Fourth_al
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Fourth_al's blog to your web]
Links
 

 

หลังจากได้ดูตัวอย่างหนัง Zodiac ...

ตอน 2 ( ต่อจาก เกริ่นข้อมูลก่อนดูหนังตัวอย่าง Zodiac )

หนังเกี่ยวกับ Zodiac เคยทำออกมาแลวหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในปี 1974(TV series) ,2001 ,2005 ฯลฯ
แต่ที่ผมจะนำมาเขียนในวันนี้คือ Zodiac ของ David Fincher ปี 2007

หนังตัวอย่าง Zodiac

ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามหนังของ David Fincher คนนี้มาตลอด
ถึงแม้บางทีเค้าจะทำให้ผู้ติดตามชมอย่างผมผิดหวังในบางเรื่อง ที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น
แต่เค้าก็เคยทำหนังแรงสุดๆอย่าง Se7en และหนังหักมุมปั่นหัวคนดูอย่าง The Game มาแล้ว
ถ้าหากจะมีหนังเจ๋งๆออกมาอีกซักเรื่องก็คงคุ้มที่จะติดตาม

เท่าที่ผมได้ดูตัวอย่างหนังของ Zodiac ผมพอจะบอกได้ว่านี่คงไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดของ Fincher
แต่คงเป็นหนังที่น่าสนใจมาก.... เรื่องหนึ่งของเขา
เพราะ.....หลังจากผมได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นที่บอกไว้ข้างบน....แล้วมาดูตัวอย่าง
..............ผมกลับรู้สึกได้ถึงอารมณ์ขันบางอย่างไม่รู้ว่าทำไม ในช่วงแรกน่ะพอจะใช่อารมณ์ของหนังฆาตกรต่อเนื่อง
แต่การแสดงออกของตัวละครทั้ง 3 (เจค กิลเลนฮอล ,โรเบิร์ต ดาวนี่ย์จูเนียร, และ มารค์ รัฟฟาโล )
กลับมีอารมณ์ขันบางอย่างอาจจะเป็นแบบตลกร้ายซะด้วยซ้ำ
พอมาถึงครึ่งหลังของตัวอย่างดนตรีกลับออกไปอีกแนว ยิ่งบวกกับภาพและการแสดง พาให้ออกไปทางหนังสดใส
แต่บรรยากาศภาพบางจังหวะกลับดึงให้มีอารมณ์ของหนังสืบสวนระทึกขวัญอยู่
เป็นบรรยากาศขัดแย้งกันที่ผมไม่ค่อยพบในตัวอย่างหนังเท่าไหร่นัก...

คำโปรยของหนังบอกไว้ว่า

There's more than one way to lose your life to a killer.
การที่คุณจะสูญเสียชีวิตให้กับฆาตกรนั้นมีมากกว่า 1 ทาง

มันถึงน่าสนใจไงครับ ดูเหมือนหนังจะเน้นไปที่การสำรวจชีวิตของกลุ่มคนที่เอาชีวิตไปผูกกับสิ่งที่ฆาตกรได้ทำไว้
สิง่ที่น่าดูที่สุดของเรื่องก็คงเป็นการแสดงของทั้ง 3 คนนี่แหละครับ ว่าสิ่งที่ฆาตกรได้ทำเอาไว้จะพาพวกเค้าลงลึกไปถึงระดับไหนกัน
พวกเค้าจริงๆแล้วพยายามตามหาตัวฆาตกร หาเหตุผลที่ฆาตกรลงมือ หรือจริงๆแล้วหลงไหลในสิ่งที่ฆาตกรทำลงไปกันแน่

เพราะความจริงบางอย่าง เมื่อรู้แล้วชีวิตก็ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

เท่าที่ทราบหนังยังไม่มีกำหนดเข้าฉายในไทยครับ แต่ถ้ามีก็น่าจะเป็นปี 2007

หนังได้เรท R ครับ สำหรับความรุนแรง คำหยาบคาย ยาเสพติด
และภาพยั่วยุทางเพศ เยาวชนต่ำกว่า 17 ลงไปควรมีผู้ปกครองแนะนำครับ

เครดิตข่าวและแหล่งข้อมูลจาก...


Jediyuth.com
Wikipedia:Zodiac Killer
zodiackiller.com
เวปไซต์เป็นทางการของหนัง Zodiac




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2549    
Last Update : 21 ธันวาคม 2549 16:02:30 น.
Counter : 227 Pageviews.  

เกริ่นข้อมูลก่อนดูหนังตัวอย่าง Zodiac

ในความคิดผมฆาตกรต่อเนื่องเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากมาก
ฆ่าเพื่ออะไร......?
.........!?
คำตอบของของฆาตกรต่อเนื่องต่อคำถามนั้น มักจะน่าสะพรึงกลัวเสมอ
แต่ฆาตกรเหล่านี้กลับมีคนบางกลุ่มที่ ติดตามพฤติกรรมของเค้าอย่างใกล้ชิด
คำถามสำหรับคนกลุ่มนี้ยิ่งน่าสนใจกว่า
ทำไมถึงสนใจฆาตกรเหล่านี้นัก.....?
.......................!?

ในตอนดึกของวันที่ 20 ธันวาคม 1968 แคลิฟอเนีย
Betty Lou Jensen อายุ 16 ปี และ David Arthur Faraday อายุ 17 ปี
ได้ออกเดทกันเป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้ง สองวางแผนว่าจะไปดูคอนเสริตวันคริสตมาสกันในคืนนี้
แต่......ทั้งคู่เกิดเปลี่ยนใจไปเยี่ยมเพื่อนแทนแล้วหลังจากนั้นก็แวะไปกินมื้อค่ำแถวๆนั้น
ขณะที่ทั้งสองแวะจอดรถบริเวณข้างทาง ฆาตกรได้เข้าไปจอดรถเทียบและยิงปืนกึ่งอัตโนมัติ .22 คาลิเบอร์ เข้าใส่รถ
ฆาตกรได้เริ่มลงมือสังหาร David เป็นคนแรกโดยยิงเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด สิ้นใจตายทันที
ในขณะที่ Betty วิ่งหนีลงจากรถอย่างสุดชีวิต ฆาตกรยิงเข้าที่หลังของเธอ จำนวน 5 นัด เธอล้มลงสิ้นใจไม่ไกลจากรถนัก

หลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคมปีถัดมามีผู้อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมของ Betty และ David
และยังอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมครั้งล่าสุด ที่เกิดขึ้นกับ Darlene Ferrin และ Michael Mageau ในคืนวันชาติอเมริกา
แต่ในครั้งนี้ Michael Mageau รอดชีวิต....

"Dear Editor This is the Zodiac speaking" หนึ่งเดือนถัดมาชื่อของ Zodiac ปรากฎเป็นครั้งแรกบนจดหมายของเขาเอง
ก่อนหน้านั้น 3 วัน เขาส่งจดหมายมาถึงเจ้าหน้าที่ในจดหมายระบุว่าเขาเป็นผู้ทำการฆาตกรรม 3 รายแรก
และจะทำการฆาตกรรมอีกในช่วงวันหยุดที่จะถึงนั้น หากเจ้าหน้าที่ไม่นำจดหมายที่เขาส่งให้ ลงหน้าหนังสือพิมพ์
และหนึ่งในจดหมายที่ถูกส่งมานั้นเป็นรหัสอักษร จำนวนถึง 408 ตัวอักษร ในจดหมายฉบับนี้ เขาได้แทรกเครื่องหมายอันนึงลงไป
ซึ่งต่อมาเครื่องหมายอันนี้เอง ที่บ่งบอกถึงความเป็น Zodiac





จากนั้นชื่อ Zodiac ก็โด่งดังไปทั่วและมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้ง ในซานฟรานซิสโก
ทั้งที่สามารถยืนยันได้อย่างน้อย 5 คดีและยืนยันไมได้ว่า Zodiac คือฆาตกรอีกไม่ต่ำกว่า 4 คดี
(ในจดหมาย Zodiac เองยืนยันว่าเขาก่อคดีฆาตกรรมไป 37 ราย)
ไม่เพียงเท่านั้น Zodiac ยังท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ
ด้วยการส่งจดหมายถึงเจ้าหน้าที่อีกหลายครั้ง


จนกระทั่งการฆาตกรรมและจดหมายที่เกียวข้องกับ Zodiac เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในปลายปี 1971

แล้วเขาก็หายสาบสูญไป.................


ระหว่างนั้นมีข้อถกเถียงและข่าวลือลับลมคมในมากมาย
ในช่วงขณะนั้นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็น Zodiac มีจำนวนมากเกินกว่าจะหาตัวได้
จนกระทั่งถึงในที่สุดจำนวนผู้ต้องสงสัยที่พอจะระบุได้ก็มีถึง 8 ราย
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือผู้กระทำผิด

หรือจะมี Zodiac หลายคน....

หลังจากจดหมายครั้งสุดท้ายในปี 71 ก็มีจดหมายตามออกมาอีกหลายฉบับ
แต่ทุกฉบับล้วนถูกระบุว่าเป็นของปลอม.......


ในปี 1990-1994 ได้เกิดคดีฆาตกรรมหลายคดี โดยอ้างชื่อ Zodiac ขึ้นมาอีก
แต่ในที่สุดฆาตกรก็ถูกจับตัวได้ ในปี 1996 แต่เขามีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น....เป็นการฆาตกรรมเลียนแบบ

สุดท้ายแล้วคดี Zodiac ก็ถูกยกเลิกการสืบสวนในปี 2004 ที่ผ่านมา
คดีนี้เลยกลายเป็นคดีในตำนานประวัติศาสตร์ชาวอเมริกาที่ไม่สามารถปิดลงได้

มีต่อ
หลังจากได้ดูตัวอย่างหนัง Zodiac




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2549    
Last Update : 21 ธันวาคม 2549 15:52:04 น.
Counter : 271 Pageviews.  

หลังจากได้ดูหนังยั่วน้ำลาย Transformer ...

เด็กชาย(ที่ชักจะแก่แล้ว)หลายๆคนที่อายุเกินซัก 20 กว่าขวบขึ้นไปคงจะพอคุ้นกับชื่อ Transformer อยู่บ้าง
การ์ตูน TV ที่เหล่ารถหลายหลายชนิดนานาแบบ แปลงร่างมาเป็นหุ่นยนต์ทำสงคราม ซัดกันอะไหล่หลุดเป็นชิ้นๆ
แล้วตอนนั้นก็พยายามหาของเล่นที่แปลงร่างได้มาเล่นอยู่เสมอ ถึงแม้มันจะดูไม่ค่อยเหมือนตัวใน TV ก็ตาม
(แถมบางตัวก็แปลงร่างแล้วเจ๊งไปเลยก็มี) หุ่นยนต์แปลงร่างได้เคยเป็นหนึ่งในสุดยอดของเล่นของเด็กทั่วไปอยู่ช่วงหนึ่ง
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด หรือเพราะเราเห็นการ์ตูนยอดมนุษย์ 5 สีที่มีหุ่นยนต์ประกอบร่างได้เท่ห์กว่าก็ไม่รู้ ชื่อของ Transformer
จึงได้ลบเลือนหายไปจากความทรงจำไป

Transformer เป็นเรื่องราวของกลุ่มหุ่นยนต์ที่มีความคิดเห็นต่อมนุษย์ต่างกันจากดาวดาวCybertron
โดยกลุ่มแรก Autobots ใฝ่สันติสุขเชื่อว่าจะสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้และมีเพื่อนเป็นมนุษย์ มีลักษณะเป็นยานพาหนะ ทั่วๆไป
กลุ่มที่ 2 Decepticons ตั้งใจจะยึดครองโลกและกำจัดพวกมนุษย์ให้สิ้นซาก กระหายสงคราม และอำนาจ
มีต้นแบบมาจากอาวุธทางการทหารเช่นเครื่องบินรบ และรถถัง
โดยทั้ง 2 ได้สงครามกันบนโลกมนุษย์โดยมีโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน

Transformer Teaser

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนผมได้ชมตัวอย่างหนังอันนี้จะเรียกว่า Teaser ก็ได้ เพราะแทบจะไม่บอกอะไรเกี่ยวกับหนังมากนัก
เกี่ยวกับการปล่อยยานสำรวจอวกาศที่ชื่อ Beagle 2 สู่ดาวอังคาร (Beagle เป็นชื่อพันธุหมาจอมดมน่ะครับ)
มันถูกปล่อยสู่ดาวอังคารเพื่อสำรวจพื้นที่บนดาวอังคาร หากแต่มันถูกรายงานว่าเสียหาย
ข้อมูลก่อนที่สัญญาสุดท้ายจะขาดไปถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด ภาพที่ปรากฎนั้นน่าสะพรึง ด้วยเงาของอะไรบางอย่าง
ที่ใหญ่ มีสภาพเหมือนเครื่องจักรและรูปร่างคล้าย...มนุษย์ มันทำลาย Beagle 2 อย่างรวดเร็ว และภาพก็จบลง....

Teaser ตัวนี้อ้างอิงกับเหตุการณ์จริงของการปล่อยยานสำรวจ Beagle 2 ในปี 2003 ครับ
ยานลำนี้มีจุดมุ่งหายสำรวจถึงหลักฐานของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่สัญญาณขาดหายไประหว่างการสำรวจ
หลังความพยายามที่จะติดต่อใหม่อยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็ถูกรายงานว่าขาดการติดต่อและสูญหายไปในปี 2004

ใน Transformer เวอร์ชั่น หนังนี้ผู้กำกับ Michael Bay (Bad Boy II) ตั้งใจจะนำหนังให้เข้าใกล้กับผู้ชมมากขึ้น
โดนอ้างอิงกับเหตุการณ์จริงทำให้ความรู้สึกแรกที่ได้ดู มันใกล้ตัวและจับต้องได้
และมันดูจริงมากขึ้นกว่าในเวอร์ชั่นที่เป็นการ์ตูน หรือการ์ตูน TV เคยเป็น ความสมจริงจะถูกอัดเข้าไปเต็มที่
และผมคิดว่า Michael Bay ทำได้ครับเพราะรูปแบบการทำงานของเค้ามักเป็นแบบนั้น
ก่อนหน้านี้ผมได้เห็นโฆษณา รถยนต์ Citroen อยู่ 2 เวอร์ชั่นตอนที่ผมเห็นครั้งแรกผมประทับใจมากๆกับสิ่งที่ได้เห็น
ตอนนั้นผมเองก็ทำงานเกี่ยวกับ 3D อยู่แต่อยู่ในวงงานสถาปัตยกรรม แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีงาน 3D ที่สมจริงขนาดนี้ได้
ถ้าหากจะทำขึ้นมาต้องเสียเวลาและทุนมากโขทีเดียวที่จะ render งานให้สมจริงขนาดนี้ นั่นเป็นครั้งแรก
และแวบนึงที่ผมคิดว่า Transformer ก็น่าจะเป็นหนังได้นะเนี่ย








บริษัทที่ทำงานชิ้นนี้ออกมาคือ The Embassy Visual Effect Inc. ชิ้นแรกนะครับชิ้นที่ 2 ไม่แน่ใจเพราะไม่มีใน Portfolio
แต่นั่นมันเมื่อราว 2 ปีที่แล้วครับณ ปัจจุบัน ผมคิดว่างาน Visual ที่ทำออกมาต้องได้มากกว่านี้ แน่นอน
และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมหวังจะได้เห็นใน Transformer ฉบับ Michael Bay ครับ

(อ้อมีเกร็ดนิดนึงครับ ในการ์ตูน(ฉบับฉายโรง)เวลาที่เหล่า Transformer บุกมายังโลกก็เมื่อปี 2005 นี่เองครับ)


หนังจะฉาย วันชาติ อเมริกาปีหน้าครับ(7.4.7) และยังไม่ได้รับการจัดเรทครับผม

เครดิตข่าวและแหล่งข้อมูลจาก...

Jediyuth
Wikipedia:Transformers
The Embassy Visual Effect Inc.




แถมครับอันนี้เป็นฉบับเต็มของ Ad ตัวแรกขำๆ




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2549 4:30:45 น.
Counter : 129 Pageviews.  

หลังจากได้ดูหนังตัวอย่าง 300...

เมื่อหลายวันก่อนผมได้ชม Trailer ของหนังเรื่องหนึ่งครับ ชื่อเรื่องออกจะแปลกซักหน่อยหนังเรื่องนั้นชื่อ
"300"
300 เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนของ Frank Miller นับเป็นเรื่องที่ 2
ส่วนเรื่องแรกน่ะกลายเป็นหมุดปักในประวัติศาสตร์วงการหนังไปแล้วครับ
Sin City ไงครับ ด้วยงานด้านภาพที่โดดเด่น และซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับ
ที่งานภาพอิงการ์ตูนเต็มที่ ทำให้งานภาพในหนังเป็นเอกลักษณ์เอามากๆ
ในเรื่องนี้ก็คล้ายกันครับด้วยงานภาพ เน้น contrast สูง แต่ .........เรื่องนี้มีสีครับ

300

แวบแรกครับที่ได้ดู Trailer 300 ...น่าตื่นตาตื่นใจมาก ด้วยงานภาพที่เหนือจริง
รายละเอียดของฉากต่างๆเท่าที่เห็นดูเหนือจริงไปหมด
มุมมองของภาพที่ได้ก็เป็นมุมมองแบบเดียวกับการ์ตูน ที่ผมเคยนึกมานานแล้วว่า
ถ้ามุมมองกล้องของหนังทำได้แบบในการ์ตูนก็ดีสิ น่าจะเพิ่มความสนุกได้อีกเยอะ
แต่ในหนังที่เราได้ดูกันบ่อยๆนักไม่มีมุมมองแบบนี้ให้เห็นมากนัก
อาจจะด้วยเหตุผลข้อจำกัดของฉากและการถ่ายทำบางอย่าง ที่ไม่สามารถทำได้
แต่ใน 300 เราน่าจะได้เห็นมุมมองแบบการ์ตูน สงคราม ในแบบที่ไม่เคยเห็นมากแบบนี้กันมาก่อน
ลองนึกภาพตอนที่รบตะลุมบอนกันอยู่ แล้วภาพถัดมาก็เป็นภาพระยะใกล้ของนักรบใส่
หมวกเหล็กพุ่งตัวฝ่ากองเพลิง ที่ระเบิดพุ่งออกมาเป็นสาย แบบสโลว์โมชั่น
....นี่มันมุมมองแบบการ์ตูนเลยนี่นา


นอกเหนือจากเรื่องภาพแล้ว ตัวเนื้อเรื่องเองก็มีความเป็นตำนานอยู่ในตัวด้วยครับ
ต้นฉบับการ์ตูนเรื่องนี้อิงมาจากการสู้รบในเหตุการณ์ Battle of Thermopylae
ซึ่งอยู่ในช่วงยุค 480 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นเรื่องราววีรกรรมของชาว สปาตัน
ที่ต่อต้านการรุกล้ำดินแดนจากชาว เปอร์เซีย โดยศึกในครั้งนั้น
King Leonidas ได้นำชาวสปาตัน ซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยนิดต่อกรกับ
มหาทัพ ของชาวเปอร์เซีย (เพียงแค่ทหารราบก็มีจำนวนถึงราวๆ 1.7 ล้านนาย)
ซึ่งนำโดย จักรพรรดิ์ Xerxes I ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางการเข้าบุกกรีซ
แต่หากจะต้องผ่านช่องเขา Thermopylae ที่ชาวสปาตันป้องกันอยู่
(....ฟังๆแล้วคุ้นๆกับตำนานชาวบ้านบางระจันบ้านเรามั้ยครับ)..
ด้วยวีรกรรมการรบของชาวสปาตันในครั้งนั้นถูกหยิบยกขึ้นมาเล่าเป็นตำนาน
ของความกล้าหาญและการรบชั้นยอดของเหล่าทหาร สปาตัน
ส่วน ผลของการรบจะออกมาเป็นอย่างไรก็ลองไปดูในโรงดีกว่ามั้งครับบอกในนี้เดี๋ยวเสียอารมณ์เปล่าๆ
หรือถ้าใครอยากทราบข้องมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้และไม่กลัว spoil ลองตาม link ข้างล่างไปดูก็ได้ครับ

หลังจากได้ดู Trailer แล้ว 300 น่าดูเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่ด้วยพลังดาราแน่นอน
(เพราะไม่มีดาราใหญ่เลยในหนังเรื่องจะมีก็เห็นแต่ Gerard Butler จาก The Phantom of the Opera ซึ่งแกก็เล่นปิดหน้าทั้งเรื่อง)
แต่เป็นพลังของงานภาพ เนื้อเรื่องและดนตรีที่ทรงพลัง ของ Trailer ตัวนี้ ที่ดึงผมเข้าไปในโรงได้ไม่ยาก
สุดท้ายแล้วอาจจะด้วยความที่ผมเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้วด้วยก็ได้เลยออกจะลำเอียงเล็กๆ ให้กับหนังแนวนี้ครับ

หนังจะเข้าฉายในปี หน้า (2007)ครับ
หนังได้เรท R(สำหรับฉากต่อสู้ที่รุนแรง และฉากยั่วยุทางเพศครับ) เยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ต้องมีผู้ปกครองเข้าไปแนะนำด้วยครับ

เครดิตข่าวและแหล่งข้อมูลจาก...
www.jediyuth.com
300themovie
Wikipedia:Battle of Thermopylae
Wikipedia:300 Comic




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2549    
Last Update : 31 ตุลาคม 2549 4:09:09 น.
Counter : 185 Pageviews.  

หลังจากได้ดูหนังตัวอย่าง Dreamgirls ...

เป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองหลังจากได้ดู Trailer จบครับ

ก่อนอื่นตามไปดูได้ตาม link นี้ครับ
http://www.apple.com/trailers/dreamworks/dreamgirls/trailer2/
ผมขอออกตัวก่อนเลยว่าผมเคยได้ยินข่าวหนังเรื่องนี้มาก่อนครับ
ผมประเมินหนังเรื่องนี้ไว้ต่ำ และคิดว่าคงไม่ไปดูโรงแน่นอน
แต่หลังจากที่ได้ดู trailer ตัวนี้แล้วเปลี่ยนความคิดไปเยอะครับ

สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ หนังเรื่องนี้ดัดแปลมาจากละครบรอดเวย์
ที่ได้รับรางวัลโทนี่อวอร์ด และถูกแสดงมาแล้วไม่น้อยกว่า 1500 รอบ
เป็นเรื่องราวของสามสาวนักร้อง Trio "The Dreamettes" ที่แสวงหาหนทางดัง ในเมือง Chicago
(แถมได้มือเขียนบทจาก Chicago - Bill Condon มากำกับและเขียนบทเอง)
และเหล่าดารานำแสดง Jamie Foxx, Beyoncé Knowles และ Eddie Murphy มาร่วมแสดงนำ

ถ้าได้ยินมาเพียงเท่านี้ี้ก็คงจะพอนึกออกว่าภาพหนังจะออกมาเป็นยังไงแต่
แต่หลังจากที่ได้ดู Trailer แล้วความเข้มข้นของดราม่าเยอะและดูจริงกว่า Chicago เยอะครับ
การแสดงของตัวละครแต่ละตัวก็น่าสนใจและจับตามองเอามากๆ ทั้งตัวละครหลักและรอง
และที่ขาดไม่ได้ถ้าเป็นหนังที่ดัดแปลงจากละครก็น่าจะมีโชว์ที่คล้ายๆกับใน Chicago
ซึ่งโชว์ในหนัง รวมไปถึงเพลงโดยรวมเท่าเห็นก็น่าประทับใจพอสมควรครับ
โดยเฉพาะเพลงในช่วงท้ายของตัวอย่าง ทั้งพลังเสียงและดนตรีที่ขับออกมา
ทำให้ผมตัดสินใจมองหนังเรื่องนี้ซะใหม่แล้วล่ะครับ
ถ้าหนังเข้า(เท่าที่ทราบหนังน่าจะเข้าปีหน้าครับ) คงได้เสียสตางค์แหง
และถึงแม้ไม่ได้ดูหนังแต่ก็คงได้เสียเงินไปกับ OST. แน่นอนครับ


อ้อหนังได้เรท PG-13 ครับ
(เด็กต่ำกว่า 13 ควรมีผู้ปกครองเข้าไปดูด้วยเพื่อให้คำแนะนำครับ)

เครดิตข่าวและข้อมูลจาก
http://www.jediyuth.com/index.php?option=content&task=view&id=2105
http://en.wikipedia.org/wiki/Dreamgirls
http://www.imdb.com/title/tt0443489/




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2549    
Last Update : 24 ตุลาคม 2549 4:27:23 น.
Counter : 147 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.