Group Blog
พฤษภาคม 2565

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
30 ก.ย.65 คนจนหมดปท.ไทยง่ายนิดเดียว กล้าทำไหมล่ะ
รัฐบาล ประยุทธ์” ขีดเส้น “คนจน” หมดประเทศ 30 ก.ย. ปี 65


ดร.สมคิด บอกไว้ ปี 2561 “คนจน” หมดประเทศ ไทย
มือประชานิยม …………..ผ่านไปแล้ว .......ยังทำไมได้

มันเป็นไปไม่ได้เลย 5 เดือน “คนจน” หมดประเทศ ไทย


แต่ง่ายนิดเดียว .........กล้าทำไหมล่ะ.............

รับรอง คนจน หมดประเทศไทย แน่นอน ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม

ทำตามนี้................................เลย
ให้เอา.............เงินอภิมหาเศรษฐี ไทย....... 28 ราย

มา.........แบ่งเฉลี่ย แจก....... คนจนทั้งประเทศ ไทย

เอาแค่ ..........10 ท่าน นี้ ..............ก็ได้
หมดแน่เลย

คนไทยทุกคนจะต้องมีเงิน ขั้นต่ำ ....10 ล้าน..........
ถ้าใครมี 10 ล้านแล้ว.......... ไม่ต้อง แจก.............


อภิมหาเศรษฐีโลก ปี 2022 ประเทศไทย

1 "ธนินท์ เจียรวนนท์" เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ทรัพย์สิน 13,500 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 137 ของโลก)
2 "เจริญ สิริวัฒนภักดี" ไทยเบฟเวอเรจ ทรัพย์สิน 12,000 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 156 ของโลก)
3 "สารัชถ์ รัตนาวะดี" กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ทรัพย์สิน 11,800 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 161 ของโลก)
4 "สุเมธ เจียรวนนท์" เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ทรัพย์สิน 5,300 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 509 ของโลก)
5 "จรัญ เจียรวนนท์" เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ทรัพย์สิน 5,200 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 523 ของโลก)
6 "มนตรี เจียรวนนท์" เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ทรัพย์สิน 5,100 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 536 ของโลก)
7 "สมโภชน์ อาหุนัย" พลังงานบริสุทธิ์ ทรัพย์สิน 4,000 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 728 ของโลก)
8 "ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ" โรงพยาบาลกรุงเทพ ทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดัน 883 ของโลก)
9 "วานิช ไชยวรรณ" ไทยประกันชีวิต ทรัพย์สิน 3,200 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 951ของโลก)
10 "ชูชาติ -ดาวนภา เพชรอำไพ" เมืองไทยแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สิน 2,500 ล้านดอลลาร์ (ติดอันดับ 1,238 ของโลก)


อย่าโกรธ กันนะ ...........พวกอภิมหาเศรษฐี .........

นี่เป็นแค่ วาทะกรรม ทำได้จริง คนจน หมดประเทศแน่นอน ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม
ทำแบบนี้.............หมดจริง จริง.................

ตอนนี้ ที่ผ่านมา ตลาดคริปโต ........ร่วงแรง.........
เดือน พค.65 ........ขึ้นบ้างแล้ว
เดือน กค-ธค.65 .......มันจะขึ้นไปเรื่อยๆ (ที่เดิม ที่ที่คุ้นเคย)


ฟันธง ..........เหรียญ LUNA………..
เหรียญที่ทำให้ นักลงทุนเป็น ทั้ง อภิมหาเศรษฐี และ ยาจก

มันจะวิ่งขึ้น ให้ท่านเห็น...เดือน มิย กค.สค.กย.ตค.65

เหตุผล ที่ ล่มสลาย .....กองทุน ผูกกับ
ค่าเงิน USD / BTC มันร่วงแรง
ดอกเบี้ย ปรับขึ้น
ขาดทุนหนัก รายใหญ่ ถอนดึงเงินออกหมด

............ตลาดหุ้นไทย.............

ไม่อยากจะเชื่อเลย .........มันกำลังจะวิ่งขึ้น..........
มันเริ่ม วิ่งขึ้น ตั้งแต่...... พค.มิย.กค.สค.กย.ตค.65........
คิดว่า ............ไม่น่าจะลงแรงแล้ว นะ.........................

น่าจะเล่นใน กรอบ .......1550 – 1700 .........จุด
สงคราม รัสเซีย......... น่าจะจบ เร็วๆ นี้ แน่นอน
น้ำมัน โลก ...............ราคา จะลดลง ๆ

22 พค.นี้ ..........เลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. + สก.
คนที่จะเป็น .......ผู้ว่า กทม..............

มันคือ....... คนรับใช้..... ประชาชน คนกรุงเทพมหานคร
อุทิศเวลา ........ทุกวินาที ...........เมื่อยาม เกิดภัย ภิบัติ
นอนหลับ ....โทร.บอก โรงงาน ไฟไหม้ ตื่น อยู่ที่เกิดเหตุ

น้ำท่วม..ฝน ตกหนัก รถติด ........ทุกช่วงเวลา
แก้ไขง่ ายมาก ........จัดหน่วยงาน................
...... เครื่องดูด น้ำ ออกไป ดูดน้ำ ทันที่.........

น้ำจะท่วมได้ไง เพราะ มีหน่วยงาน ออกไปดูดน้ำทันที
.............โทร. แจ้ง 24 ชม………………

ฝุ่นละออง + อากาศร้อนจัด ..........ทำไง หรือ
ง่ายนิดเดียว..............
...................ทำน้ำพุ...............
ทำเป็น จุด ๆ
เป็น บ่อน้ำ เคลื่อนที่ สูบน้ำ ขึ้นบน เป็นละออง ลงมา ดูดกลับ
ไม่เปลือง น้ำ ลดอากาศร้อนจัด อีกด้วย


ผู้ว่า กทม......ในใจ คือ เลข ราหู (มันเด่น ทับลัคนาเมือง)
ไม่ใช่คนสำอาง ร่างกาย กำยำ บึกบึน ใจสู้ เต็มร้อย


อยาก จะ ขำ ไปฟ้อง........ หมอปลา ...........นักล่า ผู้กล้ว
แล้ว จะหา ผู้กล้า ........จับพระ มั่ว เสพ เมถุน .......ได้ไง


........ทำจริง.......โดยลูกศิษย์ ให้ปฎิบัติ เห็นๆ
หมอปลา ไม่เข้าไป ..........หลวงตาท่าน จะเป็น เหยื่อ เสียหาย ทั้งชีวิต
พระดี พระปฎิบัติชอบ ในอดีต ถ้าหมอปลา ไปเข้าไป
ก็จะเกิด แบบนี้ .......ถูกซุบซิบ ในหมู่ พวกผู้หญิ่ง ...........

ไม่มีใครไป ขอบคุณ หมอปลา ซักคน ...ดันไป ฟ้อง เอาเรื่อง เอาราว

หลวงตา ......ก็จะเป็น เหยื่อ เครื่องมือ หากิน พวกลูกศิษย์.....
หาเงิน...........เข้าวัดหรือเข้ากระเป๋าใคร..................


คนแก่ อายุมาก สมองเสื่อม ไม่สมประกอบ ......ไม่รู้เรื่อง........แล้ว
คนแก่ ...ผู้ชาย มัก มีโรค....ชอบ จับ ๆ คำ ๆ ...ส่วนใหญ่ แบบนี้อยู้แล้ว
...................ต้องดูแล เป็นพิเศษ..................


ต่อไป จะหา ผู้กล้า............ยากมาก..............






Create Date : 17 พฤษภาคม 2565
Last Update : 17 พฤษภาคม 2565 7:42:15 น.
Counter : 152 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
ลอกเขามา ..... เขาพูดไว้ .......อ่านแล้ว ตรงกับ ที่ เข้าใจว่า จาก 100 ไป หา 0
--------------------------------------------------------------------


จิตวิญญาณของพุทธศาสนาเถรวาท ในความเข้าใจของผมเสียก่อน


แบบอย่างอันเป็นอุดมคติของเถรวาท ก็คือ พระพุทธเจ้า นั่นเอง
และวิถีชีวิตที่พระพุทธเจ้าใช้ในการแสวงหาคุณค่าทางจิตวิญญาณในเบื้องต้น ก็คือ “การออกจากสังคม” การออกบวช พูดง่ายๆ คือ การตายไปจากสังคม เป็นการทิ้งสิทธิทั้งหมดที่ตัวเองมี สละสิทธิ์ แล้วกลายเป็นคนไม่มีสิทธิ์ใดๆในสังคมเลย

ในวัฒนธรรมอินเดีย การออกบวช หมายถึง คุณกลายเป็น nobody จริงๆ ไม่ใช่บวชแล้วกลายเป็นอะไรที่ดูโก้เก๋ สูงส่ง

นักบวชนั้นไม่ใช่พราหมณ์ คือเป็นคนที่ไม่มีสิทธิอะไรเลย
เวลามีใครตัดสินใจออกบวช คนในครอบครัวมีการเศร้าโศกเสียใจ ร้องห่มร้องไห้ หรือถึงขั้นทำงานศพให้เลยก็มี
เพราะในสังคมอินเดียสมัยพุทธกาลนั้น การไม่มีสถานะทางสังคมถือว่า คุณไม่มีตัวตน ไม่มีคุณค่า และไม่ข้องเกี่ยวกับสังคมอีกต่อไป

วิถีของนักบวชในอินเดียนั้น เรียกกันว่า วิถีของสมณะ คำว่า “สมณะ” แปลว่า “ผู้เดินท่องไป” เป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสถานะ ไม่มีบทบาท ไม่มีที่พักพิงใดๆ สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวก็คือการเดินท่องไปเรื่อยๆ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การกลายเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์ของสมณโคดม สิ่งที่เขาได้รับก็คือ “เสรีภาพ” เรียกได้ว่า เขายอมแลกสิทธิ์ทั้งหมดที่เคยมีในฐานะคนคนหนึ่ง เพื่อจะได้มีเสรีภาพจริงๆ

วิถีชีวิตอุดมคติทางศาสนาของภิกษุ/ภิกษุณี เรียกได้ว่าเป็น ผู้ขอ หรือเป็นผู้ที่ไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆทางสังคมเลย

ขอเศษอาหาร นอนตามโคนไม้ หรือเรือนว่าง นัยของความไม่มีสิทธิ์ทางสังคม นำมาซึ่งคำว่า “อะไรก็ได้” ที่ติดปากคนไทยกันมานานนม
วิถีสมณะ คือ รับอะไรก็ได้ กินอะไรก็ได้ ใครจะดูถูกดูแคลนยังไงก็ได้ ถูกปฏิเสธไม่เป็นไร ไม่พูดถึงสิทธิ์ของตัวเองเลย ขอให้มีเสรีภาพในการแสวงหาคุณค่าบางอย่างในแบบของตัวเองเป็นพอ

และสถานที่เดียวครับ ที่เหล่าสมณะจะมีเสรีภาพได้อย่างเต็มที่ ก็คือ สถานที่ที่สังคมยังไม่ได้แผ่อำนาจไปผูกคุณค่าไว้กับมัน สถานที่นั้น คือ “ป่า” ป่าเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ คือ พื้นที่ หรืออาณาเขตที่ปลอดจากอำนาจ การกำหนดกฎเกณฑ์ หรือคุณค่าที่ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้วโดยผู้อื่นหรือโดยสังคม ป่าถือเป็นสถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการแสวงหาคุณค่าใหม่ ซึ่งอันนี้ก็ไปพ้องกับความหมายของ “สมณะ” หรือ “ผู้เดินท่องไป” ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ผละจากบ้านไปสู่ความไร้บ้าน

สมณะเลือกที่จะตายไปจากสังคม เพื่อออกแสวงหาคุณค่าบางอย่างที่ในสังคมตอนนั้นไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่มีอยู่ สิทธัตถะเลือกวิถีชีวิตแบบนี้ในการแสวงหาคุณค่า และแม้หลังจากที่รู้แจ้งเป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็ยังคงวิถีสมณะไว้เป็นหลัก

คำว่า “ไม่มีสิทธิ์” นี่เป็นคำที่น่าสนใจ
แม้หลังจากที่พระพุทธเจ้าค้นพบคุณค่าที่ท่านได้แสวงหาแล้ว โดยสถานะทางสังคม พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้กลายเป็นอภิสิทธิ์ชน ยังคงเป็นคนที่ไม่มีสิทธิ์เช่นเดิม

คือในการประกาศศาสนาของพระพุทธเจ้า ท่านถือว่าท่านไม่มีสถานะใดๆทั้งสิ้น ไม่มีอำนาจในการควบคุมสิ่งต่างๆให้เป็นอย่างที่อยากให้เป็นเลย

เพราะวิถีพุทธนั้น หัวใจของมันนั้นคือศักยภาพบางอย่างที่ปรากฏขึ้นจากภาวะไร้อำนาจ ไม่มีนัยของการควบคุม จำกัด หรือบังคับ แต่มันคือการศิโรราบ ยอมรับความจริง และอยู่อย่างสอดคล้องกับสิ่งที่เป็น

พระพุทธเจ้าแสดงแบบอย่างของคนที่สละอำนาจ ไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น ในการเดินท่องไปของพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวก เรียกได้ว่า เป็นคนที่ต่ำยิ่งกว่าต่ำ เพราะฉะนั้นท่านจะถูกดูแคลน ถูกเหยียดหยามยังไง คำสอนมันจะไม่เข้าหูใครยังไง สมณะเหล่านั้นไม่ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นอริยบุคคลหรือไม่ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปต่อว่า หรือไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะไปสอนหรือแก้ไขเขานะครับ

พระพุทธองค์ยังบอกอีกนะครับ ว่าแม้แต่สาวกที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้วเนี่ย ก็ขอให้รักษาไว้ซึ่งวิถีชีวิตแบบนี้ คือ วิถีของการเดินท่องไป

ผมว่ามันมีนัยอะไรบางอย่างของการวางรากฐานจิตวิญญาณของพุทธศาสนาในแบบนี้ แม้ว่าในช่วงหลังคำสอนของพระพุทธองค์จะเริ่มเป็นที่ยอมรับกันในคนจำนวนไม่น้อยในสังคมแล้วก็ตาม พระพุทธองค์ก็ยังเดินท่องไปเรื่อยๆ จนวันตายเลยนะครับ
คือ เดินจากหมู่บ้านหนึ่งไปสู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง สิ่งที่เจอก็คือสถานการณ์ต่างๆ ของสังคมที่ต่างกันออกไป วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน ภาษาที่ไม่เหมือนกัน คุณค่าทางสังคมที่ไม่เหมือนกัน ความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าวิถีการเดินท่องไปแบบนั้น ไม่มีหลักยึดอะไรได้เลย ต้องปล่อยสิ่งที่ตนคิดไว้อยู่ตลอดเวลา ต้องตื่น และเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลา มันทำให้คนที่เดินบนวิถีนี้ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรู้ที่เกิดขึ้นมันถูกสังเคราะห์ใหม่อยู่ตลอดเวลา คือต้องเปิดรับและอยู่กับความไม่รู้ อย่างที่ไม่สามารถจะเอาความรู้เดิมที่คิดว่ารู้แล้วมาใช้แบบสำเร็จรูปได้

กลุ่มคนเหล่านี้แม้จะไม่มีสิทธิ์อะไรในทางสังคมเลย เดินจากบ้านสู่ความไร้บ้านตลอดชีวิต แต่กลับเป็นเหมือนเอเย่นต์ของการเปลี่ยนแปลง หรือเอเย่นต์ของการเรียนรู้ใหม่ การทำความเข้าใจใหม่อยู่ตลอดเวลา และนี่คือวิถีของพุทธะ หรือวิถีของความตื่น

จะสังเกตเห็นนะครับว่าการประกาศพุทธธรรมของพระพุทธเจ้า มันไม่ได้เป็นประกาศความเชื่อ หรือหลักคิดใหม่ทางสังคมและการเมือง

ธรรมวินัยไม่ได้แสดงถึงอำนาจที่จะไปเปลี่ยนแปลงโลกอย่างที่เราคิดว่าดี
แต่เป็นการประกาศถึงการวางตัววางใจอันแสดงออกในวิถีชีวิตที่ลงไปเรียนรู้และสัมผัสกับความทุกข์ ปัญหา และผู้คน โดยยังรักษาต้นธารในป่า คือ พร้อมที่จะสละสิทธิ์ ปล่อยวางจากอำนาจ ผละจากบ้านหรือความยึดถือในตัวตน แล้วใช้ศักยภาพของความตื่น สติปัญญาในการเข้าหาผู้คน เรียนรู้สังคม วัฒนธรรม และเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนไปอย่างสอดคล้อง

ตรงนี้ผมมองว่าเป็น หัวใจหรือต้นธารของพุทธศาสนา เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะถ้าเราจะเรียกพุทธศาสนาในประเทศไทยว่าพุทธศาสนาเถรวาทเนี่ย ยิ่งจะต้องทำความเข้าใจคุณค่าของวิถีชีวิตอันเป็นต้นธารจิตวิญญาณพุทธศาสนานี้ หล่อเลี้ยงและรักษามันไว้ให้ได้

เราอาจจะสงสัยว่าเมื่อไม่มีสิทธิ์แล้ว จะมีอำนาจอะไรไปเปลี่ยนแปลงสังคม ก็เล่นอยู่ในป่า หาที่หลีกเร้นไปภาวนา อยู่ตามชายขอบของสังคม อาจจะเรียนรู้ผู้คนในสังคมและวัฒนธรรมนึง แต่สักพักก็จากออกมา แล้วเดินทางต่อ

แต่ในทางปฏิบัติ วิถีของคนไม่มีสิทธิ์ หรือคนชายขอบเหล่านี้กลับมีผลสะเทือนต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอินเดียสูงมาก เพราะมันทำให้คนในสังคมได้ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่คิดกัน และแม้จะออกจากสังคมไปแล้ว แต่วิถีสมณะนั้นก็ยังต้องสัมพันธ์กับสังคมจากการขอนะครับ โดยเฉพาะในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้ากำหนดไว้เลยว่าการบิณฑบาตถือเป็นกิจอย่างหนึ่งที่จะยกเว้นไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณค่าใดที่ถูกค้นพบ ฝึกฝน และปฏิบัติ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมอยู่ตลอด

การบิณฑบาตถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ยึดโยงให้พุทธศาสนามีความสัมพันธ์กับสังคม ไม่หลุดลอยออกมากลายเป็นการตัดขาดจากผู้คนหรือความทุกข์ร่วมกับคนอื่น อีกทั้งวิถีของการเดินท่องไปก็ไม่ได้ให้นัยของการตัดขาดตัวเองจากคนอื่นอยู่แล้ว มันทำให้มีการปฏิสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นมีอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้มาจากสถานะที่อยู่สูงกว่า คือตรงกันข้าม มันต้องมาจากสถานะที่เท่ากันหรือต่ำกว่าเสียด้วย

และอีกประเด็นที่น่าสนใจมากของ ความไม่มีสิทธิ์ ซึ่งมันอาจดูไม่มีพลังต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมเลย แต่ผมกลับมองว่าเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากๆ ก็คือว่า คนที่ไม่มีสิทธิ์เนี่ย เนื่องจากว่าเค้าไม่ได้ต้องการการรับรองหรือการยืนยันในเชิงคุณค่าใดๆ จากสังคม คุณค่าของเขาได้ถูกพบแล้วด้วยตัวเอง และเป็นสิ่งที่เขานำมาฝึกฝนและปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเขาด้วย ขณะเดียวกันเขาก็เจียมตัว และพร้อมที่จะถูกปฏิเสธหรือถูกเตะออกไปจากสังคมอยู่ตลอดเวลา ตรงนั้นทำให้คนเหล่านี้ แม้จะไม่มีสิทธิ์ แต่ด้วยความตื่นและความเข้าใจในความเป็นไปต่างๆ ที่ได้ไปพบเห็น ทำให้เขามีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นคือ “ความกล้า”

คนพวกนี้เรียกได้ว่าไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่มีอะไรต้องกลัวเสีย ไม่ต้องเกรงว่าคนจะไม่ยอมรับ หรือคนจะไม่รัก เพราะวิถีของสมณะไม่ได้สนใจเรื่องสิทธิ์หรืออำนาจถูกมั้ยครับ สิ่งที่เขาสนใจมีแค่ความจริง และหนทางที่จะคลี่คลายความทุกข์ ความขัดแย้งในตนเองและผู้อื่นเท่านั้น อันนี้ผมว่ามันน่าสนใจ และมันอาจเปิดมุมมองให้เราเห็นถึงอิทธิพลที่พุทธศาสนามีผลต่อสังคมในหนทางที่ต่างออกไป โดยเฉพาะในเรื่องของ “ความกล้า” และ “ความตื่น” ที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อรับใช้อำนาจทางสังคมที่ถูกกำหนดไว้

ความกล้าหาญทางจริยธรรมมันเกิดขึ้นมากนะครับในสมัยพุทธกาล มันมีความตื่นอยู่ในนั้น มีใจที่เปิดกว้างอยู่ในนั้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาต้นธารหรืออุดมคติที่มีรากอยู่ใน “ป่า” ซึ่งคือพื้นที่ของอิสรภาพ พื้นที่ที่ไม่ถูกอำนาจของสังคมในการควบคุม พื้นที่ที่ไม่ถูกปรุงแต่งหรือกำหนด หรือเจือปนด้วยอคติ ซึ่งพื้นที่นั้นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากเราจะพูดถึงจิตวิญญาณของพุทธศาสนา

สิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดเป็นมุมมองในทางประวัติศาสตร์ศาสนา ที่อธิบายถึงคุณค่าทางจิตวิญญาณที่พุทธศาสนาเถรวาทให้ความสำคัญนะครับ ถ้าพุทธศาสนาที่มีอยู่ในประเทศไทยเป็นพุทธศาสนาเถรวาท เป็นพุทธศาสนาสายที่เก่าแก่ที่สุด และซื่อตรงต่อธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าประกาศไว้ที่สุด รากฐานเหล่านั้นมันอยู่ตรงไหน และเรายังมองเห็นอะไรที่ตั้งอยู่บนรากฐานนั้นอยู่บ้างหรือไม่

โดย: เห็นว่าน่าฟัง เลยลอกมาให้อ่าน IP: 159.192.29.3 วันที่: 17 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:20:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

pilinda
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ตลาดหุ้นไทย ไม่ต่าง บ่อเงิน บ่อทอง ของประเทศไทย ของคนไทย ทั้งชาติ ก้าว เศรษฐกิจ ทุน เงิน อำนาจ มหาศาล มุ่งมั่น ....ความเจริญสู่ชาติไทย ก้าวไกลไทยเป็น ที่หนึ่งใน อาเซียน......ไชโย