ทริป ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย กค 2007
วันที่ 28 กค 2007เราก็เหมารถตู้เดินทางจากบ้านที่สกลนคร ออกจากบ้านตั้งแต่ ตี 3 ไปทาง เลย ภูเรือ จากนั้นเข้านครไทย ชาติตระการแล้วเข้าอุตรดิตถ์ แล้วเข้าลำปาง คนขับรถบอกว่าพระธาตุลำปางหลวงสวยมากนะ ให้แวะไปชม เราเลยตัดสินใจแวะไปกราบสักการะ ทั้งที่หัวฟูหน้าตาโรยราเพราะนอนน้อยแถมพวกอีชั้นนั่งหลัง เด้งยังกับนั่งหลังม้าเชียวตอนแรกไม่คิดว่าจะได้แวะลำปาง เลยไม่ได้ศึกษามาก่อนว่าที่วัดนี้เงาพระธาตุกลับหัวด้วย เลยไม่ได้ดูเลย เสียดายมาก ออกจากลำปางก็เข้าลำพูนแล้วเข้าเชียงใหม่ เราดิ่งมาโรงแรม 3B บูติคเลย เราเปิด 3 ห้อง สองห้องนอนสองคน อีกห้องที่เหลือ นอน 3 คน ตกคืนละ 3000 บาท ถูกใจนะ บรรยากาศโดยรอบ ติดถนนใหญ่แต่ตัวโรงแรมเข้าซอยมาหน่อย ไม่อึกทึกมาก แถมเล่นเน๊ตไวเลสฟรีในห้องได้อีก หมอนใบเขียวแปลกๆ นั้นหมอนอีชั้นเองคะ ไปไหนก็ต้องแบกไปด้วย เพราะหมอนรองกระดูกต้นคอทับเส้นประสาท หมอให้ใช้หมอนนี้ช่วย แบกมาจากสวิสเชียวนะ เอิกที่นั่งสูบบุหรี่อยู่หน้าห้องนอนคะ เฮียก็ยึดไว้เป็นฐานทัพแกละ สบายไป จากนั้นก็ แยกย้ายกับแม่ พวกแม่ไปกินข้าวบ้านน้า อีชั้นจะไปกินข้าวที่คุ้มขันโตกเพราะนัดน้องมดมารับที่โรงแรมไปที่คุ้มขันโตก เราได้โต๊ะไกลไปหน่อยเลยถ่ายรูปการแสดงไม่ได้ ได้แค่ดูด้วยตา การแสดงเยอะดีนะคะ กินข้าวไปดูโชว์ไปสนุกดีคะกินจนพุงป่อง กินไปโม้ไป เฮียจัสตินก็ดูโชว์ไป เสียอย่างเดียวนั่งพื้นเมื่อยไปหน่อย ไม่เหมือนนั่งโต๊ะ ตอนแรกมดว่าจะพาไปไนท์บาซ่า แต่ว่าฝนตกเสียก่อน ตกหนักเชียว เลยกลับมาโรงแรม วันที่ 29 กค 2007ช่วงเช้าไปทำธุระกับแม่ แถวแม่ริม เราก็เลยเริ่มต้นเที่ยวจากแถวนั้น เราไปทางแม่สา กะไปดูช้างโห เดียวนี้ค่าเข้าอะไรก็แพงไปหมด ปางช้างก็คนละ 150 บาท ตอนไปต้องนั่งรอการแสดงอีก 2 ชั่วโมงเลยถอยทัพออกไปน้ำตกแม่สาก็คนไทย 30 บาท ฝรั่ง 400 บาท จิ๊ย ขี้ไคลเป็นทองหรือไงฟะ ทำไมค่าเข้าแพงขนาดนี้ เลยไม่เข้าไปละ ถ้าต่างกันนิดหน่อยไม่เกิน 100 บาทอยากจะเข้าเหมือนกัน เราเลยมาเข้าฟาร์มกล้วยไม้แทน คนไทย 20 บาท ฝรั่ง 50 บาท ค่อยยั่งชั่วหน่อยกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่ดีจริงๆ สูงกว่าอีชั้นกับแม่เสียอีก พอถ่ายรูปกันหน่ำใจก็ออกมาทางบ่อสร้าง พากันมากินข้าวที่ตลาดสดคะ เป็นครั้งแรกนะที่เฮียกินแบบนี้ จากนั้นเราเข้าไปดูเขาทำร่มที่บ่อสร้างสันกำแพง ตอนนี้พวกเพ้นท์ลายตามสั่งคนฮิตมาก เลือกลายเสร็จก็นั่งรอเพ้นท์เลย หลังจากเสียเงินนิดหน่อยที่บ่อสร้าง พวกเราก็ดิ่งมาที่นี้เลยคะ คนเยอะมากไม่อยากจะเชื่อเลย รถติดในนั้นคะ มีงานโอท๊อปพอดี เราเลยได้เข้าไปเดินซื้อของละเดินชมสวนราชพฤกษ์ด้วยช่วงไปเดินฝนกำลังจะตก เราเลยเดินสบายๆ ไม่ร้อน มีลมฝนโชยมาเป็นระยะๆฝนก็ตกลงมาจริงๆ พวกเราเลยเข้าไปหลบในหอคำหลวง สักพักฝนก็หยุด จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ พวกเราเดินไม่ร้อนไม่เหนื่อยมาก แม้ฟ้าจะไม่ใส แต่ก็ยังสวยบาดใจเดินกันจนขาหร่อยที่แปลว่าขาเกือบหลุด เกือบได้คลานกลับรถแล้ว พอมาที่รถก็สั่งกลับโรงแรมเลย ตอนแรกว่าจะไปสวนสัตว์แต่ไม่ไหวแล้วคะ กลับไปพักขาก่อน เพราะเรายังมีงานใหญ่คือ ถนนคนเดินอีกเฮียกับจัสตินขอบายไม่ไปด้วย เลยให้เงินไปหาซื้อของกินแถวโรงแรมไปสั่งพิชช่ามากิน ส่วนพวกอีชั้นแยกย้ายไปถนนคนเดิน หมดตูดมาเรียบร้อย ตอนนี้ขาร้อนมาก คงเดินเยอะโอ๊ยแล้วพรุ่งนี้จะไปเดินที่เชียงรายไหวไหมนี้ เอิกวันที่ 30 กค 2007เราก็ออกเดินทางไปเชียงราย ระหว่างทางเราก็แวะบ่อน้ำพุร้อนแม่ขะจานไปต้มไข่ไก่ แอนด์ซ๊อปปิ้งเล็กน้อยถึงปานกลางได้เสื้อผ้าของฝากเล็กน้อย จากนั้นก็ดิ่งไปที่วัดร่องขุน คนไม่เยอะอย่างที่คิด แต่ก็ไม่น้อยนะคะ เห็นหัวกันเต็มวัด จัสตินปวดท้องเลยไม่ลงไปด้วย นอนรอที่รถ ตอนที่พวกเราไปถึงใกล้เที่ยงแล้ว ได้ยินเสียงอาจารย์เฉลิมชัย ออกไมค์เรื่องการใช้ร่มฟรีของทางวัด ให้เอามาคืนที่เดิม แบ่งให้คนอื่นใช้บาง กำลังจะไปเดินหาแก ขอลายเซนต์สักหน่อย แต่แกดันพูดออกไมค์ขอตัวไปกินข้าว พวกเราเลยถ่ายรูปแถวนั้นแล้วไปกินข้าวบ้างส้วมทองคำของอาจารย์เฉลิมชัย กะว่าจะมาใช้บริการสักหน่อย แต่ดันปิดปรับปรุง เลยอดใช้บริการเลย วาสนาน้อยจริงๆ จากนั้นเราก็ไปหาซื้อของกินแถวนั้น แม่ซื้อน้ำพริกหนุ่มกับหมูยอใส้อั่วแคปหมู แล้วเราก็ไปหาข้าวกินแถววัด ที่ลานไม้หอม อาหารใช้ได้นะคะ ไม่แพงราคามาตราฐานจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังแม่จัน ขึ้นดอยตุง ตอนแรกดีใจว่าแดดออกแจ๋ ฝนไม่ตกแน่นอน ที่วัดแดดออกจนร้อนหัว เหงื่อตกกีบเลย ที่ไหนได้พอขึ้นไปถึงพระตำหนักฝนตกลงมาแรงมาก ไม่หยุดเลย ตอนแรกว่าจะเข้าไปแต่พอดีมีค่าตั๋วเข้าชม เลยตัดสินใจไม่ไปละ เดินทางต่อไปยังแม่สายฝนไม่ตกเลย พอไปถึงอีชั้นไม่ชอบอย่างแรงเลย มีแค่คน กับคน กับแม่ค้า แค่นั้นเองอ่ะ แต่ก็ไปแวะถามข้อมูลวีซ่ามานะ คนไทยก็ใช้บัตรประชาชนอย่างเดียวไปขอใบผ่านแดนชั่วคราว ส่วนฝรั่งดอง ก็จ่ายค่าวีซ่า 500 บาท แต่ถ้าอยากประหยัดก็เอาพาสปอร์ตทิ้งไว้ฝั่งไทยแล้วไปเอาใบผ่านแดนแบบคนไทยจ่ายแค่ 100 บาทคะ ตอนแรกว่าจะเข้าไปหาซีดีก๊อปมาดู แต่มันค่ำแล้ว ไหนจะไปสามเหลี่ยมทองคำอีก ทัวร์นี้มาหลายคน กว่าจะต้อนขึ้นรถได้เหนื่อยคะ ออกจากแม่สายไปทางเชียงแสนไปสามเหลี่ยมทองคำ ไปถึงก็บ่ายแก่ เกือบเย็นแล้ว คนไม่เยอะเท่าไร สบายๆ จัสตินเริ่มดีขึ้นก็ลงมาถ่ายรูปด้วย ฟ้าหม่นหมองประคองอารมณ์ไปตามประสา แต่ก็โชคดีไม่ตกมารดหัว ตกแค่บนดอยตุงเท่านั้นเอง ถ่ายรูปพอหอมปากหอมคอ ก็เดินดูข้าวของออกจากสามเหลี่ยมทองคำก็มาแวะ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง เก่าแก่มากเกือบจะพังขนาดนี้ น่าจะบูรณะมั้งอะ ปล่อยให้หญ้าขึ้นบนองค์พระธาตุเลย เป็นห่วงว่าอีกหน่อยลูกหลานจะไม่มีโอกาศได้เห็น เสียดายต้นหญ้าขึ้นไปอยู่บนเจดีย์เต็มเลย น่าจะถอดทิ้งทำความสะอาดดีๆ หรือว่ากลัวทำแล้วจะไม่ขลังหรอ บ้านอื่นเขาอ่ะทำความสะอาดห้ามคนจับต้อง พอใกล้จะพังก็ซ่อมแซม เขาถึงมีให้ลูกหลานได้ดู ไอ้ของเราดันปล่อยทิ้งขว้างเสียดายของเก่าของบรรพบุรุษจริงๆ เลยออกจากวัดก็มาพักที่โรงแรมธัญญาอินท์ ตัวเมืองเชียงราย ใกล้ห้าแยกพ่อขุนเม็งราย 053744966 ราคาห้องละ 400 บาท เป็นเตียงคู่ ถ้าเตียงเดี่ยวก็ 450 บาท แต่อีชั้นประหยัดเลยเอาเตียงคู่มาต่อกันเป็นเตียงเดี่ยว อิอิห้องน้ำโรงแรมสะอาดดี กว้างขวาง เดินเข้าไปได้ สามสี่คนสบายๆ ราคาเครื่องดื่มในตู้เย็นก็ไม่แพงนะคะ เบียร์กระป๋องละ 35 บาทเอง เฮียเปิดดื่มจนเกลี้ยงตู้เลย บอกถูกกว่าเซเว่นฯอีก สะอาดกว้างขว้าง แถมติดถนนใหญ่ ราคาถูกมาก รวมอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วด้วย พอเข้าห้องพักเรียบร้อย แม่บอกว่าให้เอาหมูยอมาหั่นกิน ไปหาซื้อแค่ข้าวเหนียวมาก็พอ เพราะเราซื้อของกินจากวัดร่องขุนมาเยอะเลย แคปหมู น้ำพริกหนุ่มอร่อยนะ แคปหมูกรอบดี หมูยออร่อยใช้ได้เลย แม่เลยว่าอยากซื้อกันเป็นของฝากเขา เราเลยว่าพรุ่งนี้ก่อนเดินทางกลับบ้านจะแวะไปซื้ออีกรอบ จัสตินจะได้ถ่ายรูปกับวัดด้วย เพราะวันนี้ไม่ได้ลงไปถ่ายรูปด้วยพอตกลงแผนวันพรุ่งนี้ได้ ก็แยกย้ายไปนอนวันที่ 31 กค 2007กินข้าวเช้าเตรียมเดินทางกลับบ้านเสียที กินอิ่มก็ไปแวะวัดร่องขุนซื้อของกับถ่ายรูปนิดหน่อย ขนาดเรามาถึงแต่เช้า ราว 8 โมงเช้า คนยังมากันตั้งเยอะเลยคะ ทัวร์จีนมาลงเพียบ แม่แยกไปหาซื้อของของกินไปฝากคนทางบ้านกำลังถ่ายรูปวัดเพลินๆ อีชั้นก็เหลือบไปให้คนใส่หมวกเดินอยู่ใกล้ หันไปเจอะ อร๊ายยยยยยยยยยยยยยย คนนี้อ่ะ คนนี้ไง กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดเจอแล้ว ก็พุ่งเข้าไปเลย จับมือแกไว้ห้ามเดินหนีเรียกเฮียกับลูกอย่างด่วนโชคดีแต่เช้าเลยเน๊อะอาจารย์เฉลิมชัย บอกว่าลูกชายรูปหล่อ จัสตินเข้าใจนะ เขินใหญ่เลยแอบจับมือแกไว้ แต่พอมองเห็นหน้าเฮียเลยต้องปล่อย อิอิแต่ก่อนจะปล่อยแกไป ก็ต้องล่าลายเซนต์กันก่อนเก็บไว้สัก 10-20 ปี จะกลายเป็นของมีราคาอ่าป่าวนี้ ?วันนี้เดินทางยิงยาวจากเชียงรายกลับมาบ้าน ใช้เวลา 12 ชม กับซื้อของตามรายทางมาเพียบ เยอะมากมาย เกือบเต็มรถตู้เลย แถมพอออกจากวัดร่องขุน ฝนก็ตกลงมา แหม เหมือนอั้นไว้เลย พอเราเดินทางกลับก็ตกพอดี ไม่งั้นก็คงไม่ได้ถ่ายรูปกับอาจารย์มาโชว์เพื่อนๆ แบบนี้หรอก โชคดีจริงๆจบทริปภาคเหนือแค่นี้ ติดตามชมตอนต่อไป เราจะข้ามประเทศไปเที่ยวลาวกันคะ จะเอาเข้าหมวดไหนดีหนอ
ทริป ป่าตองภูเก็ต กค 2007
วันที่ 15 กค 2007เดินทางจากพัทยามาดอนเมือง นั่งเครื่องมาลงภูเก็ตแล้วเราก็เหมาลีมูนซีนมาโรงแรมฮอลลิเดย์อิน ป่าตอง ราคา ๑๒๐๐ บาท ในห้องมีกาแฟชาให้ชงฟรี ส่วนตู้เย็นเป็นตู้เปล่าไว้สำหรับหาซื้อเครื่องดื่มมาแช่เย็นเองคะ มีตู้เชฟให้ ในห้องน้ำไม่มีอ่างอาบน้ำนะ แต่มีฝักบัวใหญ่เหมือนฝนตก อีชั้นชอบมาก อาบน้ำฝนทุกวันเลยวิวจากระเบียงห้องเราคะวันที่ 16-20 กค 2007 เช้ามาก็ไปกินข้าวเช้ากัน แล้วก็เล่นน้ำ เล่นน้ำ เล่นน้ำ ทั้งวัน โชคดีที่มีเซเว่นอยู่ตรงข้ามโรงแรมเลย เราก็อาศัยซื้อของราคาย่อมเยาว์สลับกับกินของแพง ชีวิตมีแค่กินนอน เล่นน้ำ สลับเดินชายหาด พักผ่อนอย่างแท้จริงอีชั้นกับแม่ก็ผลัดกันก็ไปทำสปา ขัดผิว สามีและลูกเล่นน้ำ แช่จากูซี่กลางแจ้งที่สระใหญ่ เล่มเกม อ่านหนังสือ อยู่แบบนี้อีชั้นก็อยากถามหาซื้อทัวร์ไปภูเก็ตแฟนตาเซีย ก็ตะลุยถามตามร้านต่างๆ ร้านแรกค่าดู 1100 ยังไม่รวมรถรับส่ง เราไปดูแค่โชว์ไม่เอาอาหาร เพราะสองคนนั้นกินไม่เคยคุ้ม อะไรไม่ถูกปากพ่อไม่กินซะงั้นจนไปได้ที่ราคา 1050 บาทต่อคน เด็กผู้ใหญ่ราคาเท่ากันนะค้า แบบนี้ค่อยโอเช รู้ว่าบางที่มีขาย 700 บาท แต่สำหรับคนที่ไม่มีคนรู้จักก็คงได้ราคาเท่านี้ละ มีรถรับส่งที่โรงแรมเรียบร้อย เงินปลิววิ๊วๆๆจากนั้นไปกินพิชช่าพาสต้า เบื่อบ้านนี้จริง กินแต่อาหารอิตาลี เราไปเจอร้านอิตาลีอร่อยๆ ชื่อร้าน Roma ถ้าใครสนใจ ลองดูในแผ่นที่ป่าตองนะคะ เพราะจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน อร่อยและราคาพอรับได้คะ รับประกันโดยสองพ่อลูกนั้นละ เพราะรบเร้าขอไปกินเกือบทุกวัน อีชั้นก็จ่ายเงินเพลินไปสิ ขากลับจากป่าตองเราเหมารถตู้ไว้ราคา 900 บาทมารับที่โรงแรม ปิดฉากทริปป่าตองอย่างมีความสุขเจอกันทริปหน้า เราจะตะลุยภาคเหนือกันคะ
ทริปพัทยา กค 2007
วันที่ 13 กค 2007 เราก็ไปพัทยากัน นั่งแท็กซี่ไปหมอชิตแล้วต่อไปรถทัวร์ไปพัทยา แม่กับน้องเกรชไปรอที่นั้นแล้ว เหมารถสองแถวไปโรงแรม ๒๐๐ บาท คาดว่ามีฝรั่งไปด้วยเลยแพง ไปถึงโรงแรมโลมา ที่พัทยาเหนือ ก็ลงว่ายน้ำในสระ ลืมถ่ายรูปลูกๆ มา อีชั้นนี้แย่จังเลย ตกเย็นเราไปที่พัทยาเหนือเหมาไปอีก ๘๐ บาท แต่มีคน ๙ คนก็เอาละ ไปเดินเล่นริมทะเลจากนั้นก็กลับมานอนโรงแรม กินข้าวโรงแรมอร่อยนะ แต่ช้ามาก เข้าใจว่าคงไม่มีใครกินแม่ครัวเลยมีน้อย เสียดายอ่ะ โรงแรมนี้เราจ่ายไปราคาห้องละ 1100 บาทสำหรับสองคน เราต้องจ่ายเตียงเสริมต่างหาก จัดว่าแพง ถ้าต้องหาเหมารถออกไปกินข้าว สภาพห้องไม่ถือว่าดีมาก แต่ก็ไม่แย่อะไร รอบหน้าคงจะหาโรงแรมอื่นนอนดีกว่าวันที่ 14 กค 2007เช้ามาเราลองเดินมาหาดวงค์อมาตย์มั้ง เออ ใกล้โรงแรมดี เดิน สิบนาทีก็ถึงแล้ว ถึงจะมีโขดหินเยอะ แต่ก็สวยใช้ได้ แต่เล่นน้ำไม่ค่อยดี ใกล้ท่าเรือ จะเหม็นคาวปลา หอยเยอะ บาดเท้าเก้าอี้เช่าไว้ทั้งวัน พวกเด็กๆ กลับไปเล่นน้ำโรงแรม อีชั้นกับเฮียเลยนั่งเฝ้าเก้าอี้ไว้ มีแม่ค้าเดินมาขายกุ้งซื้อกิน ตัวละ ๑๐ บาท กินทั้งวันจนเย็นๆ เด็กๆ วิ่งกลับมาเล่นน้ำทะเล โชคดีว่าไปไม่เจอฝนตอนกลางวัน มีแค่ช่วงกลางคืน ฟ้าครึมแดดไม่ร้อนแต่เฮียก็ตัวแดงเป็นมะเขือเทศสุกไปแล้ววันที่ 15 กค 2007แม่อ่ะ ทำเสียแผนหมดพวกคนที่พาแม่มาพัทยาเขาอยากมา กทม แต่เช้าเพราะนัดญาติไว้ แม่เลยให้หลานๆ แต่ตัวแต่เช้า ตั้งแต่ ๗ โมงเช้า อดเล่นน้ำ หลังกินข้าวเรียบร้อยรออีชั้นเช็คเอ้าส์ อีชั้นเลยต้องเหมารถกลับมาเพราะแผนแม่เปลี่ยนทุกวัน ค่าเหมา ๒๐๐๐ บาท แต่ก็โอเคสำหรับคน 9 คน และอีชั้นไม่มีรายละเอียดในการหารถตู้กลับจากพัทยาด้วย ถือว่าซื้อประสบการณ์แล้วกัน พอไปถึงดอนเมืองก็นั่งรอเครื่องไปภูเก็ตตอนเย็นเพราะแผนแม่เปลี่ยนนี้เอง เลยเสียเวลาตั้งหลายชั่วโมงที่ดอนเมือง ปีหน้าต้องควบคุมให้ดี
ทริป กรุงเทพมหานคร กค 2007
วันที่ 10 กค 2007 พวกเราเดินทางมาถึงเมืองไทย อีชั้นลองเดินไปถามลีมูลซีน เขาเรียกราคา 1000 - 1200 บาทสำหรับมาดอนเมืองคะ เลยว่าจะเรียกแท็กซี่ แต่พอดีน้องโทรเข้ามาหาพอดี เลยอาสาจะพาไปส่งที่โรงแรมอมารี ดอนเมืองคะนี้คือสภาพห้องที่เราไปพัก มีระเบียงนั่งชมวิวได้ด้วย อยู่ชั้น 5 ของโรงแรมคะ สะดวกสบายพออาบน้ำอาบท่าเสร็จก็เลยไปกินข้าวข้างล่าง มีบุฟเฟ่คนละ 280 บาท อาหารนานาชาติ อีชั้นนะคุ้ม เดินหลายรอบมาก แต่เฮียกับลูกดิ กินไม่คุ้มเลย จัสตินกินข้าวผัดไข่กับไข่ต้ม 1 จาน แล้วจานที่สองก็ข้าวผัดไข่กับหมี่ซั่ว แคปหมู แล้วก็ไอติมสองรอบ เฮียก็หมูทอดกระเทียมมะกะโรนี สองรอบ ส่วนอีชั้นก็ซูซิ สองรอบ จากนั้นก็ลาบ อาหารไทย แล้วก็ขนมไทย เช่นลอดช่อง แกงบวดมันสำปะหลัง และ และ และ จนพุงป่อง จากนั้นก็ไปซื้อเบียร์กับของกินเล่นจัสตินที่เซเว่นฯ เพราะเฮียเอาเบียร์ในโรงแรมแพงๆ กระดกไปแล้ว ตกเย็นว่าจะออกไปข้างนอก แต่ฝนตกหนักมาก เลยหาอะไรกินที่ในโรงแรมแล้วก็พักผ่อนนอนหลับดีกว่าวันที่ 11 กค 2007ตื่นเช้ามาก็เตรียมตัวไปเที่ยววัด ออกจากโรงแรมไปที่สถานีรถไฟดอนเมือง ซื้อตั๋วรถไฟไปหัวลำโพง ได้รถไฟชั้นสอง ติดแอร์คนละ 20 บาท นั่ง 1 ชม ดีนะ รถวิ่งไปได้เรื่อยๆ จอดตามสถานีนิดหน่อย ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย เพราะถ้าไปรถเมล์มันคงจะจอดตลอดทาง อาจจะเป็นร้อยสถานีกว่าจะถึงจุดมุ่งหมาย ถ้านั่งแท็กซี่คงจะต้องจ่ายหลายร้อยบาทพอไปถึงหัวลำโพง ท๊อปก็มารออยู่แล้ว พาอีชั้นไปต่อรถไฟใต้ดิน วิ่งไปแค่สองสถานีแล้วก็เปลี่ยนรถไฟบนฟ้าไปลงที่สะพานตากสิน เพื่อจะล่องเรือก่อน ค่าตั๋วเรือคนละ 18 บาทเท่านั้น ไม่เลวนะ ไปขึ้นท่ามหาราช นั่งผ่านวัดอรุน นั่งชมแม่น้ำ วิวข้างทางไปได้ตั้งหลายท่าจากนั้นก็เดินเข้าวัดพระแก้ว ตามทางมีของขาย แดดไม่ร้อน ฟ้าครึ้มแต่ฝนไม่ตกนะคะ เป็นใจให้เที่ยวในวัดจริงๆ ตอนแรกก็ถ่ายรูปเรียบร้อยดี แต่พอเดินไปเรื่อยกลายร่างคะ แต่คนที่ทำท่ายักษ์ชนะเลิศต้องคนนี้เลย อิอิ ท่าสวย ก๊ากกจากนั้นก็เข้าไปไหว้พระที่วัดพระแก้ว เฮียกับจัสตินก็กราบพระนะคะ ท๊อปชมเปาะเชียวว่ากราบพระสวยๆ ออกจากโบสถ์ก็ไปต่อที่พระบรมมหาราชวังฯ สวยงามจริงๆ แต่จัสตินนะสงสารทหารที่ยืนด้านหน้า ถามอยู่นั้นละว่าทำไมเขาขยับไม่ได้ แบบนี้ก็เมื่อยสิ พอออกจากวังก็ไปหาอะไรกิน เดียวนี้อาหารไทยตามข้างทางก็แพงนะ ราคา 25 บาทได้นิดเดียว จากนั้นเราก็นั่งแท็กซี่ไปมาบุญครอง เดินซื้อของเจอเพื่อนๆ นิดหน่อย หลังจากคุยกันโม้กัน ก็แวะไปตัดผม แล้วก็นั่งแท็กซี่ย้อนมาหัวลำโพง จากสยามมาก็ 40 บาท แล้วจ่ายค่ารถไฟชั้น 3 ราคา 5 บาทต่อคน ถูกมาก มาลงดอนเมืองแล้วก็ซื้อของเซเว่นฯ ไปกินที่โรงแรม ประหยัดเงินค่าเดินทางได้โขอยู่ วันที่ 12 กค 2007พาไกรทองไปตามหาชาละวันที่ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ นั่งแท็กซี่จากโรงแรมไป ๓๔๐ บาท ต่อเที่ยว จากนั้นจ่ายค่าเข้า ฝรั่ง ๒๕๐ บาท คนไทย ๖๐ บาท วันนี้ให้จัสตินท่องภาษาไทย นุงซองซาม นะ เลยได้ราคาคนไทยเนียนไปกับอีชั้น เฮียสงสัยว่ามันตายหรือป่าว สักพักก็เห็นกระดิกบางตัว เยอะมากมายก็พาไปดูโชว์ จัสตินชอบมาก มีฉากตื่นเต้นหลายฉากจากนั้นไปดูช้างโชว์ อันนี้เฉยๆ เพราะเห็นบ่อย แต่เขาก็จัดใช้ได้นะ สถาที่กว้างขว้าง มีอาหารราคาคนไทยขายด้วยแต่ต้องสั่งด้วยปากเปล่า ก๋วยเตียว ๒๕ บาท จัสตินข้าวไข่ดาวสองฟอง ๒๐ บาท เฮียกินอาหารที่โชว์ในเมนู ผัดซีอิ้วราคาเทพ ๘๐ บาท พวกเราใช้เวลาคุ้มมาก เดินแค่ ๒ ชั่วโมงก็ทั่วละ หาแท็กซี่กลับโรงแรม บอกแล้วทัวร์สวิสกรุ๊ปนี้ไม่เจาะลึก เอิกๆ ถึงโรงแรมนอนรอสาวๆ มารับไปกินข้าวแกล้มเบียร์ที่โรงเบียร์ตะวันแดง เฮียก็ซดเบียร์กันสนุกสนาน ดูโชว์ไปดื่มกันไป อาหารนิดเดียวก็กินไม่หมด แต่หมดเงินบานตะไท เนื่องจากแก้วรั่วกันเป็นแถวๆจบทริปกรุงเทพ อย่างมีความสุข
สมุย เดือน กรกฏาคม 2549
พาครอบครัวไปเที่ยวพัทยา เราจะไปสมุยต่อ เลยต้องไปขึ้นเครื่องบินไปสมุยที่อู่ตะเภา นั่งบางกอกแอร์ มีคนนั่งไปด้วยกัน สัก 30 คนเอง แต่ค่าตั๋วแพง มันคงคุ้มละมั้งเราพักที่เฉวงวิลล่า เป็นแบบบังกะโลวิวสวน สภาพใช้ได้นะ ห้องราคา 1700 บาท ยังไม่รวมเตียงเสริม ด้านหน้าโรงแรมมีเซเว่นด้วยเราออกไปเดินดูชายหาด เอาผ้าปูชายหาดไปด้วย จัสตินเตรียมตัวไปเล่นน้ำ เฮียกับอีชั้นจะไปนั่งชายหาดเล่น พอออกไปหน้าหาด อ้า เล่นน้ำไม่ได้อ่ะ มีแต่โขดหินต้องเดินย้อนไปทางเฉวงอีกราว 500 เมตร น้ำใสมาก ตื้น น่าเล่นเป็นที่สุด คนจะมาดูปลา เพราะมันมาว่ายน้ำรอบๆๆ ตัวเรา หาดทรายขาว แถมพระอาทิตย์ตกช้า เกือบทุ่ม ยังไม่มืดเลย หาดทราย สายลม สองเรา และตูดฝรั่ง มองไปทางไหนก้อมีแต่ฝรั่ง อิอิ จากนั้นก้อเดินกลับโรงแรม มาหานั่งกินข้าวที่ริมหาด จัสตินกับเฮียหน้าตาเบิกบาน เพราะว่า เริ่มเข้าเทศกาลอาหารฝรั่ง หลังจากไปกินอาหารไทยที่บ้านอีชั้นที่สกลมานาน เราเลยคิดว่า อยู่สมุยจะกินอาหารฝรั่งทุกมื้อ เล่นน้ำสักพักก็ย้อนกลับมาที่โรงแรม วันนี้เราเลือกสั่งอาหารมานั่งกินริมทะเลเลย อร่อยใช้ได้วันที่ 2 ตื่นนอนเสียสายเลย ตื่นแล้วสองหนุ่มขอไปเล่นน้ำ อีชั้นก้อออกไปซ๊อปปิ้งเล่นจากโรงแรมเดินไปเรื่อยๆๆ เจอร้านนวดเท้าเลยไปนอนให้เขานวดเท้า หนึ่งชั่วโมง นวดจนหลับสบายจริงๆๆจากนั้นก้อกลับมาโรงแรม เปลี่ยนชุดว่ายน้ำไปเล่นน้ำกับสองหนุ่มที่ชายหาดตอนลงไปว่ายน้ำเฮียพาไปสอยคอดูปลา มันว่ายอยู่รอบๆๆ ตัวเราเลย สวยมากเลย จัสตินชอบมาก ว่ายกันจนเที่ยงก้อขึ้นจากน้ำทะเล อีชั้นยังไม่หายแพ้ เลยทิ้งเฮียกับจัสตินไปโรงพยาบาลไปให้หมอจิ้มยาแก้แพ้ที่ก้น หนึ่งเข็ม หมอบอกว่าน่าจะโดนแมลงกระพรุนที่จอมเทียนอ่ะ เจ็บก้นเลยตอนแรกว่าวันนี้จะไปนวดสปาเลยต้องรอให้หายเจ็บก้นก่อน แต่พรุ่งนี้จะไปดำน้ำตื้นดูประการังกันที่เกาะเต่ากับเกาะนางยวน ไปซื้อทัวร์ไว้แล้ว อิอิตอนเย็นก้อไปหาอาหารอิตาลีกินกัน เฮียอร่อยมาก บอกว่าอาหารใช้ได้เลย แถมถูกกว่าสวิสตั้งเยอะ วันที่ 3 ตื่นแต่เช้า เพราะทัวร์ดำน้ำจะมารับตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้า เราไปกินอาหารเช้ารอ นั่งได้กินแค่กาแฟ เขาก้อมารับแล้ว ไปรวมตัวที่หาดทางด้านบ่อพุด เพื่อไปนั่งสปีทโบ๊ทไปเกาะเต่า เกาะนางยวน กินกาแฟอิ่มก้อออกไปถ่ายรูปหน้าหาดเก็บบรรยากาศเสียหน่อยมีคนมาทัวร์เยอะเลย แต่คนไทยที่ไปดำน้ำตื้นมีอีชั้นคนเดียวอ่ะแล้วเราก้อขึ้นเรือกันประมาณ สามสิบกว่าคน เขาแจกยาแก้เมาก่อน เพราะว่าช่วงนี้คลื่นแรงมากเลย อีชั้นเลยขอมากิน แล้วให้จัสตินกินด้วย ตอนแรกเธอไม่ยอมกิน จนเฮียต้องบอกให้กิน สุดท้ายก้อมีฝรั่งเมาเรือจนได้ เพราะคลื่นแรงมาก จนเราเปียกน้ำทะเลที่กระเด็นขึ้นมาทุกคนในเรือเลย เปียกโชกอ่ะ นั่งเรือประมาณ สองชั่วโมง กว่าจะถึงเกาะเต่า ฝรั่งบ่นว่าจะรอดไหมนี้ เรือตีน้ำตูมๆๆ ตลอดทาง ในที่สุดเราก้อถึงเกาะเต่า ที่อ่าวม้วงทัวร์แจกอุปกรณ์ดำน้ำให้ มีชูชีพให้ลอยตัว น้ำใส ปลาเยอะเชียว อีชั้นตื่นตาตื่นใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาดำน้ำดูประการังแบบนี้ เฮียกับจัสตินก้อชอบมากปลามันมาว่ายจนให้จับตัวเลยอ่ะ แบบคุ้นมือคนมากๆๆ เลยบนเรือมีเครื่องดื่มไว้กินฟรีให้ลูกทัวร์ทุกคน ตามแต่จะเลือก จากนั้นเราเตรียมตัวออกจากอ่าวม้วงไปกินข้าวบนเกาะเต่า เราไปกับทัวร์ อาหารเขาก้อใช้ได้ มีกับข้าวหลายอย่าง ไข่เจียวกุ้ง ไก่ชุบแป้งทอด ต้มยำไก่ ผัดผัก แล้วกับข้าวก้อมีเยอะ ไม่มีแต่วิญญาณนะแบบกินกันอิ่มละ มีข้าวเติมได้เรื่อยๆๆ ออกจากเกาะเต่า เราไปต่อที่เกาะนางยวนเพราะดำน้ำที่นั้น แต่เกาะนี้ที่ดำน้ำไม่สวยแบบเกาะเต่า เพราะคนเยอะมาก ไม่ดีเท่าไร แต่วิวสวยเราไม่ได้เดินขึ้นจุดชมวิว เพราะว่ามีอุปกรณ์ดำน้ำมาด้วยไม่ถนัดเลย เอาแค่วิวรอบๆๆ ด้าน จากนั้นก้อมีฝนไล่หลัง ต้องวิ่งขึ้นเรือไป ขนาดนั้นก้อเปียก เสียวก้อเสียว เพราะฝนตก ไหนจะโต้คลื่นกลับมาเกาะสมุยอีกแต่เราก้อมาถึงโดยสวัสดิภาพ น้องคนขับเรือเก่งมาก แล้วทัวร์นี้ก้อดูแลเราดี ไม่ได้สนใจแต่ฝรั่งนะ เขามาถามว่าเราสนุกไหม เที่ยวเป็นไงบ้าง ถูกใจ ค่าทัวร์คนละ 1400 บาท จัสตินเป็นเด็กครึ่งราคา ไปซื้อทัวร์แถวร้านเน๊ทตรงข้ามกับเฉวงวิลล่า ที่นี้ราคาถูกกว่าเพื่อนที่อื่น 1500 บาท เด็กก้อไม่ลดราคาด้วยปิดท้ายคืนนี้ด้วยการไปนอนนวดเท้า เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆๆ แล้วไปกินอาหารอิตาลี ที่แพงกว่าคืนก่อนๆๆ นิดหน่อย หลับสนิททุกคน พรุ่งนี้ตื่นเช้าจะเช่ารถขับรอบเกาะสมุยวันที่ 4 เก้าโมงเช้า รถจิ๊บก้อมาส่งที่โรงแรมเซ็นต์รับรถ เราก้อออกเดินทางจากหาดเฉวงไปทางบ่อพุด อีชั้นขับ เฮียกางแผนที่ไปเรื่อยๆๆ เราไปเจอวัดแรกก่อน ถ้านั่งเครื่องบินมาจะมองเห็นวัด กับพระโพธิสัตว์สวยงามมากจากนั้นเราก้อมาวัดพระใหญ่ ใหญ่โตสวยงามมากจริงๆพระใหญ่สวยไหมค่ะ เราแวะแป๊บเดียว เพราะต้องขับไปดูโรงละครลิง เขาจะมีโชว์รอบ 10.30 นไปถึงจ่ายค่าเข้าก่อน ผู้ใหญ่คนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท เข้าไปข้างในเจอลิงเยอะเลยจากนั้นก้อออกมาจากโรงละครลิง ขับรถไปทางหาดละไมแวะจอดไปเรื่อยๆๆ ในที่สุดเราก้อหา หินตาหินยายเจอ มาดูรูปสิ เฮียแพ้ตาหลุดลุย ตาใหญ่กว่าเยอะ ก๊ากกกกส่วนอีชั้นว่าใหญ่แล้ว ก็ยังต้องยอมแพ้ยาย เพราะยายหย่ายกว่า อิอิตอนแรกว่าจะไปเที่ยวต่ออีกหลายที แต่ไม่ได้ไป เพราะว่าโมโหหิวค่ะ เฮียเปิดแผนที่ หาร้านกินไม่มี เจอก้อขับเลยมาตั้งไกลพึ่งจะบอก เลยทะเลาะกันก่อน เสียอารมณ์กลับโรงแรมดีกว่า ไปหากินแถวโรงแรม เฮียเห็นอีชั้นอารมณ์บ่จอย เลยหาหนังสือรวมแหล่งสปา มาให้อีชั้นเลือก จากนั้นก้อโทรไปถามตามสปาต่างๆๆ ว่ามีรถมารับไหมอยากได้สัก สามชั่วโมงโทรไปหลายที่ บางทีราคาแพงแต่ไม่มีขัดตัวเลยไม่เอา จนมาเจอที่โรงแรมโนรา สปาแอนด์รีสอร์ต ชื่อ อโนดาส สปา กำลังลดราคาพอดี คอร์ส บลูมิ่งไลฟ์ จาก 4800 บาท ลดเหลือ 2650 บาท เลยตกลงเอา แต่ต้องขับรถไปเอง เลยทิ้งเฮียจัสตินไว้ที่โรงแรม ขับรถไปเอง พอไปถึงโรงแรมโนรา หรูโคตรๆๆ เป็นรีสอร์ตลดหลั่นลงตามเขา วิวสุดยอด พนักงานเอารถกอล์ฟมารับอีชั้นลงไปที่สปา ไฮโซมั่ก ไปถึงพนักงานเอาน้ำแช่น้ำหอมโรยดอกไม้มาล้างเท้า จากนั้นไปห้องอบเฮอร์เบอร์ สตีม อาบน้ำล้างตัวกลางแจงนะค้า โอเพ่นแอร์ กริ๊ด สวยมาก อบสตีม 30 นาที เหงื่อเยอะมาก ขี้ไคลคงไหลเป็นทาง ไอน้ำร้อนอ่ะ เข้าๆๆ ออกห้องหลายรอบจากนั้นก้อจับอีชั้นนอนเตียง ขัดผิวรอบตัว โดยโยเกิร์ตกับทรายขัดผิว อายมั่ก น้องเขาเห็นของอีชั้นหมดเลย ขัดทั้งหมด 60 นาที ขอบอกว่าตัวเบามากเลย นอนหลับสนิท แล้วแต่น้องเขาจะจับพลิกหงายไม่สนใจเลยค่ะ จากนั้นก้อไปอาบน้ำเอาครีมขัดออก แล้วมานอนให้น้องนวดผิวอีก 30 นาที หลับเหมือนเดิม จากนั้นขัดหน้าด้วยน้ำผึ้งอีก 30 นาที เสร็จแล้วเหมือนขึ้นสวรรค์ค่ะ ตัวเบามากเลย แบบไม่อยากลุกเลยอ่ะ กลับมาขอบคุณเฮียยกใหญ่ที่ใจดีให้อีชั้นไปสปา ผ่อนคลาย มาสมุยนี้อีชั้นไม่ค่อยได้อยู่กับเฮียเท่าไร เดินสายนวดค่ะ เฮียบอกดีใจที่อีชั้นชอบแล้วมีความสุข เฮียมาจับผิวแล้วบอกว่า เรียบขึ้นเยอะเลย นุ่มมือดี อีชั้นเลยตอบแทนเฮียด้วยการพาครอบครัวเราไปกินอาหารชั้นเลิศ และยังคงเป็นอาหารอิตาลีเราขับรถมาทางโรงแรมโนรานั้นละค่ะ เห็นหมึกแดงมาให้ดาว ร้านโอลิเฟย์โอ ร้านหรูบรรยากาศดี มีดนตรีเล่นด้วยค่ะ มีเดินร้องตามโต๊ะ เป็นนักดนตรีเล่นกีตาร์กับนักร้องจากฟิลิปปิน ร้านนี้ก้อเดาว่าอีชั้นเป็นคนชาติอื่น พูดอังกิดกับอีชั้นใหญ่เลย เราเลยตามน้ำ มีสตาร์ทเตอร์ด้วยค่ะ เป็นทูน่ากินกับขนมปัง จากนั้นตามด้วยสลัดทะเลของอีชั้นสปาเก็ตตี้ของจัสติน บอกว่าซอสไม่เผ็ดเลย ขอต่างหากมาเติมอีกค่ะ อาหารจานหลักของเฮียก้อมาเป็นเนื้อสัน นุ่มมาก อร่อยอ่ะ ของอีชั้นก้อยังคงเป็นอาหารทะเลอีกเช่นเดิมมากินร้านโอลิเฟย์โอ แถวโรงแรมมัดหลัง ไงจานมันมาจาก เฉวง เพนิซูล่า ได้อ่ะ เป็น งง สงสัยเป็นร้านของโรงแรมเฉวง เพนิซูล่า แน่นอน มิน่าหรูมาเลยอ่ะ บรรยากาศดีมาก เป็นครั้งแรกที่จัสตินสนใจอาหาร บรรยากาศไม่เอาแต่เล่นเกม พูดจ่อกับเฮียใหญ่เลย นักร้องบอกว่าจัสตินหล่อ เลยร้องเพลงให้ สองเพลงเลย สนุกมาก เฮียเปิดไวท์แดงดื่มกับอาหารด้วย คืนสุดท้ายที่สมุยดีมากๆๆ เป็นอะไรที่ประทับใจครอบครัวเราเป็นที่สุด ทั้งสปาของอีชั้น ทั้งอาหารเลิศรส บรรยากาศรอบด้าน
Location : weinfelden Switzerland
[Profile ทั้งหมด]