กระบี่เย้ยยุทธจักร






กระบี่เย้ยยุทธจักร 笑傲江湖

เก้ากระบี่...ก้าวชีวิต



เพลงเย้ยยุทธจักร
ภาพประจักษ์หลอกตาเห็น
กตัญญูมิลำเค็ญ
พิสูจน์เช่นกาลเวลา
เพียงตรงหน้ามีจอกเหล้า
เล่ห์รักเร้าเสน่หา
เปลือกและเงาคือมายา
มาร-ธรรมา หาใช่จริง
วางทุกสิ่งย่อมหลุดพ้น
  







เพลงเย้ยยุทธจักร


หนึ่งมารพิณเจ็ดสาย ที่ไหวพลิ้ว
หนึ่งขลุ่ยธรรมร่ำผิว ที่พลิ้วไหว
รวมหนึ่งเช่นบทเพลง บรรเลงไพร
มิตรภาพอาบไล้ ในยามเย็น

ย่อมเป็นบท เพลงเย้ย ยุทธจักร-
อันวุ่นวายยิ่งนัก ประจักษ์เห็น
ว่าปลอมเปลือกปลิ้นปด พจน์ประเด็น
มารฤาธรรมซ่อนเร้น เช่นมายา

ดำฤาขาวคราวเผย ฤาเปรยร่าย
คงมิอาจเปรยปราย นัยปุจฉา
คมกระบี่ริ้วระบัด วิสัชนา
ฤทัยคนยากหา คราหยั่งมอง

เมื่อเพลงรู้ร้อยเล่ห์ ยามเห่เอ่ย
ท่วงทำนองก็เหยียดเย้ย เปรยผยอง
ผู้มิหวังอวดโว โอ่ลำพอง
บรรเลงเพลงเย้ยร้อง ก้องคิรี









ภาพประจักษ์หลอกตาเห็น


ภาพผู้ดีที่หล่อหลอม และปลอมเปลือก
หากซ่อนเมือกแห่งอุบาย ขายศักดิ์ศรี
ภาพอุ่นเอื้ออิงไอ ในกายี
หากล้นปรี่ด้วยเล่ห์เร้น เช่นอุบาย

ภาพประจักษ์หลอกตาเห็น เช่นเปลือกนอก
ภาพที่บอกป่าวแสร้ง แสดงฉาย
ใจเปลี่ยนหญิงนิ่งเร้า ในเงาชาย
แฝงอาฆาตมาดร้าย คล้ายมายา

ภาพกระบี่แห่งธรรม อันล้ำเลิศ
เขาหัวซานตระการเพริด บรรเจิดฟ้า
ห้าขุนเขาตระหง่าน ผ่านเมฆา
หากเงาดำคล้ำคืบทา ธรณิน

ภาพแห่งมารปานอสูร ที่พูนชั่ว
ละเลงเลอะเกลือกกลั้ว กระแสสินธุ์
แห่งคำลือ,หากค้นล้วง ในห้วงจินต์
อาจผ่องใสในถวิล ไร้สิ้นมาร









กตัญญูมิลำเค็ญ



กตัญญูมิลำเค็ญ เช่นบทบอก
แสดงออกใจสดับ และขับขาน
การทดแทนคุณคน พ้นภัยพาล
ประดุจปานแก้วใส ในโคลนตม

แม้นมิมีใดเห็น เช่นหลังฉาก
แม้นความดีพรางพราก จากทับถม
หากฟ้าดินธารา ป่าภิรมย์
มีความดีสถิตห่ม ก้มมองธรรม

แม้นเมื่อการโดนหมก และปกปิด
แม้นดอกไม้เปลี่ยนพิษ ปลิดขยำ
ถึงโดนเมินเช่นว่างไร้ ในบทจำ
หากหัวใจย่อมสุขล้ำ ในธรรมา

กตัญญูทุกคราว มิป่าวกู่
กตัญญูเพื่อใจรู้ สู่เวหา
มิหวังชมหวังเยินยอ รอเวลา
เป็นธรรมชาติคู่วิญญาณ์ วิญญูชน









พิสูจน์เช่นกาลเวลา



ระยะทางพิสูจน์ม้า อาชาห้อ
ว่าแข็งแกร่งควบต่อ มิย่อหน
กาลเวลาพิสูจน์หา น้ำใจคน
ว่ามั่นคงเสมอต้น จนปลายงาม

เหรียญอีแปะย่อมมี อยู่สองด้าน
บ้างแสนดีวจีหวาน ผ่านคำถาม
ฤาวูบวาบซาบซึ้ง ตรึงดวงมาลย์
หากโลเลเร่พล่าน ทุกกาล-ทาง

สม่ำเสมอจริตจรุง มิพุ่งพล่าน
สงบฌานโปร่งใส นัยแก่นร่าง
รู้ปล่อยวางใช่โลภจ้อง มิมองวาง
เป็นน้ำเย็นใช่ร้อนกร่าง วางไฟเพลิง


พิสูจน์เช่นกาลเวลา ทิวาผ่าน
สู่นิศาราตรีกาล มิรานเหลิง
เป็นน้ำใสไหลรื้น ให้รื่นเริง
คล้ายดั่งธรรมนองเจิ่ง ในเวิ้งใจ









เพียงตรงหน้ามีจอกเหล้า



อย่าเห็นเพียงภายนอก ไร้สมบัติ
ฤาปรายผ่านอัตคัด และขัด-ไร้
เพียงตรงหน้ามีจอกเหล้า แค่สองใบ

ย่อมดื่มลิ้มปริ่มใส ในไมตรี

ลิ้มเมรัยกับมิตรแท้ มิแย่หนัก
แม้นเหล้าเลวยังหวานนัก มิหัก-หนี
รินสุราพันจอก นอกราตรี
ย่อมมิเมาในเยาว์นี้ ที่กาลเดิน

ร่ำสุรากับคนใกล้ รู้ใจรัก
ย่อมประจักษ์หวานนี้ ที่ขวยเขิน
กาลอ้อยอิ่งประวิงไหว ช่างไวเกิน
สุรานุ่มชุ่มเพลิน เกินกล่าวคำ

เพียงตรงหน้ามีจอกเหล้า ที่เนาอยู่
กับมิตรแท้ย่อมรู้ ดูอิ่มหนำ
ในคีตากานท์กลอน ร่อนลำนำ
ตวัดปลายพู่กันย้ำ ร่ำรอยศิลป์









เล่ห์รักเร้าเสน่หา


หยาดน้ำค้างพร่างไหว บนใบสน
แสงอุษาจุมพิตฝน ที่หล่นสิ้น
กาลอ้อยอิ่งประวิงไล้ ในห้วงจินตน์
ลมริ้วริน แอบเอื้อเนื้อนวลนาง

ลมรตีคลี่ม่าน มาสานถัก
รอยสวาทหยอกรัก ทักยามสาง
เมื่อรอยยิ้มปริ่มหวาน คล้ายสานทาง
ใจก็หวังในนาง เช่นนางฟ้า

ต้นทุนต่ำย้ำคิด จิตเบี่ยงเฉ
ยามหลง
เล่ห์ รักเร้าเสน่หา
กระบี่เก่าเดียวดาย คล้ายเคยมา
หวังเคียงครองบุปผา ทุกครามอง

มิล่วงรู้หวังลิ้มรส ในเล่ห์รัก
เสียงพิณไหวใจประจักษ์ พักผยอง
ลมหมางเมินสะบัดร้าง จางครรลอง
เหลือรักร้างลี้ละออง ล่องวันวาน









เปลือกและเงาคือมายา


มิตรภาพสำคัญ กว่าลาภยศ
คำบิดเบือนซ่อนบท ในพจน์หวาน
นิ่งสงบในตน จิตพ้นพาล
มากพุ่งพล่านลนลาน ยิ่งพาลงง

อันกระบี่อยู่ที่ใจ ใช่ที่ถือ
เรื่องร้อยพันอันยุดยื้อ แค่ผุยผง
มาแต่ตัวกับหัวใจ ไยพะวง
มองฟ้างามท่ามหนามพง มิหลงทาง

อย่าเห็นเพียงภายนอก ไร้สมบัติ
จอกเหล้าดอกที่วัด มิเมินหมาง
เยี่ยงสหายรู้ใจ ใช้รินวาง
จอกตรงหน้าเอ่ยอ้าง ความมั่งมี

เปลือกและเงาคือมายา บนบ่าแบก
หน้ากากงามยามแรก แบกศักดิ์ศรี
กระเทาะเปลือกอัตตาทิ้ง ชลธี
ความไม่มีคือมากมี เสรีภาพ









มาร-ธรรมา หาใช่จริง



มาร-ธรรมาหาใช่จริง ทุกสิ่งเห็น
มารในธรรมซ่อนเร้น เช่นงามอาบ
ธรรมในมารผ่านรู้ ผู้ซึ้งซาบ
ภาพที่เห็นขนานขนาบ ระนาบมอง

มารฤาธรรมอยู่ที่ใจ ใช่นอกเปลือก
เลวฤาดีย่อมใช่เมือก เปลือกผยอง
อันดำ-ขาว เลว-ดี ลี้ครรลอง
โลกหม่นเทาร่ายล่อง ในคลองกรรม

อันลมปราณฤากระบี่ ที่ยึดถือ
ใช้เหตุผลฤาใจสื่อ คือเลิศล้ำ
หยั่งหัวใจวัดได้ ทุกนัยคำ
ย่อมตอกย้ำภายในร่าง วางกระบวน

พันกระบวน ร้อยท่าร่าง ทางกระบี่
ย่อมต้องแยกร้ายดี ที่แปรหวน
ยิ้มซ่อนเล่ห์เพทุบาย ที่ร่ายรวน
ย่อมครบถ้วนวิสัจนา ทุกคราแล









วางทุกสิ่งย่อมหลุดพ้น



วางทุกสิ่งย่อมหลุดพ้น จากลนร้อน
เสรีภาพทุกบทตอน ผ่อนกระแส
จุดประสงค์ยิ้มเย้ย เฉยเชือนแช
มีเพียงลมโรยแผ่ แพร่ลำนำ

บทเพลงเย้ยยุทธจักร จักจางแผ่ว
ในเส้นแนวแห่งภูผา ทุกคราค่ำ
ดาริกาจรัสฟ้า นิศาธรรม
ให้พรายพร่างสว่างล้ำ นำหัวใจ

ทั้งขุนเขาภูไศล และไพรพฤกษ์
แหละทะเลที่หวนนึก ผนึกไสว
จนเคลื่อนคล้อยลอยเบา ทุกคราวนัย
สลัดเรื่อง-รูป-สมัย ในรอยกาล

หลุดพ้นจากแสงสี ที่โรยล่อ
หลุดจากคำเยินยอ พนอหวาน
เหลือเพียงเสียงกระซิบแผ่ว จากแนวธาร
ที่แว่วผ่านสติสงบ พบสัจธรรม











ร้อยกรอง แต่งจากจินตนาการตามโครงเรื่องของ กระบี่เย้ยยุทธจักร บทประพันธ์โดย : กิมย้ง 金庸

กระบี่เย้ยยุทธจักร (จีน: 笑傲江湖; พินอิน: xiào ào jiāng hú) เฉี่ยเหงากังโอ๊ว หรือ เซี่ยวเอ้าเจียงหู ผลงานของ กิมย้ง (金庸)
เรื่องนี้ น.นพรัตน์ แปลครั้งแรกชื่อเรื่อง ผู้กล้าหาญคะนอง ในปี ค.ศ.
1960 มีทั้งหมด 8 เล่ม แต่พอต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็น เดชคัมภีร์เทวดา
ต่อมาจึงเปลี่ยนตามภาพยนตร์โทรทัศน์ว่า กระบี่เย้ยยุทธจักร และเรียบเรียงใหม่ลดลงเหลือ 4 เล่ม
เฉี่ย แปลว่า ยิ้ม หัวเราะ, เหงา แปลว่า ผยอง หยิ่ง, กังโอ๊ว แปลว่า ยุทธจักร รวมแล้วพอจะแปลเอาความได้ว่า 'ยิ้มผยอง (ใน) ยุทธจักร' หรือ 'ยิ้มผยอง หยันยุทธจักร'
ในความหมายของไทย "กระบี่เย้ยยุทธจักร" หมายความว่า "มือกระบี่มือหนึ่งแห่งแผ่นดินเยาะเย้ยความเป็นไปของยุทธจักร และ กฎเกณฑ์อันหลอกลวงของยุทธจักร"
อันเป็นผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งของกิมย้ง และ เรื่องนี้ "กิมย้ง" ยังไม่คล้ายคลึงประวัติศาสตร์ของจีนอย่างตายตัว
นิยายเรื่องนี้ กิมย้งได้เขียนในเชิงเสียดสีกับการเมืองในช่วง การปฏิวัติทางวัฒนธรรม (
Cultural Revolution,ปี ค.ศ.1966-1976)ของจีน ซึ่งเป็นการต่อสู้ภายในเพื่อแย่งชิงอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์
โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงเรื่องของ
The Count of Monte Cristo ของ Alexandre Dumas

ภาพกระบวนท่า เก้ากระบี่เดียวดาย (เก้ากระบี่ต๊กโกว) ของปรมาจารย์กระบี่ - ต๊กโกวคิ้วป้าย (独孤求败 - ตู๋กูฉิ่วป้าย) วาดโดย อ.หลี่จื้อชิง ( Lee chi ching )
Thanks[not] GUQIN -"Feelings In The Dawn" , xiao - 天地作合——一池波乐坊(胡翠波、张卓、徐波)(高清ขอขอบคุณ บทเพลง ภาพเขียน ภาพถ่าย ของศิลปินผู้รังสรรค์

credit - youtube ; Wikipedia ; picture - google
* Literature Blog *



Create Date : 09 มีนาคม 2564
Last Update : 9 มีนาคม 2564 14:50:18 น.
Counter : 624 Pageviews.

28 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณkae+aoe, คุณเริงฤดีนะ, คุณกะว่าก๋า, คุณทนายอ้วน, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณkatoy, คุณหอมกร, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณThe Kop Civil, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณเนินน้ำ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสองแผ่นดิน, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณตะลีกีปัส, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณอุ้มสี, คุณhaiku

  
เจิมก่อนอ่านทีหลัง เย้ๆ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:8:27:30 น.
  
ยังไม่อ่าน แต่โหวตก่อน

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:9:13:52 น.
  

ขอบคุณที่ไปประเดิมเจิมArt blog

กระบี่เย้ยยุทธจักร 笑傲江湖

เก้ากระบี่...ก้าวชีวิต

อ่านกลอนเคล้าเสียงพิณไพเราะเพราะพริ้ง

ตามด้วย..เพลงเย้ยยุทธจักร
และ..ภาพประจักษ์หลอกตาเห็น

เพลินอ่าน..


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:9:38:46 น.
  
ผมชอบเสียงกู่ฉินมากๆ
เวลาฟัง จะรู้สึกถึงความสงบ นิ่ง ลึกล้ำนะครับ

ภาพผู้ดีที่หล่อหลอม และปลอมเปลือก
หากซ่อนเมือกแห่งอุบาย ขายศักดิ์ศรี
.
.

อ่าแนล้วผมนึกถึงผู้นำบางคน
ที่อวดอ้างว่าเป็นคนดี
ธรรมะ อธรรม
บางทีก็มีเส้นแบ่งบางๆทีก่ั้นกลางอยู่

ภาพประกอบสวยงามมาก
บทกวีก็ไพเราะมากๆเช่นกันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:10:06:34 น.
  
เสียงขลุ่นจีนนี่ฟังดูเหงามากๆครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:11:41:50 น.
  
โดย: หอมกร วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:13:19:48 น.
  

ขอคารวะท่านพี่

บทกวีของท่านพี่ทำให้ข้าสำราญใจยิ่งนัก
ข้าได้ซึมซาบปรัชญาไปพร้อมกับความพลิ้วไหวร่ายรำของตัวอักษร

กิเลส ตัณหา มายาทั้งหลายล้วนอยู่ในใจ
กระบี่นั้น ก็อยู่ในใจเช่นกัน

สุดท้ายเมื่อวางทุกอย่างลง ความสงบก็จะเกิดขึ้น
เมื่อสงบจึงพบสัจธรรม ดังบทกวีสุดท้ายของท่าน

ราตรีนี้ ถ้าข้าไม่ร่ำสุราจนขาดสติจนเกินไป
คงอาจได้พบความสงบบ้าง
แม้น้อยนิดเพียงเสียงกระซิบแผ่วจากแนวธารนั้น ...

ขอคารวะ

โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:17:10:09 น.
  
กลอนเพราะ ภาพสวย เสียงดนตรีรัญจวนใจมากครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:17:28:22 น.
  
ดนตรีฟังแล้วเหมือนนั่งชมอึ้งย้งนั่งดีดพิณเลย

กลอนไพเราะมากค่ะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:19:43:12 น.
  
สวัสดีตอนค่ำๆวันอังคารครับ



ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - วัดเจดีย์หลวง เชียงแสน ด้วยนะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:20:09:18 น.
  
นั่งฟังเสียงดนตรี งานเขียนเพลินเลยครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:21:20:09 น.
  
ชื่อบล็อกนึกไปถึงหนังจีนเรื่องกระบี่ไร้เทียมทานเลยค่ะ
ภาพประกอบเข้ากับชื่อเรื่อง ตั้งใจทำบล็อกมากชื่นชม
วันนี้มีหลายบท ชอบบทเพียงตรงหน้ามีจอกเหล้าที่สุดค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 9 มีนาคม 2564 เวลา:21:21:43 น.
  
วางทุกสิ่งย่อมหลุดพ้น

บทกลอนไพเราะมากและให้ข้อคิด
ภาพประกอบก็งามมากค่ะ

ขอบคุณคุณ Sleepless Sea สำหรับกำลังใจนะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:0:09:12 น.
  

ภาพสวย
กลอนก็ไพเราะค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:3:18:06 น.
  

สวัสดียามเช้าครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:6:12:54 น.
  
ขอบคุณ คุณkatoy ครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:8:51:23 น.
  
ขอบคุณ คุณสายหมอกและก้อนเมฆครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:8:52:06 น.
  
ขอบคุณ คุณที่เห็นและเป็นมา ครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:8:52:40 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

มาฟังเพลงเพราะกับดูภาพหมึกวาดฟุ้งๆ
ชอบมากค่ะ
ส่วนคำไพเราะค่อยมาอ่านทีหลังนะคะ
ต้องใช้สมาธิในการอ่านและทำความเข้าใจช้าๆค่ะ

ขอบคุณกำลังใจที่ให้เมนูต้มยำเห็ดด้วยค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:9:06:22 น.
  
กระบี่อยู่ที่ใจ หากเยี่ยมยุทธแล้วไซร้ แค่กิ่งไผ่ก็ไร้เทียมทาน

ชอบสำนวนหนังจีนกำลังภายในหลายสำนวนเลยค่ะ
เมื่อก่อนเพื่อน ๆ ก็มีตั้งฉายาเหมือนกันนะคะ 555

ขอบคุณกำลังใจที่บล็อกด้วยค่ะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:10:03:53 น.
  
โดย: หอมกร วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:10:32:38 น.
  
สวัสดีครับคุณSleepless Sea

เจอบทแรก ว่าเอ๊ะ รูปแบบเปลี่ยนไป
แต่พอไล่อ่านดู ก็ถึงบางอ้อ
ว่าเค้ารวมชื่อบทไว้ด้วยกันในบทแรก
เยี่ยมเลยครับ ชอบๆ

ผมไม่ได้สัมผัสกับนิยายจีน หรือกำลังภายในเลย
แต่เคยได้ดูซีรี่ส์ตอนเด็กๆ บ้าง
อ่านบทกวีเอนทรี่นี้แล้ว
ชวนให้นึกถึงเรื่องธรรมะคือธรรมชาติ
และความจริงใจคือสมบัติที่ควรมีติดตัวในมนุษย์ทุกคนครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:12:36:50 น.
  
ขอบคุณเช่นกันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:16:10:46 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - วัดเจดีย์หลวง เชียงแสน ด้วยนะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:19:45:27 น.
  
สวัสดีครับคุณSleepless Sea

ขอบคุณที่ไปพูดคุยกันที่บล็อกนะครับ
เมื่อคืนผมอัพบล็อกเฉียดเที่ยงคืน
ตอนเช้าตรู่มาดู ก็ไม่เจอในบล็อกรวม
มาเจออีกทีตอนบล็อกกลุ่มครับ
สงสัยเป็นช่วงเวลา dead air 55

แล้วแวะไปอีกนะครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:20:12:49 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 มีนาคม 2564 เวลา:5:34:06 น.
  
ยอดเยี่ยมไร่เทียมทาน
โดย: อุ้มสี วันที่: 11 มีนาคม 2564 เวลา:5:35:36 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 11 มีนาคม 2564 เวลา:13:22:55 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Sleepless Sea
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



มีนาคม 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31