Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว 
  •  เปิดร้านขายของ
  •  D.I.Y.ลองทำดู
กรกฏาคม 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 3 ปี2560



เป็นเรื่องน่าภูมิใจในชีวิตเมื่อได้รับจดหมายเชิญไปรับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 3หลังจากที่ได้บริจาคเลือดครบ50 ครั้ง ไปตั้งแต่ปี 2552รวมระยะเวลาแห่งการรอคอยจดหมายฉบับนี้8 ปี ปัจจุบันบริจาคเลือดครบ 59 ครั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว



งานรับพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 2 และ 3 ถูกจัดขึ้นที่หอประชุมกองทัพเรือ ในวันที่ 18 และ 19 กรกฎาคม2560 ฉันไปร่วมงาน รับเหรียญในวันที่ 18 เวลาลงทะเบียน เริ่มตั้งแต่ 9.30 น.ฉันไปถึงงาน ประมาณเกือบจะ 10 โมงผู้คนต่อคิวลงทะเบียนค่อนข้างมาก ที่น่าตกใจคือเห็นแต่ผู้ใหญ่กับคนแก่ๆยังกับงานผู้สูงวัยใจเกินร้อย เด็กสุดก็ประมาณ 30 กว่าแก่สุด ก็น่าจะประมาณ 70กว่า กว่าแต่ละคนจะบริจาคมาได้ถึง 50 กว่าครั้งก็ปาเข้าไปครึ่งชีวิตกันแล้วแก่ๆทั้งนั้น



ผู้ที่ได้รับเหรียญสมนาคุณกาชาดชั้นที่3 มีประมาณพันคน ผู้ที่ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่2 ประมาณสองร้อยคนเฉพาะโดยรวมผู้ที่มารับรางวัลในวันนี้ประมาณ พันสองร้อยกว่าคนส่วนใหญ่น่าจะเป็นผู้บริจาคโลหิตและ บางส่วนมาจากผู้บำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลืองานกาชาด มีผลงาน จนได้รับเหรียญกาชาดชั้นที่ 2 และ 3



มีการตั้งโต๊ะให้ลงทะเบียนเพื่อติดโบหมายเลขที่นั่งพร้อมทั้งแจกบัตรรับประทานอาหารฟรี เป็นคูปอง 1 ใบสามารถไปแจกได้ฟรีที่เต้นท์ขายอาหารซึ่งมีร้านค้ามาตั้งให้บริการอยู่หลายร้านถ้าเราอยากทานเพิ่มมากกว่าที่ทางกาชาดแจกคูปองก็สามารถซื้อรับประทานเองได้ซึ่งเขาก็ขายอยู่แล้ว



หลังจากที่ฉันลงทะเบียนเรียบร้อยก็มารับประทานอาหารแล้วก็ไปจองกรอบรูปมีตัวแทนร้านถ่ายรูปเข้ามาให้บริการรับถ่ายภาพซึ่งเราต้องจองภาพว่าต้องการขนาดเท่าไหร่และ ราคากรอบรูป ก็มีให้เลือกตั้งแต่ 500จนถึง 3,000 บาทตามความสวยงามของกรอบภาพซึ่งฉันเลือกแค่ 700 บาท เป็นกรอบรูปวิทยาศาสตร์ธรรมดาพอไม่ได้ไปโชว์อวดใคร จึงเลือกแบบธรรมดาเสร็จแล้วก็เดินถ่ายรูปบริเวณรอบอาคารชุมพรเขตอุดมศักด์ ที่ใช้เป็นที่จัดงาน





งานนี้ไปคนเดียว อยากได้รูปถ่าย ต้องรบกวน ผู้ที่มาร่วมงานนั่นแหละ รบกวนช่วยถ่ายรูปให้หน่อยค่ะ  เดินไปตรงไหน เจอผู้มาร่วมงานกำลังยืนถ่ายรูป ก็ไปรบกวนเขา ช่วยถ่ายให้หน่อย แล้วก็ถ่ายรูปให้เขากลับด้วยเช่นกัน ช่วยๆกัน เพราะหลายๆคนก็มาคนเดียว







เวลาประมาณ11 โมง เริ่มเปิดประตูให้เข้าไปในอาคารที่จัดงานโดยผู้ที่เข้าไปต้องฝากสิ่งของและสัมภาระทั้งหมดด้านนอก ห้ามนำกระเป๋า โทรศัพท์มือถือกุญแจรถหรือวัตถุโลหะเข้าไปในงาน เรียกว่าเข้าไปได้แต่ตัวกับจดหมายที่เรียกตัวมางานเท่านั้นเอง อย่างอื่นต้องฝากหมดเมื่อเดินเข้าไปแล้วก็หมดสิทธิ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นหรือถ่ายรูปใดๆภายในงานได้เลย






เมื่อเดินเข้าไปในงานเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปในห้องชั้นล่างเพื่อรับใบประกาศเกียติคุณ ตามหมายเลขที่แจ้งในจดหมาย เป็นซองจดหมายยาวๆ สีขาวข้างในเป็นกระดาษขาวยาวๆ ใบประกาศ


รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจยิ่งนักสำหรับการได้รับใบประกาศฉบับนี้

( ใบประกาศ ลงวันที่ 23 กันยายน 2558 แต่พึ่งถึงมือข้าพเจ้า 18 กรกฎาคม 2560 )


ระหว่างที่นั่งรอฉันได้มีโอกาสคุยกับคุณยายที่นั่งข้างๆ เธอเป็นกาชาดที่ทำคุณงามความดี จนได้รับเลือกให้ได้รับเหรียญกาชาดชั้นที่ 3 คุณยายมาจากเชียงใหม่ ทำงานกับกาชาดมา 25 ปีก่อนหน้านี้คุณยายเป็นผู้ใหญ่บ้านมาก่อนคุณยายช่วยเหลือทั้งด้านน้ำท่วมเวลากาชาดไปออกงานที่อำเภอ คุณยายก็ไปช่วยงานช่วยกาชาดหารายได้ด้วยแล้วก็มาเข้าประชุมทุกครั้ง คุณยายบอกว่า ทั้งตำบลมีคุณยายคนเดียวที่ได้รับรางวัลคนอื่นไม่ได้ เพราะยายมีผลงานดี เขาถึงเสนอชื่อมาเป็นการช่วยเหลือกาชาดที่ยาวนาน กว่าคุณยายจะมีวันนี้วันที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณ คุณยายก็อายุปาเข้าไป 75 แล้ว


เวลาเที่ยงถึงมีการเรียกให้ขึ้นไปห้องประชุมด้านบนนั่งตามหมายเลขที่ลงทะเบียนไว้ฉันได้ลำดับที่ 560 โบว์สีน้ำเงิน คือ ชั้น3 โบว์แดงเป็นชั้น 2 จะนั่งด้านหน้า ชั้น 3 นั่งด้านหลัง ตามลำดับ


ระหว่างที่นั่งรอก็จะมีเจ้าหน้าที่เดินมาขานชื่อ ตามลำดับ ว่ามาหรือเปล่าอ่านชื่อถูกต้องหรือไม่แล้วก็ลุกไปเดินซ่อมพิธีรับเหรียญ 1 รอบแล้วก็กลับมานั่งรอต่อไป ระหว่างที่นั่งรอ ห้องค่อนข้างเงียบนะคนคุยกันน้อยแต่เสียงไอ ค่อนข้างดัง คงเพราะคนแก่เยอะ เลยไอกันแยะ


ฉันได้มีโอกาสคุยกับคนที่นั่งด้านข้างเล็กน้อยด้านซ้าย เป็นพยาบาลมาจากสุราษฎร์ธานี เธอเคยรับเข็มตอนบริจาคครบ 36 ครั้งที่หาดใหญ่สมเด็จพระเทพรัตนาราชสุดา ฯทรงพระราชทานเหรียญให้ชาวภาคใต้ที่หาดใหญ่แต่คราวนี้เธอต้องขึ้นมารับเหรียญกาชาดที่กรุงเทพฯ เธอบินมาเมื่อคืนนี้และค้างคืนที่กรุงเทพ 2 คืน พรุ่งนี้เที่ยงบินกลับปัจจุบันเธอบริจาคไป 60 กว่าครั้งแล้ว


ส่วนด้านขวาคุณลุงอายุ56ปี มาจากหนองคาย บินมาเช้านี้เที่ยวแรกสุดเสร็จจากงานนี้ก็จะกลับเที่ยวบินสุดท้าย 2 ทุ่มคืนนี้เลย ไม่ค้างที่กรุงเทพลุงบอกอยู่บ้านนอกขี่จักรยาน 15 นาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว แต่กรุงเทพไม่ไหวรถติด อยู่ไม่ได้คุณลุงบริจาคไป 70 ครั้งแล้ว และยังคิดจะบริจาคต่อไปเรื่อยๆคาดว่าคุณลุงน่าจะมีโอกาสได้ทันรับเหรียญกาชาดชั้นที่ 2 แน่นอนเพราะยังไม่แก่เท่าไหร่


ตามหมายกำหนดการพิธีเริ่ม 14.00น . พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีเสด็จมาเป็นประธานพระราชทานเหรียญแด่ผู้ที่ได้รับเหรียญชั้นที่2 และ 3 ฉันนั่งรอเสด็จจนถึงประมาณบ่าย3 โมง งานจึงเริ่มขึ้นทรงใช้เวลาเร็วมาก ชั่วโมงกว่าพระราชทานเหรียญพันสองร้อยกว่าเหรียญเสร็จแล้วฉันเดินไปรับเหรียญเสร็จแล้ว ก็ยังงงๆยังไม่ทันได้มองหน้าท่านเลยรับแล้วก็ต้องเดินออกทันที ไม่ได้ทันเห็นหน้าด้วยซ้ำมัวแต่มองมือรับเหรียญแล้วเดินออกไม่ถึงนาที ไม่รู้เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิมแล้วแต่มีกล่องสีน้ำเงินอยู่ในมือ


เมื่อถึงเก้าอี้นั่งอดใจไม่ได้ที่จะรีบเปิดดูเหรียญที่ได้รับเป็นเหรียญเงินสีดำอมควัน โบว์สีขาวเป็นสองแฉกสำหรับผู้หญิงส่วนผู้ชายจะเป็นโบว์เดียว ด้านบน คนละแบบกับผู้หญิง


หลังเสร็จพิธีผู้คนแห่กันไปรับของฝากคืน งานทำมาดีตลอดทั้งงานมาเสียตอนนี้แหละ ที่ไม่ได้จัดระเบียบของฝากทำให้หากระเป๋ากันไม่เจอใช้เวลานานมากกว่าจะได้กระเป๋าคืน คนก็เยอะไม่ได้เข้าคิวกันเลย


นอกจากจะใช้เวลานานกับการรอกระเป๋าแล้วก็ยังเสียเวลานานกับการรอแท็กซี่ด้วยหาแท็กซี่หรือสามล้อไม่ได้สักคนทั้งที่คนรอเรียกรถเยอะมากทำให้ฉันไม่ได้อยู่ถ่ายรูปกับเหรียญที่ได้รับเลยต้องรีบกลับมาทำงานต่อทันทีมาเก็บตกถ่ายรูปทีบ้าน ไม่ได้บรรยากาศในงานเลย กลับมาก็ทำงานต่อทันทีถึงแม้จะเย็นแล้วก็ตามลูกค้ารออยู่ก็ต้องรีบกลับ มาทำงานตอน 5โมงเย็น



ฉันมาคิดๆดูนะกว่าผู้บริจาคโลหิต จะบริจาคครบ 50 ครั้งได้ อายุก็ต้อง30 กว่าแล้วซึ่งตอนที่ฉันบริจาคครบ 50 ครั้งก็อายุ 38ปี แถมยังต้องรอคอยอีก 8ปีกว่าจะมีวันนี้คนอื่นๆก็คงจะต้องรอเวลาเช่นกัน ขั้นต่ำก็ต้องมี 3-5 ปีล่ะกว่าจะเรียกมารับเหรียญจึงทำให้คนที่มารับเหรียญมีแต่ผู้สูงอายุยิ่งคนที่ได้รับเหรียญสมนาคุณกาชาดชั้นที่ 2 มีแต่ผมสีเทาๆขาวๆอายุน้อยสุดน่าจะประมาณ 50 กว่าปี สูงสุดคงประมาณ 70 – 80 กว่าปีกันแล้ว


ฉันมาประเมินตัวเองตอนนี้บริจาคเหลือปีละ 1 ครั้งปีนี้ถ้าบริจาคก็ครั้งที่ 60 ถ้ารอครบ 75 ครั้ง ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 15ปีตอนนั้นก็คงอายุ 61 ปี บวกรอเวลาเรียกว่ามารับรางวัลอีก 8 ปี อายุปาเข้าไป69พอดีหัวงอกพอดี จะอยู่ถึงหรือเปล่า


ฉันรู้สึกชื่นชมมากๆเลยนะสำหรับผู้ที่สามารถรับเหรียญกาชาดชั้นที่ 2ได้ ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพตนเองเป็นเลิศและรักษาการมาบริจาคได้อย่างสม่ำเสมอซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะกว่าฉันจะมาถึง59 ครั้งได้ ก็ว่ายากแล้วจะไปต่อยิ่งยากกว่า


อย่าลืมกว่าคนที่บริจาคเลือดได้เกิน50 ครั้งล้วนแต่มีอายุแล้วทั้งนั้น(คนแก่นั่นเอง) ไม่มาเห็นในงานนึกไม่ถึงจริงๆว่าจะแก่ขนาดนี้ แต่ละคนหน้าที่การงานก็น่าจะมาก เพราะสูงวัยกันแล้วปัญหาสุขภาพตามวัยก็มี ทำงานเยอะพักผ่อนน้อย เส้นเลือดตีบบริจาคไม่ได้อีก(เคยมาแล้ว) ถ้าขืนกินอาหารตามใจปากโรคอ้วน คลอเรสเตอรอลสูงก็โดนเตือนให้ระงับการบริจาค (ไปลดคลอเรสเตอรอลให้ได้ก่อนค่อยกลับมาบริจาค)ถ้าเป็นพวกโรคคนแก่ความดัน หัวใจ เบาหวาน ตับ ไต มะเร็ง พวกนี้โดนแบนระงับการบริจาคไปได้เลย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการบริจาคเลือดสำหรับคนแก่ที่เข้าสู่วัยโรคภัยถามหา


สมัยหนุ่มๆสาวๆคุณสมบัติของผู้บริจาคเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆข้อห้ามหลายๆข้อ ข้ามไปได้เลยแต่พอใช้ชีวิตไปเรื่อยๆก็เหมือนอะไรๆเริ่มยากขึ้นข้อห้ามเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการจำกัดการบริจาคโลหิต ผู้หญิงท้องคลอดลูกก็ต้องหยุดอย่างน้อย ก็ 2 ปี(ท้อง9เดือน หลังคลอดบุตรอีก 6 เดือน เลี้ยงลูกอ่อนด้วยไม่มีเวลา)เกิดเจ็บป่วยไม่สบายต้องผ่าตัดก็หยุดไปอีก 6 เดือน ไปรับเลือดคนอื่นมาหยุดไปอีก 1ปีมีหลายๆสาเหตุที่ทำให้การบริจาคเลือดต่อเนื่องทำได้ยาก


ตัวฉันเองพอเจอปัญหาเลือดจางสะสม ก็หยุดเพราะรู้สึกว่าเราให้มากไปหรือเปล่าเลือดเราถึงได้จางมากก็ต้องหยุดมาทำให้เลือดตัวเองกลับคืนสภาพเดิมก่อน ก็หยุดไป 1ปี พอทำงานไปเยอะๆพักผ่อนน้อยต่อให้บำรุงดีแค่ไหน ความเข้มผ่านแต่เส้นเลือดตีบกว่าจะให้เสร็จก็แทบตายเรียกว่าเข็ดจนไม่อยากให้ต่อเลยก็หยุดไปอีก1ปี พอกลับมาบริจาคต่อ ก็เจอปัญหาสุขภาพปีนี้เจอเนื้องอกที่เต้านมก็ต้องผ่าตัดเอาเนื้องอกออกทำให้ต้องหยุดบริจาคเลือดไปอีก 6 เดือน บริจาคได้เร็วสุดก็ตุลาคม(ซึ่งตั้งใจว่าจะบริจาคในเดือนตุลานี้ให้ได้เช่นกัน) มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะบริจาคเลือดได้ต่อเนื่องและยาวนานเป็นสิบปี มีอุปสรรคเข้ามาเรื่อยๆ


ดังนั้นคนที่บริจาคเลือดได้ต่อเนื่องและยาวนานจนถึง 75 ครั้ง  ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 2 เขาต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า30-40 ปี ในการบริจาคกว่าตัวเลขจะขึ้นมาถึง 75 ครั้ง  เกือบทั้งชีวิตเลยนะแสดงว่าตลอดระยะเวลายาวนานเขาต้องแข็งแรง ดูแลตัวเองดีมากๆจึงสามารถทำตามกฎของกาชาดได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยอีกเช่นกัน ด้วยความเคารพนับถือจริงๆสุดยอดมากทุกท่าน กราบงามๆ





Create Date : 22 กรกฎาคม 2560
Last Update : 28 กรกฎาคม 2560 11:28:35 น.
Counter : 1440 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 103 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments