มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
13
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เอาใจเขามาใส่ใจเรา | เอาใจเราไปใส่ใจเขา | ชุดคอมโบ้เซท ที่ขาดกันและกันไม่ได้



"เอาใจเขามาใส่ใจเรา"


1.เป็นการคิดพิจารณาหาความควรไม่ควร ก่อนการตัดสินใจแสดงออกหรือกระทำพฤติกรรมใดๆก็ตามต่อผู้อื่น

2.เป็นการคิดพิจารณาโดยยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือใช้ตนเองเป็นหลัก


3.หลักการคิดแบบนี้ คือ คิดว่าในสถานการณ์นั้นๆ หรือกรณีดังกล่าวนั้น ถ้า "เราเป็นเขา" เราจะมีความรู้สึกนึกคิดหรือจะแสดงออก หรือจะกระทำตอบสนอง หรือจะตัดสินใจอย่างไร

4.หากคิดแบบนี้ด้านเดียว คือ เอาตนเองเป็นหลัก โดยสมมติว่าถ้าเราเป็นเขาเราจะทำอย่างไร มันไม่ต่างจากการคิดเข้าข้างตนเอง เอานิสัยตนเอง เอาความพึงพอใจของตนเอง เอาวิธีคิดและมุมมองของตนเองเป็นหลักเท่านั้น มันจะทำให้บทสรุปเบี่ยงเบน ผิดพลาด คลาดเคลื่อน และไม่ถูกต้องเสียมากกว่า


5.วิธีการคิดพิจารณาแบบเอาตนเองเป็นสำคัญเช่นนี้ จึงเสมือนเป็นการคิดแบบผิดกฎแห่งการเป็นหนึ่งเดียวกันในสากลจักรวาล ซึ่งเป็นไปตามกฏแห่งการเป็นผู้ให้ ซึ่งจะยึดผู้อื่นหรือสรรพสิ่งอื่นเป็นสำคัญเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น:
  • จงยึดกติกา อย่ายึด กติgu
  • จงแคร์ที่จะตอบสนองความรู้สึกนึกคิดต้องการของผู้อื่น ให้มากกว่าแคร์ที่จะให้ผู้อื่นทำตามความรู้สึกนึกคิดต้องการของตนเอง

"เอาใจเราไปใส่ใจเขา"


1.เป็นการคิดพิจารณาหาความควรไม่ควร ก่อนการตัดสินใจแสดงออกหรือกระทำพฤติกรรมใดๆต่อผู้อื่นในอีกแบบหนึ่ง


2.เป็นการคิดพิจารณาโดยยึดเอาผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง หรือใช้ผู้อื่นเป็นหลักในการคิดพิจารณา แทนการใช้ตนเองเป็นหลักแบบคนทั่
วไปชอบทำกัน

3.หลักการคิดแบบนี้ คือ คิดว่าในสถานการณ์นั้นๆ หรือกรณีดังกล่าวนั้น ถ้า "เขาเป็นเรา" เขาจะมีความรู้สึกนึกคิดหรือจะตัดสินใจแสดงออก หรือจะกระทำตอบสนองต่อตัวเรา ต่อเรื่องราวหรือต่อสถานการณ์นั้นๆอย่างไร เป็นต้น


4.การคิดพิจารณาในแบบที่ว่านี้ เป็นหลักการคิดที่ถูกต้องกว่า เพราะการคิดพิจารณาว่า "ถ้าเขาเป็นเรา" เขาจะมีอารมณ์รู้สึกนึกคิดแบบที่เรากำลังเป็นอยู่นี้หรือไม่ เขาจะตัดสินใจแสดงออกหรือกระทำตอบสนองในแบบที่เรากำลังตัดสินใจอยู่นี่ไหม เป็นต้น


5.หากพิจารณาหลักคิดแบบที่ว่านี้แล้ว จะเห็นได้ว่าค่อนข้างจะแฟร์กว่าหลักคิดในแบบแรกมากมายทีเดียว เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักทำอะไรๆเพื่อตนเอง เข้าข้างตนเอง โดยยึดโยงเข้ากับตนเองแทบทั้งสิ้น หากคิดในแบบยึดเอาตนเองเป็นหลักเช่นนี้แล้วนั่นย่อมเท่ากับว่าตนนั้นได้ปฏิเสธผู้อื่น-ไม่แคร์ผู้อื่นไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว


หมายเหตุ:

แต่อย่างไรก็ตาม การคิดในแบบใดแบบหนึ่งด้านเดียว ก็ยังขาดความเหมาะสม สู้การใช้หลักคิดทั้งสองแบบร่วมกันไม่ได้ โดยคิดว่าถ้าเราเป็นเขาเราจะทำยังไง และถ้าเขาเป็นเราล่ะเขาจะตัดสินใจทำแบบเดียวกับเรามั้ย? แล้วนำเอาคำตอบทั้งสองด้านมาพิจารณาเพื่อวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจว่า ตนสมควรจะเลือกกระทำแบบใด...


PS : แบ่งปันจากคำสอนของท่านอาจารย์ฯ ที่ผมเคารพนับถืออย่างสูงยิ่งครับ



Create Date : 15 มีนาคม 2556
Last Update : 15 มีนาคม 2556 15:39:14 น.
Counter : 4512 Pageviews.

0 comments
Share to Facebook

STPM
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ...
ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมนะครับ ขอให้ชีวิตคุณพบแต่สิ่งดีงาม ตลอดไปนะ :D