Group Blog
 
All Blogs
 

เรื่องสั้นๆที่ OPD Med 04-Jul-2007

เนื่องจากทางภาค med บังคับให้ต้องได้ 15 รายต่อการออกตรวจ OPD 1 หน

ผมเลยต้องขยับเวลาออกตรวจจาก 10.00 ถึง 12.00 เป็น 10.00 ถึง ... เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ประมาณ 12.15 หรือแถวๆนั้น ความหิว เซ็ง ง่วง รุมกินโต๊ะผมอยู่...

"หมอคะ เหลืออีก 3 คนค่ะ.. เอ้าป้า ooo เชิญเข้ามาห้องตรวจค่ะ อ้าวญาติเมื่อกี้ไปไหนคะ"


อืม... "ป้า" แปลว่า ผู้หญิง แก่ ป่วย High risk มากๆต่อการซักประวัติยากๆ

"ญาติเมื่อกี้ไปไหนคะ" ญาติก็ไม่รู้ไปไหน ใครจะตอบคำถามแทนถ้าแกตอบ "ป้าจำไม่ได้" ไม่รู้ทำไมผู้หญิงถึงได้เป็นเพศที่มีปัญหากับคำถามเรื่องเจ็บๆป่วยๆนักนะ ถามอย่างตอบหลายอย่าง(แต่ไม่ตรงกับที่ถาม) อคติไปมั้ยเนี่ย

ความเซ็งกำลังยกกำลัง 2

แล้วป้าก็เข้ามา..

"สวัสดีครับ ป้าเป็นอะไรมา.."

"ป้า..." ปวดหัว เวียนหัว เมื่อยหลัง etc etc

เอิ่ม... Chief complaint หลักของผู้ป่วยหญิง OPD Med ที่อายุมากกว่า 50 ปี...

"... ไม่รู้เป็นไง แสบหน้าข้างเดียว"

"แล้วแสบนี่เป็นมากี่วันแล้วครับ"

Herpes ๆๆๆๆ ในที่สุดก็มีโรคที่เป็นโรคกะเค้าซักที

"2-3 วันแล้วจ้ะ"

"แล้ว.. นี่ป้ามีตุ่มน้ำใส(ขึ้น)ที่ไหนบ้างมั้ย"

"มี... ในห้องครัวอันนึง"

"ฮะ (เอ๊ะ หรือแกได้ยินคำถามผิด คนแก่ๆ หูยิ่งตึงๆอยู่) ผมถามว่ามีตุ่มน้ำใสบ้างมั้ย (Group of Vesicles)"

"มี... ห้องครัวอันนึง ห้องน้ำก็มีนะ"









ตะหลึ่งตึ่งโป๊ะ !!!!




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2550 5:16:50 น.
Counter : 326 Pageviews.  

มัน... จบ... แล้ว

...มันก็เหมือนบ่ายวันอื่นๆ
...แดดกำลังร่มๆ คนไข้ก็ร่อยหรอลง หน้าห้องตรวจไม่มีคนรอแล้ว ที่เหลือก็แค่รอผล U/A (ตรวจปัสสาวะ) 2 คน กับที่เพิ่ง advice เสร็จแล้วรอพี่เจ้าหน้าที่ออกใบนัด
"...เดี๋ยวพี่ไปดูที่ห้องคลอดก่อน ถ้าไม่มีอะไรก็กลับได้ ไปเก็บของไว้ก่อนนนะ แล้วเอากุญแจหอไปคืนพี่ๆพยาบาลห้องคลอด"
"ครับ"
"แล้วจะกลับเมื่อไหร่หละ"
"พรุ่งนี้ครับ วันนี้คงต้อง clear ของในห้องก่อน"
"งั้นก็โชคดีนะ เดินทางระวังๆหละ"
"ขอบคุณครับ"

ผมมองดูท้องฟ้าเล็กน้อยตอนที่ออกมาจาก OPD มันก็ยังเป็นฟ้าเดิม

...แต่ความรู้สึกผมเปลี่ยน
เพราะวันนี้ 16.00 น. เมื่อเข็มวินาทีเคลื่อนผ่านขีด 12แล้วเข็มนาทีชี้เป๊ะที่ เลขเดียวกัน ถือว่าสิ้นสุดความรับผิดชอบทั้งหลายทั้งปวง ทั้งใน Ward และเวร ศัพท์ของพวกเดียวกันเรียก "Off Service"

และนี่คือ Ward สุดท้ายของการเป็นนักศึกษาเวชปฏิบัติ (Extern) การเรียนปีสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาแพทย์

นี่ผมเรียนจบแล้ว จบแล้วๆๆๆๆๆๆๆ

นึกๆไป เพื่อนผมคณะอื่นๆ บางคนจบไปแล้ว รับปริญญาไปเป็นปีแล้ว

...คราวนี้ถึงตาผมบ้างที่จะต้องออกไปดูโลกภายนอกบ้าง โลกที่ท้าทาย แต่ก็โหดร้ายเช่นกัน




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2550 5:17:39 น.
Counter : 227 Pageviews.  

4 สัปดาห์ในจิตเวช ที่แยกไม่ออกว่าตัวเองมาเรียน หรือมา Admit กันแน่


วินาทีที่ผมตรวจทานข้อสอบถึงข้อสุดท้ายที่ฝนเสร็จ ผมหายใจลึกๆหนึ่งทีด้วยความโล่งอก คิดว่าอีกครั้งแล้วสินะที่ภาระเล็กๆนี้ได้สิ้นสุดลง ...อย่างน้อยก็ช่วงสั้นๆช่วงหนึ่ง จากนั้นก็เขียนใบ comment ภาควิชากับอาจารย์ ซึ่งเสียเวลาเท่ากับทำข้อสอบสัก 8-9 ข้อ ไม่ใช่ว่า comment มากมายอะไรหรอกนะ แต่มันเยอะ ผนวกกับออกจากห้องสอบคนรองสุดท้าย speed การ comment จึงมากขึ้นจนแทบเป็นการเขียนจาก Reflex มากกว่าจาก cortex ...ใบ comment ที่คะแนนสูงสุดคือ 4 ถ้าใครมาดูก็จะเห็นแต่ 4 4 4 4 จนผมจะกลายเป็น เมเยอร์ลิง ใน The big four ของ Agatha อยู่รอมร่อ



นับถอยหลังไป 4 สัปดาห์ก่อน ผมกำลังหัวหมุนหลังจากลงกองดมยา เนื่องจากมีรายงานค้างเติ่งอยู่ 2 ฉบับ และผมก็ได้ spoil วันเสาร์ไปกับความคิดที่ว่า "ขอสักวันเฮ้อะ !!" ซึ่งภายหลังก็ได้แต่ด่าตัวเองว่า ไอ้โงงงงงง่.... เนื่องจากถัดจากวันเสาร์ ผมก็มาเริ่มงาน Bye grand ที่สัญญากับเพื่อน (ชื่อย่อ H) ไว้ตอนแรกก็ว่าจะเสร็จวันจันทร์ ทำไปทำมามันไม่เสร็จนะสิ งาน Flash โคตรบานปลาย ไอ้ฝีมืองาน Graphic ก็รับประทานเวลาเวลาไปมากก็ vere อยู่แล้วนะ ยังเจอปัญหา Render ไฟล์ 3ds อีก งาน flash งี้อืดซ้า... แต่ที่เซ็งสนิทคือปัญหา actionscript (คราวหน้าต้องหาความรู้มากกว่านี้ดีกว่า) ไม่รู้ว่ามีใครเคยเจอปัญหา Keyframe กระโดดมั่งมะครับ ทำๆไป ตัว frame ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเล้ย มันเล่นกระโดด Frame ที่ผมสั่งให้ Stop(); ได้ไงก็ไม่รู้ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อตอนวันเสาร์ วันที่เรายังประมาทกับชีวิคสุดๆ เราก็ยังไปตกปากรับงานมาจากเพื่อนอีกคน (ชื่อย่อ S) เพิ่มความ severe โดยไม่รู้ตัวเล้ยว่าจะไม่มีเวลาแม้แต่จะทำรายงานดมยาที่ยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่มเขียน Identification data...



...แล้วพอวันจันทร์มาถึง เพื่อน H ก็มาตามงานแรก ชห.หละ ก็มันยังไม่เสร็จ เลยกลายเป็นต้องเลื่อน schedule ที่ว่าวันนี้จะ clear งาน H แล้วจะได้เริ่มงานของ S เพื่อจะได้จบงานวันอังคาร วันพุธจะได้เริ่มทำรายงาน แต่นี่ วันอังคารนั่นแหละ งาน H จึงเสร็จ งาน S ถึงได้เริ่ม แล้วรายงานกูหละ (ซึ่งมีถึง 2 ฉบับ ...ตายแน่ ) ไม่เป็นไรๆ มันคงไม่ถึงตายหรอกน่า... ที่ผ่านมาตั้งแต่วันอาทิตย์ ไม่ได้นอนก่อนตี 3 เลยยย... ลงกองอะไรของมันเนี่ยยยยย..... วันจันทร์ที่ขึ้นกอง psychi ก็ไปสาย เข้าไป อ.N ก็ orient แล้ว (ยังงืดไม่พออีกหรือไง ตอนดมยาก็สายทีแล้ว ชีวิตเรา ...อาจารย์ครับ ผมมีเหตุผลน้า...) พอถึงวันพุธ งาน S ถึงเสร็จ ฮือๆๆๆ OK มันเสร็จแล้ว รายงานจะได้เริ่มซะที... พอมาดู case ตัวเอง ไอ้ GA มันก็พอไหวอะนะ แต่ RA เนี่ย เราไม่ได้ premed เพราะกี่ทีๆ case เรา ก็ต้องมีอันเป็นไป ถูก switch เป็น GA ทู้กที เลยต้องไปขอ caseลุงโต้ (ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคับ) และแล้วตอนจบของโศกนาฏกรรมนี้ก็ลงเอยด้วยการโดดคาบบ่ายวันศุกร์ สัปดาห์แรกของการเรียน psychi เพื่อมา complete รายงานดมยา อยากบอกว่ารู้สึกผิดอย่างมากๆๆๆๆ เนื่องจากไม่เคยโดดเรียนเป็นเรื่องเป็นราวซักที โดยเฉพาะโดดเรียนมาทำรายงานเนี่ยหนแรกจริงๆ ขอโทษครับอาจารย์ (คาบที่โดดคือ Death & Dying ของ อ.ST ซึ่งไม่รู้เป็นความบังเอิญหรือเปล่าที่ข้อสอบลงกองคราวนี้ part Death & dying ออกทั้งเยอะและยิบย่อยมากๆ จะเป็นการแก้แค้นหรือเปล่าน้อ... แต่ว่าคาบถัดไปของ อ. เราก็เข้านะ ตั้งใจเรียนมากๆเพื่อ compensate ความรู้สึก guilty ด้วย จะชดเชยได้มั้ยเนี่ย..)



แล้วหลังจากรายงานเสร็จ ก็ไม่ใช่ว่าจะจบนะ แล้วความง่วงที่สะสมมาตั้งแต่วันอาทิตย์มันทับถมเรื่อยๆ ก็เริ่มแสดงอาการ อาการอะไรเหรอ.. ก็หลับตลอดเย็นวันศุกร์หนะสิ เพื่อน H เอางานมาเพิ่ม เป็นงานต่อยอดจากคราวที่แล้ว ย้ำอีกซะด้วยนะ "ต้องให้สุดๆเลยนะ" เออๆ 1 วันเนี่ยนะ วันพรุ่งนี้ก็งาน Byegrand แล้ว จาทันมั้ยเนี่ย ง่วงก็ง่วง ฮือๆๆๆ งานต่อยอดที่ว่านี้คือการทำหน้าอันดับ top ten ของรางวัล สุดยอด extern น่า gig ฝ่ายชาย กะ ฝ่ายหญิง และอีกงานคือการทำหน้าแสดงชื่อคนที่ชนะรางวัลแต่ละอันดับของ Byegrand award ซึ่งตอนนั้น idea ในหัวมันตีกันยุ่งไปหมด เอาแค่หน้า topten ก็ปาไปเกือบบ่าย 4 ของวันงาน แล้ว เหลือเวลาแค่ 2 ชั่วโมงเพื่อหน้ารางวัลชนะเลิศที่ยังไม่ได้แม้แต่เริ่มวาง canvas เลย ชห.อีกครั้ง



ปกติแล้ว เวลาผมจะเริ่มงานออกแบบอะไรซักอย่าง สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือหยิบกระดาษมาแผ่นนึง กับแท่งอะไรก็ได้ใกล้ๆมือที่พอขีดลงกระดาษแล้วมันมีสีติด ซึ่งในกรณีคราวนี้ รู้สึกว่าจะเป็นดินสอ หลังจากนั้นถ้าเป็นหนอื่น จะควงไอ้แท่งที่ว่าซักครึ่งชั่วโมง พร้อมกับนั่งจัดเรียง idea ประเมินความเป็นไปได้ว่า จินตนาการกับเวลาและความสามารถที่มี มันไปด้วยกันได้มั้ย ...แต่คราวนี้ เลิกไปเลยยยย ตอนแรกที่เล่าให้เพื่อนที่ทำงานด้วยกันกับเพื่อน H คือ เพื่อน T ก็คุยเสียดิบดีว่า จะทำเหมือน slot machine แล้วพอพิธีกรประกาศ ตัว pointer จะเลื่อนช้าลงจนหยุดที่รูปคนที่ได้รางวัล เราก็เอาเลยเริ่มสร้าง scene slot machine จนมาถึงตอนเขียน stop();ที่ frame ที่ต้องให้ point วนกลับไปที่รูปแรก พอ publish sceneของรางวัลแรก ก็ OK นะ แต่พอรางวัลถัดมา flash มันดันกระโดดข้าม frame มองข้าม function stop(); เฉยเลย แล้วมันก็... 6 โมงแล้วด้วย โทรศัพท์+ missed call จากแม่งานคือ เพื่อน K ก็มาตามแล้วตามอีก "เสร็จยางงงงง..." พ.พพพูดไม่ออก อยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออกมาตั้งแต่ 10+ ขวบแล้ว เลยได้แต่ตั้งสติ จนในที่สุด ก็ตัดใจได้ ลืมเรื่อง slot บ้าบออะไรนั่นทิ้งเกลี้ยง มาทุ่มกับรูปคนที่ชนะดีกว่า ใช้แค่ Tween ตัวอักษรธรรมดานี่หละ ไปเน้นความ Hi-so ของรูปดีกว่า เพื่อนก็โทร.มาเป็นระยะพร้อมกับน้ำเสียงที่เริ่มขู่เข็ญยิ่งขึ้น ผมเริ่มมีอาการ progressively transient pseudo-parkinsonism เห็นได้ชัดที่มือทั้งสองที่สั่นชนิดพี่ extern ห้องใกล้ๆคนไหนมาเห็น อาจคิดว่าผมกำลังชักก็ได้ ฝ่ามือท่วมไปด้วยเหงื่อ รูปเสร็จทีละรูปอย่างช้าๆ ในใจก็คิดไปพลาง ทำไมต้องเกิดมากับสภาพ perfectionism ด้วยวะเนี่ย ปัดโถ่เอ๊ย ถ้าอั๊วตัดใจได้ตั้งแต่ตอน flash topten ทำพอสมควรแล้วมาทุ่มกับไอ้หน้าชนะเลิศนี่แต่แรก missed call+โทรศัพท์ทวงหนี้(งาน) คงไม่บานตะเกียงหยั่งงี้แน่ๆ เข็มวินาทีก็ติ๊กๆๆๆๆ เวลามันเงียบๆมันดังชัดแจ๋วเลย (ทีทำไมเวลาจะปลุกนี่ไม่เคยได้ยินดังๆแบบนี้นะ)



...แล้วมันก็เสร็จ.... ตอน 2 ทุ่ม อาจงอาจารย์ อะไร คงกล่าวกันจนเสร็จแล้ว จะประกาศไปแล้วกี่รางวัลก็ไม่รู้ ฝนก็ดันตกอีก...
"เฮ้ย งานเสร็จแล้ว มารับไปงานหน่อยสิ"
"อ้าวแล้วแกไม่มีรถเหรอ"
"ไม่มีอะ มารับหน่อยสิ"
"เออๆๆ เดี๋ยวให้ไอ้ G ไปรับ รออยู่ที่หอนะ เร็วๆเข้าหละ เสร็จแน่จริงๆนะ"
"เสร็จสิ เด๋วรอที่หอนะ OK OK"
...แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้น เนื่องจากสักพักหนึ่ง เพื่อน G ผู้น่ารักก็โทร.มาบอกว่า...
"เฮ้ย แกเรียกรถรับจ้างมาเองได้มั้ยวะ"
(อึ้งไป 2 -3 วินาที) "อ้าว ทำไมอะ เฮ้ยนี่มัน 2 ทุ่มแล้วนะเว่ย"
"ฝนมันตก เราเอามอ'ไซค์มารับไม่ได้"
"เออๆๆๆๆ..."

...อืมมมม 2 ทุ่มแล้ว ฝนตก น้ำยังไม่ได้อาบ เสื้อไปงานเลี้ยงส่งลาพี่ก็ยังไม่ได้เอาออกมา ร้อนก็ร้อน เครียดก็เครียด เอาวะมันจะยังมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีก สุดท้ายมาโบกรถหน้าประตู RB ซึ่งก็เดาอยู่แล้ว คันแล้วคันเล่าปฏิเสธอย่างไม่ไยดี 2 ทุ่ม 15 แล้วก็ยังไม่ได้ขึ้น สุดท้ายมีรถคันยอมรับผมขึ้น คันที่ 7 หรือ 8 นี่แหละ สภาพตอนนั้นนี่ "จิตหลุด" ท่าจะเป็นคำที่ใกล้เคียงที่สุดมั้ง รู้สึกปลง ไม่รีบไม่ร้อนอีกแล้ว รถยังรับผู้โดยสารเพิ่มอีก ถ้าเป็นซัก ชั่วโมงก่อน ก็คงอาจจะหน้ามืดถึงขึ้นถีบผู้โดยสารใหม่ลงจากรถแล้วกระโดดไปบีบคอคนขับให้ไปส่งผมก่อน แต่พอถึงวินาทีนี้ อารมณ์ประมาณว่า อยากรับก็รับ จะไปไหนก็ไป หมดอารมณ์แล้ว



แค่นี้ก่อน ไว้ค่อยมาเขียนต่อ





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2548 16:16:35 น.
Counter : 214 Pageviews.  

1  2  

jake-Baggins
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jake-Baggins's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.