ่นปาก))
ถ้าเป็นโยมผู้หญิงก็นั่งให้เรียบร้อย เหมาะสม
ระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศลให้คนที่รัก เจ้ากรรมนายเวรและอื่นๆ ก็ว่ากันไป

การใส่บาตรที่อยากแนะนำก็มีประมาณเท่านี้
ขั้นตอนการทำบุญง่ายๆ
ตื่นเช้ามาใส่บาตรกันเถอะครับ พี่น้อง
---------------------------------------------------------

อ่านไปก็ขำไปครับ
แต่ก็เป็นวิธีที่ถูกอ่ะนะ ที่เค้าบอกมาเนี่ย
เหอๆ




 

Create Date : 09 กันยายน 2552    
Last Update : 9 กันยายน 2552 20:13:17 น.
Counter : 138 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

ปีหนึ่ง...เพื่อนกัน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปีหนึ่ง...เพื่อนกัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.