Seantun

๏~* ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว *~๏


ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย
ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น

ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น
เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม
เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง
ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้
เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ
ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต
ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น

ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร
เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น
รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม
คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน


ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ
แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ
เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม
ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน
และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น
ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน
ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น
มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง
เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้
เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย
คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครั้งนั้นให้ได้
ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น
มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ
ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก
ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก
ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย
ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต
อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง



คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 17 พฤษภาคม 2549 20:05:28 น.   
Counter : 448 Pageviews.  

๏~* 18 คำในความคิดที่มองต่างกันของหญิงและชาย *~๏

1.ความคิดถึง
ผู้หญิง = เพิ่งแยกจากเรามาแค่ครู่เดียวเอง ก็คิดถึงอยากเจอหน้าเจาอีกแล้วน่ะ
ผู้ชาย = ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะพอได้เตะแล้วก็หายอยาก

2.การจีบ
ผู้หญิง = เขาเข้ามาคุยกับเราบ่อยๆอย่างนี้ เขากำลังจีบเราอยู่แน่เลย
ผู้ชาย = บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกจริงจังเลย

3.การตกหลุมรัก
ผู้หญิง = การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขา ลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ
ผู้ชาย = การเดินสะดุดขาอ่อนของเธอ อาจจะเซไปบ้างแต่ไม่ถึงกับทำให้เสียการทรงตัว

4.หัวใจ
ผู้หญิง = อวัยวะที่ยกให้เขาไปแล้ว ก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน
ผู้ชาย = อวัยวะที่ให้ในการหายใจอะดิ

5.แฟนเก่า
ผู้หญิง = คนรักของวันวานที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันไหน ก็ทำให้ใจสั่น
ผู้ชาย = ใคร? เธอคือใครหรอ จำไม่ได้แล้วอะ

6.แฟนใหม่
ผู้หญิง =คนรักของวันนี้ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันหน้า ไปนานๆ
ผู้ชาย = แฟนของวันนี้ แต่วันหน้าค่อยว่ากันอีกที

7.โทรศัพท์
ผู้หญิง = เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง
ผู้ชาย = เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่ ทุกเวลา

8.ความเหงา
ผู้หญิง = แค่ไม่มีเขาเราก้อเหงาเหลือเกิน
ผู้ชาย = 365 วันไม่เหงา เพราะเราไม่ขาดเพื่อน

9.ดอกไม้
ผู้หญิง = เดินผ่านร้านดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ
ผู้ชาย = ก็แค่ดอกไม้ดอกเดียว ทำไมเธออยากได้อะไรนักหนา

10.จูงมือ
ผู้หญิง = เป็นแฟนกันแรกๆ เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย
ผู้ชาย = โอ้ย ผมไม่ได้เด็กๆแล้วนะ ต้องจูงมือข้ามถนนด้วย

11.หึง
ผู้หญิง = รักคือหึง…หึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก
ผู้ชาย = ที่ผมเผลอลงไม้ลงมือกับคุณน่ะ เพราะผมหึงนะ

12.น้ำตา
ผู้หญิง = เครื่องมือที่ช่วยลดความเครียดตามธรรมชาติ
ผู้ชาย = เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง

13.เดทครั้งแรก
ผู้หญิง = เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต เขาจะพาเราไปนั่งกินอาหารร้านไหนนะ
ผู้ชาย = เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กิน เลือกร้านแพงๆเหมือนยัยคนก่อน

14.ช้อปปิ้ง
ผู้หญิง = กิจกรรมสุดโปรด ได้ทำแล้วเหมือนมีสารเอ็นโดรฟินหลั่งออกมา
ผู้ชาย = เครียดก็ช้อป มีความสุขก็ช้อป อารมณ์ปกติก็ช้อป ผู้หญิงโรคจิต!

15.การสารภาพรัก
ผู้หญิง = เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารักคำเดียว เขายังไม่เคยพูดให้เราได้ยินเลย
ผู้ชาย = เป็นแฟนกันมาตั้งนาน คำว่ารักคำเดียวจะสำคัญอะไรนักหนา

16.อกหัก
ผู้หญิง = ทำลายของๆเขา ฉีกรูปคู่ทิ้ง เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้อีกนาน
ผู้ชาย = กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจาย ฯลฯ 3 วันหายอกหัก

17.งอน
ผู้หญิง = ดูเขาเถอะ! หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแล้ว
ผู้ชาย = ดูมัน! งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

18.ง้อ
ผู้หญิง = ดีใจจังเขาง้อเราแสดงว่าเขายังรักเราอยู่
ผู้ชาย = เซ็ง! ต้องแกล้งง้อไปงั้นแหละ ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าที่เป็นตูดของเธอ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 17 พฤษภาคม 2549 19:56:48 น.   
Counter : 319 Pageviews.  

๏~* ความหมายแฝงของชื่อประเทศ *~๏


B U R M A = Between Us, Remember Me Always

C A N A D A = Cute And Naughty - Action that Developed into Attraction

C H I N A = Come Here I Need Affection

E G Y P T = Everything's Great. You Pretty Thing!!

F R A N C E = Friendships Remain And Never Can End

H O L L A N D = Hope Our Love Lasts And Never Dies

I N D I A = I Nearly Died In Adoration

I T A L Y = I Trust And Love You

K E N Y A = Keep Everything Nice, Yet Arousing

K O R E A = Keep Optimistic Regardless of Every Adversity

L I B Y A = Love Is Beautiful. You Also

M A N I L A = May All Nights Inspire Love Always

P E R U = Phorget Everyone... Remember Us

T H A I L A N D = Totally Happy. Always In Love And Never Dull




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 17 พฤษภาคม 2549 19:55:26 น.   
Counter : 351 Pageviews.  

ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพสมจริง ด้วยการเลือกซื้อการ์ดแสดงผลให้โดนใจ

../ yokekung
ในการประมวลผลภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้น จำเป็นจะต้องใช้ชิปประมวลผลกราฟิคเพื่อช่วยแสดงรายละเอียดในการแสดงผลภาพให้สมจริง คมชัด โดยรวมแล้วเราสามารถแยกประเภทของชิปประมวลผลเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ แบบชิบบนตัวเมนบอร์ด (On-board graphic chip) และการ์ดแสดงผลซึ่งเป็นการ์ดเชื่อมต่อบนสล็อตบนเมนบอร์ด โดยการสังเกตว่าคอมพิวเตอร์ของเรารองรับการ์ดแสดงผลแบบใด จะต้องดูจากชิปเซต และดูว่ามีสล็อตประเภทใดที่รองรับการเชื่อมต่อการ์ดแสดงผลด้วย

ปัจจุบันการ์ดแสดงผลมีการพัฒนาชิปประมวลผลให้ทันสมัยอยู่เสมอเพื่อให้สามารถรองรับการประมวลผลภาพที่สมจริง เรียกได้ว่าแทบจะทุกๆ 6 เดือนเลยก็ว่าได้ โดยมักจะเน้นในด้านการแสดงผลในเกมสามมิติ การแสดงแสงเงาที่สมจริงในฉากเกม นอกจากนี้ยังมีเหตุผลในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผลคือเรื่องของการรองรับการเชื่อมต่อ เช่น พอร์ต DVI เพื่อใช้เชื่อมต่อกับจอแสดงภาพแบบ Flat-panel เชื่อมต่อกับโทรทัศน์ หรือภาครับวิทยุ FM รวมถึงการเชื่อมต่อกับวีดีโอต่างๆ เช่น S-Video และการเชื่อมต่อ Component ทำให้การ์ดแสดงผลเป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่หลายคนพยายามไขว่หาการ์ดแสดงผลที่ดีที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุดอยู่เสมอ ซึ่งนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนกันบ่อยสำหรับนักเล่นเกมที่ต้องการความสามารถในการแสดงผลในระดับสูง โดยการ์ดแสดงผลรุ่นท็อปมักมีราคาในระดับ 1 – 2 หมื่นบาทเลยทีเดียว

ประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผล


(รูปภาพจาก //www.pcstats.com)

Interface เข้าใจง่ายๆคือรูปแบบการเชื่อมต่อ นั่นคือรูปแบบของการ์ดที่เชื่อมต่อกับตัวเมนบอร์ดนั่นเอง โดยปัจจุบันจะมีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ PCI Express ที่สามารถเชื่อมต่อกับสล็อต PCI Express สำหรับพีซีรุ่นใหม่ หรือสำหรับรุ่นเก่าจะรองรับรูปแบบการเชื่อมต่อ AGP โดยจะมีความเร็ว 8X 4X และ 2X ซึ่งปัจจุบันจะมีให้เลือกเป็น AGP 8X* และ PCI Express x16 คุณไม่สามารถนำการ์ดแสดงผลแบบ AGP ติดตั้งลงในช่องเสียบการ์ดแบบ PCI Express โดยรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ PCI Express จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลมากกว่า AGP โดยทางทฤษฎีจะมีความเร็ว 16X ซึ่งเร็วกว่า 8X) สำหรับเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆจะมีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ PCI Express

Graphic Processor
เหมือนมันสมองในการประมวลผล โดยปัจจุบันเกมต่างๆได้รับการพัฒนาให้สามารถแสดงผลในรูปแบบสามมิติ ต้องขอบคุณการ์ดแสดงผลในปัจจุบันที่รองรับการแสดงผลที่สมจริงมากยิ่งขึ้น โดยชิปประมวลผลกราฟิก (Graphic Processing Unit : GPU) นั้นมีผลกับคุณภาพในการประมวลผลภาพมาก โดยชิปประมวลผลภาพจะแบ่งเป็น 2 ค่ายคือ nVidia และ ATi



ความสามารถในการแสดงผลภาพของการ์ดแสดงผลประสิทธิภาพสูงจะสามารถเรนเดอร์ภาพได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพที่ออกมาสวยงาม สดใส ไม่สะดุด ไม่มีการกระตุกให้เห็นในการเล่นเกมส์ รับชมภาพยนตร์ โดยจะมีการวัดค่าในการแสดงผลภาพในหน่วยเฟรมต่อวินาที (Frame per second เรียกย่อๆว่า fps) เช่นการรับชมภาพ 30 fps คือการรับชมภาพที่ 30 เฟรมต่อวินาที (ต้องอธิบายก่อนว่าภาพที่เราเห็นนั้น จะมีการเปลี่ยนเฟรมของภาพอย่างรวดเร็วจนตาของเราจับไม่ทัน ทำให้ภาพมีความต่อเนื่อง หากมีการแสดงผลเฟรมภาพได้มาก ก็จะแสดงภาพได้อย่างนิ่มนวลมากยิ่งขึ้น โดยคุณสมบัติของการ์ดแสดงผลที่ต้องนำมาพิจารณาคือ Pixel Shading การแสดงผลภาพ, Transparency การแสดงภาพความคมชัด ความลึกของภาพ, High Dynamic-rang lighting การสร้างแสงเงาของภาพ และความละเอียดในการแสดงผลภาพ เช่น 1600x1200 จะใช้กับหน้าจอที่แสดงผลภาพขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ Antialiasing การเปิดคุณสมบัติทำให้ภาพมีความสมูท ไหลลื่น นิ่มนวล ไม่ดูแข็งกระด้าง

ในปัจจุบันเกมส่วนใหญ่มักจะใช้คุณสมบัติ DirectX 9 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลภาพให้คมชัด ยอดเยี่ยม นำประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์มาใช้เร่งความเร็วในการแสดงผลกราฟิกมากยิ่งขึ้น

หน่วยความจำ
ในการใช้งานด้านกราฟิก เช่น การเล่นเกมส์ ตัดต่อวีดีโอ จำเป็นต้องอาศัยการส่งผ่านข้อมูลไปฝากไว้ในหน่วยความจำสำหรับรอการประมวลผลภาพในแสดงผลต่อไป ซึ่งในปัจจบันเกมต่างๆต้องการเนื้อที่หน่วยความจำจำนวนมากในการประมวลผล โดยการ์ดแสดงผลมักมากับหน่วยความจำชนิด GDDR3 ขนาด หน่วยความจำอย่างน้อย 128MB โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานกับ Windows Vista ระบบปฏิบัติการแห่งอนาคตกับคุณสมบัติ Aero Glass ส่วนในระดับเมนสตรีมแนะนำให้ใช้ขนาดหน่วยความจำที่ 256MB จนถึง 512MB โดยในปัจจุบัน (ไตรมาสที่ 1/2006) หน่วยความจำขนาด 512MB เป็นขนาดหน่วยความจำที่มากที่สุด

ในเกมเก่าๆ ขนาดหน่วยความจำ 128MB อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในการเล่นเกม หากต้องการอัตราการแสดงผลเฟรมภาพที่สูง และสามารถรองรับการแสดงผลที่ความละเอียด 1600x1200 pixels ควรมีขนาดหน่วยความจำที่ 256MB แต่ความต้องการอาจไม่ได้มากขนาดนั้น สำหรับคนที่เล่นเกมเก่าๆอยู่อาจยังไม่ถึงเวลาอัพเกรด จนกว่าจะมีเกมใหม่ๆที่ถูกใจออกมาจึงค่อยทำการอัพเกรดภายหลัง

ในชิประมวลผลกราฟิกในบางรุ่น เช่นเมนบอร์ดในเครื่องพีซี (หรือโน้ตบุค) อาจใช้หน่วยความจำหลักของระบบมาใช้ในการประมวลผลภาพด้วย ซึ่งจะแบ่งส่วนหน่วยความจำของระบบไปใช้ในการแสดงผลภาพกราฟิก ทำให้หน่วยความจำที่ใช้ในระบบปฏิบัติการลดน้อยลง หากหน่วยความจำระบบน้อยเพียง 128MB เมื่อถูกแบ่งไปใช้งานด้านกราฟิกอาจทำให้เหลือหน่วยความจำเพียงแค่ 96MB เท่านั้น แต่สำหรับชิปบนเมนบอร์ดในบางรุ่น เช่น Intel Celeron อาจมีชิปประมวลผลภาพกราฟิกมาให้ นั่นหมายถึงมีหน่วยความจำในตัวชิปต่างหากด้วย

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีในการจัดการหน่วยความจำโดยจัดสรรหน่วยความจำของระบบมาใช้กับการ์ดแสดงผลครึ่งหนึ่ง คือเทคโนโลยี TurboCache จาก nVidia และ HyperMemory จาก ATi
พอร์ตเชื่อมต่อ 2 พอร์ต

กราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ๆจะให้พอร์ตเชื่อมต่อ 2 พอร์ต โดยอาจจะให้พอร์ต DVI (Digital) และพอร์ต VGA (Analog) หรือให้พอร์ต DVI ทั้ง 2 พอร์ตเลยก็เป็นได้ โดยการเชื่อมต่อแบบ DVI จะส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ซึ่งให้คุณภาพในการแสดงผลที่ดีกว่าแบบอนาล็อค (พอร์ต DVI มักให้มากับจอภาพแบบ LCD) หรือจอแสดงผลระดับสูงที่รองรับการส่งผ่านข้อมูลแบบดิจิตอล สำหรับพอร์ต VGA หรือพอร์ค D-Sub 15 pin คือพอร์ตที่ใช้ต่อจอมอนิเตอร์แบบ CRT ทั่วๆไป จุดเด่นของการเชื่อมต่อจอแสดงผลแบบนี้คือสามารถเชื่อมต่อจอภาพได้มากถึง 2 - 4 จอเลยทีเดียว ทำให้เพิ่มพื้นที่การทำงานโปรแกรมต่างๆได้มากขึ้น หากการ์ดแสดงผลของคุณไม่มีพอร์ต VGA คุณก็สามารถเชื่อมต่อจอภาพแบบ DVI ผ่านทางตัวแปลง DVI-to-VGA ได้อีกด้วย

เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแสดงผลภาพ
ทั้ง nVidia และ ATi ต่างก็พัฒนาขีดความสามารถในการแสดงผลวีดีโอที่สมจริง ภาพคมชัด สดใส แยกแยะความแตกต่างของสีได้ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี Avivo จาก ATi และ PureVideo จาก nVidia ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ DVD โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยความละเอียดระดับ High-definition ทำให้ภาพที่รับชมชัดเจน สดใส สมจริง มีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่จอภาพทื่อๆอีกต่อไป



พอร์ต S-Video-out/-in

รองรับการส่งสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ จอฉายภาพโปรเจคเตอร์ จอ VCR และอุปกรณ์แสดงผลภาพอื่นๆ นอกจากนี้คุณยังพบกับการเชื่อมต่อแบบ VIVO (ย่อมาจาก Video in/Video out) และพอร์ต S-Video ให้คุณรับชมภาพจากกล้องถ่ายภาพวีดีโอได้อย่างง่ายดาย หมายความว่าคุณสามารถรับและส่งสัญญาณภาพในพอร์ตเดียวกันได้อีกด้วย

Composite-out/-in

ทำงานเช่นเดียวกับพอร์ต S-Video แต่จะมีการส่งผ่านข้อมูลต่ำกว่า S-Video ใช้งานกับอุปกรณ์เก่าๆได้เป็นอย่างดี สำหรับการ์ดแสดงผลส่วนใหญ่มักจะให้สายแปลงพ่วงต่อ S-Video-to-composite อยู่แล้ว

TV-Tuner

รับชมรายการโทรทัศน์ บันทึกรายการโทรทัศน์สุดโปรด ปกติการ์ด TV Tuner จะจำหน่ายแยกจากการ์ดแสดงผล แต่หากการ์ดแสดงผลมีคุณสมบัตินี้ก็สามารถรับชมโทรทัศน์ได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทันที

Overclocking
การปรับแต่งการ์ดแสดงผลให้ทำงานในระดับที่เกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดมาจากโรงงาน จะเป็นสวรรค์ของนักปรับแต่งที่ชอบการโมดิฟาย โดยผู้ผลิตการ์ดจะยอมให้ทำการโอเวอร์คล็อคในระดับหนึ่ง โดยมีการป้องกันความเสียหายจากการโอเวอร์คล็อค ผู้ผลิตบางรายอาจจำหน่ายการ์ดแสดงผลที่ปรับแต่งความเร็วสัญญาณนาฬิกามาให้แล้ว โดยกระทำอยู่ในมาตรฐานที่ไว้วางใจได้ นอกจากนี้ยังมีการ์ดแสดงผลที่แถมซอฟต์แวร์ในการปรับแต่งเป็นลูกเล่นให้อีกด้วย ทำให้มีบางคนซื้อการ์ดแสดงผลมาเพื่อการโอเวอร์คล็อคกันเลยทีเดียว แต่การปรับแต่งต้องอาศัยความชำนาญ และระมัดระวังความเสียหายและความร้อนที่สะสมจากการจูนเครื่องให้ทำงานเกินกำลังความสามารถ

Antialiasing

เทคโนโลยีในการ์ดแสดงผลที่ช่วยในการลบรอยหยักของภาพ ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด มีความคมชัดของภาพในระดับที่ไม่คมเกินไปนัก ภาพจะดูนุ่มนวลสบายตา คุณสมบัตินี้จะช่วยในการแสดงผลภาพในความละเอียดต่ำที่ภาพจะแตก หยาบ แสดงผลภาพในอัตราเฟรมเรตที่ต่ำ ทำให้ภาพที่ออกมาไม่แยกและหยาบจนเกินไป โดยคอเกมส์อาจเลือกเปิดคุณสมบัติเพื่อให้ภาพที่ละเอียด ราบรื่นยิ่งขึ้น หรือมีประสิทธิภาพในการแสดงผลสูงขึ้น

การรองรับการเชื่อมต่อแบบ Dual GPU

การรันการ์ดแสดงผล 2 ตัวในระบบเดียวกัน จะช่วยในการประมวลผลภาพที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยต้องใช้เมนบอร์ดที่รองรับการเชื่อมต่อการ์ดแสดงผลแบบคู่ โดยทางฝั่ง nVidia จะใช้เทคโนโลยี SLi (Scalable Link Interface) ส่วนทาง ATi จะมากับคุณสมบัติ CrossFire โดยการ์ดแสดงผลส่วนใหญ่ที่ใช้ความสามารถนี้จะสามารถแสดงผลที่ความละเอียด 1600x1200 pixel พร้อมเปิดใช้คุณสมบัติ antialiasing นอกจากนี้ทาง nVidia ยังได้พัฒนาชิปประมวลผลกราฟิกแบบ Quad-SLi ที่ให้การแสดงผลมาก//www.nvidia.com และ //www.ati.com)

พิจารณาจากสเปค
จะแบ่งเป็น 3 ระดับดังนี้
ระดับล่าง ขนาดหน่วยความจำ 128MB-256MB
ระดับกลาง ขนาดหน่วยความจำ 256MB
ระดับบน ขนาดหน่วยความจำ 256- 512MB
(หากขนาดหน่วยความจำมาก ก็จะมีราคาสูง แต่จะให้ประสิทธิภาพในการแสดงผลดีกว่า)
ระดับล่าง ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 300 – 500 MHz
ระดับกลาง ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 400 – 500 MHz
ระดับบน ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 450 MHz ขึ้นไป
(ความเร็วสัญญาณนาฬิกาของการ์ดแสดงผลมีผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมในการแสดงผล
ภาพ)
อินเทอร์เฟซการเชื่อมต่อ ทั้งระดับ ล่าง กลาง บน เลือกได้ทั้ง AGP / PCI Express
(ต้องพิจารณาจากเมนบอร์ดของคุณว่ารองรับการ์ดแสดงผลแบบใด หรือหากต้องการใช้การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆ ก็ต้องเลือกเมนบอร์ดให้เหมาะสมด้วย)
การเชื่อมต่ออุปกรณ์แสดงผล
ระดับล่าง DVI 1 หรือ 2 พอร์ต
ระดับกลาง DVI 1 หรือ 2 พอร์ต
ระดับบน DVI 2 พอร์ต

พอร์ตการเชื่อมต่ออื่นๆ
ทุกระดับเลือกได้ทั้ง S-Video, Composite หรือ Component
(พิจารณาจากความสำคัญของงาน การตัดต่อวีดีโอแบบดิจิตอล พอร์ต S-Video จะดีกว่า นอกจากนี้ให้พิจารณาว่าอุปกรณ์ต่างๆที่คุณใช้งานรองรับพอร์ตชนิดใด)

พอร์ตการรับสัญญาณ:
ระดับล่าง ไม่ต้องมี Video/Audio input
ระดับกลางและบน Video Input / Audio Input
(หากต้องการบันทึกภาพจากโทรทัศน์หรือกล้องวีดีโอ การ์ดแสดงผลแบบ TV Tuner รองรับความสามารถในการบันทึกรายการโทรทัศน์อยู่แล้ว)

คำแนะนำในการเลือกซื้อ
1. ตรวจสอบชนิดการเชื่อมต่อการจอภาพที่คุณต้องการ รูปแบบการเชื่อมต่อที่เมนบอร์ดรองรับ หรือหากซื้อเมนบอร์ดแล้วให้พิจารณาว่าจะใช้การ์ดแสดงผลที่เชื่อมต่อในรูปแบบใด หรืออาจจะพิจารณาเลือกรูปแบบการเชื่อมต่อ จากนั้นจึงซื้อเมนบอร์ด และซีพียูก็ได้
2. ตรวจสอบการเข้ากันได้ของการ์ดแสดงผล โดยการ์ดแสดงผลจะมี AGP2x/4x/8x นอกจากนี้ยังมีแรงดันไฟที่ต่างกัน เช่น 3.3 โวลต์อีกด้วย
3. พิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการจัดสเปคคอมพิวเตอร์ ว่าจะใช้เมนบอร์ดที่รองรับการ์ดแสดงผลแบบใด แล้วจึงเลือกการ์ดแสดงผลที่ต้องการ หรือหากต้องการเชื่อมต่อการ์ดแสดงผลแบบคู่ก็ต้องเลือกตั้งแต่เมนบอร์ดเลยทีเดียว
4. ตรวจสอบให้ดีว่าโปรแกรมหรือเกมที่คุณใช้นั้น รองรับเทคโนโลยีใดบ้าง แล้วจึงเลือกให้เหมาะสมกับงานที่เราใช้จริง

ขอให้โชคดีในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผลนะครับ
ข้อมูลอ้างอิงจาก [URL=//www.pcworld.com/howto/bguide/0,guid,21,page,1,00.asp]//www.pcworld.com/howto/bguide/0,guid,21,page,1,00.asp




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 2 พฤษภาคม 2549 14:14:50 น.   
Counter : 644 Pageviews.  

รวม Keyboard Shortcuts พื้นฐานของ Windows

General Keyboard Shortcuts:

• CTRL+C (Copy)
• CTRL+X (Cut)
• CTRL+V (Paste)
• CTRL+Z (Undo)
• DELETE (Delete)
• SHIFT+DELETE (Delete the selected item permanently without placing the item in the Recycle Bin)
• CTRL while dragging an item (Copy the selected item)
• CTRL+SHIFT while dragging an item (Create a shortcut to the selected item)
• F2 key (Rename the selected item)
• CTRL+RIGHT ARROW (Move the insertion point to the beginning of the next word)
• CTRL+LEFT ARROW (Move the insertion point to the beginning of the previous word)
• CTRL+DOWN ARROW (Move the insertion point to the beginning of the next paragraph)
• CTRL+UP ARROW (Move the insertion point to the beginning of the previous paragraph)
• CTRL+SHIFT with any of the arrow keys (Highlight a block of text)
• SHIFT with any of the arrow keys (Select more than one item in a window or on the desktop, or select text in a document)
• CTRL+A (Select all)
• F3 key (Search for a file or a folder)
• ALT+ENTER (View the properties for the selected item)
• ALT+F4 (Close the active item, or quit the active program)
• ALT+ENTER (Display the properties of the selected object)
• ALT+SPACEBAR (Open the shortcut menu for the active window)
• CTRL+F4 (Close the active document in programs that enable you to have multiple documents open simultaneously)
• ALT+TAB (Switch between the open items)
• ALT+ESC (Cycle through items in the order that they had been opened)
• F6 key (Cycle through the screen elements in a window or on the desktop)
• F4 key (Display the Address bar list in My Computer or Windows Explorer)
• SHIFT+F10 (Display the shortcut menu for the selected item)
• ALT+SPACEBAR (Display the System menu for the active window)
• CTRL+ESC (Display the Start menu)
• ALT+Underlined letter in a menu name (Display the corresponding menu)
• Underlined letter in a command name on an open menu (Perform the corresponding command)
• F10 key (Activate the menu bar in the active program)
• RIGHT ARROW (Open the next menu to the right, or open a submenu)
• LEFT ARROW (Open the next menu to the left, or close a submenu)
• F5 key (Update the active window)
• BACKSPACE (View the folder one level up in My Computer or Windows Explorer)
• ESC (Cancel the current task)
• SHIFT when you insert a CD-ROM into the CD-ROM drive (Prevent the CD-ROM from automatically playing)


Windows Explorer Keyboard Shortcuts:
• END (Display the bottom of the active window)
• HOME (Display the top of the active window)
• NUM LOCK+Asterisk sign (*) (Display all of the subfolders that are under the selected folder)
• NUM LOCK+Plus sign (+) (Display the contents of the selected folder)
• NUM LOCK+Minus sign (-) (Collapse the selected folder)
• LEFT ARROW (Collapse the current selection if it is expanded, or select the parent folder)
• RIGHT ARROW (Display the current selection if it is collapsed, or select the first subfolder)



Microsoft Internet Explorer Navigation:
• CTRL+B (Open the Organize Favorites dialog box)
• CTRL+E (Open the Search bar)
• CTRL+F (Start the Find utility)
• CTRL+H (Open the History bar)
• CTRL+I (Open the Favorites bar)
• CTRL+L (Open the Open dialog box)
• CTRL+N (Start another instance of the browser with the same Web address)
• CTRL+O (Open the Open dialog box, the same as CTRL+L)
• CTRL+P (Open the Print dialog box)
• CTRL+R (Update the current Web page)
• CTRL+W (Close the current window)

ที่มา: Geeks.com




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 2 พฤษภาคม 2549 13:31:14 น.   
Counter : 464 Pageviews.  

1  2  3  4  

seantun
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'
[Add seantun's blog to your web]