Home Page...หน้าหลัก...
Group Blog
 
All blogs
 
▶▶▶6 วิธี แผ่เมตตาให้ศัตรูคู่เวร



 ▶▶▶ 6 วิธี แผ่เมตตาให้ศัตรูคู่เวร: เมตตา คือ ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น มีไมตรีจิตต่อคนและสัตว์ทั้งหลายทั่วหน้า จัดเป็นแหล่งเกิดแห่งความสุขอีกอย่างหนึ่งทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น  http://winne.ws/n11177

เมตตา คือ ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น มีไมตรีจิตต่อคนและสัตว์ทั้งหลายทั่วหน้า จัดเป็นแหล่งเกิดแห่งความสุขอีกอย่างหนึ่งทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

 ผู้มุ่งเจริญในธรรมพึงหมั่นเจริญอบรมเมตตาให้เกิดในใจอยู่เสมอ เพราะเมตตากรุณาเป็นที่อยู่อันประเสริฐของใจ (พรหมวิหารธรรม)

   • วิธีเจริญเมตตาพรหมวิหาร

 ผู้จะเจริญเมตตาพรหมวิหาร พึงอยู่ในที่สงัด (ถ้าเป็นไปได้) แม้ไม่ได้ที่สงัดก็เจริญเมตตาได้ แต่อาจทำได้เพียงขณิกสมาธิ(ความสงบชั่วขณะ)

 เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว พึงพิจารณาถึงโทษของโทสะ และพิจารณาให้เห็นคุณของเมตตา ทำจิตให้อ่อนโยน แล้วแผ่เมตตาถึงตนเองก่อนว่า

  “ขอเราจงมีความสุข ปราศจากทุกข์เถิด”

ทั้งนี้เพื่อเอาตนเป็นพยานว่า เรารักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด คนอื่น สัตว์อื่นก็รักสุขเกลียดทุกข์ฉันนั้น

ต่อจากนั้น พึงแผ่เมตตาไปถึงท่านผู้มีอุปการคุณ เช่น มารดา บิดา ครู อาจารย์ เป็นต้น แล้วแผ่ไปยังคนที่ตนรัก คนที่เฉยๆ และคนที่เป็นศัตรูคู่เวรต่อกัน

ในการแผ่เมตตาให้ศัตรูคู่เวรนั้น อาจมีอุปสรรคมาก ยากที่จะทำใจให้ละมุนละไมได้ พอนึกถึงคนเช่นนั้น ความเคียดแค้นชิงชังจะเกิดขึ้นเสียก่อน ถ้าเป็นดังนั้น พึงปฏิบัติดังนี้ คือ

        1. ระลึกถึงเนือง ๆ ซึ่งพระโอวาทของพระศาสดาที่ตรัสถึงโทษของความโกรธและความพยาบาท ถ้ายังไม่หายพึงปฏิบัติในข้อ 2

        2. พึงระลึกถึงพระจริยาของพระศาสดาทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ทรงอดทน อดกลั้น ถ้ายังไม่หายพึงทำตามข้อ 3
        3. พึงระลึกถึงความสัมพันธ์กันในอดีตระหว่างที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏว่า อาจเคยเป็นมารดาบิดาเป็นต้นกันมา ถ้ายังไม่หายโกรธเกลียดพึงปฏิบัติตามข้อ 4
        4. พึงระลึกถึงอานิสงส์แห่งเมตตา 11 ประการที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ถ้ายังไม่หายพึงปฏิบัติตามข้อ 5
       5. แยกธาตุ เช่น เราโกรธเกลียดอะไรเขา คนทุกคนเป็นประมวลแห่งดิน น้ำ ไฟ ลม เราเกลียดอะไร เกลียดดินหรือน้ำ ไฟหรือลม เป็นต้น ถ้ายังไม่หายพึงปฏิบัติตามข้อ 6
       6. พึงให้ของแก่เขา หรือรับของจากเขา ก็ทำให้จิตใจอ่อนโยนลงได้



เมื่อใจสงบลงแล้ว พึงแผ่เมตตาให้มีขอบเขตกว้างขวางออกไป คือทำใจให้สม่ำเสมอในคนทุกจำพวก คือตัวเราเอง คนที่เรารัก คนที่เฉยๆ และคนที่เป็นศัตรูคู่เวรกัน

 ท่านเรียกเมตตาชนิดนี้ว่า เมตตาสีมสัมเภท แปลว่า ทำลายแดน ไม่มีเขตแดน มีเมตตาเสมอกันในคนทั้งปวง จิตอย่างนี้เป็นจิตที่ไม่มีเขตแดน มีเมตตาเสมอกันในคนทั้งปวง จิตอย่างนี้เป็นจิตที่มีความสุขอย่างยิ่ง

  การแผ่เมตตามีอยู่ 2 วิธี คือ แผ่เจาะจง (โอธิสสผรณา) เช่น ออกชื่อว่า “ขอให้...(ออกชื่อ) มีความสุข อย่าได้มีเวรต่อกัน อย่าได้เบียดเบียนกัน”

อีกอย่างหนึ่งคือ แผ่ไม่เจาะจง (อโนธิสสผรณา) คือ แผ่รวมๆ เช่น “ขอสัตว์ทั้งหลาย ขอบุคคลทั้งหลาย จงมีความสุข อย่าได้มีเวรต่อกัน อย่าได้เบียดเบียนกันเลย” ดังนี้เป็นต้น

 • อานิสงส์ของเมตตา

       ผู้เจริญเมตตาพึงระลึกถึงอานิสงส์ของเมตตาบ่อยๆ และแผ่เมตตาไปในสรรพสัตว์ ให้ระลึกถึงอานิสงส์ของเมตตาตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้

 แต่ผู้ที่เจริญเมตตาแล้วจะได้อานิสงส์ 11 ประการนี้ จะต้องเป็นเมตตาเจโตวิมุติ

คำว่า “เจโตวิมุติ” หมายถึงว่า เป็นอัปปนา คำว่า “อัปปนา” คือได้ถึงขั้นฌาน ถ้าได้เจริญเมตตาจนถึงได้ฌานเพราะมีเมตตาเป็นอารมณ์ ก็จะได้อานิสงส์ 11 ประการ ครบถ้วนเต็มรูปเต็มบริบูรณ์

ถ้าเจริญเมตตาไม่ถึงฌาน เจริญเมตตาอย่างคนธรรมดา จะได้อานิสงส์เหมือนกัน แต่อานิสงส์จะเพลาลง ไม่เต็มรูป เหมือนกับว่าเรามีคุณสมบัติพร้อม ก็จะได้อานิสงส์พร้อม ถ้ามีคุณสมบัติไม่พร้อม อานิสงส์ที่ได้ก็กระพร่องกระแพร่งหน่อย แต่ก็ได้ตามสมควรแก่การปฏิบัติ 


• อานิสงส์ของเมตตา 11 ประการ

       1. หลับเป็นสุข

       2. ตื่นเป็นสุข

       3. ไม่ฝันร้าย

       4. เป็นที่รักของมนุษย์

       5. เป็นที่รักของอมนุษย์

       6. เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา

       7. ไฟก็ตาม ยาพิษก็ตาม ศัสตราอาวุธก็ตาม จะไม่กล้ำกราย จะไม่ทำร้าย

       8. ผู้มีเมตตาจิตย่อมเป็นสมาธิได้เร็ว

       9. ผู้มีเมตตาย่อมมีสีหน้าผ่องใส

       10. ไม่หลงตาย (ทำกาลกิริยา)

       11. ถ้าไม่ได้บรรลุธรรมที่สูงขึ้นไป ก็จะได้ไปสู่พรหมโลก



• คำแผ่เมตตา

        คำแผ่เมตตาสำหรับตนเอง

 อหํ สุขิโต โหมิ นิทฺทุกฺโข อเวโร อพฺยาปชฺโฌ อนีโฆ สุขี อตฺตานํ ปริหรามิ

 ขอข้าพเจ้าจงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด ฯ

   คำแผ่เมตตาไปสู่ผู่อื่น

 สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตุ นิทฺทุกฺขา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ ฯ

       ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ จงมีความสุขการสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด ฯ

   คำแผ่เมตตาแบบทั่วไป

 สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

   อเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

       อพฺยาปชฺฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

       อนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

      สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด ฯ


(สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ)

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 142 ตุลาคม 2555 โดย อ.วศิน อินทสระ) 

อ้างอิง http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9550000121648
-------------------
ขอบคุณภาพและเรื่องดดีดี http://www.winnews.tv/news/11177



Create Date : 20 ธันวาคม 2559
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 10:23:09 น. 2 comments
Counter : 792 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ
ดีมากๆเลย

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Pet Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
lovereason Book Blog ดู Blog
เตยจ๋า Dharma Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:14:43:54 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 27 ธันวาคม 2559 เวลา:0:33:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
เตยจ๋า
Location :
พัทลุง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]






ทุกคนต่างก็รู้กันดีแก่ใจว่า คดีสหกรณ์มีเช็คเกี่ยวข้องอยู่ 878 ใบ ทุกใบมีชื่อคนรับเงินอย่างชัดเจน
(รวมที่นำมาบริจาคให้หลวงพ่อแค่ 10 ใบ)
แต่ทำไมดำเนินคดีอยู่คนเดียว ตามเล่นงานอยู่คนเดียว
เตรียมจะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว ทั้งที่หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
ไม่เคยทำธุรกรรมการเงิน หรือนิติกรรมสัญญา
ร่วมกับสหกรณ์เลยแม้แต่บาทเดียว เวลานี้ทั้งคนในวัด คนนอกวัด คนในสังคม ต่างมีคำถามเดียวกันว่า

1. อะไรคือมูลฐานความผิดในการสั่งฟ้อง ?
2. อะไรคือหลักฐานเชื่อมโยงข้อหา ?
3. อะไรคือการปกปิดอำพรางเงิน ?
4. อะไรคือการได้เงินมาโดยมิชอบ ?
5. อะไรคือนิติกรรมสัญญาร่วมกัน ?
6. อะไรคือเหตุผลที่ไม่ตามเงินอีก 11,000 ล้านบาท
7. อะไรคือเหตุผลที่จะสั่งฟ้องอยู่คนเดียว
8. อะไรคือความยุติธรรมแก่วัดพระธรรมกาย
▶▶▶คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶อุโบสถวัดพระธรรมกายก่อสร้างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจริงหรือ?? สร้างมาจะ 30 ปี ล่ะนะ!!
▶▶▶ช่วงบ้านเมืองใช้ระบบพิเศษ ขอผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุกท่าน โปรดให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างไกล้ชิดและเป็นธรรมครับผม
▶▶▶แนวคิด..พระธัมมชโยไม่ผิด จะไปมอบตัวทำไม ? เรียบเรียงคำถามคำตอบโดย ดร.ชาตรี สูติวราพันธ์



#พระธัมมชโยเข้ากระบวนการยุติธรรมมาแล้วในฐานะพยาน ในคดีปี 56 และในคดีปี 59ที่เกี่ยวเนื่องด้วยใช้หลักฐานชุดเดียวกันนี้ ก็เข้ากระบวนการแล้วเพียงแต่ขอเลื่อนเพราะป่วยจริง แต่ฝ่ายสอบสวนไม่เชื่อและไม่มาตรวจสอบอีกด้วย เมื่อถูกออกหมายจับให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็ไม่ได้หลบหนีไปที่ไหน เพียงรอให้เจ้าหน้าที่มาหาอยู่ที่วัด ถึงแม้พระธัมมชโยจะเข้ากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นกลางนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานในความเป็นมนุษย์พึงได้เลย จึงต้องวิงวอนขอความยุติธรรมจากสังคมด้วย
/////บทความที่เกี่ยวข้อง (อยากรู้ความจริงเรื่องไหนก็เข้าไปอ่านได้เลย)
▶▶▶ ทำไมดื้อ? ทำไมไม่มอบตัว? ทำไมไม่เข้าประบวนการยุติธรรม?
▶▶▶ ไม่ผิดแล้วจะยืดเยื้อไปทำไม ??คลิกอ่านความจริงที่นี้.....
▶▶▶ ทำไมพระธัมมชโยไม่มามอบตัวและพิสูจน์ความจริง ???.....
▶▶▶ DSI-ตร. ออกหมายเรียก,หมายจับ พระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย!!
▶▶▶คดีหลักที่เกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยโดยตรง



เรื่องศาสนาผู้มีอำนาจไม่ควร
ไปยุ่งเกี่ยว พระอยู่ส่วนพระ
การเมืองไปยุ่งมีแต่สร้างความ
แตกแยก การเมืองไทยเรื่องสกปรก
ทุจริต โกงทุกยุคสมัย!!
แต่บางยุคสมัย อำนาจมากๆ
ใครตรวจสอบมิได้
คนพวกนี้ กิเลส หนา
เข้าวัดเพื่อ รุกราน ทำลายพระ
เรื่องเงินปัจจัยบริจาค
เรื่องของ คนทำบุญ(ผู้ให้)
พระสงฆ์(ผู้รับ)
พระวินัย กำหนดไว้แล้ว
สิ่งไหนพระสงฆ์สามารถ
รับได้-ไม่สามารถรับได้
Cr:รัชพล พิบูลย์
▶▶▶" วัดพระธรรมกาย " ในมุมที่ผมรู้จัก จากเลขาสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย!
▶▶▶ยิ่งเอากฎหมายเข้ามาบีบ ให้คดีมาวันละเป็น ๑๐๐ ยิ่งทำให้สังคมเห็นว่านี่คือ การกลั่นแกล้งกันอย่างชัดเจน
▶▶▶ มีคนถามว่า..เข้าวัดแล้วรวยทำไง?
▶▶▶"กำแพงวัด" และทรัพย์สินอื่นๆ ของวัด และเป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา
▶▶▶หนึ่งในผลงานของพระไทย ที่นำพุทธศาสนาไปไกลถึง อัลบาเนีย..



▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๑) ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๒) อยู่ได้เพราะครูดี
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๓) อานุภาพความดีสากล
▶▶▶หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๘๔) รอดได้เพราะครูดี



▶▶▶ดูวัดพระธรรมกายเป็นกรณีตัวอย่าง หน่วยงานท้องถิ่นใช้กฎหมายแบบให้โทษ ตั้งข้อหาเล็กๆ น้อยๆ ไปเกือบ 200 คดี แต่ละคดีโทษก็ไม่มาก แค่เสียค่าปรับหรือติดคุกคดีละ 1 ปีเท่านั้นเอง รวมระยะเวลาพ้นโทษก็ 200 ปีพอดี
ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเรื่องแบบนี้กับวัดสามหมื่นวัดทั่วประเทศบ้าง ใครจะกล้าบวชพระ ใครจะกล้าเป็นเจ้าอาวาส สามหมื่นวัดมิร้างจากแผ่นดินไทยหรอกหรือ ขนาดหลวงพ่อท่านนอนป่วยอยู่เฉยๆ ยังโดนข้อหาไปเกือบ 200 คดีแล้ว ... เวลาพระไปรับทราบข้อกล่าวหา ปีหน้าคงต้องเอาเข่งไปที่โรงพักด้วย


▶▶▶ปธ ศาลฏีกาแนะผู้พิภากษา เลี่ยงจำคุกคดีผิดเล็กน้อย





▶▶▶ อยากจะยึดทรัพย์ของวัดท่าเดียว....ตกลงแล้วเขาจะเอาอะไรแน่ พระไตรปิฎกก็ไม่เอา กฎหมายก็ไม่เอา ถูกผิดก็ไม่เอา ?
▶▶▶ช่างเป็นบุญเมื่อพระผู้สำเร็จจากภูเขาควาย มารับบิณฑบาตที่วัดพระธรรมกาย (Part1)
▶▶▶เปิดกลโกง !!? ตีข่าวธรรมกาย ที่แท้กลบข่าวแก้ไข้พ.ร.บ. แต่งตั้งพระสังฆราช



BlogGang Popular Award #11
Flag Counter
 เริ่มนับ 29 สิงหาคม 2559
Friends' blogs
[Add เตยจ๋า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.