สาวน้อยประแป้ง (อาภา) บทที่ 1


นี่ นี่เรามาเขียนนิยายความรักงั้นเรอะ ? 

 

คุกกี้คามุอิ : จะว่าไปยังไม่มีบทนำที่เหมาะกับเรื่องนีี้

อาภา ผู้หญิงสวยที่ดูลึกลับ เธอไม่มีข้อมูลชีวิตเกี่ยวกับการเกิด ครอบครัว แต่เธอเคยเป็นเด็กและเติบโตเหมือนสิ่งมีชีวิตแบบคนปกติ

จากความลึกลับว่าเป็นคนมีพลังพิษแบบไม้ประดับชนิดหนึ่ง และเกิดเรื่องราวลึกลับ มีเรื่องราวเกี่ยวกับความเหนือธรรมชาติที่น่ากลัว

ในใจของเธอค่อนข้างสับสน

เรื่องราวความรักของอาภา ถ้าเขารัก ที่เขารักโดยชีวิตนั้น เขาจะทำให้เธอไม่มีพิษร้ายเกิดกับเขา อย่างพระเอกของเรื่องนี้มีชีวิตพบปะอะไรแต่พยายามเข้าใจตัวเองให้ได้ว่าตัวเองมั่นใจเรื่องรักอาภาที่สุด เขาจะทำยังไง และความสมหวังของสองคนจะไม่มีอะไรขวางกั้น

พิษสาวน้อยประแป้งได้เริ่มแผ่กระจายออกมาให้ผู้อ่านลุ้นความรักกันแล้ว



บทที่ 1  : หลังเลิกงานของนายปอนด์


===================

 

"ปอนด์" เสียงเรียกชื่อเล่นจากผู้หญิงคนหนึ่งในบริษัทก่อสร้าง

"หือ ?" ปอนด์ได้ยินแล้ว นายปอนด์ ชายผู้สวมแว่นสายตา ทรงผมรองทรงเรียบง่าย เลนส์แว่นตาที่บอบบางอย่างนี้ไม่ใช่ว่าสายตาเขายังไม่สั้นมากแต่เขาตัดแว่นใช้เลนส์บอบบางเพราะมีเงินจ่ายหลายๆหมื่นในการทำเลนส์สายตา คงจะแย่เอาการ ถ้าแว่นออกจากสายตาคงเดินชนกำแพงเพราะไม่รู้ตัวว่าข้างหน้ามีอะไร ปอนด์มีอาชีพสถาปนิกต๊อกต๋อยแต่กลับจริงจังกับการเป็นลูกน้องแบบคนไฟแรงๆที่ท่วมโถมหัวใจในงานออกแบบและวางแผนก่อสร้าง จะว่าเป็นคนต๊อกต๋อยก็ไม่ได้ถึงกับว่าให้เจ้านายคัดเลือกเอาไปทิ้ง

" ให้เวลาสามนาที ไปคิดหน่อยว่าฉันเนี่ย สวย .... "  เหมือนผู้หญิงจะขอร้องอะไรที่ตัวเองเข้าข่ายความหน้าตาดีมาก เธอมีคนชอบมากพอๆกับความเป็นดารานักร้อง อาจจะมีเพื่อนร่วมงานที่ชมเธอด้วยความกล้าพูดได้เต็มปากว่าดาวของบริษัทเพราะหน้าตาของเธอตรงกับมาตรฐานคนสวย

" อาภา " ได้ทราบแล้วว่าผู้หญิงมีชื่ออาภา โดยนายปอนด์พูดออกมา " เธอไม่น่าจะให้ฉันไปเสียเวลากับสิ่งที่เธอขออะไรไร้สาระขนาดนี้นะ " นายสถาปนิกหนุ่มหันความสนใจเรื่องเพื่อนร่วมงานไปทุ่มเทกับสิ่งอื่น " มีลูกค้าขอร้องฉัน ให้งานกับฉัน งานก็ให้สถาปนิกร่วมกันวิเคราะห์และต้องให้วิศวกรของบริษัทเราร่วมคิด เป็นการบ้านที่ฉันต้องเก็บเอาไปทำ จากที่เขาขอร้องว่าของานเนี๊ยบๆ.... "

อาภาเหมือนจะเข้าใจไม่ครบทุกคำพูด "งานเนี๊ยบ โทษทีนะ ฉันอยากรู้ความหมายของเนี๊ยบนั้น ลืมไปแล้วอะ "

"ก็งานสมบูรณ์ ไม่มีที่ติ งานเนี๊ยบจึงมีความหมายว่างานนั้นจะออกมาดีที่สุดไง" นายสถาปนิกก็ฉงนใจว่าที่พูดไปแล้วต้องอธิบายภาษาให้ทั้งๆที่ไม่ถึงกับเป็นแชมป์ทางภาษาได้รางวัลที่หนึ่ง "อาภา ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่จะไปสแกนนิ้วมือยืนยันตัวตนในการเลิกงานแล้ว "

อาภาได้ยินแล้วเหมือนเธอเพิ่งรู้สึก ขอไปจ้องจอคอมพิวเตอร์เพื่อนร่วมงานสาวที่ความสวยเป็นรองชื่อโชะเด๊ะ " ออ จะสี่โมงครึ่งแล้วหนิ "

" อาภา เธอก็กลับบ้านพร้อมกับฉันสิ " ผู้หญิงสาวนามโชะเด๊ะคนที่มีชื่อแปลกๆนี้เงยหน้าไปมองเพื่อนด้านข้าง โชะเด๊ะเป็นเพื่อนที่อยู่ในก๊วนผู้หญิงประจำแผนกของบริษัท ก๊วนนี้เหมือนจะเปิดรับสมัครสาวๆที่มีอุดมคติใกล้เคียงกันได้เข้ามาสร้างเสริมเติมแต่งให้ดูโดดเด่น

ที่ชั้นล่างของอาคารบริษัท ในระหว่างที่นิ้วโป้งของนายปอนด์ประทับปุ่มมีแสงที่ทำหน้าที่วิเคราะห์รับข้อมูล ที่ไหล่ของชายสถาปนิกก็มีคนมาสะกิด

" นายจะวาดเค้าโครงกับงานนี้กี่ชั่วโมง " คนๆหนึ่งที่มาสะกิดไหล่ทักทายปอนด์ขณะที่บริษัทถึงเวลาเลิก

ปอนด์รู้จักเขาด้วยความคุ้นเคย " ครับพี่วิศวกรธงธง ไม่แน่นอนกับเวลาหรอกครับ เราต้องลงมือดู แต่ผมอะจะทำงานได้ไหลลื่น เรียบง่าย โดยผมจะเปิดเพลงฟังไปด้วยครับ "

" แสดงว่าสมาธิจะเกิดได้ เพราะเพลงมันเพราะสินะ เออ เอาพรุ่งนี้วันเสาร์นะ อืม.... เอ๊ะ ปอนด์  เราน่ะหยุดพักในวันเสาร์หรือเปล่า " รุ่นพี่ที่ทำงานซักถามและใช้แขนโอบนายสถาปนิกเหมือนสนิทสนมที่สุด

" หยุดครับ แต่วงการเรานี่เรื่องเหล้าและเบียร์พวกเรื่องสุรานี่มันเป็นอะไรที่มันจริงแท้แน่นอนไปเลยนะพี่ธงธง " ปอนด์บอก และสักพักความคิดหนึ่งของเขาผลุดขึ้นสมองให้บอก " ไม่ออนเดอะร็อคนะ ผสมน้ำอัดลมก่อน ผมเป็นคนที่ไม่ใช่คนคอแข็งหรือคนเสพติดเหล้าครับ ถ้าเหล้าเพียวไหลลงคอต่อเนื่องผมอาจจะสลบไปเลย และทั้งๆที่ผู้คนบอกกันปากต่อปากว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมสิ่งอื่นจะส่งผลหนักและเมาเร็วมากก็ตาม มันแปลกนะครับ ผมไม่มีปฏิกิริยาเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหล้าเอาไปผสมโน่นผสมนี่เพื่อให้รสชาติดื่มง่ายขึ้นน่ะครับ "

" อ่า ดี ดีจังปอนด์ พี่ได้คนมาดื่มเป็นเพื่อนร่วมวงก็รู้สึกดีใจมากแล้วล่ะ เอานะ งานที่จะทำมันมีเวลาให้เรามากมายหนิ " วิศวกรธงธงยิ้มแย้มเพราะดีใจ แขนที่โอบเริ่มรัดแน่นคอปอนด์

" หายใจไม่ออกครับพี่ธงธง " ปอนด์พูดแล้วรุ่นพี่จึงรู้ตัวและคลายความแน่น นายสถาปนิกได้รอดพ้นจากภาวะขาดอากาศหายใจเฉียบพลัน

และปอนด์เดินออกประตูสถานที่ทำงาน หน้าสถานที่ทำงานมีบันไดเป็นทางเข้าออก เขาลงมาจนสุดและเผลอเหยียบเท้าผู้ชายคนหนึ่งเข้า เจ้าของเท้าที่โดนเหยียบร้องว่า " โอ๊ย "

ปอนด์รู้สึกช้าไปหน่อยว่ามีคนอยู่ใกล้ตัว " อ้าว ไอ้นิล " นายผู้ชายชื่อนิลคนนี้เป็นใครที่ไม่ใช่คนในบริษัท " โทษที ทำไมนายมาถึงนี่กับอีแค่จะเข้าใกล้วันเสาร์ล่ะ ไอ้ทางรุ่นพี่ของฉันนัดดื่มนัดกินเอาไว้นะ "

" หลังจากฉันเสร็จงานจะขอไปดูบ้านของนายหน่อย " นายนิลที่ปรากฏตัวมา ว่าได้รู้จักกับนายปอนด์แบบเพื่อนคนหนึ่ง " ตั้งแต่ที่เรารู้จักกันครั้งแรกในโรงเรียนประถม เราไปบ้านนายไม่บ่อยนัก "

" อือ นายจะเห็นสภาพความแตกต่าง ....มั้ง เอานี่เศษเงินเล็กๆน้อยๆ เผื่อนายไม่มีค่ารถเมล์"

" อือ ขอบใจ แต่ฉันก็มีแล้ว " นายนิลได้ตอบกลับ ไม่ถึงกับขอความช่วยเหลือเล็กน้อย

ปอนด์กับนิลเดินคุยกันไป ปอนด์มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย " ลูกค้าจะรู้จักบริษัทของเราก็มีทั้งจากโฆษณาบ้างล่ะ และฝีมือในการทำงานเป็นที่ประจักษ์ ถ้าเทียบกับงานการแบบทางรัฐ ทางนั้นก็ช่วยรัฐช่วยราชการ เงินเดือนให้มาต่างกันนะ บริษัทของฉันมันก็เป็นเอกชน ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่มักจะมีเงินให้ดีกว่าทางราชการ "

" ปกตินายถูกลูกค้าขอ หรือ เจ้านายเห็นความสามารถแล้วจะได้เงินบ่อยๆยังไง "

" ฉันก็ได้เหมาเอาเพราะบ้างาน ไม่แน่ใจหรอกที่เงินจะมาตอนไหนนะ นึกถึงส่วนแบ่งของงานมันต่างมีเงินที่เขาคิดจะให้ตามประสบการณ์และความสามารถ.... มีบางส่วนที่สถาปนิกร่วมกันทำงานกับวิศวกรก็พวกที่เรียนสาขาหลักโยธา และเป็นโยธาที่มีคุณสมบัติทางโยธาในขอบข่ายงานที่เขาเน้นศึกษาก็คือสาขาระบบอาคารบ้าง ระบบโครงสร้างบ้าง "

" แบบเค้าโครงที่ได้จากนายนำไปส่งให้เขาหรอ " นิลยังไม่รู้อะไรที่ไม่เคยศึกษา

" จริงๆ นายก็น่าจะรู้พื้นฐานในชีวิตการงาน งานของฉันที่ทำก็ไม่มากกว่าไปวาดโครงวาดภาพคร่าวๆ สถาปนิกจะวาดเสา คาน ไม่ใช่คนคำนวณขนาดเสา ขนาดคาน ที่คำนวณนั้นสถาปนิกก็คำนวณคร่าวๆเบื้องต้นมาจากรูปวาดในแผ่นกระดาษทำงานที่สถาปนิกวาด วิศวกรโครงสร้างรับแบบไปคิดจะสร้างคิดจะคำนวณต่อ วิศวกรโยธาที่เรียนระบบอาคารก็ช่วยเราเรื่องพลังงานเรื่องการใช้สอยก็ช่วยเราได้มาก ตอนนี้มาคิดเรื่องลูกค้าประหลาดก็มีนะ " ปอนด์แอบมองนิล เผื่อนิลจะสงสัยอะไรอีก

" ลูกค้าประหลาด ขออะไรที่ยากๆหรอ "

" ขอให้ช่วยสร้างเสารูปตัว T ถึงสี่ตัวเรียงซ้อนตั้งตรง ภาพที่ฉันเข้าใจก็ขาของอักษร T เป็นอะไรที่มาวางขาตรงกลางต่อๆกัน ในแกนกลางทำให้ฉันคิดวัสดุแกนกลางจับ T ทุกตัว พร้อมกับ T ตัวแรกที่ติดพื้นก็มีอะไรในใต้พื้นดินเป็นตัวจับแกนกลางหลักไม่ให้ส่วนแกนกลางหลักล้มลง ..... ฉันแค่คิดได้คร่าวๆ ประมาณนั้น แต่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ไปกว่าคนที่ร่วมทีมหรอก ฉันเองก็มีโอกาสไปออกสนามพูดคุยกับพวกทีมงานของฉัน อาจจะไม่ได้ถึงกับใส่หมวกเหล็กป้องกันศีรษะแบบคนสร้างสิ่งก่อสร้างของจริง

" อืม งานยอดเยี่ยมมาก ถ้าเสานั้นเขาอยากให้สร้างต่อๆกันเป็นรูปตัว O หรือตัว X  นี่ไม่เห็นแกนกลางนะเนี่ย "

"เออ มันยังมีอีกหลายแบบที่ทำปัญหา เออ นายจะรู้หรือไม่ มันมีอีกงานจากคนที่มาขอฉันน่ะ เขาขอให้สร้างสถูป สถูปคือสิ่งก่อสร้างที่ก่อสร้างมาใส่สิ่งเคารพบูชา เช่น อัฐิบรรพบุรุษ ที่เห็นได้จากในวัดวาอาราม ที่นายคุ้นเคยจากวัดนายก็คงเคยเห็นในรูปแบบเจดีย์บ่อยๆ และ ฉันก็เจออีกงานน่ะ เขาขอสิ่งก่อสร้างรูปหอยแอมโมไนต์ขนาดใหญ่ตั้งบนพื้นได้ "

" อะ..... มะ หมายความว่า..... งานแอมโมไนต์ที่จะต้องให้ศิลปะสวยๆจะลำบากนาย แล้วนายหรือวิศวกรนะที่ทำรูปร่างลายละเอียดขนาดนั้น "

" จ้างศิลปินแกะสลักมาเพิ่ม นอกเหนือไปจากพวกเราเอง ลูกค้าอยากให้รูปร่างเปลือกหอยสวยเนี๊ยบแล้วก็เข้าใจความต้องการของเขาล่ะ "  

"นักแกะสลักจากคนกระทรวงศิลปะ "

" กระทรวงไม่น่าจะเป็นคำที่ถูก ฉันคิดว่าคำที่เขาเรียกคือกรมศิลปะ  จะว่าไป ฉันก็ยังไม่รู้อะไรว่า หน่วยงานของรัฐที่เรียกกรมอะไรนั่นก็เข้ามาร่วมงานยังไง ที่จะมาทำกับบริษัท ในความเข้าใจกว้างๆฉันคิดว่าหน่วยงานของรัฐรับงานมาจากเบื้องบนของรัฐเรียกตัวไปทำงาน....... " ปอนด์หยุดนึกคิดและกระแอม " แอมโมไนต์ขนาดใหญ่ที่คิดเรื่องข้างในของมันแล้วฉันคิดอยู่ว่าความขดโค้งจะให้แกนอะไรสำหรับเกาะโครงร่าง ว่าจะปล่อยเป็นโพลงเอาไว้เลยล่ะ.....โพลงในที่นี้ไม่ใช่สว่างโพลง ไฟลุกโพลงนะ แต่หมายถึงมีพื้นที่ว่าง ที่ว่างๆไว้ในเปลือกหอยแอมโมไนต์น่ะ เปลือกนอกก็ใช้วัสดุมีความแข็งกว่าที่สภาพดินฟ้าอากาศจะทำลายได้ "

รถเมล์คันที่จะไปถึงหมู่บ้านของนายปอนด์มาจอดรับริมถนนแล้ว

พอชายสองคนได้ขึ้นรถเมล์ก็โหนราวคุยกัน ปอนด์เล่าถึงบ้านของตน " บ้านฉันตอนนี้มีน้องชายและหมากับแมวเยอะแยะด้วย ส่วนบ้านของพ่อแม่ของฉันอยู่ในจังหวัดอื่น"

...........................

................

ณ ที่บ้านของปอนด์

ปอนด์เรียกนายนิลให้มาดูตรงที่อาศัยของสัตว์ "นี่คือพ่อแม่  แมวเพศเมียตัวนี้ถูกเรียกว่าแม่เพราะมันมีลูก สุนัขตัวนี้เรียกว่าพ่อเพราะมันไปทำให้สุนัขตัวเมียที่อื่นมีลูก "  

เชื่อขนมกินได้เลยว่านายนิลแอบไปหัวเราะเบาๆ " พ่อ กับ แม่ อุอุอุอิอิอิ "

" พี่ปอนด์ ปัง ! ปัง ! "  มีเสียงเด็กชายเล็กแหลมเดินออกมาจากมุมหนึ่ง ถือปืนของเล่นราคาถูกๆไม่มีอันตรายใดๆ

"  หืม อ๊ะ พี่ปอนด์ โดนยิงแล้ว ..... " ปอนด์หยอกน้องชายที่ยังเด็กอยู่ ทำท่ายกมือหมุนเต้นรำ " โดนยิงแล้ว เต้นรำ " โยกสะโพกไปข้างหน้าข้างหลัง

" ต้องสลบสิพี่ชาย โดนยิงแล้วเต้น มันไม่ใช่นา .... "

" อ้าว นายปอนด์กลับมาถึงก่อนแล้วหรอ " ผู้หญิงที่หน้าบ้านของปอนด์คนหนึ่งเรียกทัก

" อ๊ะ เด๊ะ เธอนั่นเอง อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันตลอดก็ไม่น่าจะแปลกใจถามออกมานะ " ปอนด์หมายถึงสาวที่ทำงานชื่อโชะเด๊ะ " อ่า คนนี้นิลเพื่อนเก่าแก่ของฉันเป็นพนักงานขายที่ขายเก่งมากในห้างสรรพสินค้า เขาช่วยขายได้หลายอย่าง "

นิลเข้าไปโชว์ตัวที่ช้างหน้าผู้หญิง " โชะเด๊ะ เธอสวยจังเลยอะ "

"ฉันสวย ? " คำชมผู้ชาย อาจทำให้คิดไปไกลเล็กน้อย " แหม ยังไม่เท่าไหร่นะ " โชะเด๊ะเห็นนายนิลชมเข้าก็เขินอยู่ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะรักก็ไม่คิดอะไรเกินไป

" สัญญาว่ารักคุณเด๊ะเลย " นายนิลชูมือสัญลักษณ์แฟนพันธุ์แท้ให้หญิงสาว นี่เขาตั้งมั่นจริงๆหรือเปล่า

" แหม ๆ" ใบหน้าโชะเด๊ะกำลังมีสีชมพู

และวันนี้ที่โชะเด๊ะจะชวนอาภาเดินทางกลับด้วยกัน อาภามาปรากฏตัว

" อาภา " นายปอนด์เรียก " วันนี้มากับเด๊ะไปเยี่ยมบ้านของเด๊ะน่ะหรอ "

แต่นายนิลกลับนิ่งแข็งไปแล้ว "................................" ความเงียบที่เกิดขึ้นเมื่อสองสายตามาบรรจบกัน

"นาย ....... " และปอนด์ที่หันไปหาเพื่อนที่สภาพแข็งกระด้าง ใช้แขนแกว่งขึ้นลงที่หน้านิล " เกิดอะไรขึ้นกับนาย "

" อาภา ....." นิลได้ส่งเสียงเรียกชื่อผู้หญิงที่ปรากฏตัวทีหลังจากโชะเด๊ะ ทำไมนิลถึงรู้จัก

" .....นาย " อาภาจ้องตอบด้วยความทึ่ง " นี่คือ..... "

ภาพบรรยากาศเก่าๆของชายหญิงคู่นี้ผลุดเป็นดอกเห็ดทำให้นายนิลหันไปทางด้านข้าง เหมือนสภาพร่างกายของเขาจะเจ็บปวดจนมือกุมไว้ที่หน้าอก โชะเด๊ะก็เห็นอาภารีบหันหน้าหนีหลบสายตาของนิลและปอนด์

" อาภา มีอะไร " โชะเด๊ะหันไปเรียกถาม

" อา...อาภา " นิลที่ถูกนายปอนด์ประคองกายเรียกชื่อผู้หญิงที่มีเรื่องราวอะไรกันแน่

สองคนนี้มีเรื่องราวอะไรกัน จึงทำให้มีปฏิกิริยากับสภาพร่างกายอย่างนี้

........................................

........................

บรรณาธิการ : บทมาถึงตรงนี้แล้ว ..... อ้าว ปอนด์ไม่ใช่พระเอกเรอะ

คุกกี้คามุอิ : พระเอก คือ นิล ครับ

บรรณาธิการ : ออ นิล เป็นพระเอก บทบาทที่แสดงไปทำเอาเข้าใจผิดไปนะเนี่ย

=======




Create Date : 17 กรกฎาคม 2565
Last Update : 18 กรกฎาคม 2565 9:21:17 น.
Counter : 548 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คุกกี้คามุอิ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



กรกฏาคม 2565

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
20
21
22
24
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog