ตะพาบ 271 : กำลังใจให้คุณ






กำลังใจให้คุณ
เรื่องราวทั้งหมดแต่งขึ้นจากจินตนาการ



ณ.โรงพยาบาลสนาม ใจกลางเมืองหลวง

เสียงกรีดร้องดังแว่วมาเป็นระยะจากเต้นท์ของโรงพยาบาลสนามสีขาวนับพัน ที่ตั้งเรียงรายสุดลูกหูลูกตา
บนเนื้อที่กว่าห้าร้อยเอเคอร์ ตั้งอยู่บนสวนสาธารณะเก่ากลางเมือง ที่ถูกปรับพื้นที่จนเหี้ยนเตียน
เมืองที่เคยสวยงามเต็มไปด้วยผู้คน กลับกลายเป็นเมืองร้าง ผู้คนต่างต้องอยู่ภายในบ้านตามเคอร์ฟิวของกฎอัยการศึก
เศษขยะ ซากรถยนต์มีให้เห็นอยู่เป็นระยะ เศษกระดาษปลิวว่อนไปตามแรงลม ที่โชยพัดผ่าน
นานๆครั้งถึงจะมีรถยนต์ผ่านมาสักคัน....แต่ว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นรถยนต์ของทหาร ไม่ก็รถพยาบาล....มันเกิดอะไรขึ้นกับเมืองที่เคยงดงามแห่งนี้ ?

ภายในเต้นท์แต่ละเต้นท์ ความโกลาหลราวกับมิคสัญญีที่อุบัติขึ้นบนโลก เจ้าหน้าที่ในชุดสีเขียวอ่อน
ต่างวุ่นวายกับคนไข้ในชุดสีขาว ที่บางคนกำลังกรีดร้องโวยวายและอาละวาด...อย่างคลุ้มคลั่ง

....ช่วยกันจับหน่อย ฉีดยาระงับประสาทให้เคสนี้....ออกซิเจนด่วน....เคสนี้ต้องให้เลือดค่ะคุณหมอ....คุณหมอคะเคสนี้สิ้นใจแล้วค่ะ....???!!!
หากเป็นภาพที่มองจากมุมด้านบน ผู้คนคงได้เห็นโลกอันแสนวุ่นวายของพวกเขาเหล่านั้น เหล่านักรบเสื้อกาวน์กับภารกิจกู้ชีวิตมนุษยชาติ
จากไวรัสมรณะ ที่ฝ่ายวิจัยตั้งชื่อให้มันว่าไวรัส เอ็กซ์....ไวรัสปริศนาที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างของมันได้
เนื่องจากมันมีการเปลี่ยนแปลงและกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา

ตึกบัญชาการ ที่พักชั่วคราวของบุคลากรทางการแพทย์

อาคารโรงแรมห้าดาวอันหรูหราที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลสนาม ถูกดัดแปลงให้เป็นตึกบัญชาการของฝ่ายบริหารและเป็น ที่พักชั่วคราวของ
บรรดาบุคลากรทางการแพทย์.....ก็แน่ละในยามที่โลกเป็นแบบนี้ นักท่องเที่ยวที่ไหนกันเล่า จะเดินทางมาท่องเที่ยวและมาพัก
ทหารถืออาวุธครบมือคอยระวังความปลอดภัย อยู่ที่ชั้นล่างอย่างหนาแน่น เหมือนอยู่ในภาวะสงคราม....คอยอารักขากลุ่มบุคคลที่สูงค่ายิ่งณ.เวลานี้

บนชั้นสิบ....หญิงสาวในชุดลำลองกึ่งชุดนอนที่ตัดเย็บด้วยผ้าเบาบางสบายๆ.....แม้ใบหน้าของเธอจะดูเศร้าๆและเรียบเฉย
แต่มันก็ไม่สามารถปิดบังความสวยสคราญที่ซ่อนอยู่ได้
แสงจากหน้าจอมอนิเตอร์โน้ตบุ้ค...อาบใบหน้าอันได้สัดส่วนรับกับดวงตาสีน้ำทะเล และผมสลวยที่ถูกย้อมไว้ด้วยสีเขียวอ่อนๆ
ยิ่งขับให้ใบหน้านั้นดูงดงาม และมีเสน่ห์ขึ้นอย่างประหลาด....


....ไวรัส x...จุดกำเนิด อาฟริกา ,ผลจากเชื้อ...ทำลายระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท และเซลในร่างกาย ,วิธีการแพร่เชื้อ...ทางลมหายใจ และสารคัดหลั่ง
อาการ...คล้ายไข้หวัดใหญ่ และโรคผิวหนัง มีเลือดออกจากอวัยวะภายใน มีอาการหลอนทางประสาท
แต่สามารถหายเองได้ หากร่างกายแข็งแรง และสามารถสร้างแอนตี้บอดี้
แนวทางและยาที่ใช้รักษา...ยาต้านเอชไอวี ยาต้านไข้หวัดใหญ่ ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาต้านอีโบล่าและซาร์,
ยาต้านมาลาเรีย พลาสม่าที่มีภูมิคุ้มกัน และการให้เลือดที่มีแอนตี้บอดี้
วัคซีนป้องกัน...อยู่ในขั้นตอนระหว่างการค้นคว้า และวิจัย ,ขอบเขตการระบาด...ทั่วโลก ,ผู้ติดเชื้อรวมสะสม...ห้าร้อยล้านคน
รักษาหายและหายเอง...สี่ร้อยห้าสิบล้านคน ,ผู้เสียชีวิตรวม...สิบล้านคน ,บุคคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อจากผู้ป่วย...หนึ่งแสนคน.....


เธอปิดแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสปริศนา บนหน้าจอแลปท้อป ชัทดาวน์เครื่อง ขยับตัวช้า ๆ นั่งนิ่งๆ
หายใจลึกๆสองสามครั้ง  ก่อนจะปล่อยตัวให้ไหลลงกับเก้าอี้ออฟฟิศตัวใหญ่
เธอพิงศรีษะที่พนักเก้าอี้ ก่อนหมุนที่นั่งมาด้านข้าง...มองผ่านกระจกห้องนอนบนชั้นสิบ
มองไปยังเมืองแสนรักที่เธอเกิดและเติบโต ที่เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นนรกไปซะแล้ว...สายตาเลื่อนมาที่ตู้เตี้ยที่วางของอยู่ระเกะระกะ
กรอบใส่รูปที่ตั้งอยู่ ด้านในมีแผ่นประกาศนียบัตร..มิเชล..ปริญญาตรีแพทย์ศาสตร์บัญฑิต..เธอมองผ่านอย่างเฉยเมย
มาหยุดสายตาอยู่ที่ รูปครอบครัว พ่อ แม่ ลูก และ....รูปคู่ของเธอกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เธอมองรูปนั้นจนเนิ่นนาน

ภายนอกเธออาจดูเหมือนสาวน้อยที่สดใส น่ารัก น่าทะนุถนอม....หากแท้จริง เธอก็ไม่ใช่คนเปราะบางและอ่อนหวานมากนัก
ตรงข้าม...บางครั้งเธอกลับดูห้าวๆ คล้ายผู้ชาย...ยากนักที่จะเห็นเธอร้องไห้ แต่จะอย่างไรก็ตามความรู้สึกอ่อนไหว
ก็ย่อมมีเช่นผู้หญิงธรรมดา แต่เธอมักไม่ค่อยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

แต่วันนี้ในยามที่อยู่คนเดียว น้ำตาของเธอรินอาบแก้ม...เธอร้องไห้ให้กับความสูญเสีย ชายคนรัก
พ่อและแม่ เมืองที่แสนรัก  และร้องไห้ให้กับความอึดอัดจากสถานการณ์ที่บีบคั้น
เธอร้องไห้จนหลับไปกับเก้าอี้ตัวนั้น...ด้วยความอ่อนเพลีย









เช้าวันใหม่แห่งการทำงาน....โรงพยาบาลสนาม เต้นท์หมายเลข B-2

" เอาแฟ้มเคสนี้ไปให้หมอ มิเชล ที  " พนักงานอาสาสมัครที่มาช่วยงานพูดกับเพื่อนผ่านแมส ด้วยเสียงอู้อี้
"ใครนะฉันได้ยินไม่ถนัด"....." หมอมิเชล "......" คนไหน "......" คนผมสีเขียวๆ นั่นน่ะ มีอยู่คนเดียวที่ผมสีเขียว " ......" อ้อ "
เสียงพูดโต้ตอบกัน ก่อนที่จะหยิบแฟ้มคนไข้ไปส่งให้คุณหมอ

....หมอ มิเชล ดูสดใสในชุดเสื้อกาวน์ แม้เธอจะสูงไม่ถึงหกฟุต แต่เรือนร่างก็ดูสูงโปร่งด้วยขาที่เรียวยาวผุดผ่องของเธอ
เธอรับแฟ้มไปเปิดดู...." คนไข้อยู่เตียงไหน ? "  เธอถาม  " แถวดีหมายเลขสิบสามค่ะ " พนักงานตอบ
หมอมิเชล เดินไปพร้อมกับพยาบาลและพนักงานอาสาอีกสองคน.....เดินไปที่เตียงหมายเลข ดี-สิบสาม

......."  หลับอยู่รึ ?...ผู้ชาย...ร้อยตรีเจมส์ ทหารหน่วยซีล ทำไมถึงติดได้ "  หมอมิเชล ดูประวัติจากแฟ้มพลางดูอาการ ยิงคำถามเป็นชุด
" คนไข้หมดสติก่อนมาที่นี่ มาได้สองวันแล้วค่ะ ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจในบางครั้ง "
" กลับไปเยี่ยมครอบครัว หลังภารกิจ...ติดจากครอบครัวค่ะ " หัวหน้าพยาบาลตอบ
" แล้วครอบครัวล่ะ "
" เสียชีวิตหมดแล้วจากไวรัส ทั้งพ่อ แม่ น้องสาว "
" น่าสงสารจัง " พนักงานอาสาที่อยู่ข้างๆ อุทานขึ้น
" อาการเป็นไง "
" ขั้นที่สองค่ะ " " ระบบหายใจและปอดถูกทำลายเล็กน้อย ผิวหนังเปลี่ยนสี "
" มีอาการทางประสาทเล็กน้อย " " ยังไง ? "  " บ่นเพ้อถึง พ่อแม่ น้อง และคนรัก เป็นบางครั้ง "
" คนรัก ? " ...." ค่ะ สืบประวัติดูแล้ว คู่หมั้นก็เสียชีวิตเหมือนกันค่ะ "
" โธ่ " พนักงานอาสา ที่อยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นปิดปาก ทำตาแดง
" พวกเธอเป็นบุคลากร ทางการแพทย์ การทำอารมณ์อ่อนไหวอะไรเกินงาม มันไม่ดีต่อบรรยากาศโดยรวมและกำลังใจของคนไข้ "
หมอมิเชล พูดเสียงหนักๆ หันมามองด้วยสายตาตำหนิ
" ขอโทษค่ะ " " ไม่เป็นไร แต่คราวหน้าอย่าทำให้หมอเห็นอีก "  " ค่ะ " พนักงานอาสาสมัครตอบเบา ๆ
" ดูแลเค้าให้ดีเท่าๆกับคนอื่น รักษาตามอาการ ระวังเรื่องปอดอักเสบ เดี๋ยวหมอจะเขียนรายการยาที่จะใช้ให้ "  " ค่ะ " หัวหน้าพยาบาลพยักหน้า

" น่าสงสาร ชั้นรู้ว่าเธอรู้สึกเช่นไร เพราะชั้นก็สูญเสียเหมือนๆ เธอ " มิเชลรำพึงในใจ แม้เธอจะห้าวแกร่งปานใด
แต่ส่วนลึกในใจเธอก็มีความอ่อนโยน ที่ซ่อนอยู่

วันถัดมา  ".....คริส เดี๋ยว คุณอย่าเพิ่งไป รอผมก่อน...น "

เสียงตะโกนโวยวาย และเสียงดิ้น ดังขี้นจากเตียงหมายเลข D-13
" ช่วยกันจับเค้าไว้ ให้ยาระงับประสาท...."  เสียงหมอสั่ง
หมอมิเชล ในชุดกางเกงยีนส์เก่าๆเสื้อยืดคอกลมสีขาว รองเท้าผ้าใบ สวมเสื้อกาวน์ทับไว้หลวม ๆ สั่งการเสียงเรียบ ๆ
หลังจากที่เจ้าหน้าช่วยกันยึดร่างเขาไว้ แล้วเดินยาระงับประสาทผ่านเข็มเล็ก ๆ อาการก็สงบลง เหลือเพียงการหายใจโรย ๆเบา ๆ
พวกเธอไปดูเคสอื่น เดี๋ยวหมอจะดูเคสนี้ต่ออีกนิด...ทุกคนผละไป เหลือไว้แต่ มิเชล และคนไข้
" คริส...ชื่อที่เธอเรียกหา คงเป็นคนรักของเธอสินะ "  " ทำไมชั้นถึงรู้สึกเห็นใจเธอ...อาจมาจากชีวิตของเธอ ที่คล้าย ๆ ชั้น "

มิเชล...มองไปยังร่างที่หลับอยู่นั้น...ชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรง ผิวขาวหากกร้านเกรียมจากการกรำแดด หน้ารกครึ้มไปด้วยเคราสีน้ำตาลอ่อนๆ
ตัดผมสั้นแบบทหาร คิ้วดกหนาสีน้ำตาลขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดูจากสัดส่วนที่นอนอยู่ คงจะสูงราวหกฟุตเศษ
เธอ แตะมือที่สวมถุงมือยางลงที่เส้นเลือดที่ปูดโปนและเปลี่ยนสี บนแขนของคนไข้ " ผลเอฟเฟค จากไวรัส " เธอคิด
ทันใดนั้น มือของคนไข้ก็จับหมับเข้าที่แขนของเธอ มิเชลสะดุ้งมองไปที่หน้านั้น ตายังหลับอยู่ แต่มือแข็งราวกับคีมเหล็กนั้นล็อกข้อมือเธอไว้
เธอดิ้นเล็กน้อย แต่เหมือนมือนั้นจะยิ่งกระชับขึ้น " คริส...คุณอยู่ข้าง ๆผมนะ อย่าทิ้งผมไป "
น้ำตาใส ๆ ไหลเป็นสายออกจากสองตาที่ปิดอยู่ของคนไข้...ที่ริมฝีปากมีรอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฎขึ้น

ความรู้สึกชนิดหนึ่ง ประดังขึ้นมาที่หัวใจ....น้ำตาหยดเล็กๆของเธอ หยดแหมะลงที่เสื้อของคนไข้...เธอเอียงคอหรี่ตาที่เอ่อนองด้วยน้ำตา
จ้องที่ใบหน้านั้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ...เหมือนถูกสะกดด้วยความสงสาร เธอใช้มืออีกข้างลูบเบาๆ ที่แขนของคนไข้
" ชั้นไม่ไปไหนหรอก ชั้นอยู่นี่ " เธอกระซิบเบา ๆ คนไข้ผงกหัวตอบสนองช้า ๆ ก่อนที่มือที่กำไว้...จะค่อย ๆ คลายออก
มิเชล ถอนมือจากเตียงคนไข้ ถอยห่างมานิดนึง " เธอทำให้ชั้นเสียน้ำตา ร้อยตรี เจมส์ " เธอคิดพร้อมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเดินจากไป

ห้าวันต่อมา...." ผมดีใจ ที่คุณอยู่ข้าง ๆ ผมคริส ผมรู้สึกสบายขึ้นมากแล้ว วันนี้ผมมองเห็นท้องฟ้า และแสงแดดอันอบอุ่น....ผม.."
แสงสว่างเรือง ๆ และเสียงเบาๆ กระทบจักษุและโสตประสาท ภาพแรกที่เห็น.....
รอยยิ้มของสาวน้อย ผมสีเขียวอ่อน สวมชุดคลุมยาวๆ สีเขียว มีแมสสีฟ้าอ่อน ๆ คาดไว้ที่ปากและจมูก....
.....เธอไม่ใช่คริส เขาหันมองรอบ ๆ ก่อนกลับมาจ้องที่หน้านั้น  พลางคลายมือที่จับแขนของฝ่ายตรงข้ามออก  " คุณ เป็นใคร ?.....แล้วที่นี่ที่ไหน ? "








" ชั้นเป็นหมอ ที่นี่เป็นโรงพยาบาล ชั้นมาดูอาการคุณ "  เสียงนั้นเป็นน้ำเสียง อันอบอุ่นที่คุ้นเคย เสียงที่ได้ยินมาตลอด
" ผมคุ้นกับเสียงคุณ.....คุณหมอ...มิเชล " เขาพูดตะกุกตะกัก ขณะจ้องที่ป้ายชื่อบนเสื้อกาวน์ ก่อนเปลี่ยนสายตามาจับอยู่ที่ตาของฝ่ายตรงข้าม ที่จ้องอยู่
หญิงสาวประสานสายตา กับตาสีฟ้าเข้มคู่นั้น ก่อนพูด
" ก็ต้องคุ้นสิ หมอมาคุยกับคุณตอนคุณหมดสติ และเพ้ออยู่ ตั้งห้าวันแล้ว...ยินดีต้อนรับสู่โลก...ไว้พรุ่งนี้หมอมาใหม่ "
เธอพูดก่อนเดินผละไป สั่งการอะไรกับพยาบาลสักครู่ ก่อนจะเดินลับหายไปจากมุมห้อง
ชายหนุ่มมองร่างนั้น จนลับตา " หมอ มิเชล.....ล "  ชายหนุ่มทวนคำช้า ๆ

สองสัปดาห์ต่อมา....." สวัสดี ร้อยตรีเจมส์ " หมอมิเชล ทักทายกับคนไข้อย่างคุ้นเคย
" เพิ่งสองสัปดาห์ แต่คุณหายเป็นปรกติแล้ว สัปดาห์หน้าคุณก็ออกจากที่นี่ได้ "  " เป็นความโชคดีของคุณที่ร่างกายคุณสร้างแอนตี้บอดี้เองได้ "
" ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกดูไม่ค่อยดี...ยา...หมอก็ไม่ได้จ่ายให้คุณเป็นพิเศษ คุณโชคดีกว่าอีกหลายคนนะ "
" เหมือนคุณได้รับพลังพิเศษอะไรบางอย่าง "
" ผมคงได้พรจากนางฟ้ามั้งครับ คอยส่งกำลังใจให้ก็เลยหายไว "  ชายหนุ่มพูดเล่น ยิ้ม ๆ พลางพูดต่อ
" แม้เป็นความโชคดี แต่ก็นับเป็นโชคร้ายในคราวเดียวกันด้วย " ชายหนุ่มพูดเปรย ๆ ทิ้งคำถามบางอย่างไว้
" โชคร้ายยังไง " หมอมิเชล ขมวดคิ้วไม่เข้าใจในความหมายที่สื่อนั้น
" ผมก็ไม่ได้เจอคุณหมออีกไงล่ะครับ ไม่ได้ฟังเรื่องสนุกๆ ที่คุณหมอเล่าให้ฟัง แล้วอีกอย่างตอนนี้ผมเหมือนตัวคนเดียว...."
คำพูดประโยคสุดท้าย ค่อยๆแผ่วเบาลงคล้ายสะดุดไว้ด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง.....
หลังเงียบชั่วครู่  " อะไรของคุณนะนี่ คุณเจมส์ โลกกำลังวิกฤต หมอ-พยาบาลก็ทำงานแทบไม่ได้หยุด "
" คุณไปซะคน ภาระหมอก็เบาขึ้น " หมอมิเชลทำเสียงแข็ง ทีเล่นทีจริง
" ผมพูดเล่นครับหมอ " ชายหนุ่มตอบเบาๆ ยิ้ม ยักไหล่น้อยๆ

ห้าวันหลังจากนั้น....." คุณพยาบาลครับ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยเจอหมอมิเชลเลย อีกสอง-สามวันผมจะออกจากที่นี่แล้ว
ว่าจะลา ขอบคุณ คุณหมอซะหน่อยครับ "....ชายหนุ่มถามพลางจ้องหน้าพยาบาล เหมือนรอคำตอบ
พยาบาลเงียบ....คิดสักครู่ ก่อนพูด " เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่มาบอกนะคะ "...." ครับ ขอบคุณครับ "

สักพักใหญ่ ๆ เจ้าหน้าที่อาวุโสประสานงานท่านหนึ่ง ก็เดินช้า ๆมาที่เตียง
" เป็นนโยบายของส่วนกลางครับ เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของ สตาฟที่นี่ เป็นนโยบายจากเบื้องบน "
" อะไรนะครับ  ผมแค่ถามหาหมอ ที่เคยรักษาผม...จนหาย แค่นั้นเองครับ ไม่เห็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตเลยครับ "
" ถ้าอยากรู้จริง ๆ ต้องขึ้นไปถามที่ ตึกบัญชาการที่อยู่ด้านข้างครับ อันนี้นอกเหนืออำนาจผม....ต้องขออภัยด้วยครับ " ว่าพลางก็ปลีกตัวไป
" อะไรฟระนี่....ดูซับซ้อนจัง "  ชายหนุ่มแยกเขี้ยว สบถอยู่ในลำคอ

ตึกบัญชาการ ชั้นห้า

ชายหนุ่มในชุดทหารหน่วยซีล สะพายเป้ของใช้ไว้ด้านหลัง
" สวัสดีครับผู้หมวด ต้องการติดต่อเรื่องอะไรครับ "  ทหารยศนายสิบ สอบถามหลังจากทำความเคารพ
" ผมอยากทราบข้อมูลของ แพทย์หญิง มิเชล....คือไม่มีอะไรมาก เพียงต้องการอำลา เธอรักษาผม "
" ปรกติเราไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องของสตาฟ ให้ภายนอกรู้ แต่ในฐานะที่หมวดทำงานให้รัฐบาลเหมือนกัน ขอเวลาแป๊บ "
พูดพลาง เจ้าหน้าที่ท่านนั้นก็คีย์ค้นข้อมูล บนจอแลปท้อป

" แพทย์หญิง...มิเชล..ล.....เธอ...เธออยู่ในระหว่างการรักษาครับ.....เธอติดเชื้อ "

" อะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด " ชายหนุ่มถามอีกครั้งเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
" แพทย์หญิงมิเชล เธอติดเชื้อไวรัสครับ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม โซนบุคลากรฯครับ

ชายหนุ่ม รู้สึกชาวาบขึ้นทั้งตัว ความรู้สึกแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว...เกิดขึ้นกับคนที่รักสุดหัวใจ
" เจมส์คะ....คริสไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล คริสติดเชื้อไวรัสค่ะ " เสียงที่เคยก้องอยู่ในหัว มันกลับมาหลอกหลอนอีก

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโลก และเวลา มันหมุนกลับมาที่เดิม ถามด้วยความร้อนรน " อาการเธอเป็นไงบ้างครับ "
" ไม่แจ้งไว้ในระบบครับ หมวดต้องไปถามเองที่นั่นครับ " ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณ สายตาเหลือบเห็นบัตรคล้องคอของเจ้าหน้าที่ตึก ที่วางอยู่ เขารีบคว้ามันคล้องคอ
แล้ววิ่งจากมา อย่างที่ไม่สนใจกับเสียงเรียกตามหลัง " หมวด ๆ บัตรนั้นไม่ได้ให้ หมวดครับ....หมวด "
" เออ....ตรูขอยืมก่อน " ชายหนุ่มคิดในใจ

ชายหนุ่มวิ่งออกจากอาคาร ตึกบัญชาการ ท้องฟ้ายามเช้าวันนี้มันช่างดูทึมเทาเหลือเกิน ในความรู้สึกของชายหนุ่ม
อีกความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามา ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียของรักไป รีบร้อนจนไปชนเอากับรถใส่ขยะขนาดเล็กที่พนักงานกำลังเก็บขยะอยู่
เกลื่อนกระจาย ได้แต่ขอโทษท่ามกลางเสียงด่าไล่หลัง

โรงพยาบาลสนาม โซนบุคลากรทางการแพทย์

หน้าโต๊ะโอเปอเรเตอร์  " ผมมาขอข้อมูลอาการป่วยของหมอ มิเชล ผมมาจากตึกบัญชาการ "  ชายหนุ่มแสร้งทำหน้าขึงขัง
บางทีระบบอุปถัมภ์แบบโบราณก็จำเป็นเหมือนกัน เขาคิด
" คุณหมอ มิเชล ติดเชื้อไวรัสพักอยู่ห้องไอซียู พิเศษ ห้องหมายเลข M-04  ค่ะ "
" อาการเธอเป็นไงบ้างครับ "  " ต้องไปถามที่หน้าห้องค่ะ ปรกติห้ามเข้าค่ะ แต่เห็นมีบัตรจากตึกบัญชาการ เชิญค่ะ ก่อนเข้าไปสวมชุดป้องกันก่อนค่ะ "








หน้าห้อง ไอซียู


" ผมมาถามอาการ หมอมิเชลครับ "
" อ้าวคุณน่ะเอง คุณทหาร...เจมส์ "  เสียงทักขึ้น ชายหนุ่มหันไปก็เห็นนางพยาบาล ผู้ช่วยของหมอมิเชล ยืนอยู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
" คุณพยาบาล ผมเพิ่งทราบว่าคุณหมอติดเชื้อ จึงรีบมาเยี่ยมอาการ " " เธอเป็นไงบ้างครับ " เขาถามร้อนรน
พยาบาลทำหน้าสลด แววตามีแววท้อ " ไม่ค่อยดีค่ะ เดิมอยู่ห้องธรรมดา แต่ว่าอาการทรุดลงเลยต้องย้ายมา ไอซียู "
" ไม่ค่อยดีนี่ยังไงครับ " " คนไข้ไม่ตอบสนองต่อการรักษาค่ะ หัวใจก็เต้นอ่อน ทั้งๆ ที่เธอก็อายุยังน้อย แปลกมากค่ะ " 
" เห็นคุณหมอเจ้าของไข้บอกว่า ถ้าเป็นอยู่แบบนี้ คงไม่เกินพรุ่งนี้ " พยาบาลตอบเศร้า ๆ
" แล้วไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยเธอเลยหรือครับ หมอออกจะมากมาย คุณหมอมิเชลเป็นหมอนะครับ มีคุณค่าและประโยชน์ในสถานการณ์ปัจจุบันมาก "
" ปล่อยให้เธอเป็นอะไรไป ไม่ได้นะครับ " ชายหนุ่มจับแขนพยาบาลเขย่า แววตาน่ากลัว
" มีอยู่วิธีนึงค่ะ ที่อาจจะได้ผล อาจเท่านั้นนะคะ เห็นคุณหมอเองก็ไม่กล้ายืนยัน " พยาบาลพูดพลาง ขยับถอยหลังให้พ้น จากการคุกคาม
" แต่คงหมดหวังค่ะ "  พยาบาลพูดน้ำเสียงเศร้า ๆ " ทำไมล่ะครับ....วิธีอะไรครับที่จะช่วยเธอได้ " 
" ให้เลือดที่มีแอนตี้บอดี้ค่ะ แต่การให้เลือดต้องตรงกับกรุ๊ปเลือดของเธอค่ะ "
" กรุ๊ปเลือดของเธอเป็นกรุ๊ปพิเศษที่หายากค่ะ ในธนาคารเลือดไม่มีเลย " " ที่มีตรงกรุ๊ปก็เลือดธรรมดา ไม่มีแอนตี้บอดี้ค่ะ "
" นี่ประกาศรับบริจาคมาสามวันแล้ว ก็ยังเงียบอยู่ "  " คุณหมอมิเชล เลือดกรุ๊ปอะไรครับ " เค้าถามอย่างร้อนรนจนเกือบจะเป็นตะคอก

" กรุ๊ป เอบีค่ะ...เอบีเนคกาทีฟ และต้องเป็น เอบีเนคกาทีฟ ที่มีแอนตี้บอดี้ด้วยค่ะ "
" แอนตี้บอดี้ นี่หมายความว่ายังไงครับ " " คือต้องเคยติดเชื้อไวรัสนี้ แล้วหายเองได้โดยร่างกายสร้างแอนตี้บอดี้มาต่อต้านค่ะ "
" อย่างผมนี่ได้มั้ยครับ ผมติดเชื้อไวรัสแล้วผมก็หายเอง เห็นคุณหมอเคยบอกผม " " ได้ค่ะ แต่กรุ๊ปเลือดไม่ตรงก็ใช้ไม่ได้ค่ะ "
".......เลือดผม กรุ๊ป เอบีเนคกาทีฟครับ...ในประวัติคนไข้ของผมก็มี "


ห้องสีขาวเย็นยะเยียบจากแอร์คอนดิชั่น มีกลิ่นอ่อน ๆ ของเคมีบางอย่าง ทำให้บรรยากาศยิ่งชวนสะท้านใจ
ผมนอนมองสายระโยงระยางที่นำเลือดของผมถ่ายใส่ขวด ความคิดล่องลอยอยู่ใต้หลังคาผ้าใบสีขาว ของโรงพยาบาลสนาม
ในใจเพียงหวังให้เธอหาย เธอจะเป็นใครก็ตามที่ผมสามารถช่วยได้....และเธอคนนี้ มิเชล ผู้หญิงที่ผมรู้จักแค่ผิวเผิน
เป็นหมอที่รักษาผม ความรู้สึกต่างๆมันเวียนวนอยู่ในห้องนั้น.....หน่วยซีลย่อมผ่านการฝึก ภารกิจ
ที่ให้อดทนต่อสภาวะการณ์และอารมณ์ แต่ความเป็นคนธรรมดาของผมมันก็ยังหลงเหลืออยู่ในหัวใจ
เขาจะปั๊มเลือดผมออกไปกี่ซีซีผมไม่เคยใส่ใจ เพียงแต่ให้เธอหายจากไวรัสร้ายนี้....เท่านั้น

เสียงเอ่ยทักดังขึ้น ทำลายห้วงภวังค์ของผม
เสร็จเรียบร้อยค่ะ ร้อยตรีเจมส์ เสียงพยาบาลที่ยิ้มแย้มเข้ามาเอ่ยบอก
" เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ค่ะที่คุณทำแบบนี้ ถ้าคุณหมอทราบคุณหมอคงจะดีใจ "
" ทำไมหรือครับ " " ก็คนไข้ที่คุณหมอรักษา กลับมาช่วยคุณหมออีกทีนึง มันไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์หรือคะ "
" ต่อไปนี้ก็คงต้องเอาใจช่วยให้ ประสบผลสำเร็จค่ะ " " ครับ ผมก็หวังอย่างนั้น "
" นี่ผมจะขออนุญาตเยี่ยมไข้คุณหมอสักครั้ง ได้มั้ยครับ ก่อนที่ผมจะไป....ผมยังอาศัยนอนที่แคมป์นี้ต่ออีกสองสัปดาห์ ก่อนที่หน่วยเหนือจะเรียกผม "
" ได้ค่ะ ถ้าคุณต้องการ ไว้จะแจ้งไปค่ะ " พยาบาลตอบ

ห้าวันหลังจากนั้น.....ชายหนุ่มในชุดป้องกันสีฟ้า ทั้งชุด เดินผ่านประตูห้องสำเร็จรูป ที่ถูกประกอบขึ้นชั่วคราวสำหรับโรงพยาบาลสนามนี้
แสงแดดอ่อนๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่าง ทาบทาบนร่างที่นอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มเม้มปากที่อยู่ใต้แมส ยืนมองนิ่งๆสักครู่
ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นนานแล้ว มันจู่โจมเข้ามาในหัวใจ
ชายหนุ่มค่อยๆก้าวเข้าไปจนเห็นร่างนั้นเต็มตา ใบหน้าที่เคยแจ่มใสบัดนี้ดูซีดจาง ดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากมีสะเก็ดหนังลอกเป็นขุย
ผมสีเขียวอ่อนที่เคยยาวสลวย ถูกเล็มซอยจนสั้นขึ้น  ออกซิเจนถูกถอดออกแล้ว มีสายยางระโยงระยางของน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขน
ร่างกายและหน้าอกที่อยู่ใต้ผ้าห่ม ขยับขึ้นลงตามจังหวะของการหายใจ
" เหมือนคนที่รู้จักกันมานาน " ความรู้สึกในส่วนลึกของเขารู้สึกแบบนั้น
" ขอให้หายเร็ว ๆ นะครับคุณหมอ " เค้าพูดกับเธอด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนกระซิบ...." ถ้าหายแล้วผมจะมาชวนไปฉลองปีใหม่ " ชายหนุ่มพูด ก่อนยิ้มน้อย ๆ

หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ เสียงพยาบาลเปิดประตู เข้ามาทักขึ้น
" สบายใจได้แล้วค่ะ คุณหมอดีขึ้นแล้ว พ้นขีดอันตรายแล้ว ช่วงนี้ต้องดูแลอาการและพักฟื้นอีกสักระยะค่ะ "
" ครับขอบคุณ คุณพยาบาลครับ....วันที่คุณหมอหายดีแล้วแจ้งผมด้วยครับ "  " ได้ค่ะ "

อากาศหนาวเดือนพฤศจิกายน ทำให้บรรยากาศที่ร้อนระอุ คลายลง พร้อมกับข่าวดีของ วัคซีนที่บริษัทเอกชนได้วิจัยผลิตขึ้น
จากงบของรัฐบาลกลาง ชายหนุ่มรับโทรศัพท์ พูดสักพักก็รีบเดินจากห้องพักในแคมป์ชั่วคราว เดินลัดไปตาม
ถนนที่สร้างไว้ในแคมป์ของโรงพยาบาลสนาม ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา......


......." ดอกไม้เหรอ....อืม ขอบคุณนะทั้งดอกไม้ ทั้งเลือดที่คุณให้หมอ " " ว่าแต่คุณจะไปเลยหรือ "
" ครับคุณหมอ หน่วยเหนือเรียกเข้าไปรับภารกิจ คงเป็นภารกิจช่วยเหลือธรรมดาน่ะครับ "
" เหรอ อืม ดีแล้วนะคุณจะได้มีเพื่อน นะคุณเจมส์ " " ขอให้คุณหมอมีความสุขในการรักษาคนไข้ "
" ตอนนี้มีวัคซีนแล้วคงไม่หนักเหมือนเก่าแล้วละครับ " ชายหนุ่มพูดพลางลุกขึ้น โค้งตัวน้อยๆ

" ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ "  " เช่นกันค่ะ " สายตาของทั้งคู่ประสานกัน
ใครจะบอกได้ว่าทั้งสองคนคิดอะไร...แต่แววตาวาววับของทั้งคู่ มันเหมือนภาษาใจบางอย่าง ที่คนสองคนเท่านั้นที่จะเข้าใจ
" โชคดีครับ " ชายหนุ่มกล่าว ก่อนยิ้ม หันหลังทำท่าจะเดินจากไป
" คุณเจมส์ " เสียงเรียกจากหญิงสาว ชายหนุ่มหันกลับมา " ครับ คุณหมอ "

" หมอจำเสียงคุณได้ "......" เสียงในฝันที่ได้ยิน...เสียงของคนดี ที่มาให้พรอันมหัศจรรย์แก่ชั้น "
" เป็นกำลังใจอันแสนวิเศษที่ทำให้ชั้นกลับมาได้ "

ชายหนุ่มยิ้ม ทั้งสองมองประสานตากัน....." แล้วก็...ตอนสิ้นปี หมอยังไม่มีนัดนะ " หญิงสาวพูดพลางยิ้มน้อย ๆ
ชายหนุ่มยิ้มก่อนพูด " แต่ผมมีนัดแล้วครับ นัดคุณหมอคนนึงไว้ "

แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะอย่างมีความสุข หัวเราะให้แก่วันอันสดใส...ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ ของหัวใจสองดวง .




The End
เรื่องราวทั้งหมดแต่งขึ้นจากจินตนาการ



Song : The Only Exception  ;  Artist : Hayley Williams ( Paramore )








ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 271 : กำลังใจให้คุณ - โจทย์โดย คุณ nonnoiGiwGiw

Thanks  ;  Seven Lions - What's Done Is Done , Hayley Williams ( Paramore ) - The Only Exception , Lost Sky - Fearless pt.II ( feat.Chris Linton )
ขอบคุณบทเพลง ภาพเขียน ภาพถ่าย ของศิลปินผู้รังสรรค์

*  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจ ให้คุณหมอ คุณพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่ปฏิบัติภารกิจในวิกฤตการณ์ โควิด 19  *
*  หากมีกระบวนการ วิธีการ เทคนิค หรือข้อมูลทางการแพทย์ใด ๆ ที่เขียนผิดพลาดไปจากความเป็นจริง ต้องขออภัยด้วยครับ *

credit : youtube , wikipedia , picture : google
432  Literature Blog  432



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2564 8:23:20 น.
Counter : 407 Pageviews.

40 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณปรศุราม, คุณnonnoiGiwGiw, คุณเริงฤดีนะ, คุณทนายอ้วน, คุณtoor36, คุณThe Kop Civil, คุณ**mp5**, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณTui Laksi, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสองแผ่นดิน, คุณSai Eeuu, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtuk-tuk@korat, คุณkatoy, คุณตะลีกีปัส

  
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:44:50 น.
  
เขียนดีมากเลยนะคะ
บางช่วงบางตอนแทบบจะกลั้นใจอ่าน
แต่ก็อ่านจนจบทุกคำ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:12:02 น.
  
แปะใจก่อน .. เดวมาอีก ..
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:21:31 น.
  

มาจองที่ค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:10:48:46 น.
  
ลุ้นตัวโก่งเลยครับ กลัวพระเอกกับนางเอกจะไท่สมหวังกัน อิอิ

โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:31:25 น.
  
เป็นเรื่องราวที่จบลงได้ด้วยดี ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบเศร้าเสียอีก
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:50:29 น.
  


วันนี้ลงชื่อไว้ก่อนจ้า เรื่องสั้นวันวาเลนไทน์แทนบทกวี ซินะ
โดย: หอมกร วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:25:34 น.
  
อ่านจนจบเลยครับ
เรื่องราวความรัก
มักซ่อนปาฏิหาริย์เอาไว้เสอมนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:35:12 น.
  
อ่านไปลุ้นไปเลยครับ แฮปปี้เอนดิ้ง
เพลงเพราะมากด้วยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:05:53 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:10:30 น.
  
มหัศจรรย์ความรัก สวยงามเสมอ
ขอบคุณที่ให้จบด้วยความสุข ไม่ทำร้ายจิตใจคนอ่านนะคะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:12:59 น.
  
สวสดีครับพี่^^
เฮ้ยยยยย นิยายไซไฟ!!!! เมื่อก่อนสมัยยังชอบอ่านหนังสืออยู่บ้าง 5555 ผมชอบอ่านนิยายไซไฟมาก ๆ ยิ่งพวก Post apocalypse นี่ยิ่งชอบอ่ะครับ

เป้นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านเหมือนกันครับ
ตอนนั้นช่วงโรค SARS แม่ผมยังทำงานในโรงพยาบาล ตอนนั้นเป็นห่วงแม่มากครับ แต่แม่บอกว่ายิ่งเกิดเรื่องแบบนี้เรายิ่งหนีไม่ได้ หน้าที่พวกเค้าคือทำให้ทุกอย่างมันจบเร็วที่สุด
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:36:53 น.
  
สวัสดีตอนค่ำของวันพฤหัสบดีครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ครัวไท เชียงแสน นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:39:47 น.
  
โอ๊ะโอ๋...อารายอะไร พล็อตเรื่องเองด้วยนะนี่ เก่งจริงๆ
Base on true Story เข้ากับสถานการณืปัจจุบันเจรงๆ
บรรยายซ๊ะเห็นภาพเหมือนกำลังชมซีรี่ย์ตอนหนึ่งของยุคโควิด
และเราเองก็แอบชอบหน่วยซีลสหรัฐอ่ะ ดูหนังแล้วทึ่งมากๆ
เรื่องน่ารักคร้า...ชอบๆ ภาพประกอบก็เข้าใจค้นหาได้ตรงคาแร็กเตอร์นางเอก
(อย่าบอกนะว่าวาดเองอีกด้วย!!!)

เสียดายมัยไม่มีรูปพระเอก " ร้อยตรีเจมส์ " แง ๆ
โดย: Tui Laksi วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:44:53 น.
  

จองที่ไว้ก่อนพรุ่งนี้มาใหม่นะคะ
วันนี้เหนื่อยๆๆจังค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:39:51 น.
  
สวัสดีค่ะ...

แต่งเก่งจัง...เพลงก็เพราะคะ..

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:50:23 น.
  
จบได้สวยงามมากค่ะ



ขอบคุณคุณ Sleepless Sea สำหรับกำลังใจนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:05:18 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:27:27 น.
  
เขียนดีมาก ๆ เลยครับ.. และมีความเป็นไปได้ในการใช้
วัคซีนจากคนที่เคยเป็น
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:10:50:28 น.
  

อ่านเพลินเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทั้ง หมวดเจมส์
และคุณหมอมิเชลล์
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:32:49 น.
  
ขอบคุณ คุณhaiku ครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:32:13 น.
  
สวัสดีครับคุณSleepless Sea

เมื่อเช้าอ่านไปครึ่งนึง แล้วมาอ่านต่อจบตอนบ่าย
ชอบนะครับ ประทับใจ เป็นเรื่องราวดีดีในชีวิตของทั้งสองคน เขียนเก่งครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้เช่นกันนะครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:20:00 น.
  
สวัสดีวันศุกร์ครับ



มาชวนไปชิมอาหารทำเองครับ - Claudia's favorite
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:28:09 น.
  
เหมือนฉากหนึ่ง ในหนัง SiFi ดีๆ เรื่องหนึงเลยค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:49:29 น.
  

สวัสดียามเช้าครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:37:10 น.
  
ขอบคุณ คุณ Sai Eeuu ครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:42:12 น.
  
ขอบคุณ คุณ สายหมอกและก้อนเมฆ ครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:43:27 น.
  
สวัสดีครับ

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาอ่าน ทักทายพูดคุยและส่งกำลังใจนะครับ
มีความสุขในวันหยุดยาว สุขสันต์วันตรุษจีนครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:50:37 น.
  
อ่านเพลินเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:25:27 น.
  
โดย: katoy วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:34:16 น.
  
ขอบคุณ คุณ katoy ครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:54:37 น.
  
หนังสือเล่มนี้
รวมคำสอนของพระป่าไว้เยอะมาก
บางคำสอนก็เข้าใจยากสำหรับผมครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:18:43:24 น.
  
สวัสดีตอนมืดวันเสาร์ครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจสำหรับบล็อก - Claudia's Favorite ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:50:15 น.
  

สวัสดียามเช้าครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:26:08 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

เขียนได้น่าอ่านเลยค่ะ
จบแบบสมหวังและสร้างกำลังใจให้ทุกคน

หลายๆคนเลยไม่ต้องเสียน้ำตานะคะ
ทหารเจมส์และหมอมิเชล
ในยุคไวรัสโควิด19ระบาด
ทันสมัยด้วยค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:40:36 น.
  
Happy Valentines Day ค่ะ
ขอบคุณค่ะที่มาส่งกำลังใจให้กัน รักน๊ะ
โดย: Tui Laksi วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:44:46 น.
  
"มีข้อมูลหายจากระบบด้วยหรือครับ"

รายละเอียดตามที่เขียนไว้ในบล็อกเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

สุขสันต์วันแห่งความรัก บล็อกอย่าหายนะคะ อิอิ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:18:04:42 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตด้วยนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:18:40:30 น.
  

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:08:08 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:53:56 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Sleepless Sea
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



กุมภาพันธ์ 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
 
 
11 กุมภาพันธ์ 2564