Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ขายมาม่าในร้านเกมส์

หลังจากที่คิดว่า ปิดเทอมนี้จะหาอะไรมาขายดี คิดๆไว้ว่า จะเอามาม่ามาลองขายดีไหม หรือทำข้าวไข่ดาว ไข่เจียวดี ไม่รู้อันไหนดี หรือไม่รู้ว่าอันไหนมันเป็นไปได้มากกว่ากัน

ลองๆคุยกับคนโน้น-คนนี้ดู ก็ได้ความเห็นมาว่า อย่าขายข้าวเลย เพราะร้านอาหารตามสั่งอยู่ไม่ไกล อีกอย่างฉันก็ทำกับข้าวไม่เป็นด้วย อย่าให้ลูกค้าต้องมาเสี่ยงตายเลย ไข่เจียว มันง่ายก็จริงแต่ทอดไม่ดี มันก็ไม่อร่อยนะ สงสารคนกินบ้างเถอะ

เมื่อได้รับความเห็น คำแนะนำมาเช่นนี้ มีหรือที่ฉันจะกล้าลองทำขึ้นมาขาย เอาเป็นว่าไอเดียนี้ตกไป งั้นก็ลองขาย มาม่า อย่างเดียวไปก่อน ดูว่าเป็นยังไง

เมื่อสรุปได้แล้วว่า จะลองขาย "มาม่า" ดู ก็เข้ากูเกิ้ล หาข้อมูลสักหน่อย มีคนขายโพสต์ไว้บ้างหรือเปล่า ข้อมูลที่ได้มา มีน้อย แต่ก็พอทำให้รู้ว่า  ร้านเกมส์บางร้านขาย บางร้านไม่ขาย แล้วส่วนใหญ่ ขายมาม่าคัพ 15 บาท  บางร้านให้ช่วยตนเอง มีกระติกน้ำร้อนให้ แต่ปรุงเอง บางร้านทำให้ เพราะถ้าปล่อยลูกค้าทำเอง ละเลอะหมด ข้อมูลตรงนี้ มีประโยชน์มาก ช่วยให้เรามาตัดสินใจเองอีกที ว่าจะเลือกเอารูปแบบไหนดี ขายราคาเท่าไหร่ดี

ลองเปรียบเทียบ ระหว่าง "ซอง" กับ "คัพ"  ซองถูกกว่า แต่ขั้นตอนการทำ ยุ่งยากกว่า ลำบากตนเอง ต้องหาชาม หาช้อน มาเตรียมขั้นตอนการขายอีก แถมต้องขายราคาถูกกว่าด้วย สำหรับลูกค้าน่าจะดี แต่สำหรับคนขาย กำไรน้อย ขั้นตอนเหนื่อย ไม่น่าทำ เลือก "คัพ" ดีกว่า

เมื่อตกลงใจเลือกที่จะขาย "มาม่าคัพ" ก็ต้องไปหาแหล่งที่ซื้อมาขาย นั่นคือ แมคโคร นั่นเอง สะดวกที่สุดแล้ว แต่ไปเจอแล้วก็ต้อง ยืนงงเล็กน้อย เลือกไม่ถูกเลย จะเริ่มต้นยังไงดี มาม่ามีให้เลือกตั้งหลายรสชาติ แล้วเราควรจะเลือกลงทุกรสชาติเลย หรือ เอาแค่ 1-2 รส ไปลองขายดูก่อน แล้วควรเริ่มต้นที่กี่ถ้วยดี สัก 1 โหล หรือ 2 โหล หรือ ซื้อไปมากกว่านี้ อัตราการขายได้ต่อวัน กี่ถ้วยก็ยังไม่รู้เลย คาดเดาก็ไม่ถูก จะลงทุนสักเท่าไหร่ดี

ตัดสินใจ เอาแค่ 2 รส ที่ขายดีไปลองดูก่อน สักอย่างละโหล ก็พอ แต่ว่า มันมี 2 ขนาด คัพเล็ก กับ คัพใหญ่ เลือกอันไหนดีล่ะ คิดไม่ออก ลองมันทั้งสองขนาดเลยดีกว่า จึงซื้อมาม่าคัพ ทั้งรสหมูสับ และ ต้มยำกุ้ง มาลองดู จะได้รู้ว่า ขนาดไหนดีกว่ากัน

เมื่อมีมาม่าแล้ว ก็ต้องมีอุปกรณ์สำคัญ คือ "กระติกน้ำร้อน" ก็ต้องไปหาซื้อมาไว้ต้มน้ำร้อน ตอนไปเลือกซื้อ ก็เลือกไม่ค่อยถูกเหมือนกัน จะเอายังไงดี ยี่ห้ออะไรดี ขนาดบรรจุเท่าไหร่ดี

การเลือกที่ถูกที่สุด หรือแพงที่สุด หรือดีที่สุด อาจจะไม่ใช่คำตอบ เพราะคุณสมบัติบางอย่าง มันก็ไม่ตรงกับที่เราต้องการ เช่น รุ่นมีสวิทซ์กดน้ำร้อน ต้องเสียบปลั๊กถึงจะกดน้ำได้ เราก็ไม่ได้ต้องการกระติกน้ำร้อน หรูขนาดนั้น มันแพงกว่าระบบใช้มือกดธรรมดา ซึ่งมันก็เกินจำเป็น เรายังถนัดรูปแบบเดิมๆใช้มือกดก็ได้  หรือ ราคาถูกเพราะขนาดไซด์บรรจุเล็ก เครื่องเล็กๆ ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่เราต้องการ ตอนเลือกซื้อ ฉันก็เลือกไม่ถูกเหมือนกัน จะเอาไซด์ไหนดี แต่ก็เลือกไซด์ 3 ลิตรมา ทั้งที่ยังไมรู้เลยว่า วันๆหนึ่งจะขายได้กี่ถ้วย ต้องใช้น้ำกี่ลิตร กระติกเล็กก็พอ หรือ ต้องกระติกใหญ่ดีกว่า ยังไม่รู้เลย แต่ก็ต้องซื้อกระติดน้ำมาก่อน เลือกยี่ห้อ พานาโซนิค เพราะที่กดน้ำ ปุ่มใหญ่ดี กดสะดวก

คราวนี้ก็ต้องหามาทำเลในร้าน ที่ตั้งวางโชว์ว่าจะวางขายตรงไหนดี ซึ่งก็ไม่ค่อยมีที่เท่าไหร่ ต้องไปขอแย่งพื้นที่วางขายขนมขบเคี้ยว วางไว้ด้วยกัน แต่วางชั้นล่างๆหน่อย ไม่กล้าไปวางด้านบนแย่งพื้นทีเลย์ เมื่อมีสินค้าตั้งโชว์แล้ว ก็ต้องขึ้นป้ายประกาศ โฆษณา บอกราคากันหน่อย เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่ามีขายแล้วนะ

การทำป้ายประกาศบอกราคา ใช้โปรแกรมเวิร์ด 2007 ธรรมดา พิมพ์ออกมาก็ได้ ไม่ต้องมีลูกเล่นมากนัก แค่ต้องทำตัวอักษรให้ใหญ่ๆ มองเห็นชัดเจน เท่านั้นเอง ติดไว้ 2-3 มุม ในร้าน ให้ลูกค้าเห็น

 

เรื่องราคาขาย เป็นสิ่งที่ทำให้คิดหนักเหมือนกันนะ ว่าจะวางตัวเลขที่เท่าไหร่ดี ต้นทุนมาม่าคัพเล็ก มา 8.33 ขายปลีก 10 บาท กำไรแค่ 1.66 บาท ให้แถมน้ำร้อนฟรี คงขาดทุนแน่ๆ แล้วควรจะบวกเพิ่มค่าน้ำร้อน เท่าไหร่ดี ถึงจะเหมาะสม เป็นราคาที่ลูกค้ารับได้  คิดว่า 2 บาท คงไม่แพงเกินไป จึงตั้งราคาขายไว้ที่  คัพเล็ก 12 บาท  ส่วนคัพใหญ่ ต้นทุนมา 10.83 ขายปลีก 12 บาท กำไร 1.16 บาท  คัพใหญ่ ได้กำไรน้อยกว่าคัพเล็กอีกนะ แต่ต้องใส่น้ำร้อนมากกว่า  ถ้าคิดราคาเท่ากับร้านอื่นๆ ขาย 15 บาท  ลูกค้าจะรับได้หรือเปล่า เป็นสิ่งที่ต้องคิด

การตั้งราคาไม่ใช่ตามใจฉัน และไม่ใช่ว่าต้องกี่เปอร์เซ็นต์ดี มันไม่มีอะไรตายตัว ต้องดูความเหมาะสมที่ลูกค้ารับได้ด้วย กำไรมากๆ ใครๆก็อยากได้ แต่ถ้าลูกค้ารับไม่ได้ ก็ขายไม่ออก จะเอากำไรน้อยๆ ขายแล้วไม่ได้อะไร ทำเหนื่อยเปล่า ก็ไม่ค่อยมีใครอยากทำ มันควรจะเป็นตัวเลขที่ โอ.เค.รับได้ทั้งสองฝ่าย

ถ้าจะคิดว่า ขายของกินกำไรน้อย ไม่น่าทำ ดูตัวเลขกำไร ได้ชิ้นละ ไม่ถึงบาทบ้างล่ะ ได้แค่บาทกว่าๆบ้างละ แต่ถ้าคิดเป็นเบอร์เซ็นต์ อาจจะดูชื่นใจหน่อย 10-20% เชียวนะ ยังมากกว่า เติมเงินโทรศัพท์มือถืออีก ไม่มีอะไรจะกำไรน้อยกว่านี้แล้ว 3.5%  ถ้าทำตัวนี้ได้ สินค้าตัวอื่นๆ ก็ทำได้หมด เพราะกำไรมากกว่า แต่ฐานตัวเลขต่ำกว่าเท่านั้นเอง

 

 

 

 

หลังจากได้ลองตั้งวางขายมาสิบกว่าวัน ลูกค้าส่วนหนึ่ง เห็นจากป้ายโฆษณาว่ามีขายมาม่าแล้วนะ บางคนเห็นตอนซื้อขนม แล้วเจอว่ามีมาม่ามาขายด้วย และ บางคน เห็นจากที่เพื่อนกิน  รวมถึงกลิ่นมาม่า ที่มันยวนใจ ทำให้อยากกินมั่ง

ข้อดี และ ข้อเสีย ของมาม่า มันคือ ตัวเดียวกัน คือ เรื่องกลิ่น เมื่อก่อนที่ฉันไม่คิดจะขาย เพราะรู้สึกว่า กลิ่นมันเหม็น มันทำให้ห้องแอร์เหม็นกลิ่นอาหาร กลิ่นมาม่า  เสียบรรยากาศ ไม่น่าเอามาขาย เป็นเรื่องที่ฉันมองข้ามไป และไม่คิดจะทำ

และเมื่อนำมาขาย มันกลับกลายเป็นข้อดี ที่ทำให้คนอื่นได้กลิ่น แล้วอยากกินมั่ง เห็นเพื่อนกินแล้วอยากกินด้วย ทำให้พอขายถ้วยที่หนึ่งได้ ก็จะมีคนซื้อถ้วยที่สองตามมา ทำให้มีโอกาสขายมากขึ้น

ตอนไม่มีคนกิน ก็ไม่มีใครซื้อ พอมีคนซื้อคนหนึ่ง อีกคนก็จะซื้อตาม ทำให้เวลาขาย กลายเป็นได้ขายพร้อมกันหลายถ้วย ทำให้มาคิดว่า ดีนะ ที่เราตัดสินใจซื้อ กระติกน้ำร้อนไซด์ใหญ่ เพราะกดน้ำพร้อมกันได้เป็นลิตร ถ้าไซด์เล็กมา เกิดอยากกินพร้อมกันหลายถ้วย คนหลังๆอาจจะต้องรอน้ำร้อน เพราะน้ำหมด ต้องรอต้มเดือดก่อน ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่กินก็ได้

ส่วนรสชาติ ขายได้ทั้งหมูสับ และ ต้มยำกุ้ง เลย มีคนกินทั้งสองรส แถมมีเสียงเรียกร้อง ถามหา ทำไมไมเอารส ต้มยำกุ้งน้ำข้นมาด้วย อยากกิน บางคนถามไปถึง  น่าจะขายโจ๊กคัพด้วย ซึ่งฉันยังคิดไปไม่ถึงเลย ว่าจะมีคนกินด้วยหรอ กลัวเอามาแล้วขายไม่ออก หรือขายไม่ดีเท่ากับมาม่า จะทำยังไง โจ๊กคัพ จึงเป็นสิ่งที่เก็บไว้พิจารณาต่อไป  ขอดูกระแสอีกสักพัก มีคนเรียกร้องอยากกินจริงหรือเปล่า หรือมีคนเห็นด้วยไหม ควรนำมาขายไหม ยังไม่ตัดสินใจ

ส่วนมาม่ารสชาติอื่น อาจจะค่อยๆลองนำมาขายดู อันไหนขายออก ก็ลงต่อเนื่อง อันไหนขายไม่ออก ก็เลิกนำมาขาย ก็เป็นสิ่งที่เก็บไว้ ค่อยๆลองดูความเป็นไปได้อีกที

บางทีเจอเด็กสั่งมาม่ากินพร้อมกันหลายถ้วย ก็ทำให้แอบคิดนะ ทำไมเราคิดได้ช้าจังนะ พึ่งนำมาขาย มีคนกิน ขายได้ต่อเนื่องแบบนี้ เราน่าจะเอามาขายตั้งนานแล้วนะ 

 

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแน่ๆ เพราะเงินไม่ได้เพิ่มขึ้นจากตัวมาม่าเองทั้งหมด  เป็นการโยกเงินจากสินค้าตัวหนึ่ง ไปสู่สินค้าอีกตัวหนึ่งมากกว่า เด็กไม่ได้มีเงินเยอะขึ้น หรือว่า ลูกค้าใช้เงินมากขึ้น เพื่อซื้อสินค้าที่นำเข้ามาขายใหม่ในร้าน

การขายมาม่าได้ ส่งผลกระทบ ต่อ ยอดขาย เลย์ และ แซนวิช ทันที  เด็กซื้อเลย์และแซนวิชน้อยลง ทำให้ยอดขายเลย์ตกลงไป แทนที่เด็กจะเอาเงินซื้อเลย์กิน กลายเป็นซื้อมาม่ากินแทนดีกว่า  ไม่ใช่ว่าเลย์ไม่อร่อย ไม่ใช่ว่าเลย์ไม่ดี แต่มาม่าพึ่งเข้ามาในร้านใหม่ เด็กก็กำลังเห่อไปทางนั้นหมด สนใจสิ่งใหม่มากกว่า

คงต้องรอดูอีกพักใหญ่ๆ คงจะได้เห็นผลที่ชัดเจน ว่ามาม่าเป็นยังไง แล้ว เลย์ เป็นยังไง

 

 

 

ถ้าสังเกตุดู ระยะหลัง ฉันจะเขียนถึงเรื่องของกินบ่อย เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันพึ่งจะลองทำ ลองขาย จะเห็นได้ว่า ฉันค่อยๆเริ่มทีละอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป แต่พอมารวมๆกัน มันก็ดูเยอะขึ้น คือ ความสนใจของฉัน ช่วงนี้ มาอยู่ที่พวกขนม นั่นเอง เป็นช่วงของการค่อยๆนำของเข้ามาขายในร้าน

คนซื้อของอาจจะคิดว่า ร้านค้า ก็ต้องมีของขายเยอะๆอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ร้านไหนมีของน้อยๆ ดูไม่น่าซื้อ ก็ไม่ค่อยอยากจะเข้า เพราะเข้าไปก็ไม่มีอะไรที่อยากได้ ไปร้านใหญ่ๆดีกว่า มีของครบดี

แล้วเคยคิดถึงเบื้องหลังไหม ว่ากว่าคนขายจะนำของชิ้นนั้นมาขายได้ เริ่มต้นยังไง คิดยังไง มันมาได้ยังไง ทำไมถึงขายตัวนั้น ไม่ขายตัวนี้ ทำไมลงสินค้ายี่ห้อนี้ ไม่ขายยี่ห้อนั้น

บางอย่างมันต้องผ่านขั้นตอนการตัดสิน และ ความกล้าเสี่ยง ก่อน ถึงจะมีของชิ้นนั้นให้เห็นในร้าน แล้วถ้าร้านค้านั้นมีสินค้าเป็นร้อยอย่าง เป็นพันชิ้น แล้วคิดดูว่า ต้องใช้เวลาสะสมและผ่านการคิดมาแล้วกี่ครั้ง ถึงออกมาเป็นแบบที่เห็น

 

ฉันไม่ค่อยได้พูดถึงในส่วนปัญหาร้านเกมส์มากนัก เพราะบางอย่างฉันก็ต้องให้คนอื่นทำให้ ตัวฉันเองก็แก้ปัญหาเรื่องคอมไม่ค่อยเป็น ใช้เป็นอย่างเดียวเหมือนกัน

ซึ่งถ้าคอมไม่มีปัญหา เครื่องเร็ว เน็ตแรง จอใหญ่ นั่งสบาย แอร์เย็น ทำให้ลูกค้าเข้าร้านแล้ว

แต่จะอยู่ได้นาน ต้องมีของกิน ทั้งน้ำและขนมด้วย ถึงจะเอาอยู่ อยู่ได้ทั้งวันเลยแหละ ฉันจึงพยายามเติมส่วนนี้ให้เต็ม

 

รายได้เสริมเล็กๆน้อยๆ อย่ามองข้าม อันโน้นนิด อันนี้หน่อย อย่างละน้อยๆ รวมๆกัน ผสมกันไป มันก็เป็นกอบเป็นกำขึ้นมาได้ ไม่เล็กน้อยเลยนะ




Create Date : 18 มีนาคม 2556
Last Update : 19 มีนาคม 2556 0:45:45 น.
Counter : 5657 Pageviews.

4 comments
  
พอมาอ่าน รู้สึกสนุกมีความรู้มากๆเลยค่ะ เป็นคนที่ไม่อยู่นิ่งจริงๆเลย ดิชั้นเองก็ประมาณนี้ ทำโน่น ทำนี่ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีร้านเกมส์เล็ก ๆ เปิดแค่ช่วงเย็นๆ ตอนเลิกงานแล้ว เพราะมีงานประจำค่ะ จากรายได้เสริม ตอนนี้รายได้จะเป็นรายได้หลักไปซะแล้ว แต่มีร้านเน็ตเปิดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ อาชีพนี้มันคงไม่ยั่งยืนสักเท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ เร่ิมจากร้านเล็กๆ มี 4 เครื่อง เพิ่มขึ้นเป็น 6 เครื่อง เพิ่มเป็น 10 เครื่อง ปัจจุบัน 15 เครื่องค่ะ แต่คงจะพอแล้วไม่เพิ่มเครื่องแล้ว เพราะมีร้านใหม่เปิดขึ้นติดๆกัน 2 ร้าน ก็จะสู้ๆ หาอะไรทำเพิ่มเสริมขึ้นไปอีก ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ไม่ใช่เล็กๆ น้อยๆ เลยค่ะ สำหรับคนขยัน ที่ไม่มีวันจน ค่ะ
โดย: กรรณิการ์ IP: 1.1.194.14 วันที่: 21 มีนาคม 2556 เวลา:15:40:07 น.
  
เกือบลืม บอก ตอนนี้ที่ เซเว่น มีใช้สิทธิแลกซื้อ ในใบเสร็จ ที่เราซื้อของ ดิชั้นก็เก็บๆ เอาสิทธิแลกซื้อ แถวๆ ถังขยะบ้าง ขอเพื่อนๆ ที่เค้าทิ้งๆใบเสร็จบ้าง ไปซื้อพวกขนมบางอย่าง เช่น เบงๆ วอย 3 ห่อ 10 บาท เอามาขาย ห่อละ 5 บาท กำไรเห็นๆ ค่ะ 5555
โดย: กรรณิการ์ IP: 1.1.194.14 วันที่: 21 มีนาคม 2556 เวลา:15:42:56 น.
  
คุณ กรรณิการ์

ขอบคุณที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ค่ะ
โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 22 มีนาคม 2556 เวลา:22:27:16 น.
  
ขอชื่นชมในความคิดริเริ่ม และ การทำกิจการของคุณนะครับ อ่านบทความทั้งหมดแล้ว เห็นภาพและคิดตามได้ดีครับ

ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ เป็นรายได้เสริมครับ และต้องคิดหลาย ๆ อย่าง เหมือนที่คุณเขียนได้เลย

ในตอนแรกผมก็ไม่กล้าลงทุนอะไรเยอะ แต่แล้วมันต้องขยายไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่อย่างนั้น ร้านจะตายเอา ตอนนี้ก็กำลังจัดสรรร้านใหม่ จากที่ตอนแรก ใช้ตู้เย็น 2 เครื่องแช่น้ำขวด นมกล่องหรืออะไรต่างๆ แต่พอมาลองลงทุนซื้อตู้แช่น้ำแบบกระจกใสเพื่อโชว์สินค้า ก็รู้สึกได้ว่า คนเริ่มซื้อสินค้าในตู้มากขึ้น เพราะเห็นของนั่นเองล่ะครับ

อย่างไร ก็จะเป็นกำลังใจ และขอให้กิจการดี ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะครับ

ขอบคุณครับ
โดย: ambluno IP: 111.93.123.235 วันที่: 1 เมษายน 2556 เวลา:23:35:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 105 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments