การที่เราเกิดมา ชีวิตแห่งการเกิดนั้นง่าย แต่ชีวิตแห่งการอยู่นั้นยาก เราจะทำอย่างไรให้อยู่ได้อย่างสุขสบาย
Group Blog
 
No Blog
 
15 No Blog
 
All Blogs
 

Group นี้ ยังไม่มี Blog ที่ online

yogaintrend
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ประวัติ อาจารย์โทน พรธิสาร

ปัจจุบัน อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาด้านประวัติศาสนศาสตร์

ผู้จัดทำโครงการเสริมสร้างความรู้ ปูมโยคะ จตุรโยคะ และไจโรโยคะ รวมถึงศิลปการนวด และ Spa Management

อาจารย์ทำหน้าที่กำกับดูแลการสอน ศูนย์ฝึกอบรมหลักสูตร ครูโยคะ

วิทยากรด้านการพัฒนาอัจฉริยภาพทางสมอง โภชนบำบัด และธรรมชาติบำบัด

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์และศิลป์ ของ จีน และ ธิืเบต(
ศาสตร์การเคลื่อนย้ายเส้นเอ็น เส้นประสาท และ การจัดระเบียบกระดูกสันหลัง)

องค์กรที่ได้รับเชิญ

เทศบาลนครพิษณุโลก (อบรมครูโยคะต่อเนื่ิอง)

เทศบาลเมืองตาก (อบรมครูโยคะ)

บริษัท วีน จำกัด (เครือสหพัฒน์ฯ) ทัวร์๙วัด งานครบรอบ๑๙ปีเวียนนา

บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาขน)

บริษัท ไหมทอง(ITOKIN)จำกัด (ไจโรโยคะ)

โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว (การดูแลสุขภาพกายและใจ)

คณะศิลปศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่

สิริรดาโยคะ ศูนย์โยคะจังหวัดเพชรบุรี

โรงพยาบาลทัพทัน จ.อุทัยธานี

โครงการสุขภาพกายฟิต สุขภาพจิตดี ด้วยวิถีโยคะ โดย อบต. หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สวัสดีโยคะ ศูนย์โยคะ รามอินทรา 117 กรุงเทพมหานคร

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี

ติดต่องานฝึกอบรม สัมนา นอกสถานที่ และ รับสอนโยคะทั่วประเทศ กับ อ.โทน ธนยุทธร พรธิสาร โทร 089-249-4999 หรือ 08-555-44-999

สิ่งที่ควรทราบ

โยคะเป็นกระบวนการที่มีจุดเริ่มต้น เป้าหมายและการสิ้นสุด สิ่งสำคัญที่เราต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายสูงสุด การฝึกโยคะ ประกอบด้วย การหายใจเป็นแหล่งก่อให้เกิดพลังของชีวิต การควบคุมการหายใจ
การฝึกท่าโยคะและการหายใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการทำสมาธิ หากฝึกได้จะทำให้ผู้ฝึกมีสุขภาพที่แข็งแรง จิตใจผ่องใสและเข้มแข็ง

สิ่งสำคัญ โยคะไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาโรคได้ โยคะไม่ใช่ปาฏิหาริย์ หลักของโยคะ จะต้องเป็นเหตุเป็นผล เมื่อเราคอยดูแลเอาใจใส่ร่างกาย จิตใจของเราอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ร่างกายและจิตใจย่อมต้องดีแน่นอน โอกาสที่จะเจ็บป่วยก็น้อยลง

โยคะ สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ดีมาก และหากมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น ผู้ฝึกทำโยคะอย่างเป็นประจำ ย่อมมีโอกาสหายจากโรคได้เร็วกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำอะไร

การฝึกโยคะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความสมดุลของระบบประสาท และรู้ความหมายแท้จริงของชีวิต จิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวตามสิ่งแวดล้อม ไม่เสียใจ ไม่ดีใจเกินไป เป็นการฝึกจนเกิดปัญญา

ในทางกายภาพ โยคะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผ่อนคลายความเครียด และอาการปวดเมื่อย ทำให้รูปร่างและทรวดทรงดีขึ้น รวมทั้งการทรงตัว เป็นต้น

ด้านกายภาพบำบัด กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเอ็น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้การเดินคล่องขึ้น การทรงตัวดีขึ้น กระดูกสันหลังถูกปรับให้เข้าสภาพปกติ ป้องกันอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ หรือ ปวดศีรษะ และปรับรูปร่างให้สมดุล กระดูกไม่งอ ไหล่ไม่เอียง ซึ่งท่าบริหารโยคะบางท่าถูกดัดแปลงใช้กับคนชรา และคนพิการเพื่อสามารถฝึกบนเตียง หรือบนรถเข็นได้

ด้านจิตบำบัด โยคะจะช่วยให้จิตสงบและมีสมาธิมากขึ้น ลดความวิตกกังวลและอาการที่ตื่นกลัว รวมทั้งผู้ที่ปัญหาเพศสัมพันธ์บกพร่อง สามารถบรรเทา หรือแก้ไขได้ด้วยท่าโยคะหลายๆ ท่า

โยคะแตกต่างกับการออกกำลังกาย
- โยคะ-สบาย การออกกำลังกาย-เครียดต่อผลการแข่งขัน โยคะ-ใช้แรงน้อย การออกกำลังกาย-ออกแรงมาก
- โยคะ-มีสติในการฝึก การออกกำลังกาย-สติไปอยู่ที่ภายนอก

หลักง่ายๆ ของผู้ที่จะฝึกโยคะ คือควรฝึกตามศักยภาพของตัวเอง ป้องกันการบาดเจ็บ ส่วนการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งดีที่เราพอมีเวลาควรลองทำ แต่ส่วนใหญ่ คนทำงานหนักในแต่ละสัปดาห์ ไม่สามารถออกกำลังกายได้สม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ พอมีเวลาว่างในวันหยุด เราจึงมักโหมออกกำลังหนักๆ ทำให้ร่างกายยิ่งทรุดมากขึ้น จนอาจได้รับอันตรายร้ายแรง

โยคะจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่เราสามารถนำไปปฏิบัติได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ แทนการออกกำลังกาย ซึ่งเราไม่ต้องไปหักโหมหรือเครียด เพียงใช้เวลาไม่มากในการนำไปปฏิบัติ


ประโยชน์ของการฝึกโยคะ
การฝึกโยคะดั้งเดิมต้องการค้นหาความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ไม่ใช่เกิดจากความพอใจหรือความรื่นรมย์ การฝึกโยคะจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความสมดุลของระบบประสาท และมีรู้ความหมายแท้จริงของชีวิต จิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวตามสิ่งแวดล้อม ไม่เสียใจ ไม่ดีใจเกินไป เป็นการฝึกจนเกิดปัญญา เพื่อประโยชน์ดังต่อไปนี้

* ช่วยให้เลือดไหวเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
* ช่วยผ่อนคลายความเครียด และอาการปวดเมื่อย
* ช่วยทำให้รูปร่างและทรวดทรงดีขึ้น รวมทั้งการทรงตัว
* ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น
* ทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น
* ทำให้มีสติดีขึ้นรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร
* ทำให้ใจเย็นลง
* ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน

ครูโยคะนั้น ต้องอาศัยความเพียรพยายามฝึกฝนจิตใจประสานร่างกาย และไม่มีใครที่จะเป็นครูโยคะที่เพียบพร้อมได้ในระยะเวลาสั้นๆ เป็นครูโยคะนั้นไม่ยาก ขอเพียงมีวินัยตั้งใจจริง มีเวลาปรับโครงสร้างร่างกายให้สมดุลย์สมบูรณ์แข็งแกร่ง ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการฝึกโยคะปรับพื้นฐานตามแบบฉบับของคัมภีร์อุปนิษัท พระเวทย์ จากนั้นเราก็จะเป็นครูที่สอนท่าต่างๆของโยคะได้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ทำท่าได้เหมือนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงต้องมีเวลาให้โยคะอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 2 ปี จึงจะเป็นครูโยคะที่แท้จริง
Friends' blogs
[Add yogaintrend's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.