Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
กันยายน 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
หวานเย็นแช่แข็ง (ตอน4)

ถือเป็นการกลับมาสรุปอีกครั้ง หลังจากได้ขายหวานเย็นแช่แข็งมาระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พอจะแน่ใจแล้วว่า สามารถทำขายได้เรื่อยๆ ต่อเนื่อง มีลูกค้าซื้อต่อเนื่องประจำ ไม่ใช่เห่อระยะหนึ่งแล้วจางหายไป

แล้วก็พอสรุปได้แล้วว่า อะไรที่ไปรอด แล้ว อะไรที่ไปไม่รอด อะไรทำได้ แล้วอะไรที่ไม่ได้ทำ หรือ ทำแล้วไม่รอด

ในระยะแรกของการลองทำน้ำหวานแช่แข็งออกมาขาย ซึ่งเป็นช่วงสินค้าใหม่ เดี๋ยวมีน้ำโน้นออกมาใหม่ มีน้ำนี่ออกมาใหม่ จะมีลูกค้าที่เห่อตาม คอยซื้อของใหม่ที่ออกมาเรื่อยๆ เรียกว่ามีน้ำอะไรออกมาใหม่ ลูกค้าจะซื้อลองชิมหมดเลย ทำให้หวานเย็นแช่แข็งในระยะแรก ขายได้ทุกน้ำเลย ทำอะไรออกมาก็ขายดีหมด เพราะทุกคนยังไม่เคยลองทาน ก็เลยซื้อชิมกันใหญ่ในระยะแรก ก็ทำให้ขายดีในช่วงต้นๆ

แต่พอทำมาระยะหนึ่ง ไม่มีสินค้าออกใหม่แล้ว มีแต่น้ำเดิมๆ ลูกค้าบางคนก็จะเริ่มเบื่อ เคยชิมแล้ว ไม่เอาแล้ว ในระยะต่อมา ก็จะทำให้น้ำบางตัวเริ่มขายไม่ออก เพราะลูกค้าซื้อชิมไปแล้ว  แล้วไม่คิดจะซื้อซ้ำ จะเหลือแต่คนที่ชอบน้ำนั้นจริงๆที่ยังคงซื้อทานต่อเนื่อง พวกลองชิมก็จะหายไป

ตอนนี้ก็จะเป็นระยะอยู่ตัวแล้ว เพราะคนที่ชอบก็จะยังคงซื้อต่อเนื่อง แล้วคนที่ไม่ชอบก็จะเลิกซื้อ เลิกสนใจแล้ว  เราจะได้เห็นลูกค้าที่แท้จริง ที่ชอบขูดน้ำแข็งกิน ชอบทานหวานเย็นแช่แข็งตัวจริงๆ

กับ กลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากลูกค้าเดิม เช่น ลูกค้าเก่ามาเล่นเกมส์แล้วซื้อกลับไปทานที่บ้านด้วย พอกลับไปบ้าน น้องได้ชิม แม่ได้ชิม เกิดชอบขึ้นมา ก็จะอยากจะมาซื้อทานด้วย ก็จะกลายเป็นว่า มีลูกค้าขาจรเข้ามาด้วย อาจจะมาซื้อไม่บ่อยนักเหมือนขาประจำ แต่ว่าก็จะมีบางคนที่เข้าสู่วงโครจลูกค้าใหม่ ซื้อลองชิมหลายๆน้ำ แล้วก็จะเหลือน้ำที่ชอบที่สุด ที่จะซื้อต่อเนื่อง โดยไม่สนใจน้ำอื่นๆอีกเลย กลับบางคน ที่เคยลองชิมน้ำนี่แล้ว จากพี่น้อง ก็จะฝากคนอื่นมาซื้อแต่น้ำนั้น น้ำอื่นไม่เคยลอง ก็จะไม่กล้าซื้อ ไม่ลองของใหม่เลยก็มี

ก็เลยทำให้หวานเย็นแช่แข็งสามารถขายได้ต่อเนื่อง เพราะจะมีทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ที่วนเวียนเข้ามา อาจจะไม่บูมเหมือนแรกๆ แต่ก็ไปได้เรื่อยๆต่อเนื่องมีคนซื้อทุกวัน

โดยฐานลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มเด็กเล็ก,ประถม - มัธยมต้น  พวกวัยรุ่นจะมีแค่บางคนที่ชอบทาน กลุ่มผู้ใหญ่ก็มีบางประปราย

 

กลุ่มน้ำที่ทำขาย แบ่งคราวๆได้ 4 กลุ่ม

1. น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย เช่น น้ำแดง น้ำเขียว น้ำสับปะรด น้ำองุ่น

2. น้ำผลไม้เข้มข้น เช่น น้ำลิ้นจี่ น้ำสตอรเบอร์รี่ น้ำฝรั่ง น้ำแอ๊บเปิ้ล น้ำแคลตาลูป น้ำกีวี่

3. น้ำอัดลม เช่น บิ๊กโคล่า แฟนต้าน้ำแดง

4. น้ำกาแฟโบราณ เช่น กาแฟ ชาดำเย็น ชานมเย็น โอวัลติน น้ำบ๊วย

 

 

1. กลุ่มน้ำหวานเฮลซ์บลูบอย และ 3. กลุ่มน้ำอัดลม จะมีต้นทุนที่ถูกหน่อย ใช้แก้ว 7 ออนซ์  ลูกค้าจะรู้สึกว่าแก้วใหญ๋ กินแล้วคุ้ม กับราคา 5 บาท  

น้ำที่ขายได้หลักๆคือ น้ำแดง น้ำเขียว องุ่น และ สับปะรด  ส่วนน้ำอัดลม ใช้บิ๊กโคล่าทำให้ต้นทุนถูกกว่าโค้กหรือเป๊ปซี่  ตัวโคล่านี้ ค่อนข้างขายดี มีเด็กติดซื้อกินทุกวัน ไม่ต่างกับน้ำอัดลมทั่วไป  ส่วนน้ำแดงแฟนต้า เคยลองใช้ของบิ๊กโคล่าแล้ว ไม่ค่อยเวิร์ค เลยต้องใช้ น้ำแดงแฟนต้าจริงๆ เด็กจะชอบมากกว่า 

 

 

2. กลุ่มน้ำผลไม้เข้มข้น  ต้นทุนน้ำผลไม้เข้มข้นแต่ละยี่ห้อมาไม่เท่ากัน อัตราส่วนผสมก็ไม่เท่ากัน ให้รสชาติที่อร่อยต่างกัน  บางครั้งลองแล้วก็เวิร์ค บางทีก็ไม่เวิรค์ ลูกค้ารู้สึกอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง

อย่างน้ำสตอร์เบอร์รี่ ของยี่ห้อ ควีน ลูกค้าบอกอร่อย พอไปเปลี่ยนเป็นยี่ห้อ โกเด้นแพน กลับขายไม่ออกเลย ลูกค้าบอกชิมแล้วไม่อร่อย ทำให้น้ำสตอร์เบอร์รี่ ที่ควรจะขายดี กลับขายไม่ออก จึงต้องหยุดไปพักหนึ่ง

แต่ลงทุนไปแล้วน้ำก็มีอยู่ จะไม่ขายเลย ก็ทำให้ขาดทุน ทำให้ต้องหาวิธีแก้  หลังจากเว้นระยะการขายไปพักหนึ่ง ทำป้ายชื่อน้ำออกมาใหม่ ทำให้ดูเป็นของใหม่ คนละตัวของเดิม โดยแยกแยะน้ำทั้งสองตัวออกให้ดูต่างกันไปเลย

อย่างยี่ห้อควีน น้ำสตอร์เบอร์รี่เป็นสีชมพู ทำป้ายสีชมพู ส่วนโกเด้นแพน น้ำสตอรเบอร์รี่เป็นสีแดง ก็เลยทำป้ายสีแดง แต่ด้วยความที่ของเดิมขายไม่ออก ทำให้ต้องมาแก้ ลองผสมน้ำแดงลงไป เพื่อให้เป็นน้ำใหม่อีกตัวหนึ่ง ก็กลายเป็นอีกรสชาติหนึ่ง ที่ลูกค้าไม่เคยลอง นำมาออกมาขายคู่กันได้ กลายเป็นน้ำคนลงตัวไป    

ป้ายชื่อน้ำที่ติดบนฝาแก้ว

 

 

เคยซื้อน้ำบลูพันซ์มาลอง แต่เนื่องจากเราไม่ได้ทำปั่น หรือ ผสมกับโซดาขาย นำมาผสมน้ำเปล่าอย่างเดียว ตามอัตราส่วนที่เขียนไว้ข้างขวด  แค่ชิมเองยังไม่ทันขาย ก็แหวะเอง ไม่อร่อยซะแล้ว ก็เลยลองผสมกับน้ำเขียว เฮลซ์บลูบอย แทนที่น้ำจะเป็นสีฟ้า หรือ สีเขียวอ่อน กลายเป็นสีเขียวแก่ รสชาติแปลกๆ เป็นมิ้นส์ผสมครีมโซดา  กินแล้วลิ้นปากเขียวไปหมด

เด็กซื้อกินเพราะความแปลกและความสนุกนะ กินแล้วลิ้นเป็นสีเขียว เรียกว่ากินเอาฮา กินเสร็จโชว์ลิ้นกันใหญ่เลย หัวเราะสนุกสนาน  

ยอมรับไม่กล้าทำบ่อย นานๆทำออกมาให้เด็กเล่นสนุก เพราะความแปลก แต่คงไม่ใช่น้ำที่เด็กอยากทานทุกวัน

ถือเป็นประสบการณ์จากการลองน้ำผลไม้ ที่ลองผิดลองถูก

 

 

 

 

4. กลุ่มน้ำกาแฟโบราณ เริ่มจากทำโอวัลตินแล้วขายดี ได้มีการลองทำน้ำบ๊วย ก็พอมีคนชอบบ้างแต่เป็นคนกลุ่มเล็กๆ แล้วก็ได้ลองทำกาแฟ ชาดำเย็น ชาเย็น ชามะนาวขึ้น  น้ำกลุ่มนี้ได้รับความนิยมมากกว่า กลุ่มน้ำผลไม้เข้นข้น เพราะรสชาติที่หวานหอมของนม ถูกปากเด็กผู้ชายมากกว่าน้ำผลไม้รสเปรี้ยว ทำให้เกิดการซื้อต่อเนื่อง สำหรับคนที่ติด โอวัลติน กาแฟ และ ชา

 

ปัญหาที่พบคือ เมื่อทำน้ำออกมามากๆ หน้าตาและสีสัน มันคล้ายคลึงกัน จนบางทีก็ไม่สามารถแยกแยะจากสี หรือ ตาเปล่าได้ ทำให้ต้องมีการทำป้ายชื่อน้ำขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าดูง่ายว่าเป็นน้ำอะไรบ้าง

 

ป้ายชื่อ ยังมีส่วนช่วยหน้าตาดูน่าสนใจขึ้น และเรียกร้องความน่าสนใจได้ มีแรงดึงดูดช่วยในการขาย

 

ต้องบอกว่า หวานเย็นแช่แข็งพวกนี้ ขายในราคาต่ำ คือ แก้วละ 5 บาท จะให้ลงทุนสกรีนแก้ว หรือซื้อแก้วที่มีสีสันสวยงาม เพื่อดึงดูดลูกค้า มันทำให้ต้นทุนสูงเกิน แล้วจะไม่สามารถขายในราคาที่ต่ำได้ เพราะต้นทุนวัสดุที่ทำน้ำ อย่างกาแฟ หรือ โอวัลติน ก็ถือว่าสูง กำไรน้อยอยู่แล้ว ลูกค้าไม่เคยสนใจว่า ต้นทุนจะมาเท่าไหร่ รู้แต่ว่า รับได้กับราคาขาย 5 บาท เท่านั้น

ดังนั้นจำเป็นต้องลดต้นทุนให้มาก แม้แต่ป้ายชื่อยังใช้กระดาษนิดเดียว ให้รู้ว่าชื่ออะไรพอ ใช้กระดาษโฟโต้สติ๊กเกอร์มากยังเปลืองเลย เพราะโฟโต้สติ๊กเกอร์ก็แพงกว่ากระดาษทั่วไป กระดาษทั่วไปก็ใช้ไม่ได้ เพราะมันโดนน้ำไม่ได้ ต้องใช้กระดาษที่โดนน้ำได้ ถึงจะติดได้  แต่ต้องทำให้มีสีสันน่ารัก เพราะเรารู้แล้วว่าลูกค้าเราเป็นเด็ก ออกแบบให้ลายดูเด็กๆหน่อย จะได้จูงใจ อันนี้ก็ต้องออกแบบเอง เพื่อความประหยัดไปจ้างเขา ก็เปลืองตังค์เพิ่มต้นทุนอีก อยากมีกำไร ก็ต้องทำเองเพื่อความประหยัด

 

พอทำออกมาหลายๆน้ำ ด้วยความที่มีตัวเลือกเยอะ ทำให้พบว่า น้ำบางอย่างขายไม่ออก เช่น น้ำส้ม เด็กไม่ชอบทาน หรือ น้ำเก๊กฮวย พอมีตัวเลือกที่เยอะขึ้น เก๊กฮวยกลับกลายเป็นไม่ค่อยถูกเลือก ไม่ใช่ลูกค้าไม่ชอบ แต่ว่า ชอบน้ำอื่นมากกว่า

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ ไม่กล้าทำน้ำอื่นที่คิดไว้ เช่นกระเจี๊ยบ กลัวว่าจะเข้าค่ายน้ำไม่เลือกเช่นกัน เพราะเด็กชอบน้ำอื่นมากกว่า หรือ ตอนแรกก็คิดว่าจะใส่เครื่อง แต่พอคำนวนต้นทุนแล้ว จะลดน้ำก็กระไรอยู่ จะเพิ่มเครื่องกำไรก็หด พอคิดถึงความเป็นจริงแล้ว ก็เลยไม่ทำดีกว่า กลัวว่าขายแพงขึ้น จะไม่มีคนเลือก ทำให้ที่คิดไว้ ต้องยกเลิกไป

 

ตั้งแต่หันมาลองทำน้ำขาย ต้องลองชิมไปมา รู้สึกว่าทำให้น้ำหนักขึ้นเหมือนกันนะ แต่ก็ต้องชิมเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย ก่อนนำมาออกขาย 

สูตรสำเร็จของการน้ำหวานแช่แข็ง คือ

1. รสชาติถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าอร่อย มันก็ขายได้

2. ราคาต้องไม่แพง ลูกค้ายอมรับได้ ต้องให้เข้าถึงความรู้สึกว่า " คุ้ม" กับค่าเงินที่เสียไป

3. หน้าตาสีสัน ความน่าทาน และ โฆษณา เป็นแรงดึงดูดใจที่ดี

แค่นี้ก็ขายได้แล้วค่ะ




Create Date : 12 กันยายน 2556
Last Update : 12 กันยายน 2556 14:20:29 น.
Counter : 17769 Pageviews.

12 comments
  
น่าชื่นชมกับไอเดีย และความขยันค่ะ สู้ สู้
โดย: หาอะไรให้ชีวิต IP: 110.168.5.108 วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:11:17:12 น.
  
สงสัยครับ ว่าเด็กทานอย่างไร บีบกินแล้วกัดเอาหรือครับ
โดย: ผ่านมาชม IP: 27.145.54.213 วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:22:53:12 น.
  
คุณผ่านมาชม

แถมช้อน(ช้อนตักไอติม)ให้ไว้ขูดน้ำแข็งทานค่ะ
แต่บางคนก็ไม่เอาช้อน บีบกัดกินเลย หรือคว่ำแก้วใส่ถ้วยอีกใบ ให้น้ำแข็งด้านล่างอยู่ด้านบนแทน แล้วกัดแทะกิน โดยไม่ใช้ช้อนก็มี แล้วแต่วิธีการกินของแต่ละคน


ช้อนซื้อมาถุงละ 60 บาทมี 500อัน ตกเฉลี่ยอยู่ที่ อันละ .12สตางค์ เท่านั้นเอง
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:23:32:40 น.
  
เห็นช้อนพลาสติกยาวตักไอติมตามรถเข็นไอติมถ้วยมันบางๆ ขูดน้ำแข็งแล้วไม่หักหรือครับ

ต้องแช่ให้ไไม่แข็งมากหรือเปล่าครับ
โดย: ผ่านมาชม IP: 27.145.54.213 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:1:50:21 น.
  
คุณผ่านมาชม

หวานเย็นแช่ตู้ไอศกรีมวอลล์ อุณหภูมิ-20องศา ยังไงก็แข็งเป็นน้ำแข็ง จะให้แข็งน้อยๆ หรือว่าไม่แข็งมาก ทำไม่ได้ ยังไงก็แข็งโป๊ก

ส่วนมากเด็กก็ชอบกินแข็งๆ มากกว่านิ่มๆ บางคนถ้าไม่อยากกินแข็งมาก ก็จะปล่อยทิ้งไว้ในสภาพอากาศปรกติ ไม่นานน้ำแข็งก็ละลายตามธรรมชาติ ออกมาเป็นน้ำเย็น

น้ำที่ส่วนผสมของนมหรือน้ำตาล มักจะไม่แข็งเหมือนน้ำเปล่า ที่แข็งตัวเป็นน้ำแข็งนะคะ อย่างโอวัลติน แข็งยังไงก็จะขูดได้ หรือน้ำอัดลม แข็งยังไงก็ขูดออกมาเป็นเกร็ดได้ ขูดกินทีละน้อยๆ เหมือนกินสเลอร์ปี้เลย


ช้อนพลาสติก หรือ ถ้วยพลาสติกที่ใส่ บางคนก็ทำแตกหักจริง ขูดจนช้อนหักก็มี ขูดจนแก้วแตกก็มี เคยลองเทียบต้นทุน ระหว่างแก้วหนา กับ แก้วบางแล้ว มันต่างกันมาก แก้วหนาต้นทุนบาทกว่าถึง2บาท ถ้าทำขายแก้วละ 5 บาท จะเหลือกำไรแถมขาดทุนด้วย จึงเลือกแก้วบาง ต่อให้ลูกค้าทำแตก แล้วขอแก้วใหม่ซ้อนยังไงต้นทุนก็ถูกกว่า แก้ว 2 ใบ ยังไงก็ไม่ถึงบาท

หรือแม้แต่ช้อนพลาสติก ลูกค้าทำหักเปลี่ยนใหม่ให้ได้ 2อัน ก็ยังรับได้ เพราะถือว่าต้นทุนยังไม่แพงเกินไป


ลูกค้าที่ซื้อกลับไปกินบ้าน มักจะไม่ค่อยเอาช้อนนะ แต่บางทีก็ให้ไปเป็นธรรมเนียม บางคนก็กลับไปเอาช้อนสเตลเลสที่บ้านขูดกิน เพราะมันง่ายกว่า

ดังนั้นกลุ่มที่ซื้อกลับบ้านจะไ่ม่ค่อยมีปัญหา เพราะลูกค้าจะไปแก้ปัญหาเองที่บ้าน คือ เปลี่ยนแก้วหรือว่า ช้อนที่บ้านใช้ สะดวกกว่า

กลุ่มที่มีปัญหาคือกลุ่มเด็กที่ทานในร้าน มักจะทำแก้วแตกบ้าง ช้อนแตกบ้างประจำ ก็จะขอเปลี่ยนใหม่ ซึ่งก็จะเตรียมไว้สำรองให้เด็กหยิบได้เลย สะดวก คนที่ไม่เคยทำแตกเลยก็มี คนที่ทำแตกประจำก็มี แล้วแต่คน



หวานเย็นแช่แข็งตัวนี้เวิร์ค เด็กที่เล่นเกมส์ส่วนมาก ซื้อทานประจำ และสามารถทำขายได้ต่อเนื่องเรื่อยๆ คนซื้อกินไม่เบื่อ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:23:10:13 น.
  
สงสัยหนูต้องลองบิ๊กโคล่า
โดย: ขนมปัง IP: 110.171.68.140 วันที่: 7 มกราคม 2557 เวลา:19:18:00 น.
  
สวัสดีคะ

สนใจต้องการกลุ่มน้ำหวานเฮลซ์บลูบอย (เขียวและแดง) ไปลงที่กลุ่มม๊อบที่ราชดำเนินคะ จะไปแจกฟรีคะ ไปช่วยพี่น้องของเรา ไม่ทราบคิดค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้างคะ ถ้าจะเพิ่มโซดาด้วยจะคิดเท่าไหร่คะ

ขอบคุณคะ
โดย: สุนทรี IP: 61.91.144.106 วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:21:03 น.
  
อ้อลืมไป ถ้าจะให้ลงที่แจ้งวัฒนะด้วย ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คะ
โดย: สุนทรี IP: 61.91.144.106 วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:24:45 น.
  
คุณสุนทรี

บล็อคนี้ไม่ได้ทำเพื่อการค้า
รบกวนคุยกันหลังไมค์หรือทางเมล์นะคะ
achar_t@hotmail.com
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 13 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:26:22 น.
  
สวัสดีอีกครั้งครับพี่ฟ้าใส
พอดีผมลองทำน้ำองุ่นกับน้ำสตอเบอรี่แล้วเด็กบอกว่าเปรี้ยวแปลกๆดี ก็ไม่รู้ว่าอร่อยหรือไม่ ทำเองก็ไม่กล้ากินเลยอยากถามว่าตอนทำน้ำองุ่น กับน้ำสตอ
ผสมแค่น้ำเปล่าอย่างเดียวปะครับ
(ผมใช้ยี่ห้อ Golden Pan)
รบกวนให้คำแนะนำด้วยนะครับ
โดย: เด็กชายหอยโข่ง IP: 110.170.246.14 วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:56:58 น.
  
คุณเด็กชายหอยโข่ง

เคยลองใช้ยี่ห้อ Golden Pan แล้ว บอกตรงๆว่า ทำแล้วลูกค้าหายหมด เสียความรู้สึกกับยี่ห้อนี้ไปพักใหญ่ ลูกค้ากินครั้งเดียวไม่ซื้ออีกเลย

ใช้ยี่ห้อควีน ถูกใจมากกว่า เรียกว่าทำขายได้หมดขวด แต่ Golden Pan ต้องผสมกับอย่างอื่น ใช้ตรงๆไม่เวิร์ค

ตอนทำครั้งแรกๆ ก็ใช้ผสมน้ำเปล่าแค่อย่างเดียว อัตราส่วนตามข้างขวดเขียนไว้เลย รสชาติก็พอใช้ได้ แต่ตอนหลังลองเติมน้ำเชื่อมเพิ่มลงไปนิดหน่อย รสชาติกลมกล่อมขึ้นเยอะ อร่อยกว่าเดิม

สรุปว่า เติมน้ำเชื่อมลงไปนิดหน่อย อร่อยกว่าผสมน้ำเปล่าอย่างเดียว

น้ำองุ่นยี่ห้อ Golden Pan ที่ซื้อมา ยังต้องเอามาผสมกับยี่ห้อ ควีน แล้วเติมน้ำเชื่อมเล็กน้อย รสชาติอร่อยกว่าใช้ ยี่ห้อ Golden Pan เพียวๆ นะคะ

น้ำสตอเบอร์รี่ ใช้ผสมกับน้ำแดง เฮลบลูบอย ก็ได้รสชาติใหม่ ที่อร่อยแปลกไปกว่าเดิม

หรือ ผสมกับสตอเบอร์รี่สด เอาไปปั่นแล้วมาแช่แข็ง ทานแล้วอร่อยมาก ( ทำทานเอง ไม่ได้ขาย )


ยี่ห้อติ่งฟง ก็เคยลองใช้ อัตราส่วนผสม 1ต่อ6 รสชาติจืดมาก ต้องเติมน้ำเชื่อม และบางอย่างเช่น กีวี่ หรือ แคนตาลูป ก็ต้องเติมน้ำมะนาวผสมไปด้วย เพิ่มความเปรี้ยว ทำให้ รสชาติดี อร่อยขึ้น
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:37:31 น.
  
ขอบคุณมากๆครับสำหรับข้อมูลที่ให้ผมจะนำไปปฎิบัตินะครับบบ
โดย: เด็กชายหอยโข่ง IP: 124.122.101.223 วันที่: 2 มิถุนายน 2557 เวลา:8:50:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments