Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 กรกฏาคม 2564
 
All Blogs
 
จาก "เสียดาย" ถึง "เรื่องของน้ำพุ"

ถ้าใครโตขึ้นมาในยุค 80-90 ก็อาจจะคุ้นหูคุ้นตากับหนังเรื่องนึงที่ดูสวนกระแสหนังวัยรุ่นใส ๆ ในยุคนั้นมาก นั่นก็คือ "เสียดาย" ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2537 กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หนังเรื่องนี้เป็นที่ฮือฮามาก เพราะถือว่าเนื้อหานั้นดาร์ค เครียด และมีการนำเสนอปัญหายาเสพติดของวัยรุ่นและปัญหาอื่น ๆ ในสังคมไทยได้อย่างตรงไปตรงมาและแรงสุด ๆ และถูกวิพากย์วิจารณ์มากพอสมควร เพราะมีฉากที่นักแสดงทำท่าเสพยาเสพติด สูบบุหรี่ รัดแขนฉีดยาเข้าเส้น ขายตัวนัวเนียกันอย่างจะจะ และสารพัดความดาร์คที่กองเซ็นเซอร์ในยุคนั้นแทบจะเป็นลม แต่ก็ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรก ๆ ที่กล้านำเสนอและสะท้อนภาพด้านมืดของสังคมไทยในยุคนั้นตามความเป็นจริงที่สุด

ละครเรื่องเสียดายถูกรีเมคอีกครั้งในปี 2563 โดย หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล หรือ คุณหญิงแมงมุม ถือว่าเป็นการรีเมคที่เคารพต้นฉบับมาก ๆ ใครที่เคยดูต้นฉบับจะจำได้เลยว่า ฉากบางฉากมีการใช้มุมกล้องหรือจังหวะการแสดงของตัวละครมีการถอดมาจากหนังดั้งเดิมมาก ๆ จนเกือบเป๊ะเลย เพราะบทหนังของเรื่องเสียดายนั้นมีการพัฒนาขึ้นมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของกลุ่มวัยรุ่นติดยาที่มีตัวตนอยู่จริง ๆ ที่หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมท่านได้ไปสัมภาษณ์เก็บข้อมูลมา ต่อมา เมื่อนำมารีเมค ด้วยความที่ต้นฉบับเน้นที่ตัวละครวัยรุ่นเพศหญิงเป็นหลัก คุณหญิงแมงมุมจึงได้เพิ่มบทบาทของตัวละครเด็กวัยรุ่นเพศชายและวัยรุ่นเพศที่สามเข้ามาเพิ่มด้วย เพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบันที่สังคมเริ่มมีการตระหนักถึงการลื่นไหลทางเพศ (Gender-Fluid) และคุณค่าของมนุษย์ที่ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เรื่องเพศเท่านั้น ถือว่าเป็นการรีเมคที่ดีมากทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเคารพต้นฉบับ การเลือกนักแสดง หรือแม้แต่ฉาก องค์ประกอบ ก็ทำได้ดีเหมือนถ่ายในยุค 90 จริง ๆ หรือแม้แต่การแสดงการเสพยาหรือสูบบุหรี่ นักแสดงก็ทำได้ดีเหมือนเสพเป็นกันจริง ๆ

พอพูดถึงเรื่องยาเสพติด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่มีมานานแล้ว ก่อนที่จะได้มีการสกัดเฮโรอีนหรือมีการลักลอบขนยาบ้ามาขาย คนไทยในสมัยก่อนก็รู้จักเอาใบยาสูบหรือใบกัญชามามวนสูบ เอาใบกระท่อมมาต้มแล้วกินน้ำมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพื่อกล่อมประสาทหรือให้เคลิ้ม ให้สมองและร่างกายผ่อนคลายความเครียดจากสารเสพติดจากธรรมชาติ เพียงแต่มันไม่ได้ออกฤทธิ์แรงเหมือนยาเสพติดที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่เหมือนเฮโรอีนหรือโคเคนที่ฉีด ๆ ซี้ด ๆ กิน ๆ เข้าไปมาก ๆ ก็ตายได้เลย ซึ่งภายในละครเรื่องเสียดายนี้ เราจะได้เห็นถึงบทบาทของยาเสพติดในฐานะทางออกของปัญหาชั่วคราวจนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของสมองที่ขาดการหลั่งสารความสุข (Endorphine) ของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนึงที่มีปัญหาชีวิตแตกต่างกันออกไป โดยมีฉากอยู่ในยุคที่เรียกว่า ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) เป็นยุคที่สังคมไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมแห่งเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีบริษัทต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทำให้สังคมเมืองเริ่มขยายตัว มีการสร้างตึกระฟ้าขึ้นมากมายเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่กำลังเฟื่องฟู ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีของประเทศชาติ แต่จริง ๆ แล้วในทุกเรื่องดี ๆ ก็มีข้อเสียอยู่ เมื่อสังคมต้องการแรงงานเพื่อไปขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ทำให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานก็ต้องแบ่งเวลาไปทุ่มเทให้กับงานมากขึ้น จนไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลลูก ทำให้เด็กหลายคนขาดความอบอุ่น ช่องว่างของความสัมพันธ์ก็เพิ่มมากขึ้น บวกกับการสื่อสารกันภายในครอบครัวที่ไม่ชัดเจนและขาดความเข้าใจกัน แถมยุค 80-90 เป็นยุคที่ได้รับอิทธิพลของวงดนตรีจากฝั่งอังกฤษและอเมริกาที่ส่วนใหญ่เป็นวงแนวพังค์ร็อก (Punk-Rock) และแนวดนตรีทางเลือก (Alternative) ที่มีเนื้อหาต่อต้านสังคมทุนนิยมและวัฒนธรรมกระแสหลัก เจือปนด้วยเนื้อหาที่มีเรื่องยาเสพติด การฆ่าตัวตาย และอะไรที่ดาร์ค ๆ อยู่แล้ว ทำให้วัยรุ่นยุคนั้นหลายคนที่เป็นแฟนเพลงของวงดนตรีมีแนวโน้มที่จะเลียนแบบนักร้องมากขึ้น เลยหันเข้าหายาเสพติดเพื่อใช้เป็นความบันเทิงราคาถูกที่สามารถช่วยให้ลืมโลกได้ชั่วคราวและใช้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากการถูกผู้ปกครองทอดทิ้ง จึงไม่แปลกที่จะเห็นข่าวเกี่ยวกับวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาค่อนข้างบ่อยในหนังสือพิมพ์สมัยนั้น

ส่วนหนังหรือละครที่สะท้อนภาพความจริงของวัยรุ่นติดยานั้นก็ไม่ได้มีแค่เรื่องเสียดายแค่เรื่องเดียว แต่ยังมีละครที่ถูกรีเมคมาแล้วถึงสามครั้ง นั่นคือละครเรื่อง “น้ำพุ” ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อว่า “เรื่องของน้ำพุ” เป็นเรื่องจริงของ “น้ำพุ” หรือ “วงศ์เมือง นันทขว้าง” ลูกชายเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องผู้หญิงสี่คนของนักเขียนชื่อดังผู้เป็นบรรณาธิการนิตยสารลลนา “สุวรรณี สุคนธา” กับ “ทวี นันทขว้าง” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ด้วยความที่เกิดมาเป็นลูกชายคนเดียวท่ามกลางพี่น้องผู้หญิง บวกกับการที่พ่อแม่เลิกกัน ก็ยิ่งทำให้น้ำพุยิ่งเกิดความรู้สึกแปลกแยกต่อครอบครัวของตัวเองมากขึ้น จึงตัดสินใจใช้ยาเสพติดเป็นทางออกของปัญหาและทดแทนความว่างเปล่าในใจ ถ้าละครเรื่องเสียดายเป็นการสะท้อนปัญหาของวัยรุ่นเพศหญิงและวัยรุ่นเพศที่สามแล้วล่ะก็ “เรื่องของน้ำพุ” ก็เป็นมุมมองของวัยรุ่นเพศชายที่ต้องการความรักความอบอุ่นจากครอบครัวเช่นกัน

หลายคนที่อ่านอยู่อาจจะคิดว่า ไอ้เด็กวัยรุ่นพวกนี้ในสิ้นคิดเอง ก็ไม่มีใครบังคับให้มันไปกินไปเสพนะ ก็จริงอยู่ แต่ถ้ามองกันให้ลึกลงไปแล้ว คนเราจะทำอะไรซักอย่างนึง มันต้องมีเหตุผลแน่นอน ซึ่งสุดท้ายนี้เราไม่ได้จะโยนความผิดให้ใครคนใดคนหนึ่งหรือโยนความผิดให้สังคมแน่นอน แต่เรากำลังจะบอกว่า ปัญหาสังคมระดับใหญ่ ปัญหาของความสัมพันธ์หลายรูปแบบ รวมทั้งปัญหาเรื่องครอบครัว สามารถป้องกันหรือแก้ไขได้โดยการสื่อสารที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและการรับฟังอย่างตั้งใจ และการละทิ้งอคติและความคิดแบบ “ฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันถูกเสมอ” ถ้าครอบครัวพร้อมที่จะเป็นหลุมหลบภัยและที่พักใจให้กับเด็กในวันที่เหนื่อยล้าหรือหมดแรง แน่นอนว่า เด็กจะกลับมาหาอ้อมกอดพ่อแม่เอง เพราะเขารู้ว่า แม้ว่าโลกนี้จะไม่ต้องการเขา อย่างน้อยก็ยังมีพ่อแม่ที่ยังรักและพร้อมที่จะเข้าใจเขาอยู่ เมื่อแผลใจหายดีแล้ว เด็กก็พร้อมที่จะกลับออกไปเผชิญโลกที่โหดร้ายอีกครั้ง

แต่ถ้าครอบครัวยังละเลยและปฏิเสธที่จะรับฟังหรือให้ความเข้าใจลูก แน่นอนว่า เด็กก็จะหันไปหาที่พึ่งทางใจอื่น ๆ แทน ซึ่งหลายคนก็ไม่ได้เดินไปในเส้นทางที่ถูกต้องแล้วก็ต้องแลกความสุขมาด้วยชีวิตหรือคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ลดลง จริง ๆ แล้ว ความสุข ความรัก ความเข้าใจ เป็นสิ่งที่สามารถทำให้กันได้ฟรี ๆ ไม่เสียเงิน ตราบใดที่ไม่เดือดร้อนใคร การแสดงความรักไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะแสดงออก จึงควรรีบทำกับคนในครอบครัว เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนต้องการเป็นที่รักและได้รับการยอมรับของใครซักคนแน่นอน การตระหนักรู้ถึงการเป็นคนที่มีคุณค่าขั้นแรกของมนุษย์นั้นเริ่มต้นจากการที่เขาคนนั้นได้รับความรักความเข้าใจจากครอบครัวก่อน อย่ารอให้ถึงวันที่คนในครอบครัวซักคนต้องจากไปก่อนแล้วมารู้สึก “เสียดาย” ทีหลังเลยนะคะ


คลิกเพื่อกลับไปยังสารบัญบล็อก





Create Date : 04 กรกฎาคม 2564
Last Update : 13 สิงหาคม 2564 21:55:35 น. 3 comments
Counter : 322 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณเริงฤดีนะ, คุณnewyorknurse, คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 4 กรกฎาคม 2564 เวลา:13:14:01 น.  

 
น่าดูทั้ง 2 เรื่อง
สำหรับหนังไทยระดับคุณภาพ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 กรกฎาคม 2564 เวลา:20:49:46 น.  

 
ชอบหนังซีรีย์ที่ฉายภาพด้านสว่างในจิตใจคนจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 6 กรกฎาคม 2564 เวลา:19:22:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

LittleMissLuna
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Cheetah Skin Guitar Pick
New Comments
Friends' blogs
[Add LittleMissLuna's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.