Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
กันยายน 2552

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
สรรหาสินค้ามาเข้าร้านขายของ
สำเพ็ง ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งขายส่งสินค้าแทบทุกอย่าง ยกเว้น อาหารกับเสื้อผ้า และวัสดุก่อสร้าง นอกนั้นแทบจะมีหมด

ร้านขายส่งสินค้าแต่ละประเภท แทบจะมีสินค้าครบวงจร เดินเข้าร้านขายส่งเครื่องเขียน ก็จะได้เครื่องเขียนแทบทุกอย่าง เดินเข้าร้านขายส่งกิ๊ฟช๊อป ก็ได้ของกิ๊ฟช๊อปแทบทุกอย่าง เดินเข้าร้านของเล่น ก็มีของเล่นเต็มไปหมด

ถ้าอยากเปิดร้านค้าปลีก ขายเครื่องเขียน ก็สั่งสินค้าเพียงร้านเดียว ก็จะได้ของมาขายแทบจะทั้งหมดแล้ว อยากเปิดร้านขายของเล่น ร้านขายส่งก็มีของเล่นให้เลือกมากมาย สั่งไม่กี่ร้านก็จบแล้ว

แต่ว่าร้านของฉัน ไม่ได้ขายสินค้าเฉพาะด้าน ฉันเคยลองแล้ว ขายเครื่องเขียนทั้งร้านเลย มีดินสอให้เลือกทุกแบบ มีไม้บรรทัดทุกรุ่น มีสมุดทุกไซด์ มีทุกอย่างที่ร้านเครื่องเขียนควรจะมี มีของใช้ในสำนักงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นแฟ้มทุกไซด์ คลิปหนีบกระดาษ ลวดเสียบ อะไรมีหมด มีให้เลือกมากมาย

แต่ลูกค้าที่เดินเข้าร้าน ไม่ได้ต้องการใช้สินค้าทั้งหมด สินค้าบางอย่างก็นานๆซื้อที บางอย่างก็หมดความนิยมไปแล้ว ในร้านมีกล่องดินสอให้เลือกเป็นสิบๆแบบ แต่ว่าลูกค้าต้องการกล่องดินสอแค่ 1 กล่องเท่านั้น แบบที่เหลือ ก็คือเกินจำเป็น เป็นแค่ตัวเลือก ที่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องมีมากนัก

ตอนแรกฉันตีโจทย์ไม่แตก ว่าควรจะทำยังไง ถึงจะเพิ่มยอดขายได้ ร้านของฉันก็อยู่กับที่ คนซื้อก็คนเดิมๆ เด็กลูกค้าก็กลุ่มเดิม พอโตๆขึ้นไป เลิกเรียน ย้ายโรงเรียน ก็ไม่มาซื้อเครื่องเขียนแล้ว ฉันควรจะทำยังไงให้ลูกค้ากลุ่มเดิมๆ ยังคงเดินเข้าร้านได้ต่อเนื่อง หรือซื้อสินค้าอื่นๆด้วย

น้อยคนนัก ที่อยากจะมี กล่องดินสอ 2 กล่อง และคงมีไม่กี่คน ที่อยากจะมีสมุดทุกไซด์ เอาไว้ใช้งาน บางอย่าง มันเกินจำเป็นจริงๆ ตัวอย่างร้านค้าปลีกที่ดี สำหรับฉัน คือ 7-11 เขาไม่ได้ขายแต่ของกินของใช้เท่านั้น แม้ว่าหลักการของ 7-11 คือ ขายอาหาร ของกินและของใช้ แต่ 7-11 ก็ยังมีเคาน์เตอร์เซอร์วิส เป็นบริการเสริม มีมุมหนังสือ มาแจมด้วย แถมเดียวนี้ มีสินค้าอื่นในแคตาล็อค มาวางบนชั้นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ตุ๊กตา เครื่องสำอางค์ ที่ชาร์ตแบต สารพักจุกจิก 7-11 ก็มีขาย ธุป และ หลอดไฟ ยังมีเลย ทั้งที่ไม่ใช่ของกิน ของใช้ สักหน่อย

ฉันก็มองๆดู 7-11 เป็นครู แล้วก็เลียนแบบบ้าง แต่ว่าไม่เลียนแบบสินค้าเหมือน 7-11 นะ เพราะร้านของฉันไม่ใช่ร้านขายของกินหรือของใช้ส่วนตัว แต่ว่า เป็นร้านเครื่องเขียน ที่มีจุดบอด ปิดเทอม เด็กนักเรียนไม่ใช้เครื่องเขียน ยอดขายตก ตั้งแต่ ก.พ.ที่เริ่มสอบ ไปจนถึง พ.ค.เปิดเทอมถึงขายได้

ฉันจะขายอะไรดีล่ะ ที่มันไม่มีฤดูปิดเทอม ไม่ต้องรอเทศกาลเปิดเทอม ถึงขายได้ พื้นฐานส่วนหนึ่งของครอบครัวฉัน คือ ทำไฟ เพราะคุณพ่อเป็นช่างไฟ ตอนที่ฉันมาดูแลร้านใหม่ๆ ไม่อยากจะขายไฟฟ้า ที่พี่สาวของฉันเคยลงไว้ในร้านเลย ฉันอยากให้เป็นร้านเครื่องเขียนครบวงจร แต่ว่ามันไม่เวิร์คจริงๆ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอยู่ใน ที่อยากจะเลิกขาย ก็เลิกไม่ได้ เพราะมันก็ขายได้ทั้งปี สินค้าหมวดนี้ อาจจะเป็นวิธีแก้ ที่พี่สาวของฉัน คิดได้ จึงแก้จุดนี้ และเมื่อฉันมาสานต่อ ก็ต้องทำตรงนี้ด้วย

จากไม่อยากขาย แบ่งที่ให้คนอื่นเช่าทำดีกว่า ฉันไม่ชอบไฟฟ้าเลย เพราะไม่รู้จัก พี่ชายเลยมาขอแบ่งเช่าที่ร้าน ขายประปา แต่ว่าพอเขาทำจริงๆ กลับไม่มีเวลามาดูแล จึงคืนพื้นที่ร้านมา เอาล่ะซิ ปรกติฉันก็โง่ๆเรื่องไฟฟ้าอยู่แล้ว เพราะไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้าเลย ดันมาเจอท่อประปาอีก อะไรเป็นอะไร ก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็ต้องมาเรียนรู้ ฉันเหมาสินค้าประปามาทำต่อ แต่ว่า มันกลับเวิร์ค

ฉันได้กลุ่มลูกค้า ที่ไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนแล้ว กลายเป็นพ่อแม่ ผู้ใหญ๋ก็เข้าร้าน ประปาพอมาคู่กับไฟฟ้า ก็ทำให้ ไฟฟ้าที่เป็นส่วนหนึ่งของร้านขายดีขึ้น จนฉัน คิดการใหญ่ เปลี่ยนจากร้านเครื่องเขียน ไปทำฮาร์ดแวร์เลยดีมั๊ย ผลของมัน ทำให้เครียดและงานหนักมากขึ้น ไม่ใช่หนักแค่งาน แต่ว่าหนักทุนด้วย

ทุนขายเครื่องเขียน มันใช้ทุนไม่มากเท่ากับสินค้าฮาร์ดแวร์ ที่มีหมวดย่อยเยอะกว่า เครื่องเขียนหลายเท่า อะไรที่ฉันไม่เคยรู้จัก ก็ต้องมาทำความรู้จัก พี่ชายแนะนำร้านขายส่ง ท่อประปา และ ฮาร์ดแวร์ ให้ฉันรู้จัก

สินค้าจากสำเพ็ง กลายเป็นส่วนหนึ่งของร้านเท่านั้น ฉันต้องสั่งสินค้าผ่านเซลล์ ที่มาเสนอขายอุปกรณ์ไฟฟ้า และต้องโทรสั่งร้านประปาเอง เพราะเขาไม่มีเซลล์มาคุย ระยะแรก สั่งซื้อสินค้า จ่ายเงินสดทันที พอสั่งไปหลายๆงวด ฉันก็ขอเครดิตเขา 30 วัน ร้านฮาร์ดแวร์ที่พี่ชายของฉันแนะนำ อยู่แถวหัวลำโพง ฉันเข้าไปแค่วันแรกวันเดียว เพื่อเจรจาของสั่งซื้อสินค้าจากเขา หลังจากนั้น ฉันก็โทรสั่งสินค้า ระยะแรกจ่ายเงินสดเช่นกัน พอสั่งไปหลายๆรอบ ก็ขอเครดิต แต่ว่าทางร้านบอกว่า ถ้าซื้อเครดิต ของจะแพงกว่าซื้อสด ด้วยความอยากได้ต้นทุนต่ำๆ จึงขอเป็นเงินสดแต่ว่าตีเช็คล่วงหน้า 10 วัน แทน ( ได้เครดิตแค่ 10 วันเอง )

ขายฮาร์ดแวร์ก็ดีนะ เวลาลูกค้าจะซ่อมบ้าน ท่อเส้นเดียวทำอะไรไม่ได้ ต้องซื้อข้อต่อ ข้องอ กาว ใบเลื่อยไปด้วย สินค้าขายพ่วงมันเยอะ หลายรายการ ยุคเศรษฐกิจดี คนขยันขยายกิจการ แต่งร้านใหม่ ซ่อมบ้านมีตังค์ อะไรก็ขายดี พอเศรษฐกิจไม่ดี เอาแค่ปากท้องไว้ก่อน อย่างอื่นทีหลัง ทนๆใช้ไป ฮาร์ดแวร์ ก็มีปัญหาเช่นกัน

นี้คือสิ่งที่ฉันเรียนรู้จากร้านเดิม ที่พ่อแม่สร้าง แล้วฉันทำงานสานต่อกิจการเดิม เมื่อมาเปิดร้านใหม่ ทำเลใหม่ ที่มันแย่กว่าเก่า ร้านเล็กๆในซอย ในหมู่บ้านที่พักอาศัย ที่ไม่ได้ต้องการจะปรับปรุง หรือซ่อมแซมอะไรเลย คนไปทำงานนอกบ้าน ไฟในบ้านจะเปิดกันแค่ ช่วงเย็นที่กลับมาบ้านเท่านั้น ไม่ได้เปิดทังวันเหมือนกับร้านค้า ทำให้อัตราการใช้งานยาวนานและหลอดเสียช้ามาก

ฮาร์ดแวร์ไม่ได้เหมาะสมกับ คนในหมู่บ้านเลย อาคารที่พักอาศัยของคนระดับกลาง ที่ไปทำงานนอกบ้านกันหมด อยู่บ้านกันน้อยมาก แทบจะไม่มีการปรับปรุงหรือแก้อะไรกันเลย ฮาร์ดแวร์แทบดับอนาถ นานๆคนละหลงมาซื้อสักที

ในทางตรงกันข้าม เครื่องเขียนกลับไปได้ พ่อแม่เลิกงานขี้เกียจออกไปนอกหมู่บ้าน เพื่อซื้อดินสอให้ลูก เด็กๆอยู่บ้าน วิ่งมาซื้อเอง กลับขายดีกว่า เมื่อเปลี่ยนทำเล ความรู้เดิมที่เคยอยู่ร้านติดริมถนนใหญ่ มันใช้ได้เพียงแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งต้องมาเรียนรู้ใหม่

ฉันเดิมเข้าสำเพ็งมากกว่าเก่า เพื่อซื้อของเข้าร้าน ไม่ใช่แค่เครื่องเขียนแล้วล่ะ ในหมู่บ้าน เด็กๆไม่มีรถขับออกไปข้างนอก ก็วิ่งเล่นกันในซอย กลายเป็นว่า ของเล่น ขายได้ ของจุกจิก แต่งตัวผู้หญิงบางอย่างขายได้ ไม่น่าเชื่อ อย่างเช่น ยางรัดผม กิ๊บหนีบผม ยาทาเล็บ ไม่ได้ขายเจ้าของบ้าน แต่ว่าขายสาวใช้ พี่เลี้ยงเด็ก ที่เฝ้าบ้าน ออกมาเดินเล่นได้แค่แถวที่พักอาศัย ไปซื้อของไกลๆไม่ได้ ก็ต้องซื้อในหมู่บ้านไปใช้ เป็นเรื่องที่เมื่อก่อนฉันคิดไม่ถึงคนกลุ่มนี้จริงๆ

สิ่งที่ฉันมาเรียนรู้ใหม่ ช่วง 2-3 ปีหลัง ที่ย้ายบ้าน เปิดร้านในซอย คือ สินค้าประเภท ของเล่น พวกของใช้จุกจิกเสริมสวยของผุ้หญิง สินค้าพวกนี้ ไม่ใช่สินค้าถาวร เหมือนเครื่องเขียน ผ่านไป 5 ปี ก็ยังขายสีไม้ สีน้ำ ยี่ห้อเดิม รุ่นเดิมไม่ต้องเปลี่ยน เพราะเด็กก็ต้องใช้เหมือนเดิม แต่เป็นสินค้าแฟชั่น ต้องเปลี่ยนหน้าตาใหม่ๆเสมอ ไม่ซ้ำแบบ ไม่ซ้ำลายเดิม เพราะลูกค้ากลุ่มเดินจำได้ เด็กคนเดิมจำได้ว่า เคยมาซื้อปืนรุ่นนี้แล้ว เคยมาซื้อรถคันนี้แล้ว ดังนั้น ต้องสรรหาลายใหม่ๆมาล่อขาย พวกกิ๊บ โบว์ติดผม ยางรัดผมก็เช่นกัน สาวๆจำได้ว่าเธอเคยใช้ ที่หนีบผมลายนี้แล้ว ถ้ามีลายเดิม เธอจะไม่เอา แต่ถ้ามีลายใหม่ๆ น่าสนใจ สวยๆ เธอก็ซื้อ 2-3 อันได้ เพราะยังไม่เคยมีลายใหม่

แล้วสินค้าที่ฉันเสริมมา แต่แทบจะเป็นรายได้หลัก คือ เติมเงินออนไลน์ผ่านมือถือ ลงทุนแค่มือถือ 3 เครื่อง กับเงินทุน 4-5 หมื่น ขายหมุนเงินไปหมุนเงินมา ยอดขายก็กลายเป็นหลักแสน แต่ว่ากำไรจิ๊ดเดียว 3.5 % เท่านั้น ทุนหนัก กำไรน้อย อาศัยหมุนเร็ว ก็ไปได้

คนที่อยู่ก้นซอยไกลๆ ขี้เกียจเดินไป 7-11 ปากซอย ก็ทำให้ได้ลูกค้ากลุ่มนี้ แล้วผลพวงของ การเติมเงิน ก็คือ การลงเพลงใส่โทรศัพท์มือถือ ( อันนี้ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ ) ฉันรับจ๊อบเฉพาะคนรู้จักคุ้นเคยเท่านั้น ( กลัวโดนล่อจับ ) มันทำให้มีเรื่องคาดไม่ถึง คนเรามองหน้า บางทีไม่รู้รสนิยมจริงๆ บางคนหน้าตาไปทาง ฟังเพลงไปอีกทาง ทำให้เราต้องวิ่งตามกระแสและเทรน ไม่แพ้สินค้ากิ๊ฟช๊อปเลย อะไรฮิต อะไรมาใหม่ ต้องรู้และตามวัยรุ่นให้ทัน

การจะเป็นคนขายได้ ไม่ใช่แค่ว่าเราต้องเรียนรุ้ ต้องทำความรู้จักตัวสินค้าเท่านั้น นอกจากบอกได้ว่า สินค้าชิ้นนี้ใช้ทำอะไร ใช้คู่กับอะไร มีข้อดี ข้อเสียยังไงแล้ว บางครั้งต้องเปรียบเทียบยี่ห้อ รุ่น ราคาให้ลูกค้าด้วย

พวกสินค้าแฟชั่น กิ๊ฟช๊อป ต้องตามเทรนให้ทัน ว่าสมัยนี้ฮิตอะไร กระแสความนิยมไปทางไหน มีรุ่นใหม่ๆออกมาหรือเปล่า แล้วแฟชั่นตัวนี้ เหมาะกับลูกค้าคนไหน วัยไหน ราคาประมาณไหน ที่กลุ่มลูกค้าเราซื้อได้ สินค้าบางตัว สวยมากเลย เราชอบจังเลย แต่ว่ามันแพงเกินกว่าที่ลูกค้าจะซื้อไหว เราก็ต้องคิดว่า กระเป๋าของเขา รับได้ประมาณไหนด้วย

ยิ่งมาจับเพลงแล้ว เหมือนเราแก่ไม่ได้เลย เด็กอายุ 14 ฟังเพลงอะไร ต้องรู้นะ สาวโรงงานมา ชอบเพลงไหน ถึงเราจะไม่ฟังเพลงลูกทุ่ง ก็ต้องรู้วาเขาฮิตอะไร คุณป้ามาถามหาเพลง พวกเพลงร็อค ข้ามไปเลย ไม่ต้องแนะนำ เอาเพลงเย็นๆ เชยสักนิดก็ได้ แต่ว่าฟังคุ้นหูเพราะๆ เรื่องรสนิยม ก็เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา และ รู้ว่า นักร้องคนนี้ ร้องเพลงแนวไหน แล้วลูกค้ามาแนวไหน จับให้แมทกัน เท่านั้นเอง

การจะเอาใจคนให้ได้ทุกวัย ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ต้องสังเกตุบ่อยๆเท่านั้นเอง

ถ้าเราไม่สามารถขายเฉพาะทางได้ เราก็ต้องขายให้มันครอบคลุมทุกทาง เพื่อให้ได้ลูกค้าทุกวัย สินค้าไม่ต้องลงมาก แต่ว่ามีครบทุกอย่าง ก็เพียงพอ



Create Date : 12 กันยายน 2552
Last Update : 12 กันยายน 2552 0:36:28 น.
Counter : 4682 Pageviews.

3 comments
  
ขอบคุณสำหรับความรู้คะ
ตอนนี้ว่างงาน อยากเปิดร้านที่ลงทุนน้อยๆ พอได้กำไรบ้าง
โดย: tempopo วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:10:31:55 น.
  
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ จากประสบการณ์ตรงของเจ้าของบล็อกนะคะ

กำลังโซซัดโซเซกับการเป็นเจ้าของร้านมือใหม่ค่ะ ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เลยนะคะ แต่คิดง่ายมากๆ
โดย: ต๋องตึง วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:22:23 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากเลยค่ะ

เราเองก็กำลังหาข้อมูลอยู่

การค้าขายนี่ก็เป็นเรื่องที่ยากพอควรเหมือนกันนะคะ
โดย: เด็กน้อยตัวแสบ วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:01:14 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 103 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments