ขอลาออกจากความเป็นตัวเอง (ต่อ) หักดิบ


ความเป็นตัวเอง ตัวตนเนี่ย มีอะไรเยอะแยะที่มันไม่ดีและไม่ควร

จริงๆ แล้วผมเลิก บุหรี่ มาเกือบ10ปี

วันที่เลิกบุหรี บอกกับตัวเองว่า

จะหยุดกินเหล้ากินเบียร์ด้วย

ก็ตามนั้น หลังจากเลิกบุหรีมาเกือบ 10 ปี

ภายใน 10 ปี ดูดบุหรี่บ้างนะเวลาเครียดโคตรๆๆจริง ก็นับได้ว่าไม่เกิน 5 ซอง

ส่วนเหล้าเบียร์ ก็ดื่มเป็นพักๆๆ พักไหนดื่มก็ติดๆๆกันจนยับจนพัง

พักไหนไม่ดื่มก็ไม่ดื่มเลย

อีกอย่าง คือ ผมเป็นคนที่อารมณ์ดีแล้วจะชอบไปนั่งกินเหล้าจิบเบียร์คนเดียว เพราะฉะนั้นตัดคำว่า "ดื่มเพื่อสังคม" ออกได้เลย ถ้ากรูจะไม่ดื่ม สังคมไหนกรูไปกรูก็หาเรื่องไม่ดื่มได้ ถ้าคิดดื่ม คนเดียวก็ยับได้


ตอนนี้เนี่ยร่างกายเริ่มแย่ ไม่รู้ว่าจากอะไรบ้าง

มาดูกันว่า เสพติดอะไรบ้าง

1. บุหรี่ -- เลิกแล้ว เลิกแน่นอน จะไม่กลับไปดูดอีกแล้ว ซึ่ง 3 ปีล่าสุดก็ทำได้ดี

2. เหล้า -- ยอมรับว่ากิน แต่กินยากเพราะต้องมีมิกซ์ ซึ่ง ภายใน 5 ปี ล่าสุด บอกเลยไม่น่าเกิน 10 ครั้ง

แต่ว่าแต่ละครั้งนี่เมายับ ลากกันกลับ แบ่งออกเป็นหลายเหล้า

 2.1 เหล้าไทย --- แสงโสม, มังกรทอง, หงษ์ทอง. รีเจนซี่, 285 ได้ด้วย อย่างต่ำคือ 2 แบน ถ้าถึง 3 แบนหมด ก็เมายับ แต่ยังเดินกลับบ้านได้ ขับรถได้บางที(ใกล้ๆ)

เหล้าเนี่ย จะกินผสมโซดา น้ำ บางทีหรือบางยี่ห้อจะผสมกับน้ำ โซดาไม่ต้อง

   2.2 สาเก --- แนวญี่ปุ่น นั่งกินซาซิมิ จิบสาเก ที่เค้าบอกว่า ดื่มแล้วปลาอร่อยขึ้น กรูนี่แระ ดื่มแล้วปลาไม่อร่อย เพราะเมา ได้หลายขวดเลย

 2.3 เซจู --- แนวเกาหลี อันนี้ไว้กินเป็นเป๊กๆๆ เวลานั่งทำงานที่บ้านก็จะจิบวันละ 2-3 เป๊ก

 2.4 จิน --- อันนี้นับว่าเป็นเหล้าขาวต่างประเทศ ก็ดื่มยี่ห้อ Bombay มีหลายขวดเลย หอม แรง จะเมาหลับ ก็เอาไว้ดื่มตอนทำงานเหมือนกัน วันนึงได้ประมาณ เป๊กเดียว บางทีก็เอาไปกินต่างจังหวัดกับน้ำผลไม้

3. เบียร์ -- อันนี้ดื่มได้หมด ตั้งแต่เบียร์ช้าง ลีโอ ไฮเนเก้น โฮการ์เด้น แต่ไม่ดื่มสิงห์ ก็ปกติถ้าช่วงไหนกินบ่อยๆๆ ก็จะติดๆๆกันแทบทุกวันเลย อย่างต่ำ 5 อย่างมากไม่เกิน 10 แค่พอเมาๆๆ เดินกลับบ้านได้

เว้นแต่ไม่ต่างจังหวัดแล้วนอนพัก มีเพื่อนกินด้วย อย่างต่ำต่อคนก็ 12-15 ขวด เมายับเช่นกัน

4. น้ำอัดลม --- อันนี้เนี่ย ตั้งแต่เลิกดูดบุหรี่ เลิกกินเหล้าเบียร์ ก็มาติดน้ำอัดลมแทน แต่ดื่มเฉพาะแบบไอเอทนะ เพราะกลัวเรื่องเบาหวาน ก็ที่ชอบถึงก็ Coke Light รองมาก็ Pepzi Max บางทีถ้าไม่มีจริงๆ ก็ Coke Zero น้ำอัดลมนี่ก็วันนึง 2-3 กระป๋อง เสพติดยิ่งกว่าเหล้าเบียร์อีก

5. โซดา --- อันนี้จะกินเวลาหาซื้อพวกไดเอทไม่ได้ ซึ่งต่างจังหวัดพวกไดเอทมันหายากก็โซดาแทน เสพติดความซ่าได้เหมือนกัน ยิ่งตอนนี้มีโซดาแบบ Mountain Rock ด้วย คือ แมร่งโครตซ่า บาดคอเลย ชอบมาก

6. กาแฟ --- แต่ก่อนกินกาแฟแบบ3in1 แต่ไม่ติด ไม่ชอบ ตอนหลังมากินกาแฟสด กาแฟสดเราคือ เอาเมล็ดกาแฟมาบดเลย แล้วชงใส่ซองดริฟ กาแฟดำล้วนๆๆ เออ ดีว่ะ ดื่มแล้วหลับสบาย วันนึง 2-3-4 แก้วเลย ใจไม่สั่นเหมือนกาแฟแบบอื่นด้วย


ก็ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ของด (แบบหักดิบ) ทุกสิ่งอย่างที่กล่าวไป ยกเว้น กาแฟ

เพราะต้องการคาเฟอีนเข้าร่างเพื่อการออกกำลังกายที่อึดขึ้น (คิดเอาเอง)


เพราะอะไรนะหรอ เพราะความสบายใจ

บางคนบอกว่า ติดเหล้าติดเบียร์ก็ดีกว่าติดน้ำอัดลม 

แต่ผมกินน้ำอัดลมแบบไดเอท เพราะงั้นน่าจะดีกว่าเหล้า

บางคนก็บอกอีกว่าพวกอัดลม น้ำอัดลม โซดา แม่งมีก๊าซทำให้กระดูกพรุน ฟันผุ บ้าง ไม่รู้นะ

ความเห็นส่วนตัว คือ เวลาป่วยไปหาหมอ เรื่องโรคเกี่ยวกับกระเพาะลำไส้เนี่ย หมอจะให้งดเหล้าเบียร์ น้ำอัดลม โซดา บุหรี่ กาแฟ เพราะมันจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ


เพราะฉะนั้น ก็งดทั้งหมด ยกเว้น กาแฟ

จบ



ปล.เวลาหักดิบอะไร แล้วลงแดงเนี่ย กรูคงแดกกระจาย แมร่งจะอ้วนกว่าเดิมอ่ะเด่ะ




Create Date : 29 มกราคม 2560
Last Update : 29 มกราคม 2560 23:51:38 น.
Counter : 185 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิว+บ่นๆ โหดๆ Apple Watch, iPhone APP, Sony ExtraBass






เริ่มเลย

ผมเองเป็นคนที่ใช้ MacBookPro รุ่นปี 2006 จนบัดนี้ก็ยังใช้อยู่

มันไม่เสียนี่ แต่ไม่ใช้ iPhone เพราะจะบอกตัวเองว่า กรูไม่ใช่ Brand Loyalty นะ คือไม่ติดยี่ห้อ

แต่จริงคือก็โคดติดเลย

กรูใช้โซนี่ ตั้งแต่โซนี่อีรีคสัน ตั้งแต่ปี 2006 - 2016 แค่ 10 ปีเอง

มีเปลี่ยนไปใช้ซัมซุง แอลจี แต่สุดท้ายก็โซนี่ คือเปลี่ยน2ปีครั้ง

จริงๆ ลำโพง หูฟัง ทีวี เหี้ยทุกอย่างในบ้าน คือ โซนี่

นี่แระ Brand Loyalty ตัวจริง ติ่งเลยกรู

รุ่นสุดท้ายสัญญาว่าจะไม่ซื้ออีก คือ Z5Premium แล้วก็ทำตกพื้น + ตกน้ำในเวลาต่อมา

ผลคือ พัง


เราก็บอกตัวเองว่า รอบนี้แระ จะเปลี่ยนไปใช้ iPhone บ้างแระ

แต่จะบวชก็ไปซื้อ Sony มาอีก XA ใส่ได้ 2 ซิม แอนดอยร์

แม่งระหว่างบวช มันให้อัพเดท อัพไปแล้วความซวยมาเยือน

แบตหมดอย่างไว เครื่องรีเซตทุกวัน

กรูจะไม่ใช้ กรูจะรอ iPhone 7 Plus ก็รอครับ


สุดท้าย ปลายปี เนตบ้านจากเนตทรูกากๆๆๆ ก็เปลี่ยนเป็นทรูไฟเบอร์

เยด...30m/10m คือ Test แล้ว ได้เกือบ 35-40m ด้วย

เร็วสัดหมา

เสดแล้วเปลี่ยนโปรอีก ซื้อ iPhone 7 Plus มาเลย สีหรอ สีดำกรูไม่เอา เพราะเปลี่ยนโซนี่

สีทองก็เบื่อ สุดท้ายสีเงิน

ตามด้วยกระจก (แมร่งแตกวันแรกเลย เซง) แล้วก็เคสใสๆบางๆๆ

ประมาณว่า ตกก็พัง


ทีนี้เปลี่ยนจาก android มา apple ตายห่า

ชีวิตเปลี่ยนอีก คิดไปคิดมา กรูมีไอดี apple อยู่แล้ว

แล้วไอโฟนแมร่งก็ใช้ google ข้อมูลมาได้ด้วย

จบ ทำได้ทุกอย่าง ...เหลือแค่ใช้ให้คล่องมือ

ก็อาศัยกรูเก่งคอมอยู่แล้ว 2-3 วัน คล่องมือ ลืม Android ไปทันที

แถมรู้สึกว่า Apple iOS แมร่งใช้งานง่ายกว่าด้วย


กล้องแมร่งก็สุดยอด

แต่เอาจริง กรูยังใช้ iTune ไม่ค่อยคล่อง แต่ช่างแมร่ง ก็ไม่ค่อยได้อะไร

เสร็จแล้วก็จะ ซื้อหูฟัง Bluetooth ก็มีหลายยี่ห้อ AirPod ก็เป็นตัวเลือก

ดูราคาแล้ว สู้ไม่ไหว + แมร่งทรงประหลาด


สุดท้าย ก็ Sony เหมือนเดิม

เพราะจะเอามาใช้ฟังเพลง + ออกกำลังกายตอนวิ่งที่ไหนไม่รู้ยังไม่คิด + กันน้ำได้ยิ่งดี

ได้ Sony Extra Bass สีแดงมา อย่างแจ่ม

แต่มันฟังได้ 5-8 ชม. ต่อการชาร์ตเพียง 2 ชม. หรือ 15 นาที ก็ฟังได้เป็นชั่วโมง






























คือ ผมเห็นรูปโฆษณา หูฟังนี่แระ ใช่เลย 

เห็นแล้วเลือดสูบฉีด อยากออกกำลังกายทันที

ใช้เสร็จนะ เหงื่อท่วมหูฟัง ล้างได้ ไม่ต้องกลัวพังเลย 

สะอาด ไม่มีเชื้อราแน่นอน ....ผมนี่ฟอกสบู่เลย



ต่อมาใน iPhone มันมีแอพนึง คือ APP สุขภาพ เป็นรูปหัวใจ

เป็นที่มา เราเข้าไปอ่าน และศึกษา

คือ เราคิดเอาเองว่า มันต้องใช้ Apple Watch ล่ะ







































ประเด็น คือ อยากแค่วัดหัวใจ

น้องแนะนำ FitBit ราคามันไม่เกินหมื่น แต่มันวัดได้แค่หัวใจ













แต่ทำไรกับมือถือไม่ได้เลย ผ่านแอพไรก็ไม่เวิร์ค

คนขาย Apple เสือกแนะนำ Garmin Forerunner














ถ้าพี่ชอบออกกำลังกายแบบไตรกีฬา ผมแนะนำเลย อย่าซื้อ Apple 

แต่ผมเห็นราคา มันเกิน หมื่นห้า เหี้ย แพงกว่า Apple Watch อีก




ตอนนี้ไปเดินจงกลมที่วัดก็ได้ลองเล่นแอพแล้ว

แต่เราต้องพกโทรศัพท์มือถือตลอด มันไม่คล่องตัวนะ ตอนจะเดินจงกลม
























แต่ถามว่า มันวัดได้โอเคกับที่ต้องการมั้ย ก็โอเค ระดับนึง

มันบอกด้วยนะ เดินกี่กม. ...เออมึงเก่ง มึงวัดได้ ..ได้รางวัลด้วย

แต่อยากได้ วัดหัวใจ




พอกลับมาบ้าน ก็ศึกษาความต้องการตัวเอง













รีวิวล่ะนะ +บ่น

เราต้องการ เครื่องวัดหัวใจ

เราไปศึกษา Apple Watch มันทำได้มากกว่าเครื่องวัดการเต้นหัวใจ คือ มันกันน้ำได้ มันรับโทรศัพท์ได้

มันอ่านข้อความ อ่านไลน์ มันคือ มือถือขนาดเล็กที่อยู่กับเราได้ทั้งวัน โดยที่เราจับมือถือน้อยลง

นั่นคือ iPhone 2-3 วันชาร์ตทีนึง

ปัญหา คือ Apple Watch มันต้องชาร์ตทุกวัน และมันใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงกว่าจะเต็ม

แล้วถ้าวันนึงเราใช้มันจนแบตหมดเนี่ย มันก็ชาร์ตไม่เข้า ก็กดปุ่มเหี้ยไรไม่รู้ มั่วๆๆ จนมัน restart เราถึงจะใช้มันได้อีกครั้ง และต้องชาร์ต 3 ชม. เหี้ย เครื่องโคดเล็ก แต่ชาร์ตนานสัด



จริงๆ ข้อดีมันเยอะนะ ถ้าไม่เป็น และไม่เน้นออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะมันไม่รองรับการวิ่งรอบสวนลุม ปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ว่ายน้ำทะเลสาบแถวบ้าน (ไปว่ายแล้วมีเจ้าหน้าที่มาห้าม เค้ากัวเราจมน้ำ)

เพราะงั้น เราไม่เน้นโหด ซึ่งมันเหมาะกับเรา

Blog นี้ ผมเปิดมาเพื้อเน้นออกกำลังกายในบ้าน เช่น P90X, P90X3, T25, 21DaysFix, PiYo รวมถึงการคาร์ดิโอตาม Fitness ต่างๆ หรือการเดินไปเดินมา

การมี ไอ้ Apple Watch App มันเราเห็น มันเหมือนการกระตุ้นให้เราพยายามขยับตัว ขยับมือ แขน ยืน นั่ง มากขึ้น มันจะสั่นเบาๆ แล้วมีประเมินผล มีการบอกผลสำเร็จ คือ ก็กระตุ้นให้เราพยายามทำมันทุกวัน

ราคาเหรอ แพงอ่ะ

แต่ผมคิดว่า คิดเหล้าเบียร์วันละพัน 15 วัน ผมได้แล้วนาฬิกา 1 เครื่อง

ถ้านาฬิกามันทำให้ผมได้ขยับตัว และงดเบียร์เหล้าได้ ผมยินดีจ่าย

และ ผมก็จ่ายมันมา ใช้คู่ กับ iPhone

แรกๆๆ ก็ไม่ได้ทำไรมาก นอกจากจับคู่กับ App หัวใจ
























แต่หลังจากนั้น ศึกษานิดหน่อย ได้อะไรมากกว่าที่คิด

ผมเริ่มโหลดแอพต่างๆ มาลอง สรุปได้เท่านี้ ที่โอเค
























1. APP กิจกรรม มันมาตั้งแต่แรกหรือมาพร้อมกับ Apple Watch ไม่แน่ใจ

เนี่ยก็บันทึกทุกวัน เน้นบางวันไม่ได้ใส่ เพราะแบตหมด ไม่ได้ชาร์ต




















2. APP HeartWatch อันนี้เนี่ยมันจะคู่กับนาฬิกาเลย วัดการเต้นหัวใจ เจ๋งอ่ะ 99 บาท






























































แมร่งวัดหัวใจกรูได้อย่างละเอียด ทั้งตอนวิ่งบนลู่ ใช้ชีวิตปกติ

แล้วมันก็จะสั่นเตือนด้วยถ้า หัวใจกรูเต้นเกินที่ได้กำหนดไว้ อายุอย่างผมก็อย่างเกิน 160 ครั้ง/นาที

วัดจำนวนก้าว วัดแคลอรี่ วัดอะไรไม่รู้ขี้เกียจดูเยอะ ดูเพื่อ??

แล้วเรื่องออกกำลังกาย มันก็ไปจับคู่กับแอพกิจกรรม เพื่อให้ผลที่แม่นยำมากขึ้น



3. APP AutoSleep อันนี้ มันมาวัดเราตอนนอน 69 บาท แต่ต้องใส่ไว้นะ

























ไอ้นี่ ไม่มีไร มันเป็นตัวเสริมของแอพ HeartWatch คือมันจะวัดว่าหัวใจเราเต้นหนักเบาเวลาไหนบ้างตลอดการใส่นาฬิกาเลย ถ้าใส่ตอนนอนมันก็จะวัดด้วย (แต่ตอนนอน ผมชาร์ต) ไม่ได้ใส่

แล้วมัน Link กับ iPhone ดูว่าเราตื่นตอนไหน กลับไปงีบต่อตอนไหนด้วย ก็ดี

ซื้อมาแล้ว คืนตังไม่ได้ ก็ดูๆๆไป



4. APP Sleep Cycle อันนี้ มันใช้ iPhone วัดลมหายใจเราขณะนอนว่า DEEP แค่ไหน (ทดลองใช้ 30 วัน แล้วถ้าติดใจ 949 บาทต่อปี แพงแต่เจ๋ง)















































ไอ้นี่มัน รู้เลยว่าเรานอน Deep ตอนไหน

คือผมจะกินยานอนหลับแบบ Deep อยู่ ไม่บอกนะอะไร แต่แรงอยู่

จากตรงนี้ คือ ตี 4 ครึ่ง ผมจะตื่นมาเล่นเกมอ่ะ

แล้วก็นอนต่อ ตื่นเช้าค่อยมาออกกำลังกาย

ไอ้แอพนี้ ผมชอบนะ แต่ปีนึงตั้ง 949 บาท/ปี ขอดูยาวๆๆก่อน

มันจะทำงานโดยที่เราชาร์ตแบตจากเครื่องสำรองหรือปลั็กก็ได้ (ผมไม่กล้าเสี่ยง กลัวระเบิด)

แล้ววางมันข้างเตียงนอนเลย มันวัดจากลมหายใจเรา





5. APP Life Cycle อันนี้มันเก่งเหี้ย มันวัดว่าเราทำอะไรบ้างวันๆๆ (ให้ทดลองใช้ 30 วัน แล้วติดใจ 349บาทต่อปี)

























ก็อย่างที่บอก มันดูเราว่าเราทำอะไร ไปที่ไหนบ้างเวลาไหนบ้าง จะวิ่ง จะขับรถ จะนอน

แมร่งสู่รู้ชีวิตกรูทุกอย่าง ก็น่าสนใจ

พยายามหาแอพแบบนี้แบบฟรีอยู่

เพราะตอนใช้ Sony มันมีแอพ LifeLog ซึ่งมัน FREE!!!



รีวิว+บ่นต่อ

ที่เหี้ยไปกว่านั้น คือ ทุกแอพที่โหลดมาแมร่ง Link กันหมด

โดยใช้ APP กิจกรรม เป็นหัวหน้าในการรวมทุกแอพมาอยู่ใน APP เดียว

คือ มันมาไกลกว่าตอนกรูคิดจะซื้ออีก

ไม่คิดว่า APPLE iOS Apple Watch มันเก่งว่ะ มันได้ขนาดนี้

แต่ชาร์ตแบตนานเหี้ย ถ้าไม่นานนะ กรูจะใส่นอนด้วย


ผลสำเร็จก็ค่อยๆเก็บไป เก็บไปงั้นๆๆ ไม่ได้จูงใจไรมากมาย
















สรุปเลย

ถ้าไม่คิดว่าออกกำลังกายหนักๆๆ โหดๆๆ

ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ใช้ iPhone นะ

เพราะทุกอย่าง Connect หรือ Link กันได้อย่างดีเลย

ไอ้ที่ว่าโหดเนี่ย มันก็ทำได้ แค่โหลดแอพ แล้วใช้

ผมลองกับ Nike+RC , RunKeeper, Pedometer ฯลฯ

มันก็ใช้ได้ดีนะ จะเอาดีแค่ไหน

แล้วไอ้ประเมิน Vo2, Lactate , recovery advisor

คือจะอยากรู้เยอะอะไรว่ะ นอน ICU ดีมั้ย สายวัดเยอะๆ

วัดเหี้ยอะไรนักหนาว่ะ


เอาแค่เราได้ออกกำลังกายทุกวัน

ได้รู้อัตราการเต้นเพื่อไม่ให้เราหักโหมเกินไป

วัดจำนวนแคลอรี่ มันก็ดีนะ แต่มันไม่ได้วัดตอนเราแดกนี่

วัดจำนวนก้าว มันก็มากน้อยขึ้นอยู่กับเรานี่แระว่าจะขยับตัวแค่ไหน

วัดตอนนอน ขอแค่นอนหลับ ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ก็พอแล้ว


จะเอาอะไรมากมายกับชีวิตว่ะ

ขอแค่ใช้แล้วได้ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ไม่หักโหม ร่างกายแข็งแรง

สุขภาพดี แล้วได้ของแถม  คือ รับโทรศัพท์ได้ อ่านไลน์ อ่านเฟส อ่านข้อความ อ่านสิ่งเตือนต่างๆได้

มันก็โอเคนะ


เท่านี้ก็พอแล้ว อย่าให้มันเยอะกับชีวิตเลย



**นี่ยังไม่ได้พูดถึงฟีเจอร์หน้าปัดนะ มิกกี้เมาส์ ช่างมันไม่ได้สนใจเลย**




ผมคิดถูกแล้วใช้แค่ Apple Watch


ส่วนใครอยากจะใช้อะไรมากกว่านี้ 

วัดอะไรมากกว่านี้ เชิญตามสบายครับ

เงินในกระเป๋าเป็นของท่าน 

ความคิด ทัศนคติเป็นของท่าน

ตัดสินใจเลยครับ





Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 23:49:49 น.
Counter : 191 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ขอลาออกจากความเป็นตัวเอง


คือ .....จะบ่น


คืนวันที่ 24 มกราคม 2560

เอาจริงๆนะ ตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว นั่งเฝ้าคิดคำนึงเรื่องเหล้าว่าจะกินเหล้ายี่ห้ออะไรดี ร้านเค้าจะขายยี่ห้ออะไร ในหัวสมองไม่เป็นอันทำงานเลย

เนื่องจากคืนวันที่ 23 ไปหาเพื่อนแถวสนามบิน คือ เพื่อนนั่งดื่มคนเดียว (อารมณ์เดียวกับเรา)

มันกินรีเจนซี่ไป 2 แบนครึ่ง ส่วนเราน้ำเปล่าล้วนๆๆ เพราะร้านไกลบ้าน ด่านเยอะ












คืนวันที่ 24 ก็ตั้งแต่ 5 โมงเลยครับ

แสงโสม 1 แบน กับโซดา 2 น้ำเปล่า 2 กินตอน 5 โมงเย็น หมดแบนตอน 17.30 น. คือ ไวไปมั้ย

มาแสงโสม แบนที่ 2 กับโซดา 2 น้ำเปล่า 2 กินหมดตอน18.30น.มั้ง ดูจากเวลาถ่ายรูป

มาแบน 3 รีเจนซี่ กับโซดากี่ขวดไม่รู้ น้ำเปล่าไม่ได้นับ กับแกล้มไม่กิน

กินเกือบหมดน่าจะราวๆๆ 2 ทุ่ม เพราะดูจากเบอร์โทร โทรไปหาคนขับรถให้มารับไปส่งบ้าน

จิงๆบ้านก็อยู่ตรงข้ามกับร้านแระ เดินประมาณ 800 เมตรเอง

คนขับรถบอกว่าไม่มีกุญแจ ซวยกรูแระ คิดตังมา พันเดียวมั้ง












ระหว่างที่จ่ายตัง อยู่ดีๆๆก็มี message ข้อความเตือนว่า เรามีประชุมเช้าที่วัดแห่งหนึ่งเรื่องหนังสือธรรม

ตอน 8 โมงเช้า นึกในใจชิบหายล่ะ จะไม่ไปก็ไม่ได้

ตอนแรกกะทำเล่นๆๆ ทำไปทำมา เสือกเก่งอีก เค้าให้เป็นแกนนำ ตายละหว่า เมาขนาดนี้

ก็เดินเซๆๆ กลับบ้าน เปิดประตูบ้านได้ ด้วยความเมา ก็นอนมันแถวๆประตูนั่นแระ

โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ชาร์ตเครื่องนึง อีกเครื่องไม่ได้ชาร์ต ...เออกรูเก่งเนอะ ชาร์ตได้

สรุปหลับยาวๆๆๆ ตื่นมาอีกที ตี4 เพราะตั้งปลุกล่วงหน้าเป็นเดือนเลย

คือ นอกจากตั้งให้ message เตือนแล้วก็ตั้งให้มันปลุกด้วย แบบรัวๆๆ ปังๆๆ เพราะเรื่องนี้สำคัญ

ผิดนัดไม่ได้


ก็อาบน้ำ แปรงฟัน หายเมาแระ

แต่ประเด็นคือ กลิ่นเหล้า แมร่งหึ่งตลบปากเลย ทั้งลมหายใจ

ตี 5 ขับรถแบบมีกลิ่นเหล้าไปวัดแต่เช้า เพราะกลัวรถติด

ตอนประชุมเสร็จ พระเจ้าคณะอำเภอที่นั่งใกล้ๆๆ ถามเราว่า

...โยมเมื่อคืน ดื่มเหล้ามาหรอ ไม่ดีเลยนะ ทำงานแบบนี้ ดื่มเหล้ามันจะไม่มีสติ

คือ กลิ่นมันฟุ้งมาก น่าขายหน้าที่สุดเลย

กรูก็ดันเถียงด้วยนะ ที่ผ่านมาเนี่ย ถ้าไม่ได้เหล้า หรือไม่ได้ดื่มระหว่างทำงาน

งานท่านไม่เสร็จแน่นอน ทำทุกวันนี้ เพราะดื่มเหล้าเบียร์ทุกครั้งในระหว่างทำงานเลยนะ

..กรูก็เลยโดนพระเทศน์ตอนเพล ไปชั่วโมงนึง

เทศน์ไปก็เท่านั้น ถ้ากรูเลิกได้เลิกไปนานแล้ว ก็ฟังๆๆ ครับๆๆ ไปแบบนั้นแระ


ระหว่างนั้น ก็มี message เตือนอีก ว่าตอน บ่ายโมง

ต้องมีไปสอน อบรม ธัมมะอาสา ที่จะมาช่วย

เอาละหว่า ความชิบหายเยือน รีบขับรถกลับบ้าน

มานั่งดูบันทึกข้อความ ....โอเค ใช้อารมณ์ล้วนๆๆ

นั่งจับเมาส์ มือสั่น เหงื่อแตก กรูจะอธิบายได้มั้ยล่ะ จริงๆ เริ่มปวดหัวนิดๆๆ

เรื่องตอนเช้ามันเครียด


พอดีกลับธัมมะอาสา ขออนุญาตมาสาย เราก็ยินดี เพราะเราไม่พร้อมอย่างแรง

ก็ใจร่มๆ ค่อยๆ อธิบายไป ให้ตัวอย่าง พร้อมวิธีแก้ไข


โอเคผ่าน


แต่ตอนเช้าเนี่ย ตอนที่ขับรถไปวัด ตอนที่อยู่ที่วัดรอประชุม

เราได้นั่งทบทวนว่า ...เราควรจะลาออกจากความเป็นตัวเองได้แล้ว

เช่น

1. เรื่องขี้เมา --- ลด ละ เลิก (เราจริง หักดิบไปเลย) จิงๆก็ทุกวันแระ ไม่เหล้าก็เบียร์ ขนาดไหน

                          ถ้าเบียร์ก็ 5-10 ขวด ต่อวัน เหล้า 2-3 แบน

2. เรื่องขับรถเร็ว -- จริงๆ ในความรู้สึกเราอ่ะ ก็ขับธรรมดา แต่ทุกคนลงความเห็นว่าเร็ว

                              เร็วแค่ไหนถ้ากลางคืน ออกจากบ้านเที่ยงคืน 6โมงถึงเชียงใหม่

                                                                                                     6โมงถึงหนองคาย

                                                                                                      6กว่าๆถึงธาตุพนม

                             ไม่ต้องคิดว่าเหยียบขนาดไหน

                             ถ้ากลางวันออกจากอุดรเช้า เที่ยงก็ถึงบ้าน พร้อมจดหมายรักจากตำรวจ

                             ปีๆนึงเกิน 20 ใบ

                             คือ เร็วตอนโล่งนะ ไม่ชอบปาด แต่ชอบมุด

                             เคยรถหมุนก็หลายที หลุดโค้งก็หลายที แต่ก็เฉยๆๆ เพราะขับเร็ว

                             **แต่จะขับเร็วเฉพาะขับคนเดียว มีคนนั่งด้วยก็ไม่เกิน 120

3. เรื่องอีโก้ -- คือการศึกษาอ่ะนะ มันสูง หลายมหาลัย บางที่ก็มีโล่ติดมือมาด้วย ทำให้ชอบคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่ได้คิดว่าเหนือคนอื่น แต่คิดว่าเก่ง ทุกๆเรื่องที่เข้ามา เบสิก กรุทำได้ทุกอย่าง

4. เรื่องไดเอท --- ก็คิดเอาเอง เออเองว่า พยายามลดแป้ง ลดไขมัน ลดทุกอย่าง แต่ความจริงน้ำหนักแมร่งไม่ลดเลย แล้วดันทะลึ่งแดกเหล้าเบียร์อีก

5. เรื่องคิดว่าตัวเองมีพลังวิเศษ --- คือไม่ใช่อะไรหรอก เป็นไพโบล่า บ้าพลังอ่ะ ถ้าช่วงบ้าก็บ้าจิง ถ้าไม่บ้า ก็นอนได้ทั้งวัน จริงๆๆก็พยายามกินยาช่วยนะ แต่ไม่รู้สิ ยังไม่หาย

6. ไม่รู้ว่า วันนั้นคิดได้เป็น 10 เรื่อง วันนี้จำไม่ได้

แต่ก็หลักๆๆ เท่านี้


จึงเรียนมาเพื่อความลาออกจากความเป็นตัวเอง

ปลดล็อคตัวตน สร้างลุคใหม่ สร้างชีวิตใหม่

ชีวิตเป็นของเรา ไม่ต้องหมอดู ดูดวงให้

ทำวันนี้ให้ดี แล้วทุกๆๆวันจะดีเอง

ก็เริ่มวันที่ 25 (คือ เมื่อวาน)

จบ




ภาพบรรยากาศร้านนั่งกิน เห็นทีไร อยากทุกที อาหารก็อร่อย









Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 21:39:44 น.
Counter : 345 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 

BlogGang Popular Award#13



iTFiT
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



วันที่เลิกสูบบุหรี่ ก็บอกตัวเองว่า ทำลายสุขภาพมาเยอะแล้ว ขอให้สิ่งดีๆ ให้กับตัวเองบ้าง จึงหันมาออกกำลังกาย ทั้งๆ ที่ไม่ชอบออกกำลังกายเอามากๆ แต่มันคือสิ่งจำเป็น สุขภาพสร้างได้ด้วยการออกำลังกาย แต่โดนทำร้ายจากปากเรานี่แระ ชอบกินอะไรตามใจปาก ซึ่งบางครั้งก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ตามใจปาก จนคนรอบข้างบอกว่า "อ้วน" ก็จะกลับมาออกกำลังกายพร้อมควบคุมอาหารอีกครั้ง อ้วนๆ ผอมๆ หลายครั้งแล้ว สลับกันไป
นอกจากนั้น ยังเริ่มเอาตัวเองเข้าสู่เส้นทางแห่ง มรรค ผล นิพพาน เน้นไปทางเดินจงกลม นั่งสมาธิ ทำใจให้ไม่มีอะไร ใจให้รู้ รู้แบบซื่อๆๆ แล้วกำลังกาย กำลังใจ กำลังจิต จะมาเอง เมื่อใจมีกำลัง กายก็มีกำลังตาม เรียกได้ว่า "ภายในสู่ภายนอก".....เวอร์หล่ะ ไม่อ่ะ เรื่องจริงทำได้มาแล้ว ..กลายเป็นพวกบ้าพลังโดยไม่รู้ตัว