|

ถ้าผมต้องเปิดสมุดพี่เลี้ยงไว้ข้างเวทีสำหรับ ยอดไอคิว อ.พิมลศรี ประโยคแรกที่ต้องวงไว้เลยคือ อย่าปล่อยให้กระแสท้าทายจากอีกฝั่งพาเราออกจากระยะที่ตัวเองถนัด เพราะเรื่องเล็กอย่าง “จังหวะสวนในระยะพอดี” อาจสำคัญกว่าการพยายามตอบโต้กันด้วยความดุดันตั้งแต่ต้นเสียอีก ประเด็นจากข่าวมวยล่าสุดจาก ZianMuayตอนนี้คือ เคียมรัน นาบาติ ส่งสัญญาณอยากขยับขึ้นมาท้าชิงเข็มขัดของยอดไอคิว ขณะที่ฝั่งแชมป์ไทยก็ตอบกลับอย่างชัดเจน แต่ถ้าตัดเรื่องกระแสนอกเวทีออก แล้วมองด้วยสายตาคนดูมวย สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ หากคู่นี้ได้เจอกันจริง ยอดไอคิวจะเลือกใช้ความละเอียดของตัวเองแบบไหนเพื่อรักษาภาพมวยให้ได้เปรียบ แผนแรกที่ผมมองว่าปลอดภัยกว่า คือไม่ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองเป็นฝ่ายไล่บี้ เพียงคุมระยะให้คู่ชกต้องเป็นคนตัดสินใจก่อน เมื่ออีกฝ่ายเริ่มเข้ามา เราค่อยใช้จังหวะรับแล้วสวนให้ชัด จุดสำคัญไม่ใช่ต้องออกอาวุธเยอะ แต่ต้องทำให้อีกฝ่ายเข้าไม่สะดวก และทุกครั้งที่เขาขยับเข้าระยะต้องมีอะไรกลับไปให้คิด เหตุผลที่ผมมองจุดนี้เป็นพิเศษ เพราะยอดไอคิวมีหลักฐานจากผลงานเก่าว่าอาวุธสวนสามารถสร้างความเสียหายได้จริง เขาเคยปิดเกม เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์ ด้วยศอกกลับมาแล้ว ฉะนั้นในแง่สมุดพี่เลี้ยง เราไม่จำเป็นต้องตีความว่าเขาต้องรอศอกกลับอย่างเดียว แต่ต้องมองกว้างกว่านั้นว่า “การปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนเข้าก่อน” สามารถเปิดช่องให้อาวุธสวนของเขาทำงานได้ แผนแบบนี้ยังช่วยเรื่องสายตาได้ด้วย ถ้ายอดไอคิวคุมทรงได้ ยืนสมดุล รับแล้วตอบกลับชัด ภาพรวมจะดูเป็นคนที่ไม่เสียทรงง่าย ต่อให้อีกฝ่ายเดินมากกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคุมเกมมากกว่าเสมอไป เพราะสายตาคนดูมวยจะเห็นว่าฝ่ายไหนเป็นคนกำหนดว่าจังหวะปะทะเกิดตรงไหน และหลังปะทะแล้วใครยังยืนอยู่ในทรงของตัวเอง แต่ถ้าแผนแรกใช้แล้วเริ่มเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมเปิดช่อง ไม่เข้ามาแบบตรง ๆ หรือพยายามลดจังหวะจนเกมนิ่งเกินไป แผนที่สองซึ่งเสี่ยงกว่าอาจต้องถูกหยิบขึ้นมา คือขยับเป็นคนกดดันเองมากขึ้น ไม่ใช่เดินชน แต่เดินบีบพื้นที่ บังคับให้คู่ชกต้องออกอาวุธก่อนจากตำแหน่งที่ไม่สบาย ความเสี่ยงของแผนนี้ชัดเจน พอเราเป็นฝ่ายขยับกด ระยะสวนที่เคยได้จากการรออาจแคบลง และโอกาสโดนอาวุธสวนจากอีกฝ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะเร่ง ต้องเร่งแบบยังรักษาฐาน ยืนไม่ถลำ และออกอาวุธแล้วกลับมาคุมทรงให้เร็ว ไม่ใช่เร่งเพราะต้องการแสดงว่าเป็นฝ่ายเดิน สัญญาณที่ผมจะใช้ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนจากแผนแรกไปแผนสอง มีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือรอแล้วไม่ได้จังหวะสวนจริง คู่ชกไม่เปิดเกมตามที่ต้องการ อย่างที่สองคือระยะเริ่มถูกอีกฝ่ายกำหนดมากขึ้น เราต้องถอยโดยไม่ได้ตอบกลับ และอย่างสุดท้ายคือภาพการชกเริ่มกลายเป็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนเลือกทั้งจังหวะเข้าและจังหวะออก หากเห็นอาการแบบนี้ต่อเนื่อง การขยับไปกดพื้นที่มากขึ้นอาจจำเป็น แต่ถ้ารอแล้วสวนได้ คู่ชกชะงักหลังปะทะ และยอดไอคิวยังรักษาสมดุลได้ดี ผมกลับคิดว่าไม่ควรรีบเปลี่ยนอะไรเลย มวยบางครั้งคนข้างนอกเห็นเกมนิ่งแล้วอยากให้เร่ง แต่ในมุมคนทำงานข้างเวที ถ้าอาวุธที่มีอยู่กำลังบังคับให้อีกฝ่ายคิดเยอะ นั่นก็ถือว่ากำลังคุมเกมทางหนึ่งแล้ว เมื่อชั่งจากสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับยอดไอคิว ผมมองว่าแผนคุมระยะแล้วเลือกสวนเข้ากับอาวุธที่เขาเคยแสดงให้เห็นมากกว่าแผนเดินแลกตั้งแต่แรก ส่วนเรื่องสภาพร่างกายและความพร้อมก่อนชกจริงยังต้องดูอีกที เพราะตอนนี้ยังเป็นเพียงกระแสท้าทาย ไม่ใช่ไฟต์ที่ประกาศรายละเอียดครบแล้ว จึงไม่ควรฟันธงว่ารูปเกมต้องออกมาแบบใด ถ้าแฟนมวยเป็นคนถือสมุดอยู่ข้างเวที จะสั่งยอดไอคิวคุมระยะรอสวนแบบนี้เหมือนกันไหม หรือมองว่ามีอาวุธหรือรายละเอียดอย่างอื่นที่ควรหยิบมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญกว่ากัน
| Create Date : 21 กันยายน 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 21 กันยายน 2569 12:01:59 น. |
| Counter : 19 Pageviews. |
|
 |
|