Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
ตุลาคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หารายได้เสริม ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ 1


มีแอปพิเคชั่นมากมาย ที่ทำมาเพื่อสร้างรายได้โดยตรง และโดยอ้อม แต่บอกตรงๆว่า ตนเองก็ไม่ได้รู้จักแอพพลิเคชั่นทั้งหมด แล้วบางแอพ กว่าจะได้เงินก็ยากเย็นเสียเหลือเกิน บางแอพก็น่าเบื่อเกินกว่าจะอยากทำ บางแอพก็เกินความรู้ ความสามารถที่จะนำมาสร้างรายได้ แต่ก็มีบางแอพ ที่ตนเองพอจะรู้จักบ้าง และใช้หาเงินได้จริงๆ สร้างรายได้จริง

อยากจะแนะนำบางแอพพลิเคชั่น ที่ตนเองรู้จักและนำมาใช้สร้างรายได้จริงๆ กับ บางแอพที่ตนเองพอรู้จักบ้าง แต่อาจจะไม่ได้ใช้โดยตรง เพราะไม่ตรงกับสายงาน หรือเกินความรู้ความสามารถ หรือเรียกว่าไม่ถนัดด้านนั้นก็แล้วกันนะ แต่เผื่อมีประโยชน์กับบางคน ที่มีความรู้ หรือ ความสามารถ ที่จะนำแอพนั้นไปใช้ประโยชน์ หรือว่าหาเงินได้จริง เริ่มจาก



1. เติมเงินโทรศัพท์มือถือ ผ่านแอพพลิเคชั่นของค่ายโทรศัพท์โดยตรง 

ต้องบอกก่อนว่า ทุกวันนี้ทำอาชีพเติมเงินผ่านมือถือ ซึ่ง ยังคงใช้โทรศัพท์ 2G รุ่นกดปุ่ม โนเกีย เครื่องไม่กี่ร้อยบาท หาเงินอยู่เลย แล้วก็ทำเงินมาแล้วเกินสิบปี  แต่ว่าสมัยนี้มันเชยไปแล้ว แต่ก็ถือว่าการใช้โทรศัพท์โบราณถูกๆหาเงินนั้น เป็นต้นทุนที่ถูกที่สุด เพราะรายได้จากการเติมเงินไม่ได้มากมาย เพียงแค่ 3%-3.5% เท่านั้น เรียกว่าถ้าอยากรวยจากการเติมเงิน ไปทำอาชีพอื่นดีกว่า แต่ถ้าเห็นว่าเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ ดีกว่าปล่อยโทรศํพท์ใช้ตังค์ฺอย่างเดียว หัดใช้ให้มันหาเงินมั่งก็ดี ก็อย่ามองข้าม ธุรกิจเติมเงินผ่านมือถือ เพราะ สมัยนี้สามารถเติมเงินผ่านแอปพิเคชั่นได้แล้ว ซึ่งโทรศัพท์ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้ รุ่นใหม่ ก็เป็นสมาร์ทโฟมทั้งนั้น สามารถดาวน์โหลดแอปได้ง่ายมาก แล้วการสมัครเป็นตัวแทนสมัยนี้ก็ง่ายมากกว่าสมัยก่อนเยอะ


" dtac One "  
เป็นแอพพิเคชั่นเติมเงิน ของแฮปปี้ หรือ ดีแทค นั่นเอง สำหรับตัวแทนเติมเงิน ซึ่งเดิมทีต้องใช้โทรศัพท์รุ่นกดๆปุ่มนั่นแหละ เติมเงิน แต่เดี๋ยวนี้สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์รุ่นใหม่ สมาร์ทโฟนแล้ว แล้วดีแทคก็ดีมากๆ ตรงที่สามารถล็อคอินเบอร์ดีแทค บนซิมของค่ายอื่นได้ด้วย เรียกว่า ตนเองใช้ซิมวันทูคอลอยู่ ก็สามารถนำเบอร์ดีแทค มาล็อคอินเติมเงินให้ลูกค้าได้  ทำงานได้ทุกที่ ที่มีเน็ตหรือไวไฟ 

การลงทุนด้วยตนเองก็ง่าย เข้าแอพธนาคารแล้วเติมเงินเข้าเบอร์ดีแทคตัวแทน เริ่มต้นที่ 1,000 บาท ก็สามารถนำเงินนี้ไปเติมให้ลูกค้า หารายได้เสริม เป็นค่าโทรศัพท์ตนเองได้แล้ว 

ขั้นตอนการใช้งานไม่ยุ่งยาก เข้าใจง่าย เติมเงินโทรศัพท์ได้ เติมโปรเน็ตได้ ลงทะเบียนซิมก็ได้ แก้ไขได้ ทุกอย่างทำได้ด้วยตนเอง มีรายงานแจ้งให้ทราบด้วยว่าเราทำรายได้เดือนนี้เท่าไหร่แล้ว ( แต่ขอบอกเลยว่า รายได้น้อยนิดมาก แต่ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย )


" AIS ONLINE TOPUP "

เป็นการเติมเงินผ่านแอพพิเคชั่นของ วันทูคอล ซึ่งจะบอกว่า ครั้งแรกที่ทาง ตัวแทนส่งแอพนี้มา มันสมัครใช้งานยากมาก ต้องมีใบสมัครเป็นทางการ แต่ตอนนี้สมัครง่ายขึ้น สามารถสมัครออนไลน์ได้เลย แต่ข้อเสียคือ ต้องใช้ซิมของวันทูคอลสมัครเท่านั้น และใช้เติมเงินผ่านซิมวันทูคอล

ตอนโทรคุยกับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ จะบอกว่าพนักงานบางคนก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ถามไปได้คำตอบมา มันไม่ตรงกับที่ใช้งานจริงเลย เอาเป็นว่า จากการลองใช้งานเองละกัน การเข้าแอพพิเคชั่นนี้ ถ้าใช้เบอร์นั้นเป็นตัวแทน มันจะง่ายมาก เพราะล็อคอินได้เลย แต่ถ้าใช้เบอร์อื่นเป็นตัวแทน ต้องเติมเงินผ่านไวไฟเท่านั้น ไม่สามารถใช้เน็ตโดยตรงเติมเงินได้ เพราะสัญญาณจะไปล็อคอินเข้าเบอร์ซิม ไม่เข้าเบอร์อื่น

แต่ตนเองเดิมทีเติมเงินผ่านซิมวันทูคอลอีกเบอร์หนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องกดๆโบราณนั่นแหละ ครั้นจะเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนอีกเบอร์ ก็เลยต้องทำงานผ่านไวไฟ เพื่อล็อคอินเข้าอีกเบอร์หนึ่ง ไม่สามารถใช้เน็ตโดยตรงได้ เพราะเครื่องจะไปจำเบอร์ซิมแทน พอใช้ไวไฟแอพก็ไม่รู้จักเบอร์ ก็จะถามเบอร์ แล้วส่งรหัสมาให้ 4 ตัว ตามเบอร์นั้น เรียกว่า ถ้าใช้เบอร์อื่น ก็ต้องมีเครื่องเบอร์นั่นอยู่ใกล้ๆ เพื่อล็อคอินเข้าไป เมื่อเข้าได้แล้ว ก็ต้องใส่รหัสเติมเงินของซิมนั้นด้วย ซึ่งวันทูคอล มีระบบป้องกันที่เยอะมาก แถมจะให้ล็อคอินผ่านลายนิ้วมืออีก ซึ่งบอกตรงๆไม่กล้าใช้ กลัวล็อคอินนิ้วตัวเองไม่ผ่าน เดี๋ยวปัญหาเยอะ เอาตัวเลขกดๆนั่นแหละดีกว่า 

การใช้งานก็สามารถเติมเงิน เติมโปรเน็ต รายงานผล ขายรหัสบัตรเติมเงิน ซึ่งผลตอบแทนอยู่ที่ 3-3.5% เช่นกัน ไม่ได้มากมายเลย แต่ถือว่าเป็นอีกแอพพิเคชั่นหนึ่ง ที่สามารถใช้สร้างรายได้เสริมได้จริง รวมถึงใช้เติมเงิน เติมเน็ตให้ตนเองได้ประหยัดกว่าไปซื้อแพคเกจด้านนอก เพราะราคาในแอพ เป็นราคาตามโปรโมชั่น ไม่รวมvat เช่นถ้าโปรเน็ตที่คุณกดเอง ราคา 300 บาท แต่กดผ่าน *777 คุณจะต้องมีเงิน 321 บาท เพื่อโดนหักค่าvat 7% แต่ถ้าเติมผ่านแอพ เอไอเอส คุณจะโดนหักในราคา 300 บาทถ้วน ไม่มี 7% หรือ 21 บาท ที่ต้องชำระเพิ่ม ได้ส่วนลด 3% อีกต่างหาก  

การนำเงินเข้า ก็ต้องเติมเงินผ่านแอพธนาคาร เลือกเติมเงินเข้า แอดวานซ์ เอ็มเปย์ เงินก็จะมาเข้ากระเป๋าขายในซิม ใช้เติมเงินให้ลูกค้าได้ เริ่มต้นที่ 1,000 บาทเช่นกัน 



แล้วถ้าถามว่าแล้วแอพโปรเน็ตอื่นๆละ ที่มีรหัสให้กด หรือว่าคลิกเข้าไปเพื่อเติมเงิน พวกนั้นล้วนเป็นแอพของตัวแทน ที่หารายได้เสริมจากการที่ลูกค้าเติมเงิน แต่ถ้าคุณมีความสามารถในการสร้างแอพ ที่คิดว่ารายได้จากแอพจะมากพอกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย ก็ลองสมัครเป็นตัวแทนเติมเงินค่ายต่างๆ เขาจะให้รหัสร้านค้าคุณมา แล้วเวลาลูกค้าเติมเงิน ก็ให้ลูกค้ากดรหัสร้านค้าใส่ไปด้วย คุณก็จะได้เปอร์เซ็นต์จากคนที่กดโปรเน็ตผ่านแอพ หรือการเติมเงินผ่านแอพนั้น เช่นกัน 

เมื่อก่อน มันสามารถเป็นรายได้ทางหนึ่งสำหรับคนที่สร้างแอพ ที่หากินกับพวกโปรเสริมนะ แต่เราคิดว่าเดี่ยวนี้ ทางค่ายก็ไม่ได้สนับสนุนช่องทางนี้สักเท่าไหร่ อนาคตมันดูไม่ค่อยรุ่งแล้วอะ  ดีสำหรับคนที่ทำแรกๆ มียอดดาวน์โหลดเยอะๆแล้ว แต่คนที่คิดจะทำใหม่ทีหลัง เราคิดว่ามันไม่ค่อยเวิร์คแล้ว แล้วตอนนี้ก็มีคนทำออกมาหลายแอพ แต่มันน่าใช้จริงๆไม่กี่ตัวเอง



2. ธนาคารบนมือถือต่างๆ เน็ตแบงค์

สมัยก่อน ใช้เวปไซด์ธนาคารเป็นเน็ตแบงค์ สมัยนี้ง่ายขึ้น กลายเป็นแอพพลิเคชั่น ธนาคารบนมือถือ ซึ่งมีให้บริการทุกธนาคารแล้ว สามารถดาวน์โหลดแอพธนาคารทุกแห่งที่คุณเป็นลูกค้าประจำหรือว่าใช้บริการ แล้วลงทะเบียนสมัครใช้งาน ธนาคารบนมือถือได้เลย สะดวกสบาย ใช้บริการได้ทุกที่ ที่มีเน็ตและมือถือ ทำธุรกรรมทางการเงินได้สบายด้วยตนเอง ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวยาวๆที่ธนาคาร 

แต่เชื่อป่ะ ยังมีอีกหลายคนที่ไม่กล้าใช้แอพธนาคาร บางคนก็มีความเชื่อผิดๆ กลัวเงินหาย กลัวไวรัส กลัวโดนขโมยเงิน สารพัดความเชื่อแปลกๆ ที่ทำให้ไม่กล้าลอง บางคนก็เป็นชาวบ้านที่การศึกษาต่ำ พวกนี้ก็จะกลัวที่จะเรียนรู้ใช้แอพธนาคาร เพราะคิดว่าตนเองไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจการทำงาน ก็เลยปฎิเสธการเรียนรู้ และไม่ยอมเรียนรู้ที่จะใช้งาน  บางคนไม่สนใจแอพที่คิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง พอใจวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ชอบที่จะไปใช้บริการที่ธนาคารด้วยตนเองดีกว่าใช้ผ่านโทรศัพท์ เอาว่าหลากหลายความคิด ทีทำให้หลายคนไม่ยอมโหลดแอพธนาคารมาใช้ 

แต่คนเหล่านั้น ยังคงและมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน โอนเงิน และทำธุรกรรมต่างๆผ่านธนาคารอยู่เหมือนเดิม นั่นจึงเป็นช่องทางให้สามารถทำมาหากินได้ 

พ่อแม่มาทำงานกรุงเทพ ลูกอยู่บ้านนอก ต้องส่งเงินให้ลูก บางคนลูกมาทำงานกรุงเทพ แต่ต้องส่งเงินให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด บางคนตัวอยู่กรุงเทพแต่ที่บ้านมีงานบวช งานบุญอะไร ก็ยังขยันโอนเงินกลับไปช่วยเหลือคนทางหมู่บ้าน 

รวมถึงต่างด้าวที่มาทำงานเมืองไทย คนลาว คนพม่า คนเขมร คนเหล่านี้กลัวธนาคารไม่กล้าไป กลัวเขาจับได้ว่าไม่ใช่คนไทย กลัวต้องเขียนหนังสือ เพราะตนเองไม่รู้จักหนังสือไทย สารพัดความกลัวที่ไม่อยากไปธนาคาร แต่อยากส่งเงินกลับบ้าน 


" mBanking " ของธนาคารกรุงเทพ

ขอยกตัวอย่างธนาคารที่ตนเองใช้บริการประจำละกัน คือ ธนาคารกรุงเทพ จะใช้แอพธนาคารในการ รับบริการโอนเงินให้ลูกค้า โดยคิดค่าบริการครั้งละ 10 บาท แต่ถ้าเป็นบัญชีต่างธนาคาร ทางธนาคารจะคิดค่าบริการ 25 บาท บวกกับค่าบริการของทางร้าน ลูกค้าก็จะเสียเงินค่าบริการ 35 บาทต่อครั้ง ในการโอนต่างธนาคาร  

แต่ถ้าโอนผ่านพร้อมเพย์ ซึ่งทางธนาคารไม่คิดค่าบริการในกรณีต่ำกว่า 5พันบาท แต่ทางร้านจะคิดค่าบริการ 15 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับการที่ลูกค้าโอนต่างแบงค์ที่ต้องเสียเงินค่าบริการ 35 บาทแล้ว ราคา 15 บาทผ่านพร้อมเพย์ย่อมทำให้รู้สึกถูกกว่า แล้วทำให้ทางร้านได้กำไรค่าบริการเติมขึ้นด้วย 

ส่วนการโอนผ่านธนาคารเดียวกัน ยังคงคิดค่าบริการเพียงแค่ 10 บาท เพราะโอนเงินผ่านธนาคารเดียวกันไม่เสียค่าบริการ แล้วเชื่อป่ะ ว่ามีลูกค้ามาใช้บริการด้วย ทั้งที่ธนาคารก็อยู่ไม่ไกล แต่ไม่ใช่บริการธนาคาร เพราะบัญชีเงินฝากของลูกค้า เป็นบัญชีต่างจังหวัด ถ้าเขาไปฝากเงินที่ตู้ เขาจะเสียค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามจังหวัด 20 บาท แต่มาใช้บริการโอนเงินผ่านเน็ตแบงค์ ซึ่งไม่เสียค่าธรรมเนียม ทำให้เสียเพียงแค่ค่าบริการ 10 บาทเท่านั้น ถูกกว่าไปโอนเงินที่แบงค์โดยตรงซะอีก นี่จึงเป็นช่องทางที่สามารถหารายได้ได้ ทั้งที่ธนาคารอยู่ไม่ไกล

ลูกค้าบางคนต้องการโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง ต่างธนาคาร แต่ขี้เกียจไปธนาคารนั้นเพราะไกล ก็มาใช้บริการ บางคนโอนเงินเพื่อซื้อสินค้า เรียกว่ามีเงินสดในมือ แต่ต้องจ่ายผ่านบัญชีธนาคารไปยังร้านค้า แต่ตนเองขี้เกียจไปธนาคาร ก็มาโอนเงินซื้อของในเน็ต 

มีลูกค้าไม่กล้าโอนเงินบัญชีตนเองไปลาซาด้า บอกว่าโอนเงินไม่เป็นทั้งที่อยากซื้อของในลาซาด้า ฉันก็คิดค่าบริการ 20 บาท โอนเงินไปลาซาด้า ให้สินค้ามาส่งที่ฉัน แล้วรับเงินสดจากลูกค้า พอถึงเวลาสินค้ามา ก็โทรเรียกลูกค้ามารับของไป แค่นั้นเอง

แล้วก็ยังมีอีกหลายร้อยเหตุผลที่คนเราจำเป็นต้องโอนเงินแต่ไม่อยากใช้เงินผ่านบัญชีตนเอง ก็มาใช้บริการผ่านบัญชีคนอื่น


ในอดีต ตอนที่ "แจ๋ว" ออกมาใหม่ๆ โหมโฆษณาหนักมา เรื่องการโอนเงิน ถ้าใครยังจำโฆษณาหรือว่าบริการของแจ๋ว จากดีแทคได้ ตอนนี้มันเจ๊งไปแล้ว ปิดบริการ คนไม่นิยม เพราะค่าบริการโอนเงินของแจ๋วแพง รวมถึง ทรูก็เคยทำ แต่ไม่เวิร์คเช่นกัน เพราะค่าบริการแพง แต่ผลพวงของการโฆษณาในวันนั้น ที่คนไม่รู้จักว่า สามารถโอนเงินผ่านร้านค้าได้นะ ทำให้วันนี้คนรู้จักมากขึ้น และมาใช้บริการมากขึ้น  ถ้าเทียบกับอดีตแล้ว มีการเติบโต แม้ว่าวันนี้จะไม่มีโฆษณาโอนเงินผ่านร้านค้าได้แล้ว แต่ลูกค้ากลับมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ ทั้งที่ไม่ได้ขึ้นป้ายโฆษณา



ถ้าเปรียบเทียบว่า การให้บริการเติมเงินผ่านมือถือ เหมือนขี่ช้าจับตั๊กแตน คือต้องมีทุนที่สูง เพื่อผลตอบแทนที่ต่ำ ก็จะบอกว่า  บริการโอนเงินผ่านมือถือก็เช่นกัน ใช้วงเงินที่สูงมาก แต่กำไรก็ไม่ได้สูงตาม

เติมเงินผ่านมือถือ ใช้งบ 10,000 ก็เหลือเฟือ เพราะลูกค้าเติมเงิน ตั้งแต่ 10 บาท จนถึง 1,000 บาท แต่โดยรวมจะอยู่แค่ประมาณ คนละ 50 หรือ 100 บาท ต่อครั้ง ได้กำไรอยู่ที่ 1.75 บาท หรือว่า 3.50 บาท ต่อครั้ง ทำแทบตายทั้งวัน ได้ไม่กี่ร้อย แต่ลูกค้าเติมมากก็ได้เงินมาก เพราะคิดเป็นอัตราเปอร์เซ็นต์

แต่การให้บริการโอนเงิน วงเงินหลักแสน เพราะลูกค้าโอนเงินขึ้นต่ำหลักร้อย ไปจนถึงหลักหลายหมื่นต่อครั้ง แต่ค่าบริการต่อครั้งเพียงแค่ 10 บาท ถึงจะคิดหมื่นละ 10 บาท กำไรมันได้มากขึ้นตามจำนวนเงิน เทียบผลตอบแทน ถ้าลูกค้าโอนน้อยๆ วันหนึ่งสามารถโอนได้หลายครั้ง ยังได้กำไรมากกว่า ลูกค้าโอนเงินครั้งละเยอะๆเลย ตัวเลขมันสวนทางกัน 

( บางครั้งลูกค้ามาโอนเยอะ โดยเฉพาะต้นเดือน โอนไปต่างจังหวัดเยอะมาก จนบางทีก็รู้สึกว่า อยากจะเป็นธนาคารเหมือนกัน จะได้มีเงินเยอะๆให้โอน แต่ด้วยต้นทุนวงเงินที่ต่ำกว่า ทำให้สภาพคล่องไม่เท่ากัน บางวันก็โอนซะจนหมดเนื้อหมดตัว หมดบัญชีได้เหมือนกัน ส่งเงินกันหลักพัน หลักหมื่น กลับบ้าน )



ส่วนท่านอื่นใช้บริการธนาคารอื่นๆ ก็สามารถทำได้ในแบบเดียวกัน สามารถดาวน์โหลดแอพ ธนาคารได้ทุกแห่ง ตามความชอบในบริการของท่าน สามารถทำได้แบบเดียวกัน



3. เคาน์เตอร์ต่างๆ ที่รับชำระบิล ผ่านแอพพลิเคชั่น

การชำระบิล หรือ ค่าบริการต่างๆ สมัยนี้สามารถชำระได้หลายช่องทาง รวมถึงชำระผ่านธนาคาร หรือว่า ตัวแทนต่างๆ แต่ในที่นี่ ขอพูดถึงเฉพาะที่ตนเอง เป็นตัวแทน และใช้บริกาอยู่เท่านั้น ก็คือ แอร์เพย์


" เคาน์เตอร์ Airpay

เป็นการต่อยอดมาจากโปรแกรมในร้านเกมส์ ที่ให้บริการเติมเกม ในเครือการีน่า ซึ่งฉันก็เป็นตัวแทนอยู่ ทางแอร์เพย์ได้ส่งพนักงาน มาสอนใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือ ซึ่งเป็นการลิ้งค์บัญชีเดียวกับที่ในบนพีซี ทำให้ง่ายต่อการทำงาน สามารถให้บริการได้ทั้งบนพีซี และ บนมือถือ ในชื่อบัญชีเดียวกัน ยอดเงินบัญชีเดียวกัน เรียกว่า สามารถหากินได้ทั้งสองช่องทาง ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นประโยชน์กับร้านเกมส์มาก ทำให้ไม่ต้องนั่งเฝ้าเครื่องพีซี เพื่อเติมเงินเข้าเกมให้ลูกค้า มีโทรศัพท์ติดตัว ก็เติมเกมให้ลูกค้าได้ทุกที่ นอกร้านเกมก็ทำได้

บริการเคาน์เตอร์ แอร์เพย์ สามารถเติมเงิน เติมเกม ชำระบิล และ เติมเงินเข้าE-Wallet 

ข้อดีของแอร์เพย์ ก็คือ ชำระบิลรายเดือนของ ais ไม่เสียค่าบริการ จ่ายเท่าที่บิลส่งมาเลย แล้วเติมเงินวันทูคอล ผ่านแอร์เพย์ ได้กำไร 4% สูงกว่าเติมผ่านแอพ วันทูคอลเสียอีก ชำระบิลบางอย่างเสียค่าบริการเพียงแค่ 10 บาท ถูกกว่าเคาน์เตอร์เซอร์วิสของ 7-11 หรือธนาคาร เสียอีก

และที่เคยให้บริการมาหลายปี กล้าพูดว่า บริการชำระบิลของแอร์เพย์นั้น ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ เนื่องจากลูกค้ามีทางเลือกหลากหลายช่องทาง แต่ที่ได้รับความนิยม ก็คือ การเติมเงินเข้าเกม ในเครืองการีน่า ซึ่งก็เป็นของทางค่ายโดยตรงนั่นเอง 

และอีกตัวหนึ่งที่ลูกค้านิยมก็คือ การมาซื้อ ทรูมันนี่ เพื่อเติมเกม รวมถึงการมาเติมเงินเข้า true wallet เพื่อไปซื้อของในเกม ระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง 

น่าแลกใจตรงที่ true wallet มีการโฆษณา รับเงินคืน 5% เมื่อชำระค่าสินค้าผ่าน ทรูวอลเล็ท แต่กลับไม่เห็นมีคนมาเติมเงินเข้าทรู เพื่อไปซื้อของที่ 7-11 เลย แต่ได้รับความนิยมในกลุ่มเด็ก ที่เติมเงินเพื่อไปซื้อของในเกม ที่เล่นกันเอง แล้วก็เติมเท่าจำนวนเงินที่ต้องจ่ายด้วย  แสดงว่าเด็กหลายคนใช้ทรูวอลเล็ทเป็น และใช้เพื่อหาเงินและจ่ายเงินเพื่อของในเกม  มากกว่าเพื่อจับจ่ายใช้สอยแทนเงินสดใน 7-11 



อันที่จริงมีแอพทางการเงิน กระเป๋าเงินหลายตัวที่น่าสนใจ แต่เมื่อศึกษาไปกลับพบว่า มีค่าบริการเติมเงินเข้าและเอาเงินออกที่สูง หรือเรียกว่ายังแพงอยู่ จนไม่น่าสนใจที่จะใช้บริการ อย่างเช่น Line pay สามารถชำระค่าบริการต่างๆได้เช่นกัน โอนเงินให้กันได้เช่นกัน แถมส่งสติกเกอร์ไปขอเงินได้ด้วย ส่งเงินให้กันง่าย แต่ข้อเสียคือ เห็นค่าบริการเอาเงินเข้าออกแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนใจ ไม่ใช่ดีกว่า 

หรือแม้แต่ true wallet เองก็เช่นกัน มีค่าบริการเอาเงินเข้าและออก ถ้าไปเติม ทรูวอลเล็ท ที่ 7-11 ไม่เสียค่าบริการก็จริง แต่ว่าเริ่มต้นที่หลักร้อย เช่น 500 เป็นต้น แต่ลูกค้าที่มาใช้บริการ เติมเงิน true wallet ผ่าน เคาน์เตอร์ airpay คือ เริ่มต้นที่ 20 หรือ 50 แต่ airpay ให้ผลตอบแทนที่ต่ำมาก 0.1 % ทำให้ต้วแทน ก็ต้องไปชาร์ทกับลูกค้า คิดค่าบริการเหมือนเติมเงินมือถือเช่นกัน 

อันที่จริง พวกกระเป๋าเงินสดออนไลน์ กำลังเติบโตนะ และน่าสนใจ เพียงแต่วันนี้ตัวแทนหลายๆแห่ง ยังคิดค่าบริการในการนำเงินเข้าและออก รวมถึงปัญหาที่ลูกค้าบางคนเจอคือ เอาเงินคืนยากมาก ใช้เวลานานเกินไป มีค่าบริการที่แพง ทำให้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ อาจจะต้องใช้เวลาในการเติบโต หรือกระแสนิยม ซึ่งตอนนี้ยังมาไม่ถึง



ยังมีแอพพลิเคชั่นอื่นๆที่น่าสนใจอื่น เอาไว้ต่อครั้งหน้าละกัน 




Create Date : 25 ตุลาคม 2560
Last Update : 26 ตุลาคม 2560 22:59:32 น.
Counter : 334 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 103 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments